แสงแดดยามเช้าทอแสงอาบไล้ไปทั่ว "สำนักเมฆาเขียว" ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสูงชันที่รายล้อมด้วยทะเลหมอก ศิษย์ฝึกหัดนับร้อยในชุดสีเทาต่างเร่งรีบมุ่งหน้าไปยังลานกว้างหน้าอารามัคราม วันนี้คือวันสำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขา—วันปลุกภูตแกนกลาง
เยี่ยฉินเดินปะปนไปกับฝูงชน ใบหน้าของเขาเรียบเฉยดุจผิวน้ำในสระมรกต ทว่าภายในใจกลับหมุนวนด้วยความทรงจำอันมหาศาลจากชาติที่แล้ว
‘ห้าร้อยปี... ข้าใช้ชีวิตในฐานะจอมมารที่ผู้คนหวาดกลัว ข้าเข่นฆ่า แย่งชิง และลิ้มรสความโดดเดี่ยวจนชินชา ใครจะคิดว่ากงล้อแห่งโชคชะตาจะเหวี่ยงข้ากลับมายังจุดเริ่มต้นที่น่าสมเพชเช่นนี้’
เขามองไปรอบตัว เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยหลายคน บางคนคือศัตรูที่เขาเคยปลิดชีพในชาติก่อน บางคนคือสหายที่หักหลังเขาเพื่อสมบัติ และที่โดดเด่นที่สุดคือเด็กหนุ่มที่เดินอยู่ข้างกายเขา... "เยี่ยฟาน" น้องชายฝาแฝดของเขาเอง
พี่น้องร่วมสายเืที่ต่างกันราวฟ้ากับดิน
เยี่ยฟานมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับเยี่ยฉินมาก แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความสดใสแบบเด็กหนุ่มที่ยังไม่ถูกโลกความจริงทำร้าย
"ท่านพี่ ท่านตื่นเต้นหรือไม่?" เยี่ยฟานถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น "ข้าได้ยินมาว่าหากเราสามารถปลุกภูตแกนกลางระดับสูงได้ เราจะได้เป็ศิษย์สายในทันที และอาจได้รับทรัพยากรฝึกตนจากท่านเ้าสำนักโดยตรง!"
เยี่ยฉินเพียงปรายตามองน้องชายเบาๆ ในชาติก่อน เยี่ยฟานถูกพบว่ามีพร์ระดับ "นิพใจพานจำลอง" (ระดับสูงสุดของพร์เริ่มต้น) เขากลายเป็อัจฉริยะที่สำนักฟูมฟัก ในขณะที่เยี่ยฉินถูกพบว่ามีพร์เพียงระดับต่ำ ทำให้เขาถูกเปรียบเทียบและเหยียดหยามจนกลายเป็ปมด้อยที่ผลักดันเขาเข้าสู่ทางมาร
"พร์เป็เพียงจุดเริ่มต้น... สิ่งสำคัญคือเ้าจะรักษามันไว้ได้นานแค่ไหน" เยี่ยฉินตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินนำหน้าไป ทิ้งให้เยี่ยฟานยืนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของพี่ชาย
พิธีปลุกภูตแกนกลาง
ณ ลานกว้าง ผู้าุโ "มู่เฉิง" ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าแท่นหินโบราณ บนแท่นนั้นมีชามหยกขนาดใหญ่ที่บรรจุของเหลวสีเงินวาววับ มันคือ "น้ำทิพย์เบิกเนตร" ที่ใช้กระตุ้นพลังแฝงในร่างกายของมนุษย์
"ฟังให้ดีพวกเ้าทุกคน!" เสียงของผู้าุโมู่เฉิงดังก้องด้วยพลังวัตรระดับ แก่นแท้มนุษย์ "การปลุกภูตแกนกลางคือการเปิดประตูสู่โลกแห่งการฝึกตน ผู้ที่มีวาสนาจะได้ภูตที่แข็งแกร่ง ส่วนผู้ที่ไร้วาสนา... ก็จงกลับไปใช้ชีวิตเยี่ยงปุถุชนเสีย!"
กฎของการฝึกตนนั้นโหดร้าย พร์ถูกแบ่งออกเป็ 4 ระดับตามความจุของ "ทะเลลมปราณ" ในร่างกาย:
* ระดับดิน (สีเทา): ความจุ 0-29% (ขยะในสายตาสำนัก)
* ระดับน้ำ (สีน้ำเงิน): ความจุ 30-59% (ศิษย์ทั่วไป)
* ระดับลม (สีเขียว): ความจุ 60-79% (ศิษย์เอก)
* ระดับ์ (สีทอง): ความจุ 80-100% (อัจฉริยะเหนือโลก)
การทดสอบเริ่มต้น
ศิษย์แต่ละคนเดินขึ้นไปบนแท่น เอามือจุ่มลงในน้ำทิพย์ และรอให้แสงสว่างวาบออกมาจากร่างกายเพื่อบ่งบอกระดับพลัง
"หวังลี่... ระดับดิน ความจุ 20%... ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ!"
"ซุนเฉิน... ไม่สามารถปลุกภูตได้... กลับบ้านไปเสีย!"
เสียงประกาศของผู้าุโดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเสียงสะอื้นของเด็กหนุ่มสาวที่ล้มเหลว จนกระทั่งถึงคิวของเยี่ยฟาน
เยี่ยฟานเดินขึ้นไปด้วยความมั่นใจ เมื่อมือของเขาััน้ำทิพย์ ทันใดนั้น แสงสีทองสว่างจ้ากระชากสายตาทุกคู่จนต้องหยีตา พลังงานมหาศาลพุ่งพล่านออกมาจากร่างของเขาจนน้ำทิพย์ในชามหยกสั่นไหว
"นะ... นี่มัน! ระดับ์! ความจุ 99%!" ผู้าุโมู่เฉิงอุทานด้วยความตื่นเต้น "อัจฉริยะในรอบร้อยปีของสำนักเมฆาเขียวปรากฏตัวแล้ว!"
