"ภพ" ไม่เคยเชื่อเื่โลกหลังความตาย... ไม่เลยแม้แต่น้อย ในฐานะวิศวกรเครื่องกลและเอนจิเนียระดับหัวกระทิของประเทศ ชีวิตของเขาหมุนรอบตรรกะ เหตุผล และกฎฟิสิกส์ที่จับต้องได้ แผงวงจรที่ซับซ้อน โค้ดดิ้งนับล้านบรรทัด หรือการคำนวณโครงสร้างสะพานแขวนข้ามชาติ
คือโลกทั้งใบของเขา ความตายสำหรับภพควรจะเป็แค่การสิ้นสุดของสัญญาณไฟฟ้าในสมอง... เป็เพียงหน้าจอที่ดับมืดลงเท่านั้น
แต่สิ่งที่เขากำลังประสบอยู่ตอนนี้ มันขัดแย้งกับทุกหลักการที่เคยยึดถือ
ความทรงจำสุดท้ายของเขาคือแสงสีฟ้าจ้าที่สว่างวาบขึ้นจากเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชันต้นแบบที่เขาทุ่มเทสร้างมานานหลายปี เสียงเตือนภัยที่ดังแสบแก้วหู และความรู้สึกร้อนวาบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง...
...และบัดนี้ เขากำลังลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงไม้สักฉลุลวดลายกนกอันวิจิตรบรรจง หลังคาเป็ทรงสูงโปร่ง อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานและดอกไม้ไทยนานาพรรณที่ลอยลมเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วและเสียงผู้คนพูดคุยกันด้วยสำเนียงแปลกหูที่ไม่ใช่ภาษากลางในยุคของเขาลอยแว่วมา
ภพขยับตัวอย่างเชื่องช้า ความเ็ปที่คาดหวังไว้ไม่มีอยู่จริง ร่างกายนี้รู้สึกเบาและแข็งแรงอย่างน่าประหลาด เขายกมือขึ้นมาดู... เป็มือของชายหนุ่มที่ผิวพรรณดี นิ้วเรียวยาวแต่ก็แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่งของคนที่ได้รับการฝึกฝนมา นี่ไม่ใช่... ไม่ใช่มือของเขา มือของวิศวกรวัยสามสิบปลายๆ ที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็เล็กๆ น้อยๆ จากการทำงานกับเครื่องจักร
เขาลุกพรวดขึ้นนั่ง ความสับสนถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นั์ ห้องที่เขอยู่กว้างขวางและตกแต่งอย่างหรูหราแบบไทยโบราณ ทุกอย่างทำจากไม้เนื้อดีขัดมันวับ มีตั่ง ตู้ โต๊ะเครื่องแป้งพร้อมคันฉ่องทองเหลืองวางอยู่มุมห้อง เสื้อผ้าที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้คือโจงกระเบนสีน้ำเงินเข้มกับเสื้อคอกลมแขนสั้นสีขาวนวล
"นี่มันเื่บ้าอะไรวะ..." ภพสบถกับตัวเองเป็ภาษาในยุคของเขา
เขาเดินโซซัดโซเซไปยังคันฉ่องทองเหลือง ภาพที่สะท้อนกลับมาทำให้เขาแทบล้มทั้งยืน เด็กหนุ่มในกระจกอายุราวๆ สิบแปดสิบเก้าปี หน้าตาคมคายหล่อเหลาหมดจด ดวงตาคมกล้า จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากหยักได้รูป แม้จะดูซีดเซียวไปบ้าง แต่ก็เห็นเค้าความสง่างามเกินคนธรรมดา และที่สำคัญที่สุด... มันไม่ใช่ใบหน้าของเขา
"คุณภพ! ตื่นแล้วหรือเ้าคะ!"
เสียงหวานใสดังขึ้นจากประตู ภพหันขวับไปตามเสียง สองสาวน้อยในชุดบ่าวสไบเฉียงกำลังยืนมองเขาด้วยแววตาดีใจระคนโล่งอก ทั้งสองรีบกุลีกุจอเข้ามาประคอง
"คุณภพของบ่าว ฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย ข้าจะรีบไปเรียนท่านเ้าคุณพ่อเ้าค่ะ!" บ่าวคนหนึ่งพูดอย่างตื่นเต้น
"เดี๋ยว!" ภพะโห้ามตามสัญชาตญาณ เสียงที่เปล่งออกมาเป็ภาษาไทยโบราณอย่างน่าอัศจรรย์ มันไม่ใช่เสียงทุ้มต่ำของเขา แต่เป็เสียงหนุ่มที่ยังไม่แตกพานดีนัก "ที่นี่... ที่ไหน? แล้วข้า... ข้าเป็ใคร?"
