ตอนที่ 13 ซ้อนเขี้ยวเล็บเอาไว้ให้มิดชิด และเปิดเผยมันเมื่อเวลามาถึง
ภายในห้องโถงโล่งขึ้นในทันทีหลังจากคนส่วนมากออกไป ภายในห้องโถงตอนนี้เหลือเพียงหลินฟาน หลี่ิ และผู้นำตระกูลทั้ง 4 เท่านั้น
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอื่นอยู่ในห้อง หลินฟานก็ชี้นิ้วไปทางเก้าอี้พร้อมกับพูดขึ้นว่า
“ เชิญพวกท่านนั่งลงก่อน “
ผู้นำตระกูลทำตามคำเชิญอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ผู้นำตระกูลอยากถามคำถามมากมายต่อหลินฟาน ทั้งเื่ที่เทขายหุ้น ทั้งเื่จะทำยังไงต่อหลังจากนี้ แต่ก่อนที่ผู้นำตระกูลจะได้พูดหรือยิงคำถามใส หลินฟานก็พูดขึ้นก่อนว่า
“ พวกท่านคงสงสัยว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกับตระกูลหลิน ทำไมผมถึงได้ขายหุ้นของหลินกรุ๊ป ทำไมผมถึงไล่พวกตระกูลทรยศออกไปเวลานี้ ทำไมผมถึงได้เรียกรวมตัวทุกคนมาในวันนี้
“ ก่อนอื่นผมต้องขอบอกก่อนว่า ตอนนี้โลกของเรากำลังจะเจอกับปัญหาใหญ่ อีกประมาณหนึ่งเดือนหลังจากนี้โลกของเราจะเข้าสู่่เวลาแห่งวันโลกาวินาศ รัฐบาลกลางของจีนจะล่มสลาย มนุษย์จะเข้าสู่ยุคแห่งความโหดร้ายอีกครั้ง
“ ส่วนผมรู้มาได้ยังไงหรือเอาข้อมูลมาจากไหน เื่นั้นไม่สำคัญ สิ่งสำคัญตอนนี้คือพวกเราต้องเตรียมตัวรับมือกับเื่ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะงั้น ผมถึงได้เรียกรวมตัวพวกคุณมาในวันนี้และใช้โอกาสนี้จัดการพวกที่ทรยศไปเข้ากับรัฐบาลกลาง “
ผู้นำตระกูลทั้งสี่ต่างนั่งเงียบไม่มีใครพูดอะไรออกมา แม้แต่เจียงเป่าที่เป็คนใจร้อนก็ยังไม่พูดอะไร หากนี้เป็คำพูดของคนปกติทั้งสี่คงไม่เชื่อและคิดว่าเื่นี้เป็เพียงเื่โกหก แต่เมื่อออกมาจากปากของหลินฟานระหว่างที่เขากำลังทำหน้าจริงจัง บวกกับเื่ที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ทุกคนก็คิดว่าเื่นี้อาจจะเป็เื่จริงก็ได้ และทุกคนก็คิดว่าหลินฟานเดินเกมได้ถูกต้อง
ยุคา ผู้คนจะไม่ถือเงินสดแต่จะเปลี่ยนสมบัติเป็ทองหรือของมีค่าอื่นๆ ที่ทั่วโลกยอมรับ แต่เมื่อพูดถึงยุคโลกาวินาศ ยุคที่ทำให้รัฐบาลกลางของจีนที่ยิ่งใหญ่ล่มสลายได้ การเก็บของจำเป็อย่าง อาหาร น้ำ และพลังงาน ถือว่าเป็ตัวเลือกที่ดี
เพราะถ้าหากแม้แต่รัฐบาลกลางแห่งจีนยังล่มสลาย รัฐบาลประเทศอื่นๆ ก็คงไม่ต้องพูดถึง เมื่อเป็แบบนั้น ต่อให้เก็บของมีค่าอย่างทองไปมันก็ไม่มีความหมายเพราะของเ่าั้เป็เพียงแร่ที่มนุษย์ให้ค่ามันขึ้นมา ถ้าระบบปกครองล่มสลายลง ระบบเกี่ยวกับการให้ค่าแร่ต่างๆ ก็จะล่มสลายเช่นกัน
กลับกัน หากเก็บตุนอาหาร เก็บตุนน้ำ และเก็บตุนพลังงาน ต่อให้เกิดาหรือรัฐบาลล่มสลายของพวกนี้ก็ยังมีค่าเพราะพวกมันสามารถเอามาใช้งานในชีวิตได้ การเทขายหุ้นจำนวนมหาศาลเพื่อเปลี่ยนเป็ของที่ใช้งานได้ เื่นี้ถือว่าเป็ความคิดที่ดี
ผู้นำตระกูลทั้ง 4 ต่างก็แทบหมดคำถามเมื่อรู้ว่าอีกประมาณหนึ่งเดือนโลกจะเข้าสู่วันโลกาวินาศ ทุกอย่างมันเริ่มสมเหตุสมผลมากขึ้นเรื่อยๆ แต่พวกเขาก็ยังไม่ปักใจเชื่อ 100% ว่าเื่นี้จะเป็เื่จริง
แต่ระหว่างกำลังสงสัย หลินฟานก็ทำลายความสงสัยของพวกเขาโดยพูดขึ้นว่า
“ ผมได้สั่งซื้อปืนและะุจำนวน 10,000 ล้านดอลลาร์ ไปแล้ว และไม่ได้หาทางปิดบังเื่นี้กับรัฐบาลกลางด้วย พวกคุณควรเตรียมกองทัพเอาไว้ให้พร้อมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะพวกเราไม่รู้ว่ารัฐบาลจะเคลื่อนไหวหรือเปล่า “
ผู้นำตระกูลทั้งสี่ ???
