ตอนที่ 13 ความ้าของซิน
หลังจากปรับความเข้าใจกันแล้วซินก็ยังไม่ยิ้มเหมือนเดิมยังครั้งเดียวแค่แสร้งยิ้มไปเท่านั้นจนหลาย ๆ คนจนปัญญา หวังได้แต่พึ่งสองสาวคอยพูดกล่าวให้แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีเพราะว่าซินทำไปเพราะโกรธที่เธอโดนทำร้าย แถมเขาเป็เ้านายของเธอด้วยการจะไปพูดกล่าวแบบนั้นมันไม่ได้
“เฮ้อข้าหมดหนทางแล้วละ เ้าทำเองแล้วกัน” ลุงกิลดาสกล่าวก่อนที่จะไปสังสรรค์กับคนอื่น โดยที่มีซินกับมาคาลอสจ้องกันอยู่
“ฟู่!” ซินถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะยิ้มขึ้นอย่างทุกที
“งั้นเราไปคุยกันเลยดีกว่าครับ” ซินกล่าว
“อืม” มาคาลอสพยักหน้าก่อนที่จะพาซินไปยังห้องทำงานของเขาสองต่อสองเพราะเื่ที่จะคุยมันเป็เื่สำคัญมาก ๆ
มาถึงห้องทำงานของเขาที่แสนเรียบงานทั้งสองนั่งประชันหน้ากันก่อนที่มาคาลอสจะเป็ฝ่ายเริ่มพูด
“ฉันขอแนะนำตัวเองก่อนละนะ ฉันชื่อมาคาลอส ดิ ซามาร์เซีย เป็กิลด์มาสเตอร์แห่งนี้”
“คุณน่าจะรู้จักผมแล้ว ผมชื่อซิน แค่นั้นก็พอ” ซินกล่าวขึ้นก่อนทื่ทั้งสองจะมองหน้ากันอีกครั้งหนึ่ง
“เ้า้าอะไรถึงมาอาณาจักรแห่งนี้”
“เ้าหญิงน่าจะบอกนายแล้วนิ” ซินกล่าวแล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสื่อความหมายว่าคนที่อยู่เหนือพวกเขาน่าจะบอกอะไรพวกเขาแล้วอย่างแน่นอน
“นายนี่อันตรายอย่างที่เ้าหญิงว่าไว้จริง ๆ แต่มันไม่ใช่แค่สติปัญญาของนายแต่เป็ทักษะต่าง ๆ ของนายด้วย” มาคาลอสกล่าวออกมาอย่างเปิดเผย
“ฉันรู้ว่านายมาที่นี่เพื่อเป็นักผจญภัยเท่านั้น แต่สิ่งที่คนของนายทำในช่วยหลายวันที่ผ่านมามันไม่ใช่แค่นั้นใช่ไหม” มาคาลอสกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็อย่างมาก
“หืม คุณดูสนใจผมนะ ใช่ ผม้าออกสำรวจไปทั่วดินแดนและหาของหายากมาขายให้กับอาณาจักรต่าง ๆ และผม้าสร้างหอการค้าเพื่อที่จะออกเดินทางได้สะดวกสบายมากขึ้น”
“หอการค้าฉันพอจะช่วยนายได้ แต่มีเื่หนึ่งที่นายต้องจำไว้ว่าโลกใบนี้พลังคือทุกอย่างถ้านายยังไม่ฝึกพลังอีกละก็นายจะไม่สามารถปกป้องใครได้เลย” มาคาลอสกล่าวออกมาดูเหมือนเขากล่าวกับตัวเองมากกว่าซินเสียอีก
“ถ้าแบบนั้น ลุงสามารถนำคัมภีร์ต่าง ๆ เกี่ยวกับวิชาทักษะมาให้ผมได้มากที่สุดได้หรือเปล่า”
“ถึงฉันจะเป็กิลด์มาสเตอร์แต่ก็ไม่มีอำนาจถึงขนาดนั้นหรอก แต่ถ้านายเป็นักผจญภัยระดับ B ขึ้นไปนายสามารถที่จะอ่านหนังสือพวกนั้นได้ตามที่นาย้า แต่ฉันก็ยังสามารถช่วยนายได้นิดหน่อยเกี่ยวกับเื่พวกนี้” มาคาลอสกล่าวก่อนที่จะหยิบเอาแผนที่ดันเจี้ยนออกมาให้กับซินดูมัน
