แรงะเืจากดาบที่ปะทะกับกระดองหินก่อนหน้านี้ยังคงหลงเหลืออาการชาอยู่ที่ง่ามมือ เดรสมอนด์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะหัวใจ ร่างกายนี้ยังห่างไกลจากความสมบูรณ์นัก แต่สิ่งที่เขามีคือความรู้ที่ถูกสลักไว้ในิญญา
เ้าเต่าหินจอมเกเรส่งเสียงขู่ฟ่อ มันไม่ได้พุ่งชนแบบทื่อๆ อีกต่อไป แต่มันเริ่มขยับตัววนรอบๆ เพื่อหาจังหวะ ท่วงท่าของมันดูเหมือนนักเลงโตที่มั่นใจในเกราะหนาของตนเอง
'พละกำลังเราเสียเปรียบ ความเร็วก็ไม่ได้เหนือกว่า... แต่ว่ายังดีที่ตอนนี้ด้วยทักษะดาบจาก Sword Mastery ระดับ 15 และ Synchronization ระดับ 11 ที่เรามีนั้น ก็มากพอที่จะทำให้เราสามารถใช้การเคลื่อนไหวเพื่ออุดช่องว่างตรงนี้ได้' ด้วยอิทธิพลของทักษะทั้งสองที่ทำงานร่วมกัน ทำให้เดรสมอนด์สามารถควบคุมร่างกายได้ละเอียดอ่อนและมั่นคงยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาวิเคราะห์ขณะที่ขยับเท้าจัดท่าร่างโดยลดปลายดาบลงต่ำใน **ท่าคุมเชิงระดับเอว** ปลายดาบชี้ตรงไปยังลำคอของเ้าเต่า แขนทั้งสองข้างแนบชิดลำตัวเพื่อใช้แกนกลางลำตัวเป็จุดรับแรงแทนการใช้เพียงกล้ามเนื้อแขน
ทันใดนั้น เ้าเต่าหินก็พุ่งพรวดเข้ามาด้วยความเร็วที่ผิดธรรมชาติ ขาสั้นๆ ของมันถีบพื้นจนเศษกรวดกระเด็น
เดรสมอนด์ไม่ได้ถอยกรูด แต่เขาก้าวเบี่ยงเฉียงออกไปทางขวาเพียงหนึ่ง่เท้าด้วยความนิ่งสงบที่มากกว่าเดิม การก้าวเท้าของเขาดูเป็ธรรมชาติและมั่นคงจนไม่มีการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็ เขาบิดข้อมือเปลี่ยนแนวระนาบของดาบให้เป็แนวเฉียงเพื่อปัดป้องแรงพุ่งชนให้ไหลผ่านตัวไปอย่างแม่นยำ ทันทีที่ส่วนหัวของมันพุ่งพ้นตัว เขาเลื่อนมือซ้ายขึ้นมาจับที่กึ่งกลางใบดาบอย่างรวดเร็ว—ซึ่งเป็เทคนิค **การจับดาบครึ่งเล่ม**—เพื่อเปลี่ยนดาบยาวให้เป็คานงัดที่สั้นและทรงพลัง
*กึก!*
ปลายดาบไร้คมถูกสอดเข้าไปที่รอยต่อระหว่างขาหลังกับกระดองในเสี้ยววินาทีด้วยตำแหน่งที่แม่นยำราวกับวางไว้ล่วงหน้า เดรสมอนด์ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงที่ปลายเท้าแล้วบิดเอวส่งแรงจากแกนกลางลำตัวผ่านแขนทั้งสองข้างไปสู่ปลายดาบ เป็การรวบรวมพละกำลังที่น้อยนิดให้กลายเป็จุดรวมแรงที่มหาศาลเพื่อจุดะเิแรงงัดขึ้นอย่างสุดกำลัง
"ฮึ่ม!"