ในหัวของผู้นำตระกูลทั้งสี่ความสงสัยหายไปจนหมดแล้ว แต่ตอนนี้มีเื่ที่ให้หนักใจมากกว่าปรากฏขึ้นในหัวของพวกเขา พวกเขาต่างก็คิดอย่างพร้อมเพรียงกันว่า ฉิบหายแล้วไง!
ถูกต้องแล้ว ผู้นำตระกูลทั้งสี่กำลังคิดแบบนี้จริงๆ สถานการณ์แบบนี้มันไม่ปกติแล้วเรียกว่ากำลังแย่มากๆ เลยก็ว่าได้ ตอนนี้ตระกูลหลินได้จัดการไล่พวกที่ยอมก้มหัวให้รัฐบาลกลางออกจากตระกูลไปแล้ว แถมยังสั่งซื้ออาวุธจำนวนมากอีก
ต่อให้มองมุมไหน นอนมอง ยืนมอง นั่งมอง สิ่งนี้ก็หมายถึงตระกูลหลินวางแผนจะก่อฏต่อรัฐบาลกลางกันชัดๆ ่แรกๆ รัฐบาลกลางอาจดูสถานการณ์กันไปก่อน แต่ก็คงดูไม่นานและส่งกองทัพมากวาดล้างในที่สุด
ผู้นำตระกูลทั้งสี่ไม่มีทางเลือก ตอนนี้เขาต้องยอมเชื่อว่าเื่ที่หลินฟานพูดเป็เื่จริง ไม่สิ! พวกเขาภาวนาให้วันโลกาวินาศมันเกิดขึ้นจริงๆ ต่างหาก เพราะหากไม่เกิดวันโลกาวินาศ กองทัพตระกูลหลินในมณฑลหลินหนานทั้งหมด ก็คงโดนรัฐบาลกลางกวาดล้างไม่เหลือซาก
โอหยางห่าวเริ่มพูดขึ้น
“ คุณหลิน ถ้าสิ่งที่คุณพูดเป็เื่จริงพวกเราก็ควรเตรียมตัวเื่ทหารด้วย ตอนนี้กองทัพในมณฑลหลินหนานมีทั้งของฝ่ายและเราฝ่ายตระกูลทรยศ พวกเราต้องทำให้พวกนั้นออกไปจากค่ายกันก่อน
“ แต่ทำแบบนั้นก็คงได้เกิดเื่ขึ้นแน่ หากพวกเราไล่อำนาจของพวกตระกูลทรยศออกจากค่ายทหารมณฑลหลินหนาน รัฐบาลกลางคงไม่เสียเวลาดูสถานการณ์และโจมตีพวกเราทันที “
หลินฟานพยักหน้าให้กับสิ่งที่โอหยางห่าวพูดออกมา
เื่นี้เองหลินฟานก็คิดเอาไว้ก่อนแล้ว และเขาก็ได้เตรียมทางแก้เอาไว้เรียบร้อยด้วยประสบการณ์หลายปีในวันโลกาวินาศ การวางแผน เหลี่ยมในการหลอกล่อ ของพวกนี้มันฝังลึกเข้าไปในจิติญญาของหลินฟานทั้งหมด แผนรับมือเื่นี้มันไม่ได้ยากอะไรเลยสำหรับเขา
หลินฟานพูดความคิดตัวเอง
“ ผู้นำตระกูลโอหยางพูดถูกต้องแล้ว แค่ซื้ออาวุธพวกรัฐบาลก็คงจับตาดูพวกเราทุกฝีก้าว หากไล่ทหารฝ่ายตระกูลทรยศออกจากค่ายทหารมณฑลหลินหนาน พวกนั้นคงไม่ยอมอยู่เฉยๆ และส่งกองทัพมากวาดล้างพวกเราแน่
“ เพราะงั้น! พวกเราจะไม่ทำแบบนั้น พวกเราจะให้ทหารฝ่ายทรยศอยู่ในค่ายต่อไป ตอนนี้พวกเราจะทำเป็ว่า้าความสงบ เพียงแต่ว่า พอวันโลกาวินาศมาถึงพวกเราจะเปิดเผยเขี้ยวเล็บออกมา ตอนนี้เราต้องหุบเขี้ยวเล็บเอาไว้
