เสียงโทรศัพท์ดังระงมไม่หยุดหย่อน ราวกับวงออเคสตราที่เล่นเพลงผิดจังหวะ ปะปนกับเสียงพิมพ์ดีดจากเครื่องพิมพ์ดีดโบราณที่ดังเป็จังหวะถี่ๆ และเสียงพูดคุยจอแจของเ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้บรรยากาศในสถานีตำรวจแผนกสืบสวนพิเศษ ณ ใจกลางเมืองหลวง่เช้าวันจันทร์ดูวุ่นวายกว่าปกติ แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ที่ยังคงมีคราบฝุ่นเกาะกรัง สาดส่องลงบนโต๊ะทำงานไม้สักเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยแฟ้มคดีสีน้ำตาล กองเอกสารที่กระจัดกระจาย และแก้วกาแฟที่ว่างเปล่า บ่งบอกถึงการทำงานหนักตลอดคืนที่ผ่านมา กลิ่นกาแฟคละคลุ้งไปทั่วห้อง ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นอับเล็กน้อยของห้องที่ไม่ค่อยมีอากาศถ่ายเท
เหมยฮัวก้าวเท้าเข้ามาในห้องโถงกว้างของแผนกสืบสวนพิเศษ พร้อมกระเป๋าเดินทางหนังสีน้ำตาลใบใหญ่ที่ดูขัดกับรูปร่างบอบบางของเธอ กระเป๋าเดินทางดูเก่าเก็บ บ่งบอกว่ามันคงผ่านการเดินทางมาหลายที่แล้ว เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสะอาด กระดุมเม็ดบนปลดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นลำคอระหง กับกางเกงขายาวสีเขียวเข้มที่ดูทะมัดทะแมง รองเท้าหนังสีดำขัดเงาวาว แม้การแต่งกายจะดูเรียบง่าย แต่ก็ไม่อาจบดบังความน่ารักสดใสบนใบหน้าของเธอได้ ผมยาวดำขลับถูกมัดรวบไว้หลวมๆ ด้วยริบบิ้นสีแดง เผยให้เห็นกรอบหน้าเรียวสวย ดวงตากลมโตเป็ประกายบ่งบอกถึงความกระตือรือร้นและแฝงไปด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย ผิวขาวอมชมพูของเธอตัดกับสีเสื้อผ้า ทำให้เธอดูโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศที่วุ่นวาย
เธอหยุดอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่ทำจากไม้สักเช่นกัน มองสำรวจไปรอบๆ ห้องด้วยความสนใจ พลางใช้มือเรียวปาดเหงื่อที่เริ่มผุดพรายบนหน้าผากมนเนื่องจากอากาศที่อบอ้าว
“ขอโทษนะคะ ดิฉันเหมยฮัว มารายงานตัวค่ะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล แต่ก็หนักแน่น
เ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารที่สูงท่วมหัว เมื่อเห็นเหมยฮัวก็ยิ้มให้เล็กน้อย เขาเป็ชายวัยกลางคน สวมแว่นสายตากรอบทอง ผมเริ่มบาง
“อ้อ คุณเหมยฮัว ยินดีต้อนรับครับ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“หน่วยสืบสวนพิเศษอยู่ทางด้านในครับ ตรงไปแล้วเลี้ยวขวา” เขาชี้บอกทางด้วยมืออีกข้างที่ว่างอยู่
เหมยฮัวโค้งศีรษะขอบคุณอย่างนอบน้อม ก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปด้านใน ห้องสืบสวนพิเศษดูคึกคักและวุ่นวายกว่าบริเวณด้านนอกเสียอีก เ้าหน้าที่หลายคนกำลังยืนล้อมวงคุยกันอย่างออกรส บ้างก็ก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเคร่งเครียด บ้างก็เดินไปเดินมาพร้อมเอกสารในมือ เหมยฮัวเดินเข้าไปอย่างเก้ๆ กังๆ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็จุดสนใจของทุกคน