ด้วยแรงเหวี่ยงจากพละกำลังที่รวบรวมมาจากทั่วร่างประกอบกับแรงส่งเดิมของเ้าเต่าเอง ร่างมหึมาที่หนักหลายสิบกิโลกรัมก็ถูกงัดจนเสียหลัก ร่างของมันตะแคงข้างและพลิกคว่ำลงกับพื้นหินเสียงดัง *โครม!* ฝุ่นดินกระจายคลุ้ง
เ้าเต่าจอมเกเรร้องเสียงหลง ขาทั้งสี่ข้างตะเกียกตะกายในอากาศอย่างพัลวันพยายามจะพลิกตัวกลับ แต่มันก็ทำได้เพียงแค่โยกไปมาบนกระดองที่กลมมน
เดรสมอนด์ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เขาพลิกดาบกลับมาถือด้วยสองมือปกติแล้วก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ท่วงท่าที่ถูกจัดระเบียบอย่างถูกต้องทำให้เขาดูสูงใหญ่ขึ้นกว่าความเป็จริงในสายตาของเด็กๆ เขาหยุดลงเบื้องหน้าสัตว์ร้ายที่สิ้นฤทธิ์
"กฎข้อแรกของนักดาบ..." เดรสมอนด์พูดเสียงเรียบเย็น ปลายดาบไร้คมจิ้มลงที่ิัอ่อนๆ ตรงลำคอของมันเบาๆ "อย่ามั่นใจในเกราะของตัวเองเกินไป เพราะถ้าเ้าล้มลง... เกราะนั่นแหละที่จะกลายเป็คุกของเ้าเอง"
เ้าเต่าหินสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว ดวงตาสีแดงของมันจ้องมองความตายที่จ่ออยู่ตรงหน้า มันครางแ่เบาเหมือนเสียงลูกสุนัขอ้อนวอนขอชีวิตอย่างน่าสงสาร
"เอาล่ะ... เลิกทำตัวเป็อันธพาล แล้วไสหัวไปซะ"
เดรสมอนด์สอดเท้าเข้าไปใต้ขอบกระดองแล้วช่วยออกแรงงัดเพียงนิดเดียวเพื่อให้มันตั้งหลักได้ ทันทีที่ขาััพื้น เ้าเต่าจอมแสบก็เผ่นแนบหายเข้าไปในซอกหินแบบไม่คิดชีวิต
[ติ๊ง!]
ได้รับคะแนนประสบการณ์ (EXP) +5
--------------------------------------------------
[ภารกิจสำเร็จ: บททดสอบของผู้นำหมู่บ้าน]
รางวัล:
- คะแนนประสบการณ์ (EXP) +50
- ความน่าเชื่อถือในหมู่บ้านศิลาขาว +5%
- อาวุธเล่มแรก (บรรลุเงื่อนไข)
คำแนะนำ: สามารถรับของรางวัลได้ที่ 'โบรการ์ด' (หัวหน้าหมู่บ้าน)
--------------------------------------------------
[ติ๊ง!]
[ระดับ (Level) ของท่านเพิ่มขึ้น: 3 -> 4]
[ได้รับคะแนนคุณสมบัติเพิ่มขึ้น: 1]
[ได้รับคะแนนทักษะเพิ่มขึ้น: 2]
ทิ้งไว้เพียงเสียงกริ่งสัญญาณจากระบบที่ดังขึ้นในหัวของเดรสมอนด์เพื่อแจ้งเตือนการเติบโตของเขา ท่ามกลางความเงียบงันที่แสนเนิ่นนาน ในที่สุดสติของเหล่าเด็กหญิงตัวน้อยก็ได้กลับคืนมา
"ไชโย! นายน้อยสุดยอดไปเลย!"
"ท่านสู้เท่มากเลยค่ะ เหมือนโบรการ์ด... ไม่สิ เท่ยิ่งกว่าโบรการ์ดอีก!"
เสียงใสๆ ร้องประสานกันพร้อมกับสลัดความกลัวทิ้งไปจนสิ้น พวกเธอพากันวิ่งกรูกันเข้ามาล้อมรอบเดรสมอนด์ด้วยั์ตาที่เป็ประกายระยิบระยับ เด็กหญิงคนหนึ่งที่ถือแอปเปิ้ลน้ำแข็งที่เกือบจะถูกแย่งไป ยื่นผลไม้คริสตัลสีสวยนั้นมาตรงหน้าเดรสมอนด์ด้วยมือที่ยังสั่นเทาเล็กน้อย
"นะ... นายน้อยคะ รับนี่ไปเถอะค่ะ ขอบคุณที่ช่วยพวกเราไว้นะคะ!"