“ ตามแผนที่ผมคิดเอาไว้ ก่อนวันโลกาวินาศจะมาถึงพวกเราจะเคลื่อนทัพออกจากฐานทัพมณฑลหลินหนาน โดยระหว่างเคลื่อนทัพออกมา พวกคุณต้องเอาของออกมาให้หมดหรือเอามาให้เยอะที่สุดเท่าที่จะสามารถเป็ไปได้ ปืน ะุ รถหุ้มเกราะ รถIFV รถถัง และเฮลิคอปเตอร์โจมตี
“ ขนของพวกนั้นออกมาให้หมด เอาทุกอย่างมาที่คฤหาสน์ตระกูลหลิน พวกเราจะใช้คฤหาสน์ตระกูลหลินแห่งนี้เป็ฐานบัญชาการ และใช้มันเป็ศูนย์กลางในการสร้างค่ายของพวกเรา “
สิ่งที่หลินฟาน้าจากฐานทัพมณฑลหลินหนานก็คืออาวุธ ไม่ใช่พื้นที่ของฐานทัพ และหลินฟานก็้าใช้เมืองหลินหนานเป็ฐานทัพของตัวเองในอนาคต เพราะงั้นหลินฟานจึงบอกให้พวกผู้นำตระกูลทั้งสี่ ขนอาวุธจากฐานทัพมาที่นี่
จางหยานพยักหน้า จากนั้นก็พูดขึ้นว่า
“ แบบนี้นี่เอง หากพวกเราออกมาในเวลาก่อนเกิดวันโลกาวินาศ พวกกองทัพฝ่ายตระกูลทรยศในฐานทัพก็คงตกอยู่ในความวุ่นวาย และเมื่อวันโลกาวินาศมาถึงรัฐบาลกลางก็ส่งกำลังรบมาช่วยไม่ได้ และเมื่อไม่มีกำลังเสริมและอาวุธดีๆ พวกทหารที่อยู่ในฐานก็จะไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดา พวกนั้นจะไม่สามารถเป็ภัยต่อพวกเราได้ “
ผู้นำตระกูลคนอื่นๆ ก็คิดว่าแผนนี้เป็แผนที่ดีเช่นกัน
จากนั้นหลินฟานและผู้นำตระกูลทั้งสี่ก็คุยเกี่ยวกับลายละเอียดต่างๆ อีกประมาณ 3 ชั่วโมง เมื่อตกลงกันเรียบร้อยว่าแผนเป็ยังไง หลังจากนี้ควรทำอะไรบ้าง พวกผู้นำตระกูลทั้งสี่ต่างก็แยกย้ายกันกลับ
แต่ก่อนที่พวกผู้นำตระกูลจะออกไป หลินฟานก็พูดขึ้นก่อน
“ เดี๋ยวก่อนผู้นำตระกูลโอหยาง ผมมีเื่คุยกับคุณอีกเื่ “
โอหยางห่าวพยักหน้ารับแล้วนั่งลงที่เดิม
ส่วนพวกผู้นำตระกูลอีกสามคนก็เดินออกไป เมื่อผู้ตระกูลคนอื่นๆ ออกไป หลินฟานก็เริ่มถามขึ้นว่า
“ หลานของคุณ โอหยางซินตอนนี้อยู่ไหน? “
โอหยางซินที่หลินฟานพูดถึงตอนนี้ เธอก็คือหลานสาวของโอหยางห่าว
ส่วนเหตุผลที่หลินฟานถามถึงเธอ ก็เป็เพราะในชาติก่อนของเขาโอหยางซินเป็ผู้มีความสามารถมากๆ เธอควบคุมเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกเอาไว้ แถมยังมีทหารอยู่ใต้การบัญชาการกว่า 1,000,000 คน
ต้องรู้ก่อนว่าจำนวนทหาร 1,000,000 คน ในวันโลกาวินาศ จำนวนขนาดนี้เป็จำนวนที่เยอะมาก แถมเมืองของโอหยางซินยังโดนวางรูปแบบปกครองที่ดีมาก เรียกได้ว่า เธอมีความสามารถด้านการบริหารบ้านเมืองอย่างแท้จริง