เสียงฮือฮาดังไปทั่วลานสายตา ทุกคนมองเยี่ยฟานด้วยความชื่นชมและอิจฉา เยี่ยฟานหันมามองพี่ชายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความดีใจ โดยไม่รู้เลยว่าเขากำลังกลายเป็กำแพงที่เยี่ยฉินต้องข้ามผ่าน
"คนต่อไป... เยี่ยฉิน!"
เยี่ยฉินเดินขึ้นไปบนแท่นอย่างสงบ เขารู้อยู่แล้วว่าผลจะออกมาเป็อย่างไร ในชาติก่อนเขาเสียใจจนแทบคลั่ง แต่ในชาตินี้ เขามองมันเป็เพียงตัวเลขที่น่ารำคาญ
เขาวางมือลงในน้ำทิพย์ ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นเข้าสู่จุดตันเถียน แสงสีน้ำเงินจางๆ ปรากฏขึ้นเพียงวูบเดียวแล้วมอดดับลง
"เยี่ยฉิน... ระดับน้ำ ความจุ 42%... ผ่านเกณฑ์" ผู้าุโมู่เฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด "ช่างน่าเสียดาย พี่น้องท้องเดียวกัน แต่กลับต่างกันราวเหวกับฟ้า"
เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้นรอบตัวเยี่ยฉิน
"นั่นพี่ชายของเยี่ยฟานหรือ? ทำไมถึงได้กระจอกนักล่ะ"
"เห็นไหมล่ะ ความสามารถมันแบ่งปันกันไม่ได้จริงๆ"
เยี่ยฉินเดินลงจากแท่นโดยไม่สนใจคำนินทา เขารู้ความลับที่คนเหล่านี้ไม่รู้—พร์ไม่ใช่ทุกอย่าง แม้เขาจะมีเพียงระดับน้ำ แต่ด้วยความรู้เกี่ยวกับ "ภูตผสม" และ "สูตรปรุงยา" จากอนาคต เขาสามารถยกระดับความจุของทะเลลมปราณได้ในภายหลัง
หลังจากพิธีเสร็จสิ้น ศิษย์ที่ผ่านการทดสอบจะได้รับ "ภูตพื้นฐาน" ตนแรกเพื่อเริ่มต้นการฝึกตน เยี่ยฟานได้รับ ภูตกระบี่แสง์ ระดับสูง ส่วนเยี่ยฉินได้รับเพียง ภูตหยาดน้ำ ซึ่งเป็ภูตพื้นฐานระดับต่ำที่ใช้สำหรับการรักษาแผลเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
เมื่อกลับมาถึงห้องพัก เยี่ยฉินนั่งขัดสมาธิบนเตียง เขามองดูภูตหยาดน้ำที่เป็ก้อนพลังงานสีฟ้าใสหมุนวนอยู่ในมือ
"ในสายตาของพวกเ้า มันคือภูตขยะที่ทำได้แค่ชะล้างาแ..." เยี่ยฉินพึมพำ ดวงตาเป็ประกายเยือกเย็น "...แต่พวกเ้าลืมไปแล้วหรือว่า น้ำคือสิ่งที่สามารถกัดเซาะได้แม้กระทั่งขุนเขาที่แข็งแกร่งที่สุด"
เขาเริ่มกระบวนการที่เรียกว่า "การหลอมรวมย้อนกลับ" ซึ่งเป็วิชาต้องห้ามที่เขาคิดค้นขึ้นในชาติก่อน เขาใช้พลังงานจาก ภูตแกนกลางกาลเวลา ที่ซ่อนอยู่ในทะเลิญญา ค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในภูตหยาดน้ำ
กรงล้อเวลาในกายเขาหมุนวนสั้นๆ ภูตหยาดน้ำที่เรียบง่ายเริ่มสั่นะเื สีของมันเปลี่ยนจากสีฟ้าอ่อนเป็สีน้ำเงินเข้มข้นจนเกือบดำ กลิ่นอายแห่งการรักษามลายหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นอายแห่งการกัดกร่อนที่รุนแรง
"จาก 'หยาดน้ำที่ช่วยชีวิต' กลายเป็ 'หยาดน้ำสังหารพิฆาต'..."
เยี่ยฉินกำมือแน่น แสงสีน้ำเงินเข้มซึมเข้าสู่ร่างของเขา ชาตินี้เขาจะไม่เดินตามรอยเดิม เขาจะไม่รอให้โชคชะตาหยิบยื่นโอกาสมาให้ แต่เขาจะสร้างมันขึ้นมาด้วยเืและสติปัญญาของจอมมาร
พรุ่งนี้จะเป็การเข้าป่าหมื่นอสูรครั้งแรกของศิษย์ใหม่ เพื่อรวบรวม "ศิลาจิตภูต" สำหรับเลื่อนระดับพลัง ในชาติก่อนเยี่ยฉินถูกเพื่อนร่วมสำนักกลั่นแกล้งจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดในป่านั้น
"คราวนี้... ข้าจะเป็คนล่า ไม่ใช่ผู้ถูกล่า"
เขาลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่าง มองดู พระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า พรุ่งนี้คือวันเริ่มต้นการนองเืที่แท้จริง และสำนักเมฆาเขียวจะต้องสั่
นะเืเมื่อจอมมารหวนคืนสู่บัลลังก์อีกครั้ง