บ่าวทั้งสองมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บ่าวอีกคนหนึ่งเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นๆ "ที่นี่คือเรือนของท่านเ้าพระยามหาโยธาอย่างไรเ้าคะ... ส่วนคุณภพก็คือคุณภพ บุตรชายคนเดียวของท่านเ้าคุณพ่อน่ะสิเ้าคะ คุณภพไม่สบายหนักหลับไปตั้งสามวันสามคืนจนพวกบ่าวใจหายใจคว่ำ"
เ้าพระยามหาโยธา... บุตรชาย... ภพ...
ข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมค่อยๆ ผุดขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย 'ภพ' คนนี้เป็ลูกชายของเ้าพระยามหาโยธา เสนาบดีกระทรวงกลาโหมแห่งกรุงรัตนบุรินทร์ ที่นี่ดูคล้ายกับกรุงศรีอยุธยาไม่มีผิดเพี้ยน แต่... อยุธยานี้กลับดูแตกต่างออกไปจากที่เขาเคยเรียนในประวัติศาสตร์
ณ ดินแดนที่เรียกขานว่า "ศรีรัตนานคร" ในกัลปายุค ปีที่ 2300 นี้ ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยศาสนาและความเชื่อเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสิ่งที่เรียกว่า "อาคม" เป็แกนหลักของพลังอำนาจ
พลังอาคมในดินแดนนี้ไม่ได้มาจากการร่ายเวทหรือใช้ไม้กายสิทธิ์ แต่มันถูก "สลัก" ลงบนิัผ่าน "รอยสักยันต์" อันศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนั้แ่ไพร่ทาสไปจนถึงขุนนางและเชื้อพระวงศ์ล้วนมีรอยสักประจำกายเพื่อเสริมบารมี พละกำลัง หรือใช้ในการต่อสู้ รอยสักแต่ละลายมี "บทสวดคาถา" สำหรับปลุกพลังที่แตกต่างกันไป และมีระดับชั้นของพลังอำนาจแบ่งแยกชัดเจน
ขั้นปฐม: รอยสักพื้นฐานสำหรับไพร่พลและชาวบ้านทั่วไป เช่น ยันต์เก้ายอดเพื่อความเป็สิริมงคลคงกระพันชาตรี, ยันต์สาริกาลิ้นทองเพื่อเมตตามหานิยม
ขั้นทุติยะ: รอยสักสำหรับนายทหารและผู้ฝึกตนที่ชำนาญขึ้นมา เช่น ยันต์เสือเผ่นที่เสริมความว่องไวและดุดัน, ยันต์หนุมานเชิญธงที่เพิ่มพละกำลังมหาศาล
ขั้นตติยะ: รอยสักชั้นสูงสำหรับขุนนางระดับสูงและจอมขมังเวทย์ เช่น ยันต์ช้างเอราวัณที่มอบพลังป้องกันดุจขุนเขา, ยันต์พญาครุฑที่แผ่บารมีกดข่มศัตรู
ขั้นจตุรเทพ: รอยสักในตำนานที่กล่าวกันว่ามีเพียงไม่กี่คนในแผ่นดินที่คู่ควร
และที่น่าทึ่งที่สุดคือ... ผู้ปกครองสูงสุดของศรีรัตนานครในยุคนี้คือ "สมเด็จพระราชินีนาถวรินทรเทวี" กษัตรีย์เพียงหนึ่งเดียวที่ทรงพระปรีชาสามารถทั้งด้านการปกครอง การทหาร และเป็ผู้รอยสักระดับจตุรเทพที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเป็ลายใด
ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมบอกภพว่า ตัวเขา... 'ภพ' คนเดิมนั้นเป็เด็กรุ่นกระทงที่อ่อนแอและไม่เอาไหน แม้จะเป็ถึงลูกเ้าพระยามหาโยธา แต่กลับไม่สนใจฝึกฝนวิชาอาคมหรือการต่อสู้ วันๆ เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการอ่านตำราโบราณและวาดภาพไร้สาระ จนเป็ที่ระอาของบิดา การป่วยหนักครั้งนี้ก็เกิดจากการที่เขาดื้อรั้นจะไปดูอาจารย์สักยันต์กลางป่าช้าแล้วดันไปเจอของดี... ิญญาร้ายเข้าสิงจนไข้ขึ้นสูงปางตาย และนั่นคงเป็จังหวะที่ิญญาของเขา... เอนจิเนียภพจากศตวรรษที่ 21 ได้เข้ามาแทนที่
"คุณภพ... เป็อะไรไปหรือเ้าคะ หน้าซีดเหลือเกิน" บ่าวคนหนึ่งถามอย่างเป็ห่วง
ภพส่ายหน้าช้าๆ พยายามรวบรวมสติ "ข้า... ไม่เป็ไรแล้ว แค่มึนหัวนิดหน่อย พวกเ้าออกไปก่อนเถิด ข้าอยากพักผ่อนเงียบๆ"
