มู่อันหรานคลี่ยิ้มบาง “จริงสิเ้าคะ ข้าจะหลอกท่านไปทำไม”
หลินฮุยหัวเราะร่าพลางตบหน้าตักตัวเอง “ดี! เช่นนั้นข้าตกลง ต่อจากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะปกป้องน้องสาวเช่นเ้าเอง”
หญิงสาวรุ่นพี่ขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม พลางกระซิบกระซาบเสียงเบาอย่างมีเลศนัย “แล้วเ้าต้องรู้ด้วยนะว่าพรุ่งนี้มีเื่ดีเกิดขึ้นล่ะ ข้าคิดว่า์คงจะอวยพรเ้าอยู่กระมัง”
มู่อันหรานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เื่ดีหรือเ้าคะ?”
“พรุ่งนี้พวกเราจะได้ย้ายไปอยู่โรงซักล้าง! ข้าได้ยินว่างานในโรงซักล้างเป็งานเบาที่สุดของทาสอย่างเราแล้ว นี่คงเป็เพราะ์รู้ว่าเป็วันเกิดของเ้าอย่างไรเล่า ข้าเลยพลอยสบายไปด้วยเลย”
มู่อันหรานอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ กับท่าทางเกินจริงของอีกฝ่าย
“ท่านก็พูดไปเรื่อย ก็แค่ย้ายไปทำงานที่อื่นมิใช่หรือ เกี่ยวอันใดกับวันเกิดของข้ากันเล่า... สำหรับข้าน่ะ จะอยู่ที่ใดก็ย่อมได้ ขอเพียงมีท่านอยู่ด้วยก็พอแล้วเ้าค่ะ”
หลินฮุยยักไหล่ทำเป็ไม่ใส่ใจคำประจบนั้น แต่ครู่เดียวนางกลับเปลี่ยนสีหน้าเป็บึ้งตึง จ้องมองเด็กสาวด้วยสายตาจริงจัง
“อย่ามาทำเป็ปากหวานหน่อยเลย เ้าต้องจำไว้ว่าอะไรก็เกิดขึ้นกับทาสอย่างพวกเราได้ทั้งนั้น วันนี้ได้อยู่ด้วยกัน วันหน้าข้าอาจถูกขายไปที่อื่นก็ได้ เ้าต้องหัดพึ่งพาตนเอง อย่าได้ทำตัวอ่อนแอให้ใครเห็นเป็อันขาด!”
“เพราะหากผู้อื่นเห็นว่าเ้าอ่อนแอ เขาก็จะฉวยโอกาสรังแกเ้า...”
มู่อันหรานคว้ามือหยาบกร้านของรุ่นพี่มาบีบเบาๆ พลางต่อประโยคนั้นจนจบอย่างคุ้นชิน เพราะมันคือบทเรียนที่หลินฮุยเฝ้าพร่ำสอนนางอยู่ทุกวี่วันจนขึ้นใจ
ท่ามกลางความมืดสลัว สองร่างหัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างเริงร่า เป็เสียงหัวเราะเพียงน้อยนิดที่ช่วยหล่อเลี้ยงหัวใจอันแห้งแล้งในที่แห่งนี้ ก่อนจะล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยอ่อน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับงานใหม่ในวันรุ่งขึ้น
…
ภายในโรงซักล้างอันกว้างขวาง เสียงขยี้ผ้าและเสียงไม้กระทบผืนผ้าดังสะท้อนไปมาไม่ขาดสาย มู่อันหรานและหลินฮุยนั่งอยู่หน้าอ่างไม้ขนาดใหญ่ มือของทั้งคู่ขาวซีดและเปื่อยยุ่ยจากการแช่น้ำเป็เวลานาน แม้ิัจะแสบร้อนจนแทบทนไม่ไหว แต่พวกนางก็ยังปลอบใจตัวเองว่างานนี้ยังดีกว่างานเดิมหลายเท่านัก
“อย่างน้อยก็ดีกว่าต้องเดินตากแดดจนหัวแดง แบกถังอุจจาระไปทิ้งที่บ่อสิ่งปฏิกูลท้ายจวนล่ะน่า” หลินฮุยปลอบใจเด็กสาว
“ข้ารู้เ้าค่ะ ที่นี่สบายกว่าการต้องไปล้างคอกม้าที่ทั้งเหม็นและยังต้องคอยระวังไม่ให้ม้าเตะจนซี่โครงหักเป็ไหนๆ” นางยิ้มตอบพลางสูดหายใจแล้วก้มหน้าก้มตาซักผ้าต่อไป
“ตั้งใจหน่อย! พวกเ้าไม่ได้กินข้าวมาหรือไรถึงได้มือไม้อ่อนกันถึงเพียงนั้น แล้วปากน่ะหุบเสียบ้าง ข้ารำคาญ!”
เสียงแหลมสูงดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของสาวใช้ในชุดสีเขียว ซึ่งเป็เครื่องแต่งกายของสาวใช้ชั้นสาม นางเดินนวยนาดเข้ามาด้วยสายตาดูแคลน มู่อันหรานจำได้ว่าสตรีผู้นี้คือหนึ่งในกลุ่มสาวใช้ที่คอยหาเื่กลั่นแกล้งทาสอย่างพวกนางเพื่อระบายความหงุดหงิดเสมอ
สาวใช้ชุดเขียวผู้นั้นหยุดลงตรงหน้ามู่อันหราน นางชะโงกหน้ามองผ้าป่านหยาบๆ ที่แช่อยู่ในน้ำแล้วแค่นเสียงออกมา
“สกปรก! ซักมาตั้งนานแต่รอยคราบพวกนี้ยังไม่ออก พวกเ้าจงใจอู้งานชัดๆ!”
“พวกเราไม่ได้อู้งานเลยนะเ้าคะ แล้วเราก็ขยี้กันจนสุดแรงแล้วด้วย” หลินฮุยพยายามจะอธิบาย แต่นั่นกลับไม่ต่างกับเป็การเติมเชื้อไฟให้อีกฝ่าย
“ปากดีนักนะ! ข้าบอกว่าไม่สะอาดก็คือไม่สะอาดไม่ต้องมาเถียง! ในเมื่อปากดีนักก็เอาไปซักใหม่ให้หมดเลยเป็อย่างไร!”
ขาดคำ สาวใช้ชุดเขียวก็คว้าขอบถังไม้ที่เต็มไปด้วยน้ำสบู่ขุ่นคลั่กและคราบสกปรก สาดเข้าใส่ทั้งสองคนอย่างแรง!
มู่อันหรานที่กำลังก้มหน้าทำงานไม่ทันระวังตัว นางถูกน้ำสกปรกสาดเข้าเต็มใบหน้าและลำตัวจนเปียกโชก แต่หลินฮุยที่คล่องแคล่วกว่ากลับะโหลบไปด้านข้างได้ทันท่วงที
เมื่อเห็นน้องสาวตกอยู่ในสภาพน่าเวทนา หลินฮุยก็ขาดสติทันที
“รังแกกันเกินไปแล้ว! ข้าจะสู้ตายกับเ้า!”
หลินฮุยพุ่งตัวเข้าใส่สาวใช้ชุดเขียวราวกับเสือดาวตะปบเหยื่อ นางคว้าหมับเข้ากลางศีรษะแล้วจิกกระชากผมของอีกฝ่ายลงมา ก่อนจะประเคนฝ่ามือเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างไม่ยั้งแรง เสียงตบและเสียงกรีดร้องดึงดูดสายตาของทาสทั้งโรงซักล้างให้หันมามองเป็ตาเดียว
“หยุดเดี๋ยวนี้! บังอาจนัก!”
เสียงตวาดดังลั่นพร้อมกับการปรากฏตัวของสตรีวัยกลางคนในชุดสีเหลือง สาวใช้ชั้นหนึ่งผู้คุมกฎในโรงซักล้างแห่งนี้ นางเดินเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง สายตาคมกริบจ้องมองหลินฮุยที่ยังชูกำปั้นค้างอยู่
“ทาสชั้นต่ำ! เ้ากล้าลงมือกับสาวใช้ในจวนเชียวหรือ? ใครก็ได้! ลากตัวนางไปรับโทษโบยสิบไม้ แล้วขังลืมไว้สิบวัน!”
