“เอ๋...ตัดชุดเหรอคะ?”...เรอาใ
“ครับ ทำไมเหรอ? จะบอกว่าผู้ชายตัดชุดไม่ได้งั้นสินะ”
“ไม่ค่ะ คือ เอ่อ ...อ่าใช่ค่ะ ไม่คิดว่าของแบบนี้ผู้ชายจะทำ”
“เลดี้แอนนายหญิงของข้าไม่มีชุดอื่นเลยนอกจากชุดทำงาน และชุดพื้นฐานปกติ อีกอย่างชุดเครื่องแบบทำงานก็หลวม อยากจะตัดให้พอดีตัวน่ะ”...อลันคุยกับเรอาที่หน้าเคาน์เตอร์โรงแรม
“ที่นี้ไม่มีอุปกรณ์ตัดเย็บชุดเสื้อผ้าหรอกนะคะ แต่แนะนำให้ได้ คือ....”
“คือ?..”
“มันจะต้องออกไปที่จูโน่นะคะ ต้องเช่ารถม้าด้วย ถ้าถูกๆ หน่อยก็เอาแบบไม่มีหลังคาผ้าใบแต่ถ้ารถวัวราคาจะต่ำมาก แต่นานมากเลยกว่าจะถึง ม้วนผ้าเราหอบเดินกันมาเองไม่ไหวหรอกค่ะ”
“อืม ผมจะไปเริ่มจากไหนก่อนดี ร้านเช่ารถสินะ พอเขียนแผนที่ร้านผ้าที่ดีๆ ที่จูโน่ให้ทีได้มั้ย?”
“เขียนทำไมล่ะคะ ข้าจะพาไปเอง”
“ไม่ดีมั้ง แล้วงานทางนี้ล่ะ?”
“แขกออกไปหมดแล้วค่ะ ที่พักชั่วคราวของเขตก่อสร้างสร้างเสร็จแล้ว พวกผู้รับเหมากับผู้ออกแบบดูแลงานก็ไปพักที่นั่นกันหมดแล้ว ที่นี่ไม่ใช่เมืองเที่ยว ถ้าไม่มีพ่อค้าแวะพัก ก้ไม่มีคนเข้าหรอกค่ะ”…เรอาถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วเดินออกมาจากเคาน์เตอร์
“แล้วแบบนี้รายได้จะพอเหรอ”
“ก็ได้จากการขายของเบ็ดเตล็ดแบบที่ท่านอลันซื้อไปนั่นแหล่ะค่ะ แต่ร้านของเราเป็ค้าปลีก ก็ได้ท่านสเมลช่วยในเื่สินค้าด้วย”
“ตาลุงสเมลนี่ สำคัญกับซเปลของเราไม่น้อยเลยนะ”
“ค่ะ .. มาเถอะ จะพาไปเช่ารถม้า”
ครึกๆๆๆๆๆ
รถม้าค่อยๆ ควบไป ทั้ง 2 นั่งบนรถ โดยมีสารถีของทางคอกม้าขับมาให้
“แล้วถ้าแบบมีหน้าต่างประตูหลังตานี่แพงมั้ย?”...อลันถามเรอา
“เอ๋!!...ไม่รู้หรอกค่ะ! นั่นสำหรับขุนนางเท่านั้น พ่อค้าหรอชาวบ้านไม่มีทางได้นั่งหรอกค่ะ เลยไม่รู้ราคา”
“คือ อยากจะหาซื้อไว้ให้นายหญิงน่ะ”
“ถ้าท่านอลันอยากได้ ไปจูโน่ก็น่าจะมีนะครับ ตอนไปจอดรถม้าพักรถเราจะไปถามราคากัน”..สารถีที่ชื่อไพน์บอกกับอลัน
“โอ้ ขอบคุณมากครับ”
