บทที่ 4: ไม่มั่นใจ
“พิษ…”หลี่เยว่เหยาอึ้งไปพักหนึ่ง พ่อของเธอไม่ได้ป่วย แต่โดนพิษ?
“ใช่? จะไม่รักษาเหรอ?” หลินเซียวแย้มยิ้มบาง
“นายอยากให้ฉันทำตามเงื่อนไขอะไร?”
เมื่อมองไปยังหลี่เยว่เหยาที่งดงามมีเสน่ห์ตรงหน้าความรู้สึกคุ้นเคยก็ปรากฎขึ้นในใจของชายหนุ่มอีกครั้ง
ดวงตาของหลินเซียวทอประกายวาบจากนั้นเขาก็พลันแย้มยิ้ม เผยฟันขาวเรียงสวยของเขา: “ง่ายมากถ้าฉันถอนพิษของพ่อเธอได้เธอต้องให้ฉันเป็หมอประจำตระกูลหลี่แล้วก็ให้อาหารฉันกิน ว่าไง?”
“หมอ… หมอประจำตระกูล?”หลี่เยว่เหยาไม่เคยคาดคิดเลยว่าเงื่อนไขของอีกฝ่ายจะเรียบง่ายแบบนี้
หลี่เยว่เหยารู้สึกว่ารอยยิ้มของอีกฝ่ายค่อนข้างแปลกประหลาดและเงื่อนไขเองก็แปลกมาก เธอหงุดหงิดอยู่พักหนึ่ง ลังเลว่าควรจะตอบตกลงดีหรือไม่
“พิษชนิดนี้ร้ายแรงมากเวลาไม่รอใคร ถ้าเธอยังลังเลอยู่ พ่อเธอตายแน่นอน”หลินเซียวแย้มยิ้มด้วยท่าทีสบายอารมณ์
หัวใจของหลี่เยว่เหยาบีบรัดแน่นใบหน้าของหญิงสาวพลันขาวซีด
“คุณหนู!จะพาเขากลับไปจริงๆ เหรอครับ? คุณชายกำลังรอเยาะเย้ยคุณอยู่ถ้าหมอมีปัญหาขึ้นมา มันคงไม่ใช่เื่ดีไม่ใช่เหรอครับ?” หลี่ลี่ยืนขึ้นมาพร้อมกุมเอวตนเองเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าอมทุกข์
ใบหน้าของหลี่เยว่เหยาซีดขาวยิ่งกว่าเดิมเมื่อนึกถึงพี่ชายที่รอเยาะเย้ยเธออยู่ที่บ้าน
“เราไม่มีทางถอยแล้วพ่อรอไม่ได้” หลี่เยว่เหยาสูดลมหายใจเข้าลึก
หลี่ลี่เหลือบมองไปยังหลินเซียวและเอ่ยขึ้นกับหลี่เยว่เหยาเสียงเบา:“ทำไมเราไม่… ไปจ้างผู้เชี่ยวชาญสักคนจากในเมืองล่ะครับ? อย่างน้อยมันก็ดีกว่าเ้าหมอไร้หัวนอนปลายเท้านี่?”
“ฉันคิดว่าเ้าหลินเซียวนี่คงพอมีความสามารถอยู่บ้าง”
หลินเซียวมองทั้งสองคนกระซิบกระซาบกันแล้วหัวเราะ“คิดดีแล้วรึยัง? พิษที่ผู้าุโบ้านเธอได้รับเป็แบบวงจรสามสิบวันในรอบที่สองของวงจร การทำงานของเม็ดเืจะได้รับผลกระทบ พอถึงตอนนั้นแล้วต่อให้เป็เทพเซียนก็ยากที่จะรักษา”
หลังจากลังเลไปชั่วขณะหลี่เยว่เหยาก็กัดฟันก่อนจะพยักหน้าอย่างเด็ดขาด: “โอเค! ฉันสัญญา!ตราบเท่าที่นายช่วยพ่อฉันได้ ฉันจะให้นายทำงานในตระกูลหลี่!”
