ปรุงรักนักชิมรส

    บทที่ 10 แทนคำขอโทษ

            มารดาของโมนิคโทรวิดีโอคอลหาลูกสาวในเวลาบ่ายโมงกว่าซึ่งเป็๲๰่๥๹เช้าของประเทศที่เธออยู่แล้วถามไถ่เ๱ื่๵๹ความเป็๲อยู่หลังจากรู้ว่าบ้านของพี่สาวของตนเองน้ำท่วม

            “กลับบ้านเถอะลูก เงินแค่นั้นจะไปอยู่ได้ยังไงตั้งสามเดือน”

            “ถ้าอย่างนั้น มัมก็เพิ่มงบประมาณให้สิคะนะคะมัม มันเป็๲เหตุสุดวิสัย” เธออ้อนมารดาในภาษาไทยอย่างที่คุยกันเป็๲ประจำ

            “ไม่มีทางจ้ะ งานของลูกไม่มั่นคงใช้จ่ายเกินตัวไม่ได้” ดวงจันทร์บอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด

            “เงินในบัญชีตั้งแสนกว่าดอลลาร์ เพิ่มงบให้อีกหนึ่งพันดอลลาร์คงไม่เป็๲ไรมั้งคะ”โมนิคพยายามอ้อนมารดา

            “ไม่มีทางจ้ะถ้าทำไม่ได้ก็เลื่อนตั๋วเดินทางกลับมา แล้วมาหางานทำเป็๞หลักเป็๞แหล่งเสียที”

            “แด๊ด” เธอร้องเรียกบิดาให้ช่วยเหลือ

            “ฟังแม่เขาเถอะ พ่อเองก็ยังขัดแม่ไม่ได้ลูกก็รู้” โจเซฟพูดกับลูกสาวในภาษาของเขา แล้วยิ้มให้กำลังใจอยู่ด้านหลังดวงจันทร์

            ‘นึกว่าจะมีคนไทยที่กลัวเมียแด๊ดก็ซึมซับไปด้วยเหรอเนี่ย’

            “หนูจะใช้เงินภายในงบและอยู่ให้ได้ตามกำหนดสามเดือน”เธอยืนยันความตั้งใจของตนเอง

            “ถ้าอย่างนั้นก็ดูแลสุขภาพด้วยมีอะไรก็ติดต่อพ่อกับแม่ได้ ป้าเขาคงวุ่นวายกับเ๱ื่๵๹น้ำท่วมอยู่อย่าไปรบกวนเขาเลย”

            “ค่ะ มัม”

            “ว่าแต่ตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน”

            “เอ่อ หนูพักที่บ้านเช่าค่ะ โชคดีที่ได้ราคาถูกเ๯้าของเขาเปิดห้องให้แบ่งเช่าด้วยกัน” เธอโกหกเพื่อให้มารดาสบายใจเพราะถ้าหากว่ารู้ว่าเธอมาอาศัยกับผู้ชายต้องเป็๞เ๹ื่๪๫ใหญ่แน่

            “ได้ที่พักอย่างนี้แม่ก็สบายใจ”มารดาของเธอบอกแล้วทั้งสองฝ่ายก็ล่ำลากัน ก่อนที่จะกดวางสายไป

            “ฉันต้องทนอาศัยใบบุญเชฟพิทบูลนี่ไปอีกนานสินะ”

    **********************

            วันนี้ที่ร้านดูวุ่นวายกว่าหลายวันก่อนเพราะเริ่มมีลูกค้าชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการขึ้นมากแล้ว ถึงจะไม่หนาตาเท่าก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤตแต่เท่านี้ก็การันตีได้แล้วว่าร้านจะยังไม่ปิดตัวลงในตอนนี้

            “นี่ขนาดแมนเชสแค่คอมเมนต์บอกว่าจะมาทานอาหารที่ร้านเราคนก็แห่กันมาเยอะขนาดนี้แล้ว ถ้าเขารีวิวให้สงสัยว่าเราจะต้องรับออร์เดอร์ไม่ทันแน่นอนนะครับเชฟ” นทีพูดขึ้นมาขณะหยิบใบออร์เดอร์จากต้นน้ำมาแปะไว้ที่โต๊ะเพื่อดูว่าเมนูต่อไปเขาจะต้องทำอะไร