เมื่อบ่าวทั้งสองออกไปแล้ว ภพก็ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอีกครั้ง เขาถอดเสื้อคอกลมออก เผยให้เห็นแผงอกขาวเนียนที่เริ่มมีมัดกล้ามจางๆ ของวัยหนุ่ม และบนแผ่นหลัง... มีรอยสักยันต์เก้ายอดขนาดเล็ก ซึ่งเป็ยันต์พื้นฐานที่บิดาบังคับให้สักไว้ั้แ่เด็ก
เขาหลับตาลง พยายามทำในสิ่งที่วิศวกรอย่างเขาถนัดที่สุด... นั่นคือการวิเคราะห์สถานการณ์
สมมติฐานที่ 1: เขากำลังฝัน... เป็ไปได้น้อยมาก ความรู้สึกทุกอย่างสมจริงเกินไป กลิ่น ัั อุณหภูมิ มันจริงเสียยิ่งกว่าระบบ VR ที่ดีที่สุดในโลกของเขา
สมมติฐานที่ 2: เขากำลังอยู่ในอาการโคม่าและสมองสร้างโลกนี้ขึ้นมา... ก็อาจเป็ไปได้ แต่ความซับซ้อนของข้อมูล ประวัติศาสตร์ และระบบพลังที่ผุดขึ้นมาในหัว มันละเอียดเกินกว่าจะเป็จินตนาการ
สมมติฐานที่ 3: มันคือเื่จริง เขาตายแล้ว และมาเกิดใหม่ในร่างของเด็กหนุ่มคนนี้ในโลกคู่ขนาน... เป็สมมติฐานที่ไร้สาระที่สุดในทางวิทยาศาสตร์ แต่กลับเป็คำอธิบายที่ลงตัวกับสถานการณ์ตอนนี้ที่สุด
"เอาวะ... เกิดใหม่ก็เกิดใหม่" ภพพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเขาเริ่มฉายแววเปลี่ยนไป จากความสับสนกลายเป็ความท้าทาย
ในโลกเก่า เขาคืออัจฉริยะที่สร้างสรรค์เทคโนโลยีล้ำยุค แต่ชีวิตกลับน่าเบื่อหน่ายและไร้ซึ่งความตื่นเต้นเร้าใจ แต่ในโลกนี้... โลกที่มีทั้งการเมือง กลิ่นอายา และพลังเหนือธรรมชาติที่เรียกว่า "อาคม"... มันคือสนามเด็กเล่นขนาดมหึมาสำหรับวิศวกรอย่างเขา
"อาคมรึ... ถ้ามันมีกฎเกณฑ์ มีระดับชั้น มันก็ต้องมีหลักการทำงาน" เขายกมือลูบรอยสักบนหลังตัวเอง "มันอาจจะไม่ใช่เวทมนตร์ แต่เป็รูปแบบหนึ่งของพลังงานที่ยังไม่มีใครเข้าใจ... พลังงานที่ถูกควบคุมผ่าน 'ลายวงจร' ที่เรียกว่ารอยสัก และ 'คำสั่งเสียง' ที่เรียกว่าคาถา..."
ความคิดของเขาแล่นปราดไปไกล... ถ้าเขาสามารถถอดรหัสหลักการทำงานของมันได้ล่ะ? เขาสามารถปรับปรุงมันได้ไหม? สร้าง 'อาคม' รูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีใครรู้จักขึ้นมาได้หรือเปล่า? การผสมผสานความรู้ทางฟิสิกส์ วัสดุศาสตร์ และวิศวกรรมของเขา เข้ากับศาสตร์ลี้ลับของดินแดนนี้...
รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของ 'ภพ' คนใหม่เป็ครั้งแรก
"น่าสนุกดีนี่หว่า..."
แอ๊ด...
เสียงประตูไม้เปิดออกอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่บ่าวรับใช้ ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดขุนนางเต็มยศก้าวเข้ามา ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมและหนวดเครางาม ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว บนร่างกายของเขามีรอยสักยันต์มากมายจนแทบไม่มีที่ว่าง ทั้งที่แขนและแผงอกที่โผล่พ้นร่มผ้าออกมา บ่งบอกถึงพลังอำนาจที่ไม่ธรรมดา
นี่คือเ้าพระยามหาโยธา บิดาของเขาในโลกนี้... และเป็หนึ่งในผู้ใช้อาคมขั้นตติยะที่แข็งแกร่งที่สุดในศรีรัตนานคร
"ภพ" เ้าพระยามหาโยธาเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ "ฟื้นแล้วรึ... ดี ข้ามีเื่จะคุยกับเ้า"
ภพกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากชายผู้นี้ นี่คือบททดสอบแรกของเขา การเผชิญหน้ากับพ่อที่ผิดหวังในตัวลูกชายมาตลอด... แต่ตอนนี้ ลูกชายคนนั้นไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว
การผจญภัยของวิศวกรหนุ่มในดินแดนแห่งมนตรา... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น