“ตกลง!”หลินเซียวดีดนิ้วแล้วแย้มยิ้มกว้าง
เครือบริษัทจ้งซานเป็ั์ใหญ่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ของเมืองหลงเถิงแค่ที่ดินที่พวกเขาถือครองอยู่ก็มากกว่าร้อยหมู่ ยิ่งใหญ่อย่างมาก
ในเดือนที่ผ่านมาหลี่จ้งซาน ประธานของเครือบริษัทป่วยอย่างหนัก ทำให้ผู้คนพากันคาดเดาไปต่างๆ นาๆและภายในตระกูลหลี่เอง ผู้คนก็เต็มไปด้วยความกระวนกระวายตลอดเวลาข่าวลือมากมายไหล่บ่าเข้าไป
เื่ราวทั้งหมดนี้หลี่เยว่ิลูกชายคนโตของตระกูลหลี่ดูคล้ายกับไม่ใส่ใจอะไรเลยแม้แต่น้อยและมีท่าทีสงบเยือกเย็นเช่นแต่ก่อน
ในตอนนี้เขากำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวใหญ่ภายในห้องนั่งเล่นที่ชั้นแรกของคฤหาสน์เอนกายอย่างเกียจคร้าน มือหนึ่งถือกรรไกรตัดเล็บค่อยๆตัดแต่งเล็บของตนเองอย่างเบาๆ เป่าเศษเล็บออกไปเป็ครั้งคราว
รอบกายของเขามีร่างใหญ่โตของผู้คุ้มกันหกคนยืนล้อมอยู่พวกเขายืนกุมมือ สวมแว่นกันแดดไว้บนใบหน้า สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง
ตรงข้ามหลี่เยว่ิคือชายวัยกลางคนที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวยืนค้อมกายอยู่
พ่อบ้านหลี่จ้ง
“น้องสาวที่แสนดีของฉันยังไม่กลับมาอีกเหรอ?”หลี่เยว่ิเอ่ยถามทั้งที่ดวงตาหลุบต่ำ
“เรียนคุณชายคุณหนูกำลังไปตามหาหมอเทวดาอยู่ น่าจะกลับมาในไม่ช้าครับ”
หึ!
“หมอเทวดา!”หลี่เยว่ิยกยิ้มเหยียดหยาม “อาการป่วยของพ่อร้ายแรงมากเสียจนต่อให้จ้างหมอมามากแค่ไหนก็ไม่ดีขึ้นหมอเทวดาที่ไหนจะไปอยู่ในหมู่บ้านพังๆ แบบนั้นได้?”
“เฮ้อ…อย่างที่คุณชายพูด!”
แกร๊ง!
หลี่เยว่ิโยนที่ตัดเล็บลงบนโต๊ะเอนตัวลงไปด้านหลัง ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้น“ผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเืหัวใจและสมองจากยุโรปจะมาถึงในอีกไม่นาน ดีกว่าเ้าหมอเทวดานั่นนายออกไปรอด้านนอก ต้อนรับเขาให้ดีๆ เข้าใจใช่ไหม?”
“ครับ คุณชาย!”หลี่จ้งพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
“อืม!”หลี่เยว่ิลุกขึ้นอย่างช้าๆ แล้วบิดี้เี “ฉันจะไปดูพ่อซะหน่อยควรจะต้องป้อนน้ำรึเปล่านะ?”