เดรสมอนด์มองดูผลไม้สีหวานตรงหน้าแล้วยิ้มมุมปากอย่างที่หาดูได้ยาก เขาไม่ได้รับมันไว้ แต่กลับยื่นมือออกไปลูบหัวเด็กหญิงตัวน้อยเบาๆ อย่างอ่อนโยน แรงัันั้นเต็มไปด้วยความมั่นคงและอบอุ่น ราวกับพี่ชายที่กำลังปลอบโยนขวัญของน้องสาว
"เก็บไว้กินเถอะ... พวกเธอพยายามรักษามันไว้อย่างดีไม่ใช่หรือ?" เดรสมอนด์กล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม
"ถ้าอย่างนั้น... นายน้อยคะ! ตามพวกเรามาทางนี้หน่อยได้ไหมคะ!" เด็กหญิงผมเปียหนึ่งในนั้นร้องขึ้นด้วยดวงตาเป็ประกาย "พวกเรามี 'สมบัติลับ' จะโชว์ให้ท่านดูด้วยค่ะ!"
เด็กๆ พากันรี่เข้าไปจับชายเสื้อและจูงมือเดรสมอนด์มุ่งหน้ากลับไปยังเนินหินที่ห่างไกลจากเส้นทางหลัก พื้นที่รอบข้างเต็มไปด้วยแนวโขดหินที่เรียงรายกันอย่างสลับซับซ้อนจนดูเหมือนเขาวงกตธรรมชาติ พวกเธอหยุดลงหน้าพุ่มไม้ป่าพุ่มหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่หลังโขดหินแบนราบขนาดใหญ่
มันคือต้นไม้ป่าพุ่มเตี้ยต้นเดียวกับที่เด็กๆ กำลังเด็ดผลของมันก่อนที่เ้าเต่าจะปรากฏตัว แต่เมื่อมองจากมุมนี้ซึ่งเป็มุมที่แสงแดดตกกระทบพอดี จะเห็นผลแอปเปิ้ลน้ำแข็งที่มีละอองน้ำค้างเกาะตัวเป็เกล็ดน้ำแข็งบางๆ ทั่วทั้งผล ส่องประกายวิบวับดุจอัญมณีล้ำค่าท่ามกลางทุ่งหินสีเทาอันแห้งแล้ง
"นี่คือ 'ต้นสมบัติลับ' ของพวกเราค่ะ! มีแต่พวกเราเท่านั้นที่รู้จักที่นี่!" เด็กหญิงตัวน้อยกระซิบราวกับกลัวว่าความลับจะรั่วไหล "นายน้อยช่วยพวกเราไว้... พวกเราเลยอยากแบ่งความลับนี้ให้ท่านค่ะ!"
เดรสมอนด์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ในสายตาของบารอนหรือผู้ใหญ่ มันอาจเป็เพียงพุ่มไม้ป่าธรรมดาที่พบได้ทั่วไปในฤดูกาลนี้ แต่ในโลกของเด็กๆ ความลับที่พวกเธอมอบให้เขานั้นมันคือ 'สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด' ความจริงใจที่ไร้เดียงสานี้ทำให้หัวใจที่เคยผ่านการหักหลังและามาอย่างโชกโชนเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น
เขาย่อตัวคุกเข่าข้างหนึ่งให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับพวกเธอ "ขอบใจมากนะ... มันงดงามมากจริงๆ ฉันสัญญาว่าจะเก็บความลับนี้ไว้อย่างดีที่สุดเลย"
เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กๆ ดังขึ้นอีกครั้งด้วยความดีใจที่ 'ฮีโร่' ของพวกเธอยอมรับสมบัติชิ้นนี้ ภาพแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่เดินนำเหล่าเด็กๆ กลับหมู่บ้านท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่สดใส กลายเป็ภาพจำที่ประทับลงในใจของเด็กๆ ไปตลอดกาล แผ่นหลังที่เคยดูขี้ขลาดในความทรงจำ บัดนี้กลับดูหนักแน่นและอบอุ่นราวกับขุนเขาที่คอยปกป้องทุ่งดอกไม้ที่แสนเปราะบางไว้ตลอดไป