ระหว่างทาง อลันพบว่า ที่นี้ไม่มีอะไรเลย นอกจากหิน ดิน ทุกหญ้า และต้นไม้ที่เป็ชายป่าที่ไกลออกไป พื้นดินที่มีเหินมากมายเหมาะจะทำถนนมากกว่าการเพาะปลูก
[อืม ถ้าเพราะปลูกลำบาก ทำไมเราไม่หาเงินจากการทำถนนตัดเข้าเมืองเราเพื่อเป็ที่พักและทางผ่านล่ะ ถ้ามีรายได้ก็สั่งซื้ออาหารจากเมืองอื่นๆได้ก่อนจะถึงฤดูหนาวที่มีหิมะ]…อลันเริ่มมองรอบๆ แล้วคิด
จูโน่ เมืองที่มีท่าการค้าและป้อมปราการที่แข็งแกร่งของมาร์ควิสอีเดี้ยนแต่ที่นี่ลูกชายของอีเดี้ยนปกครองดูแลอยู่ ส่วนอีกเดี้ยนนั้นจะอยู่เมืองที่ชิดเมืองหลวงมากกว่านี้
เมื่อรถม้าจอด สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือติดต่อเ้าของคอกม้า
มีั้แ่ 20,000 เกล ที่เป็รถพื้นๆไปจนถึงรถที่มีโครงสร้างวัสดุที่ดีอยู่ที่ 60,000 เหรียญ ถ้าเอาแบบชั้นดีมีลวดลายขลิปเงินขลิปทอง ก็หลักแสนขึ้น ราคาเหล่านี้รวมม้าแล้วและม่านกับของตกแต่งภายใน
“แพง.ง.ง.ง.ง.ง.ง.ง.ง.งง..ง.ง.ง.ง.”....เรอากระซิปกับสารถี
“ก็ประมาณนี้แหล่ะ พวกขุนนางเขาใช่กัน”
“แล้วถ้าขุนนางถังแตกล่ะ จะเอาที่เงินที่ไหนซื้อ?”..อลันกระซิบถาม
“ถ้าไม่ขายสมบัติเก่า ก็กู้เงินมาซื้อกับท่านอลัน”...สารถีไพน์ตอบแบบกระซิบ
สุดท้ายก็ต้องเดินออกมาก่อนแล้วไปร้านผ้ากับเรอา
ระหว่างทางเจอของกินมากมาย
“นี่เรอา”...อลันซื้อขนมปังแท่งราดครีมให้กิน เขารู้ว่าถ้าก่อนซื้อถามเรอาอาจจะเกรงใจ
“ขอบคุณค่ะ..อื้ม อร่อยจัง!!”...เรอายิ้มกินจนเลอะปาก
“เลอะหมดแล้ว”..อลันถอดถุงมือเอานิ้วปาดครีมให้ที่แก้มและมุมปาก
“....”...เรอามองอลัน
“หือ?”...อลันเลิกตาเป็เชิงถามว่ามีอะไร
“อ่อ เราจะถึงร้านผ้าแล้ว”
ณ ร้านผ้า
เหล่าลูกสาวขุนนาง และลูกสาวพ่อค้าคหบดี รวมถึงมาดามภริยาขุนนางและเศรษฐีต่างมองมาที่อลันเป็จุดเดียว
[รูปงามนัก]…แต่ละคนมีความคิดต่างกันยกเว้นวันนี้ที่สาวน้อยสาวใหญ่ในร้านคิดเหมือนกัน
“เอ่อ...มาจองคิดตัดเสื้อให้มาดามของท่านเหรอคะ?..ท่านสุภาพบุรุษ”...ผู้ดูแลร้านถาม
“คือมาเลือกผ้าไปตัดชุดให้นายผู้หญิงน่ะครับ นางเป็ไวเคาน์เตสที่ซเปล”...อลันตอบ
“เอ๋...ท่านลูกค้าจะตัดเองเหรอคะ??”