ทันใดนั้นเอง… ปัง! เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ก้องกังวานไปทั่วทั้งห้อง ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับสะดุ้งสุดตัว บางคนถึงกับอุทานออกมาด้วยความใ เหมยฮัวยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป มือขวากำปืนพกที่เหน็บไว้ที่เอวแน่น ควันขาวลอยคละคลุ้งออกมาจากปากกระบอกปืน เธอเบิกตากว้างด้วยความใและรู้สึกร้อนผ่าวที่แก้ม เมื่อพบว่าปืนในมือเธอ…ลั่น! ะุพุ่งไปโดนผนังปูนด้านหลัง ทำให้เกิดรอยแตกเป็วงกว้าง
“โอ้พระเ้า!” เ้าหน้าที่ชายร่างท้วมที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อุทานออกมาด้วยความใ มือของเขาสั่นเล็กน้อย
“เกิดอะไรขึ้น!” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง เหมยฮัวหันขวับไปมอง พบกับชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง สง่างาม ใบหน้าคมคายราวกับรูปสลัก ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว ผมหวีเรียบอย่างดี เขาอยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต เนคไทสีน้ำเงินเข้มผูกอย่างเรียบร้อย ดูดีมีเสน่ห์และน่าเกรงขาม เขาคือหลงเทียน หัวหน้าทีมสืบสวนพิเศษ
หลงเทียนเดินเข้ามาใกล้เหมยฮัวอย่างใจเย็น มองสำรวจเธอั้แ่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเหลือบไปเห็นปืนในมือเธอที่ยังคงมีควันกรุ่นๆ และรอยะุบนผนัง เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย แววตาของเขาแฝงไปด้วยความขบขัน
“ดูเหมือนว่าเราจะมีสมาชิกใหม่ที่…น่าสนใจ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งขำกึ่งเอ็นดู แต่ก็ยังคงความสุภาพไว้
เหมยฮัวหน้าแดงก่ำ เืสูบฉีดขึ้นใบหน้าอย่างรวดเร็ว รีบลดปืนลง มือของเธอสั่นเล็กน้อย
“ขอโทษค่ะ ฉัน…ฉันไม่ได้ตั้งใจ” เธอพูดเสียงสั่น น้ำเสียงของเธอแสดงออกถึงความรู้สึกผิดและประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
หลงเทียนพยักหน้าเล็กน้อย
“ไม่เป็ไร อุบัติเหตุเกิดกันได้” เขามองไปรอบๆ ห้องที่เริ่มกลับมาสู่ความสงบ แต่ก็ยังมีเสียงซุบซิบนินทาเล็กน้อย
“ทุกคน” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทำให้ทุกคนเงียบลง
“นี่คือเหมยฮัว สมาชิกใหม่ของเรา เธอจะมาร่วมทีมสืบสวนกับเรา”
เ้าหน้าที่คนอื่นๆ เริ่มทยอยเข้ามาแนะนำตัว เหมยฮัวโค้งศีรษะทักทายทุกคนด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยและพยายามฝืนยิ้ม มีเ้าหน้าที่าุโคนหนึ่งเดินเข้ามาตบไหล่เธอเบาๆ อย่างให้กำลังใจ เขาชื่อลุงหวัง เป็ตำรวจที่อยู่มานานที่สุดในแผนก
“ไม่ต้องคิดมาก สาวน้อย เื่แบบนี้เกิดขึ้นได้เสมอ” เขายิ้มให้เหมยฮัวอย่างใจดี รอยยิ้มของเขาสร้างความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายให้เหมยฮัวได้บ้าง
มีเ้าหน้าที่หนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาแนะนำตัวด้วยท่าทางกระตือรือร้นและแววตาเป็ประกาย เขาชื่อเฉินหลง เป็ตำรวจหนุ่มไฟแรงที่เพิ่งจบจากโรงเรียนตำรวจ