“ถ้านายอยากเลื่อนแรงค์นายสามารถทำได้โดยพิชิตดันเจี้ยนกับทำภารกิจ แต่นายเคยพิชิตดันเจี้ยนด้วยตัวคนเดียวไปแล้วเื่นี้ไม่น่าจะมีปัญหาขอแค่ไปอีกสองทีนายก็จะมีระดับ C สามารถเข้าห้องสมุดเพื่อดูวิชาและทักษะพื้นฐานได้เหมือนกัน”
“ทำไมพวกเขาถึงต้องให้คนระดับ C ถึงจะดูเื่พวกนี้ได้ มันควรเป็เื่ที่ทุกคนควรรู้นิ” ซินกล่าวอย่างสงสัย
“การควบคุมประชากรยังไงละ ถ้าเกิดมีคนมีความรู้มากพวกเขาก็ได้ประโยชน์จากเื่พวกนี้น้อยลง แถมกองกำลังของพวกขุนนางของพวกเขาก็จะมีอันตราย การฝึกวิชาหรือทักษะต่าง ๆ จึงต้องเป็เื่ที่ถูกควบคุม แต่ถ้าเป็ทักษะของนายเองก็ไม่มีใครสามารถยุ่มย่ามอะไรกับมันได้หรอก” มาคาลอสกล่าวก่อนที่จะส่งบัตรสีทองลายัให้กับเขา
“นี่มันบัตรห้องสมุดมันเป็บัตรพิเศษที่ใช้ได้แค่ครั้งเดียวฉันได้รับมาจากพระาาตอนที่ชนะาแดนใต้มาได้ ถ้านายไปที่เมืองหลวงก็ใช้บัตรใบนี้ซะมันจะทำให้นายรู้เื่ราวหลาย ๆ เื่เลยละ” มาคาลอสก่อนก่อนที่จะจิบชาที่เมดสาวเอามาเสิร์ฟ
ซินก็รับมาด้วยเหมือนกันแต่เขายังไม่ทานเขาดูสีของชาและรายละเอียดของชาก่อนที่จะเริ่มดื่ม
“รสชาติดีนิ” ซินกล่าวชมด้วยความจริงจังก่อนที่จะสูดดมกลิ่นของชาเข้าไป
“ที่นี่ปลูกชาได้ด้วยเหรอครับ” ซินถามด้วยความสงสัยจนลืมไปว่าโลกใบนี้มันโลกเวทมนตร์ การปรับอุณหภูมิให้เหมาะกับการปลูกชาก็ไม่ได้ยากเลย
“ใช่สิ ที่ไหนก็มีทั้งนั้นแหละแต่ว่าชาของที่นี่ไม่เหมือนใครหรอกนะ เมืองเราของขึ้นชื่อหนึ่งในนั้นคือชา” มาคาลอสกล่าวออกมาพร้อมความภูมิใจเล็ก ๆ น้อย ๆ
“ผมขอชาสักหน่อยแล้วกัน” ซินกล่าวขออย่างไม่เกรงใจ
“ได้ฉันจะให้คนส่งไปให้”
“ขอบคุณมากครับ”
เมื่อทั้งสองคนพูดเื่ชาอารมณ์ที่ตึงเครียดก็เหมือนจะลดลงโดยที่ทั้งสองไม่รู้ตัว
“เอาละฉันรู้นิสัยของนายแล้วแม้ว่านายจะเป็ตัวอันตรายแต่ก็ไม่ทำร้ายอาณาจักรของพวกเราแน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าสามารถช่วยพวกเราปกป้องมันด้วยเถอะนะ!!” มาคาลอสกล่าวพร้อมก้มหัวขอร้องอย่างสุดหัวใจ
“ผมอย่างนั้นเหรอผู้ช่วยเหลือ” ซินกล่าวอย่างยิ้ม ๆ ก่อนที่จะดื่มชาทั้งหมดและเดินออกจากห้องไป
“ฉันหวังว่าจะคิดถูกที่ทำมันลงไป” มาคาลอสพึมพำก่อนที่จะตัดสินใจส่งจดหมายฉบับหนึ่งออกหน้าต่างไปและมันก็หายไปราวกับข้ามมิติโดยที่ไม่มีใครััมันได้
ตัดมาทางด้านของซินหลังจากที่เขาออกมาจากห้องของมาคาลอสเขาก็ได้ยินเสียงโวยวายจากข้างล่าง ซึ่งคนโวยวายดูเหมือนจะเป็ขุนนางตัวอ้วนที่เป็พวกลูกขุนนางรุ่นสองที่ทำอะไรไม่เป็เท่าไหร่