“จะรบกวนคุณชายได้ยังไงเดี๋ยวดิฉันไปเองค่ะ!” หวังเจี่ยที่กำลังทำความสะอาดอยู่ไม่ห่างออกไปเร่งรีบเดินเข้ามาค้อมตัวพร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“โอเคฝากด้วยแล้วกัน!” หลี่เยว่ิโบกมืออย่างไร้ความอดทนก้าวเดินไปด้านหน้าและขึ้นบันไดไป
เมื่อหลี่เยว่ิไปแล้วทุกคนที่อยู่ตรงนั้นจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก สีหน้าผ่อนคลายลงอย่างมาก
ไม่รู้ว่าเหตุใดเมื่อหลี่เยว่ิอยู่ที่นี่ ทุกคนกลับรับรู้ได้ถึงบรรยากาศเย็นเยียบสร้างความรู้สึกตึงเครียดอย่างบอกไม่ถูก
“พวกนายมาต้อนรับผู้เชี่ยวชาญกับฉัน!”หลี่จ้งถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะยืดตัวขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเอ่ยขึ้นกับผู้คุ้มกัน
ไม่นานผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเืหัวใจและสมองจากยุโรปก็มาถึงรถเบนท์ลีย์คันยาวขับเข้ามาภายในบริเวณคฤหาสน์อย่างช้าๆเข้าไปจอดภายในที่จอดรถของคฤหาสน์ภายใต้การชี้นำของหลี่จ้ง
ทันทีหลังจากนั้นร่างสูงของชายวัยกลางคนที่ผมขาวไปครึ่งศีรษะก็เดินลงมาจากรถ ตามมาด้วยผู้ช่วยที่ถือกระเป๋าใบหนึ่ง
ตู้จงเทียนเป็ผู้ที่มีสายเืจีนตอนเด็ก เขาได้เรียนรู้วิชาแพทย์ที่ยุโรปเขาเล่าเรียนถึงสองสาขาและจบมาด้วยคะแนนที่สูงลิ่วเขาได้ศึกษาด้านหลอดเืสมองและหัวใจมาอย่างลึกล้ำและยังมีความรู้ด้านวิชาแพทย์จีนดั้งเดิมอย่างลึกล้ำอีกด้วย เขามีฝีมือในด้านการฝังเข็มเป็พิเศษตอนนี้ เขาคือหัวหน้าของสถาบันวิจัยทางการแพทย์ระดับนานาชาติ
การเชิญเขามาที่บ้านนั้นหลี่เยว่ิต้องใช้เงินจำนวนมาก ทั้งไม่ใช่แค่เงินทว่าต้องใช้กระทั่งสายสัมพันธ์จำนวนมาก
“ศาสตราจารย์ตู้คุณชายบอกให้คุณพักผ่อนก่อนสักพักครับ”
“ไม่จำเป็! ผมยุ่งมากดูอาการของนายท่านก่อนเถอะ” ดวงตาของตู้จงเทียนเปล่งประกายเคราถูกตัดแต่งมาอย่างดี เขาเอ่ยด้วยท่าทีสงบเยือกเย็นให้บรรยากาศราวสุภาพบุรุษของคนยุโรปอย่างชัดเจน
“ครับ!”หลี่จ้งแย้มยิ้มและรีบผายมือนำทางอย่างรวดเร็ว
“คุณชายเป็กังวลในอาการป่วยของนายท่านอย่างมากในเมื่อสามารถเชิญศาสตราจารย์ตู้มาได้ย่อมต้องช่วยเหลือนายท่านได้อย่างแน่นอนครับ”
“แน่นอน!”ตู้จงเทียนแย้มยิ้มบาง สีหน้าเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง
“เชิญทางนี้ครับ!”หลี่จ้งนำทางอย่างระมัดระวัง
ไม่นานหลังจากที่พวกเขาเข้าไปรถของหลี่เยว่เหยาก็กลับมาและจอดลงที่ข้างรถเบนท์ลีย์หลี่ลี่ลงจากรถและช่วยเปิดประตูให้กับหลี่เยว่เหยา