“ผมชื่อเฉินหลงครับ ยินดีที่ได้ร่วมงานกัน!” เขายื่นมือมาจับมือกับเหมยฮัวอย่างเป็มิตร
ในขณะเดียวกัน มีเ้าหน้าที่สาวสวยคนหนึ่งเดินเข้ามา เธอชื่อหลินเยว่ เป็ตำรวจหญิงที่มีความสามารถและแอบชอบหลงเทียนมานาน เธอมองหลงเทียนด้วยสายตาชื่นชม ก่อนจะหันมายิ้มให้เหมยฮัวแบบฝืนๆ
“ฉันชื่อหลินเยว่ค่ะ” รอยยิ้มของเธอดูไม่จริงใจเท่าไหร่นัก ทำให้เหมยฮัวรู้สึกถึงความไม่เป็มิตรเล็กน้อย
หลงเทียนหันมาหาเฉินหลง
“เฉินหลง พาเหมยฮัวไปดูโต๊ะทำงานของเธอก่อน แล้วเราค่อยมาคุยกันเื่คดี” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความไว้วางใจในตัวเฉินหลง
เฉินหลงพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น หันมายิ้มให้เหมยฮัวอย่างเป็มิตร
“เชิญทางนี้ครับคุณเหมยฮัว” เขากล่าวพลางผายมือไปยังทางเดินด้านใน
เหมยฮัวโค้งศีรษะให้หลงเทียนเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามเฉินหลงไป เธอรู้สึกโล่งใจที่หลงเทียนไม่ได้ตำหนิเธอเื่ปืนลั่น แต่ความรู้สึกผิดและความประหม่าก็ยังคงอยู่ เธอแอบเหลือบมองหลงเทียนอีกครั้ง พบว่าเขากำลังก้มลงดูรอยะุบนผนังอย่างพิจารณา
เฉินหลงพาเหมยฮัวเดินผ่านทางเดินที่ขนาบข้างด้วยห้องทำงานเล็กๆ หลายห้อง แต่ละห้องเต็มไปด้วยเ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น เสียงพูดคุย เสียงโทรศัพท์ และเสียงพิมพ์ดีดยังคงดังต่อเนื่อง แต่เบาลงกว่าบริเวณห้องโถงด้านหน้า
“โต๊ะทำงานของคุณอยู่ตรงนี้ครับ” เฉินหลงหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่าง โต๊ะทำงานทำจากไม้สักเช่นเดียวกับโต๊ะอื่นๆ ในห้อง แต่ดูสะอาดสะอ้านกว่าเล็กน้อย บนโต๊ะมีแฟ้มเปล่าสองสามแฟ้ม และกระดาษเปล่ากองหนึ่งวางอยู่
เหมยฮัวมองไปรอบๆ ห้อง พบว่าโต๊ะทำงานส่วนใหญ่วางเรียงรายกันอย่างเป็ระเบียบ แต่ก็ดูแน่นขนัดไปด้วยเอกสารและอุปกรณ์ต่างๆ บรรยากาศในห้องดูจริงจังและเงียบสงบ
“ขอบคุณค่ะ” เหมยฮัวกล่าวกับเฉินหลงพลางวางกระเป๋าเดินทางลงข้างโต๊ะ เธอเปิดกระเป๋าหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อที่หน้าผากอีกครั้ง
“ไม่ต้องเกรงใจครับ” เฉินหลงยิ้มให้ “มีอะไรให้ช่วยก็บอกผมได้เลยนะครับ ผมยินดีเสมอ”
“คุณเฉินหลงทำงานที่นี่มานานหรือยังคะ” เหมยฮัวถามพลางจัดเรียงของในกระเป๋า
“ผมเพิ่งมาได้สองปีครับ” เฉินหลงตอบ “ก่อนหน้านี้ผมอยู่หน่วยลาดตระเวนครับ”
“แล้วคุณ…” เหมยฮัวยังพูดไม่ทันจบ เสียงเรียกจากหลงเทียนก็ดังขึ้น
“เหมยฮัว เฉินหลง มาที่ห้องประชุมหน่อย” เสียงของหลงเทียนดังมาจากห้องประชุมที่อยู่สุดทางเดิน
“สงสัยจะเป็เื่คดีครับ” เฉินหลงกล่าวกับเหมยฮัว “ไปกันเถอะครับ”
เหมยฮัวพยักหน้าและเดินตามเฉินหลงไปยังห้องประชุม ห้องประชุมเป็ห้องสี่เหลี่ยมขนาดกลาง มีโต๊ะประชุมไม้สักตัวใหญ่อยู่ตรงกลาง และเก้าอี้หนังล้อมรอบ บนผนังมีกระดานไวท์บอร์ดและแผนที่ขนาดใหญ่ติดอยู่