หลินฮุยจำต้องยอมละมือจากร่างนั้น นางหยัดกายลุกขึ้นสะบัดตัวแล้วทรุดเข่าลงกับพื้นหินที่เจิ่งนองด้วยน้ำสกปรก หันไปเผชิญหน้ากับผู้คุมกฎอย่างไม่เกรงกลัว
“ข้ามิได้เป็คนเริ่มก่อน! สาวใช้ผู้นี้ตั้งใจมาหาเื่พวกเราสองคนต่างหาก เหตุใดท่านจึงไม่ลงโทษทั้งสองฝ่ายเล่าเ้าคะ!”
สาวใช้ชุดเหลืองแสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม นางก้มลงมองหลินฮุยราวกับมองมดปลวกที่กำลังดิ้นรนอยู่ใต้ฝ่าเท้า
“หาความยุติธรรมงั้นหรือ? หึ... ฐานะทาสอย่างพวกเ้าเอาอะไรมาหาความยุติธรรมกัน! ในจวนแห่งนี้ นายสั่งให้เ้าตาย เ้าก็ต้องตาย! หากจะโทษ ก็จงโทษตัวเองที่เป็ได้แค่ทาสชั้นต่ำ วันใดที่ก้าวขึ้นมาเป็สาวใช้ได้เมื่อใด เมื่อนั้นเ้าค่อยมาถามหาความยุติธรรมจากข้าอีกที!”
หลินฮุยโกรธจนตาแดงก่ำ นางปล่อยให้บ่าวชายสองคนลากตัวออกไปโดยไม่ขัดขืน แต่ถึงกระนั้นดวงตาของนางกลับยังคงจับจ้องไปที่สตรีทั้งสองคนอย่างอาฆาตแค้น แต่เมื่อหันไปมองทางเด็กสาวที่ตัวเปียกชุ่ม แววตานางก็อ่อนแสงลง
“อันหรานจำไว้! อย่าให้ใครมารังแกเ้าได้ อดทนรอข้านะ!” หญิงสาวะโสุดเสียง
…
ความอัปยศที่มู่อันหรานได้รับในโรงซักล้าง และแผ่นหลังที่ถูกลากไปของหลินฮุย กลายเป็เหมือนค้อนหนักๆ ที่ทุบทำลายความอ่อนแอในใจของนางจนสิ้นซาก
นางได้สติแล้วว่าการอยู่อย่างเจียมตัวไม่ได้ช่วยให้รอดพ้นจากการถูกเหยียบย่ำ หากนางคิดจะล้างมลทินให้สกุลมู่ อย่างน้อยนางต้องหลุดพ้นจากพันธนาการของคำว่าทาสเสียก่อน
การได้เลื่อนขั้นเป็สาวใช้ คือบันไดขั้นแรกที่จะพานางไปสู่การไถ่ตัวเป็อิสระ และโอกาสที่จะได้เข้าใกล้ความจริงของคดีครอบครัวนางมากขึ้น
นับแต่นั้น เด็กสาวก็เริ่มเปลี่ยนไป
นางค่อยๆ ลอบสังเกตและสืบถามข้อมูลจากทาสที่อยู่มานาน บางครั้งนางก็ยอมก้มหัวไปประจบเอาใจสาวใช้ชั้นสามที่เคยกลั่นแกล้งนาง เพียงเพื่อจะได้รับรู้ข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ จากคนเ่าั้
“เ้าอยากรู้เื่การเลื่อนขั้นงั้นหรือ?” ลี่จง สาวใช้ชั้นสามที่เคยกลั่นแกล้งนางแค่นยิ้ม ขณะที่ทอดสายตามองมู่อันหรานที่กำลังบีบนวดให้ตนอยู่
“ทาสอย่างพวกเ้า อย่าหวังเื่ความดีความชอบจากการทำงานหนักเลย ต่อให้เ้าซักผ้าจนมือเน่า หรือแบกสิ่งปฏิกูลจนหลังหัก ก็ไม่มีวันได้เลื่อนขั้นหรอก”
นางโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูมู่อันหรานด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“หนทางเดียวที่จะเปลี่ยนฐานะของเ้าได้ก็คือ ความพึงพอใจของผู้เป็นายอย่างไรเล่า"
“นาย? หมายถึงเหวินอ๋องหรือเ้าคะ?”