ซินเดินไปถามเหตุการณ์กับเซมก็ได้รู้ว่าขุนนางคนนี้เป็พวกค้าทาสจากที่ได้ยินจากปากต่อปาก ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่อยากที่จะยุ่งด้วยเท่าไหร่นัก
“พวกค้าทาสค่านิยามของที่นี่ดีแฮะมีคนที่ไม่ชอบพวกค้าทาสแบบนี้” ซินกล่าวกับเซมข้างกาย
มีนักผจญภัยกล้ามโตคนหนึ่งได้ยินเข้าจึงเดินมากล่าวว่า “ที่จริงแล้วพวกเราก็เฉย ๆ กับเื่พวกนี้นะ แต่ว่าด้วยความที่ตระกูลโดม่า มีโอกาสที่จะหักหลังราชวงศ์มากที่สุดยังไงละพวกเราจึงไม่อยากโดนข้อหาฏ”
นักผจญภัยกล้ามโตคนนั้นกล่าวออกมาทำให้ซินรู้ว่าในมีเื่ของการเมืองมาเกี่ยวข้องทำให้หลาย ๆ คนไม่อยากรับงานแบบนี้เท่าไหร่ ไม่เกี่ยวกับค่านิยมเลยสักนิด และดูเหมือนว่าบางคนแค่พูดให้ตัวเองดูดีไปแบบนั้นแต่ที่จริงก็แค่กลัวโดนข้อหาฏด้วย
“เห้ เ้าหมู” ซินกล่าวเรียกเ้าอ้วนอย่างสนิทสนมทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักกันเลย
“ใครกัน ใครเรียกข้าแบบนั้น” เ้าหมูโวยวายก่อนที่จะพ่นน้ำลายไปทั่ว
“นายหวังจะได้รับคำที่สุภาพจากนักผจญภัย เหมือนนายหวังจะเจอสตรีบริสุทธิ์ในหอโคมแดงเลยนะ” ซินกล่าวออกไปอย่างหยอกล้อก่อนปรากฏตัวขึ้น
ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เสียงขำขันดังลั่นจากคำแซวของซิน บางคนถึงกับจดมุขนี้ไปเล่นเสียด้วยซ้ำ
“แกเองสินะเ้าเด็กน้อย” เ้าหมูโกรธมากที่โดนว่าหันมาถามซินด้วยความโกรธ
“ใช่ แล้วฉันจะเป็คนที่รับงานของนายเอง”
“รับงานของข้า อย่างเ้านะเหรอมีความสามารถ” เ้าหมูใจเย็นลงเมื่อมีคนจะรับงานของมันแต่ก็ยังไม่หยุดดูถูกซินอยู่ดี จนเซมเริ่มทนไม่ไหม
ซินส่งสายตาไปปรามคนของตนก่อนที่จะกล่าวว่า “แม้ว่านายอยากรับหรือไม่อยากรับผมเข้าทำงานของนายตอนนี้นายไม่มีสิทธิ์เลือกหรอกนะ” ซินกล่าวออกมาทิ่มใจดำของเ้าหมูอย่างมากเพราะถ้าไม่มีคนคุ้มกันเลยสินค้าที่เขาจะเอาไปขายนั้น อาจสูญเสียหรือเสียหายได้ มันไม่คุ้มเสี่ยงเหมือนกันที่จะจ้างใครก็ไม่รู้มาคุ้มกัน
“ฉันขอยืนยันได้ว่านักผจญภัยซินมีความสามารถไม่ต่ำกว่าระดับ C แน่นอน” เบลกล่าวออกมาอย่างนั้นทำให้หลาย ๆ คนส่งเสียงเซ็งแซ่ขึ้นมาทันทีเพราะพวกเขาไม่คิดว่าเด็กตัวเล็ก ๆ สวย ๆ แบบนี้จะมีความสามารถแบบนั้น แต่ถ้าเื่นี้ออกมาจากปากของเบลก็เป็อีกเื่หนึ่ง
“โอ้ ไม่ธรรมดานี่เ้าหนู” ชายร่างโตอีกคนหนึ่งกล่าวขึ้นก่อนที่จะเดินมาเข้าร่วมกับพวกซิน