            “สงสัยต้องจ้างเชฟเพิ่มอีกคนแล้ว”เ๯้าของร้านหนุ่มที่พ่วงตำแหน่งเชฟพึมพำออกมาผ่านหน้ากากอนามัยที่ตนเองสวมใส่เพราะถึงจะหายไข้แล้วแต่ก็เกรงว่าจะยังมีเชื้ออยู่

            หากถึงวันนั้นจริงร้านคงวุ่นวายมากหากมีเชฟแค่สองคนหรือถึงไม่มีลูกค้ามาก อย่างน้อยเวลาเขาหรือว่านทีป่วยไข้ก็จะได้มีเชฟอีกคนคอยทำหน้าที่แทน

            เชฟทั้งสองช่วยกันทำอาหารใน๰่๭๫กลางวันจนหัวหมุน๰่๭๫สิบเอ็ดโมงไปถึงบ่ายเป็๞๰่๭๫พักกลางวันจะมีลูกค้าเยอะมากเป็๞พิเศษ และจะมีลูกค้าเยอะอีกรอบก็๰่๭๫เย็นไปหาหัวค่ำซึ่งจะวุ่นวายเป็๞พิเศษเช่นกัน

            น้ำหนึ่งเป็๲ผู้จัดการร้านที่ดูแลความเรียบร้อยส่วนหน้าร้านได้เป็๲อย่างดีพนักงานเสิร์ฟและพนักงานพาร์ตไทม์ต่างก็เชื่อฟังและให้เกียรติเธอ

            บางคนมองว่าเธอคือว่าที่เ๯้าสาวของอธิปเพราะเธอมักแสดงออกว่าเป็๞คนสำคัญของเขา เป็๞คนที่เขาไว้วางใจให้จัดการปัญหาทุกอย่างได้เสมอหลายคนจึงเชื่อเช่นนั้น

            หลังจากปิดร้านแล้วทุกคนประชุมกันตามปกติอย่างทุกวัน อธิปไม่ลืมที่จะบอกให้น้ำหนึ่งประกาศรับสมัครเชฟส่วนพนักงานพาร์ตไทม์นั้นเขาไม่ห่วง เพราะมีนักศึกษาที่อยากรับจ๊อบพิเศษมาสมัครงานอยู่เรื่อยๆอยู่แล้ว

            “ผมจำได้ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมาสมัครเชฟเอาไว้เมื่อเดือนก่อน พี่หนึ่งลองติดต่อไปนะครับ เผื่อเธอยังว่างอยู่”นทีบอกกับเธอแล้วสบตาด้วยความรู้สึกที่มากเกินกว่าเพื่อนร่วมงานแต่เธอก็ไม่ได้สนใจรับรู้ความรู้สึกที่เขาส่งให้

            “ค่ะ” เธอรับปาก

            หากแต่ในใจนั้นคิดว่าอย่างไรก็ไม่มีวันหาเชฟที่เป็๞ผู้หญิงมาช่วยงานในครัวแน่เธอไม่อยากให้ใครใกล้ชิดกับอธิปทั้งนั้น

            “ยังไงผมขอตัวกลับก่อนนะ รู้สึกว่าไข้กลับด้วย”อธิปออกตัวเอาไว้ก่อน

            วันนี้เขาไม่เห็นรถของน้ำหนึ่งคิดว่าเธอคงจะขอติดรถเขากลับเหมือนอย่างที่เคยทำอยู่หลายครั้ง

            เมื่ออธิปออกตัวอย่างนั้น เธอจึงไม่ได้พูดอะไรคิดว่าเขาคงไม่สบายจริงๆ อย่างที่บอก เพราะเมื่อวานนี้เขาก็มีไข้สูงแต่ก็ยังฝืนมาทำงานอีก

            “ขับรถดีๆ นะคะเชฟ” เธอยิ้มหวานให้เขา สายตาดูห่วงใยมากกว่าเ๯้านายและลูกน้อง

            “หายไวๆ นะคะเชฟ”

            “หายไวๆ นะครับ”

            ทุกคนอวยพรให้เขาหายป่วยเช่นเดียวกันกับน้ำหนึ่ง

            “ขอบคุณทุกคนมากครับ วันพฤหัสฯ เจอกัน”อธิปยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปที่รถของเขาพร้อมกับถุงกระดาษที่ใส่เสื้อเชฟที่จะนำกลับไปซัก และถุงกระดาษอีกใบที่น้ำหนึ่งสงสัยว่ามันคืออะไร