“เชอะ! ทาสอย่างเ้าชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่มีโอกาสได้พบหน้าท่านอ๋องหรอก! แต่หากเ้าทำให้ข้าสำราญใจ บางทีข้าอาจจะเมตตา ช่วยออกปากชมเชยเ้าสักประโยคสองประโยคต่อหน้านางกำนัลที่ใกล้ชิดเหวินอ๋องก็ได้นะ เมื่อนั้นเ้าก็ไม่ต้องเป็หนูในโรงซักล้างนี้ไปจนตาย”
คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้นางท้อแท้ แต่มันกลับทำให้ดวงตาของมู่อันหรานส่องประกายบางอย่าง
นางหาได้โง่เขลาจนมองไม่ออกว่าลี่จงกำลังหลอกใช้แรงงานนางอยู่!
สาวใช้ชุดเขียวเหล่านี้แม้จะทำตัวจองหองอยู่ในโรงซักล้าง แต่แท้จริงแล้วพวกนางก็คือจุดต่ำสุดในขบวนสาวใช้ทั้งหมดของจวน
ยามที่พวกนางก้าวออกจากโรงซักล้างไปอยู่ฝ่ายหน้า พวกนางก็เป็เพียงข้ารับใช้ที่ทำได้แค่กวาดพื้นทางเดิน หรืออุ่นอาหารและต้มน้ำอยู่ในครัวเท่านั้น มีหรือจะกล้าออกปากขอสิ่งใดจากนางกำนัลชั้นสูง!
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ ขอบคุณพี่สาวลี่ที่แนะนำ ข้าจะตั้งใจทำงานหนักเพื่อรอให้ถึงวันนั้นนะเ้าคะ”
หมายเหตุ: ลำดับขั้นและหน้าที่ของสตรีรับใช้ในจวนเหวินอ๋อง
ในเื่นี้มีการแบ่งลำดับการปกครองภายในจวนอ๋องตามความไว้วางใจและหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้:
ผู้ควบคุมสูงสุด (เจิ้นหมัวมัว): นางกำนัลาุโจากในวังหลวง เป็ผู้กุมกฎระเบียบทั้งหมดในจวนอ๋อง มีอำนาจสิทธิ์ขาดในการลงโทษและดูแลภาพรวมความเรียบร้อย รับคำสั่งตรงจากเบื้องบน
สาวใช้ชั้นหนึ่ง (ชุดสีเหลือง): มีจำนวนน้อยและอยู่มานาน (ส่วนใหญ่เป็ผู้าุโ) หน้าที่หลักคือดูแลทรัพย์สิน ของมีค่า และบัญชีส่วนตัวของท่านอ๋อง เป็ผู้ถ่ายทอดคำสั่งไปยังสาวใช้ระดับล่าง (เน้นการคุมงานมากกว่าการลงแรง)
สาวใช้ชั้นสอง (ชุดสีชมพู): มีสิทธิ์เข้าถึงเรือนส่วนตัวและปรนนิบัติใกล้ชิดท่านอ๋อง เช่น งานในห้องหนังสือ ปรนนิบัติรับใช้ยามพักผ่อน หรือติดตามออกนอกจวน (เป็ตำแหน่งที่้าทักษะเฉพาะตัวและความคล่องตัวสูง)
สาวใช้ชั้นสาม (ชุดสีเขียว): รับผิดชอบงานฝีมือหรืองานเบาที่ไม่ต้องพบหน้าเ้านายโดยตรง เช่น งานจัดดอกไม้ ดูแลสำรับอาหาร งานเย็บปัก และทำความสะอาดเรือนทั่วไป
ทาสรับใช้: แรงงานระดับล่างสุด รับผิดชอบงานหนัก งานซักล้าง งานครัว และงานทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลาง ไม่มีสิทธิ์ออกไปฝ่ายหน้าหากไม่ได้รับอนุญาต