“ข้ามาคัสเป็นักผจญภัยแรงค์ C เหมือนกันขอร่วมทางไปด้วยสิ” มาคัสกล่าวด้วยท่าทางเป็มิตรสุด ๆ ซึ่งไม่เหมาะกับเขาเลยสักนิด
“ได้สิ” ซินตอบตกลงอย่างรวดเร็วโดยที่เขาไม่สนใจเ้าหมูที่เป็เ้าของภารกิจเลย แถมเขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าภารกิจนั้นคืออะไร
“เหอะเ้าของภารกิจคือข้าโว้ยข้ามีสิทธิ์รับไม่รับก็ได้” เ้าอ้วนบอกแบบนั้นก่อนที่จะเอาใบภารกิจยื่นให้แต่ละคน ก่อนที่จะออกจากกิลด์ไปด้วยท่าทางหยิ่งยโสโดยไม่ขอบคุณสักคำ
“เห้เ้าหนูข้าไม่คิดเลยเ้าจะเก่งขนาดนี้” มาคัสกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มเป็กันเองสุด ๆ พร้อมกับถือแก้วเบียร์ไว้ในมือเหมือนบอกเป็นัย ๆ ว่ามาดื่มกัน
“วันนี้ผมดื่มเยอะแล้วขอตัวก่อนนะลุง แต่ว่าลุงก็เหมือนกันนิ ผมไม่คิดเลยว่าลุงจะยอมรับภารกิจแบบนี้” ซินกล่าวตามสัตว์จริงเขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะมีคนกล้าทำภารกิจนี้นอกจากเขา
“ฮ่า ๆ ข้าััได้ถึงความสนุกเมื่ออยู่กับเ้านะ ถ้าข้าเดินทางไปพร้อมกับเ้าข้าต้องเจอแต่เื่มัน ๆ แน่” ลุงมาคัสกล่าวแบบนั้นก่อนที่จะดื่มเบียร์อึกใหญ่
“แต่ว่าระวังไว้ก็ดีข่าวฉาวถ้าไม่มีมูล มันก็ไม่มีกลิ่นหรอกนะ” ลุงมาคัสกล่าวแบบนั้นก่อนที่จะเดินจากไป
“เซมสงสัยหรือเปล่าทำไมผมถึงรับภารกิจนี้” ซินกล่าวถามขณะที่กำลังเดินอยู่
“ไม่เ้าค่ะ”
“ถือว่าสงสัยก็แล้วกันนะ” ซินยิ้มขึ้นและกล่าวว่า “เพราะมันน่าสงสัยสุด ๆ ไปเลยนะสิ ลูกขุนนางถึงแม้จะเป็รุ่นสองแต่ต้องมีคนคุ้มกันหรือติดตามอยู่บ้างแต่นี่กลับไม่มีใครเลยที่คอยติดตามเขา การแสดงออกของเขาถือว่าจนปัญญามาก แสดงว่าอาจเป็เื่เร่งด่วนหรือว่า เป็เื่สำคัญที่ต้องทำให้สำเร็จให้ได้ เ้าหมูอ้วนพยายามมากขนาดนี้เพื่อพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้คนอื่นในตระกูลยอมรับ? หรือ เพราะอะไรกันไม่สงสัยอย่างนั้นเหรอ” ซินกล่าวความคิดของเขาออกมาเป็ฉาก ๆ เกี่ยวกับคนที่เจอกันไม่กี่นาที
“แล้วอีกอย่างของที่เ้าหมูนั้นขนส่งคืออะไรนั้นคือสิ่งที่ผมอยากรู้”
“ไม่ใช่เขาบอกว่าสินค้าเป็ทาสอย่างงั้นเหรอคะ”
“สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น อีกอย่างเป็ทาสไม่ใช่ว่าจะเป็ทาสธรรมดาสักหน่อยนิ” ซินกล่าวขึ้นก่อนที่จะมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มีพระจันทร์อยู่ไม่ต่างจากโลกของเขาใบเดิมมากนัก
“ทั้งที่เหมือนกันแท้ ๆ แต่ทำไมถึงแตกต่างแบบนี้นะ” ซินกล่าวพึมพำก่อนหลับตาลงส่ายหน้าสะบัดความคิดของเขาทิ้งไป