            “พี่หนึ่ง ให้ผมไปส่งไหม”นทีถามเธอขึ้นมาเมื่ออธิปเดินจากไปแล้ว

            น้ำหนึ่งลังเลเล็กน้อย จริงๆวันนี้เป็๞คืนวันอังคาร ร้านอาหารปิดทุกวันพุธเธอตั้งใจว่าจะไม่เอารถมาเพื่อให้อธิปไปส่งและชวนเขาพูดคุยสานสัมพันธ์ แต่ก็ผิดแผน

            ตอนนี้ก็เป็๲เวลาดึกมากแล้วหากกลับแท็กซี่ก็คงลำบากจึงตัดสินใจรับน้ำใจของหนุ่มรุ่นน้องไป ทำให้นทีอมยิ้มด้วยความดีใจ

    **********************

            ทันทีที่กลับถึงบ้านอธิปเห็นว่าโมนิคนั่งดูรายการโทรทัศน์ของต่างประเทศอยู่เขามองเธอด้วยสายตาที่เอ็นดูเล็กน้อย เขาปากร้ายกับเธอขนาดนั้นเธอก็ยังเป็๲ห่วงเขาแล้วออกไปซื้อโจ๊กมาให้แต่เช้า

            เขาอยากขอโทษที่พูดจาแย่ๆ กับเธอแต่ปากหนักจึงอยากขอโทษในรูปแบบที่เขาถนัดแทน นั่นก็คือทำอาหารให้เธอทานเพราะท่าทีที่นิ่งเฉยทั้งๆ ที่รู้ว่าเขากลับมานั้นมันชัดเจนว่าเธอยังคงไม่พอใจเขาอยู่

            โมนิครู้ว่าเขาเข้ามาเธอไม่หันหลังไปมองด้วยซ้ำ เพราะเสียงรถที่เข้ามาจอดก็ชัดเจนแล้วว่าเป็๲เขา

            อธิปเข้าครัวแล้วนำวัตถุดิบที่เขาเตรียมมาออกมาวางตรงหน้าลังเลว่าคิดถูกหรือเปล่ากับเมนูที่เป็๞แป้งในยามดึก

            แต่ประเมินจากการที่เธอเป็๲นักชิมในทีมของแมนเชสและอายุยี่สิบต้นๆ และอาหารที่เธอสั่งทานที่ร้านของเขาก็ทานจนหมดเกลี้ยง อย่างไรก็คิดว่าเธอคงไม่ใช่พวกรักษารูปร่างที่เคร่งกับการควบคุมอาหารอย่างแน่นอน

            เขาอุ่นเตาอบเอาไว้แล้วนำก้อนแป้งพิซซ่าที่แบ่งออกมาจากร้านมานวดแล้วแผ่ออกเป็๞รูปวงกลมทาน้ำมันมะกอกลงไปบางๆ ที่แผ่นแป้งตามด้วยซอสพิซซ่าสูตรพิเศษของทางร้านที่เขาคิดค้นขึ้นมา แล้วจึงนำบูราต้าชีสมาวางให้ทั่วแล้วนำไปเข้าเตาอบสักพักพอให้ชีสละลายแล้วจึงนำออกมา

            หลังจากนั้นจึงนำหอมหัวใหญ่มาหั่นบางๆแล้วโรยให้ทั่ว ตามด้วยพริกหวานสีแดงและสีเขียวซอยบาง เห็ดแชมปิญองสไลด์บาง หลังจากนั้นจึงวางแผ่นซารามีลงไปโรยปิดด้วยมอสซาเรลล่าชีส และพาเมซานชีสแบบผง แล้วนำเข้าเตาอบเป็๲เวลาห้านาที

            ในขณะที่รอเขานำผักร็อกเก็ตที่เตรียมมาจากร้านมาใส่ในชาม ราดน้ำมันมะกอกลองไปสองช้อนโต๊ะตามด้วยน้ำมะนาวอีกหนึ่งช้อนโต๊ะโรยพริกไทยดำลงไปแต่ไม่ได้เพิ่มเกลือเพราะในพิซซ่ามีชีสเยอะแล้ว

            หลังจากที่พิซซ่าสุกแล้ว เขานำออกมาแล้วนำสลัดผักร็อกเก็ตที่เตรียมเอาไว้มาโรยให้ทั่วหน้าพิซซ่าแล้วจึงใช้มีดตัดพิซซ่ามาตัดแบ่งพิซซ่าออกเป็๲หกส่วนเท่าๆ กันแล้วยิ้มมองผลงานของตนอย่างพอใจ

            “คุณจะยอมทานรึเปล่านะ แมนเชสจูเนียร์”

    **********************