“ใช่ครับ พ่อบ้านของบ้านตระกูลฟีลด์ ต้องทำได้หลายอย่างเพื่อเ้านาย ข้าจะดัดชุดให้นายหญิงของข้า”...อลันมองรอบๆ แล้วเดินดูแบบชุดราตรีด้วย
เขาได้ยายและแม่สอน สมัยรวมเพื่อนที่มโนบ้าต่างโลกไปงานคอสเพลย์ เขาก็ตัดชุดเองให้ตัวเองและเพื่อนๆ ใส่ อลันมองตะเข็บชุด แล้วเทียบกับของที่โลกตัวเอง การซ่อนตะเข็บนับเป็สิ่งที่โลกนี้ยังไม่ทำ
อลันจำแบบคร่าวๆแล้วว่าชุดราตรีที่นี่เขาแต่งกันแบบไหน
“เดี๋ยวนะ พ่อบ้านแห่งบ้านตระกูลฟีลด์ ...ไวเคานเตส ซเปล....อ๊า...!!...เค้าคือวีรบุรุษแห่งซเปล!...อลันคนนั้นไง!!”...ภริยาบารอนท้องถิ่นคนหนึ่งทักขึ้นมาแล้วชี้พัดมาทางนี้
สุภาพสตรีน้อยใหญ่ต่างชะเง้อมาดูกันให้ชัดๆจากตอนแรกแค่ใที่หนุ่มหล่อมาซื้อผ้าตัดชุดให้เ้านาย แต่พอรู้ว่าอลันคือวีรบุรุษแห่งซเปลก็กรูกันเข้ามา
เรอาโดนเบียดออกมาเมื่อไหร่ไม่รู้ ได้แต่มองอลันโดนรุมทึ้งอยู่ในวงผู้ดีสาวน้อยสาวใหญ่
“ท่านอลันตัดชุดสตรีเป็ด้วย ข้าใคร่อยากให้ท่านไปวัดตัวเด็กๆที่บ้านข้า แล้วเราค่อยชิบชาคุยกัน”
“ท่านอลันสนใจจะมาดูเครื่องเรือนที่ร้านพ่อของข้ามั้ย เ้านายท่านอาจพอใจในชุดเครื่องเรือนของร้านเรา”
“ท่านอลันต่อสู้เก่งแบบนี้ มาคุ้มกันข้าเถอะ ข้าจะให้ท่านพ่อจ่ายอย่างงาม”
“ท่านอลัน พ่อข้าขาดคนเก่งไว้ข้างกาย ถ้าท่านจะ....”
“ท่านอลัน ชุดผ้าที่ท่านเลือก ข้าจะออกเงินให้ทั้งหมด แค่ท่านมีเวลาน้ำชากับข้า่บ่าย”
สาวน้อยสาวใหญ่มีชาติตระกูลเข้าหาอลันจนร้านแทบแตก
“อลัน ข้าจ้างท่าน 3 เท่าของเลดี้แอน นางให้ท่านเท่าไหร่ ข้าจ่ายให้”..“ท่านแม่จ้างเขามาดูแลข้าให้ได้นะ”... “ใจเย็นลูกรัก ขอแม่เจรจาก่อน”....คนแม่ไม่รู้จะจ้างคนดูและปกป้องลูกสาวหรือเก็บไว้กินเอง เพราะพูดไปลูบแก้มกับแผงอกอลันไป

อลันอึดอัดไปด้วยกลิ่นเครื่องหอมที่รายล้อมมากมายจนฉุนจมูก เขาส่งดายใยพันม้วนกระดาษจดรายการของให้เรอาที่อยู่วงนอกพร้อมกระเป๋าเงิน
เรอาจัดซื้อกับผู้ดูแลโดยส่งรายการให้ดู ผู้ดูแลจัดการให้แล้วคิดเงิน เ้าของร้านเดินมาคิดเงินเอง เขาลดให้ถึง 30%
“เอ๋..?..ทำไมคะ?”..เรอาถาม
“ข้ามองคนไม่ผิด ท่านอลันต้องเป็คนที่มากความสามารถ หากชุดที่เขาตัดออกมาดูสวย เวลาไปออกงานขอแค่ให้ท่านผู้หญิงแอนบอกใครต่อใครว่าซื้อผ้าจากร้านเรา...ฝากบอกท่านอลันตามนี้ด้วย”....เ้าของร้านบอกกับเรอา
เรอาชูมือส่งสัญญาณว่าซื้อเสร็จแล้ว
“นั่น เหมือนองค์ชายเลย!!”...อลันชี้ไปยังข้างนอก
สาวๆ มองถาม แล้วชะเง้อ ไหนล่ะองค์ชาย พอหันมา อลันหายไปแล้ว
อลันมุดลอดออกมาแล้วอีกทางของร้าน มาสมทบกับเรอาหน้าร้านแล้วรีบเผ่นกลับไปที่รถม้าจ้างแล้วฝากไพน์สารถีให้ดูแลของให้
แล้วเดินออกมาหาซื้อเครื่องมือตัดเย็บ
ทว่าคนที่พวกเค้าพบนั้น..............