ความสามารถต่อสู้ของเธอนั้นไม่เท่าไหร่ แต่ความสามารถด้านบริหารเมือง บริหารแนวหลังาอย่างการขนส่งอาหารและขนส่งกำลังเสริม เื่เหล่านี้ หากโอหยางซินบอกว่าตัวเองเป็ที่ 2 บนโลกก็ไม่มีใครกล้าบอกว่าตัวเองเป็ที่ 1
เมื่อรู้ว่าเธอมีความสามารถ เมื่อรู้ว่าเธอเก่งในเื่บริหาร โอหยางซินก็เป็คนแรกๆ ที่หลินฟานคิดถึงเมื่อพูดถึงเื่การสร้างค่าย หลินฟานจะไม่ยอมปล่อยคนมีความสามารถแบบเธอหลุดมือไปเด็ดขาด
“ ตอนนี้เธอเรียนอยู่ในอเมริกา และกำลังเรียนปริญญาเอกด้านบริหารอยู่ครับ ผมจะเรียกเธอกลับมาทันทีแล้วให้มาหาคุณ “
โอหยางห่าวตอบ
หลินฟานพยักหน้าพอใจ เพราะแบบนี้เขาถึงชอบที่จะคุยกับคนฉลาด หากนี่เป็คนอื่นอาจจะถามว่า ทำไมถึงถามหาเธอ? หรือตอบเพียงแค่เธออยู่ที่ไหน แต่พอเป็คนฉลาดก็สามารถเดาความคิดของกันและกันออก เื่นี้ทำให้หลินฟานประหยัดเวลาไปเยอะ
ส่วนเหตุผลที่โอหยางห่าวรู้ได้ยังไงว่าหลินฟาน้าอะไรนะเหรอ เื่นั้นมันก็แน่อยู่แล้ว โอหยางซินเรียนด้านบริหารั้แ่ปริญญาตรี ปริญญาโทก็บริหาร ปริญญาเอกก็ยังเรียนบริหาร หากไม่โงจริงๆ ไม่ว่าใครก็คงคิดได้ว่าหลินฟานก็ย่อม้าเธอมาทำงานบริหารให้ และการให้เธอมาคุยต่อหน้าตรงๆ ก็เป็หนทางในการสื่อสารที่ดีที่สุดในเื่วางแผนบริหาร
หลินฟานพูดขึ้นด้วยใบหน้าพอใจว่า
“ ดีมาก คุณกลับไปเตรียมตัวเถอะ “
“ ครับ “
เมื่อโอหยางห่าวออกไปจากห้อง หลินฟานก็จมลงสู่หวงความคิด
‘ ตอนนี้เราเตรียมการเอาไว้ทุกอย่างแล้ว หากตระกูลทั้งสี่เอาทหารตัวเองออกมาจากฐานทัพพร้อมอาวุธ เราก็จะมีทหารอยู่ใต้การบัญชาการ 4 กองพัน บวกกับหน่วยพิเศษของตระกูลหลิน เราก็จะมีกำลังทหารอยู่ประมาณ 5,000 คน
‘ แล้วเมื่อบวกกับอาวุธจำนวนมากที่ทหารทั้ง 4 กองพันขนมา ก็คงไม่มีกองกำลังไหนในเมืองหลวงของมณฑลหลินหนานเป็อันตรายกับเราได้ เราต้องทำให้มณฑลหลินหนานเป็ฐานหลักแล้วขยายอิทธิพลไปเรื่อยๆ
‘ จากมณฑลหลินหนานเป็มณฑลใกล้ๆ จากนั้นก็ประเทศจีนทั้งประเทศ จากนั้นก็เป็ทวีปเอเชียทั้งทวีป จากนั้นก็เป็โลกทั้งใบ
‘ เมื่อเรามีกำลังมากพอเมื่อไหร่ เราก็จะไปตะบันหน้าไอพวกที่ทำให้เกิดวันโลกาวินาศและจับพวกมันไปเล่นเกมเอาชีวิตรอดแบบที่มันทำกับมนุษย์ รอก่อนเถอะ อีกไม่นานปู่ของพวกแกคนนี้จะไปหาพวกแกแน่ ไอพวกระยำ!! ‘
ติ้ง ติ้ง ติ้ง
ระหว่างที่หลินฟานกำลังจมอยู่ในความคิด เสียงมือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาก็ดังขึ้น