หลี่เยว่เหยามีสีหน้าหดหู่เธอถอนหายใจอยู่เงียบๆ ในใจหวังว่าหมอเทวดาจะสามารถช่วยเหลือชีวิตพ่อของเธอเอาไว้ได้จริงๆ
ในตอนนั้นเองที่ห้องนอนชั้นสาม ใบหน้าของตู้จงเทียนเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดเขาเพิ่งจะทำการตรวจร่างกายที่จำเป็ไปกับหลี่จ้งซานและสถานการณ์ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“เป็ยังไงบ้างครับ?”หลี่เยว่ิ หลี่จ้งและคนอื่นๆ เดินเข้าไปถามด้วยท่าทีกระวนกระวาย
“ไม่ดีเลย!”ตู้จงเทียนส่ายหน้าเล็กๆ คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น
นี่เป็ครั้งแรกที่ตู้จงเทียนได้เห็นโรคที่แปลกประหลาดขนาดนี้หลังจากที่อยู่ในวงการแพทย์มานานหลายปี
คำวินิจฉัยแรกคือลิ้นหัวใจบีบตัวผิดปกติทำให้เืไปเลี้ยงสมองไม่พอและทำให้ร่างกายอ่อนแรง
ทว่าจากการตรวจให้ลึกลงไปเขาพบว่าระบบทางเดินหายใจของหลี่จ้งซานเองก็ได้รับความเสียหายถ้ามันรุนแรงมากกว่านี้มีความเป็ไปได้ที่ผู้ป่วยจะมีอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลวและอันตรายถึงชีวิต
“พ่อผม…มันเกิดอะไรขึ้น? ช่วยอะไรได้บ้างไหม?”หลี่เยว่ิเลิกคิ้วสูงเอ่ยขึ้นกับตู้จงเทียน
เขาใช้เงินเป็ล้านๆเชิญอีกฝ่ายมา เพียงเพื่อที่จะให้คนมาถอนหายใจที่นี่เหรอ? อีกฝ่ายต้องตั้งใจรักษาสิ
เหล่าญาติๆภายในตระกูลต่างก็จับตามองใครก็ตามที่สามารถรักษาอาการป่วยของหลี่จ้งซานได้ย่อมมีโอกาสมากกว่าในการที่จะได้เป็ทายาท
“ผมพูดได้แค่ว่า…ต้องลองดู!” ตู้จงเทียนฝืนยิ้มออกมาอย่างบิดเบี้ยว
เห็นได้ว่าตู้จงเทียนเองก็ไม่แน่ใจ
พ่อบ้านหลี่จ้งค่อนข้างกระวนกระวายถ้ากระทั่งตู้จงเทียนยังรักษาอาการป่วยของนายท่านของเขาไม่ได้ใครในโลกใบนี้จะสามารถรักษาได้กัน?
“เอากระเป๋ามา!”ตู้จงเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วยื่นมือออกไป
ผู้ช่วยรีบส่งกระเป๋าผ้าหนักไป
ชายวัยกลางคนวางกระเป๋าไว้ที่หัวเตียงหยิบเอากระเป๋ากันน้ำออกมาแล้วเปิดมันออกอย่างระมัดระวังเผยให้เห็นเข็มเงินใหญ่เล็กนับร้อยที่ส่องประกาย
“ให้คนไข้หันข้าง”ตู้จงเทียนเอ่ยขณะหยิบเอาเข็มเงินขนาดเท่านิ้วก้อยออกมาสองสามเล่มนิ้วมือขยับเล็กน้อย
ผู้ช่วยรีบเดินไปที่ข้างเตียงพลิกร่างของหลี่จ้งซานพร้อมกับพ่อบ้านหลี่จ้ง
ทันใดนั้นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขบขันก็ดังขึ้นจากทางประตู
“ถ้าขยับแบบนั้นนายจะทำคนไข้จะตายเอานะ!”
หลินเซียวเดินเข้ามาพร้อมด้วยรองเท้าแตะสองมือล้วงอยู่ในกระเป๋า สีหน้าไร้ความรู้สึก
.
.
.