ในฤดูเหมันต์ที่อากาศเหน็บหนาวแต่ถึงจะเป็แบบนั้นผู้คนก็ยังได้รับความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์บ้าง ในลานที่ไม่ใหญ่มากนักไม่ทีสีสันจากดอกไม้จากธรรมชาติใดๆ มีแต่ต้นไม้ที่เปลี่ยนสีตามฤดูกาลที่เป็สีเหลืองบ้างแดงบ้างทำให้กำแพงไม้ในลานดูผุพังทรุดโทรมขึ้นไปอีก
ไป๋ลี่หลินที่กำลังเอียนพิงอ่านตำราบนแคร่ไม้ไผ่ตัวเก่า เรือนผมสีดำยาวพลิ้วไหวไปตามสายลม อากาศที่บริสุทธิ์ทำให้จิตใจของนางผ่อนคลายเป็อย่างมาก
ข้างกายของนางมีเด็กชายตัวๆ เล็กอายุได้ 3 ขวบนั่งมองดูเด็กหญิงตัวน้อยอายุ 8 ขวบที่กำลังนั่งยอง ๆ ด้วยท่านั่งม้า มือยกหินที่ดัดแปลงทำให้เป็ดัมเบลมีน้ำหนักราวๆ 20-40 กิโลกรัม หากมีใครมองเห็นภาพนี้คงต้องตกตะลึงกับแรงกายของเด็กน้อยผู้นี้
นอกจากนางจะชอบเรียนศิลปะการต่อสู้แล้วนางยังมีเรี่ยวแรงอันมหาศาล เนื่องจากในอดีตนางเคยช่วยบิดาและมารดาทำงานหนักด้วยการแบกกระสอบแรงของผู้ใหญ่ทำให้พ่อค้าทาสผ่านมาเห็นและชอบใจในแรงกายของนางจึงข่มขู่บังคับให้ขายนางให้เขา นางขัดขืนจึงถูกซ้อมจนปางตายและปล่อยทิ้งไว้กลางป่า
บังเอิญตอนนั้นพวกนางกำลังหลบหนีจากการไล่ล่าผ่านมาเจอจึงเก็บเด็กหญิงมาไว้แม่นมเฉิงกับรองแม่ทัพเฉิงที่สูญเสียบุตรจากการไล่ล่าขององค์ชายเหลียงเฉาเทาที่ทำการก่อกฏครั้งใหญ่จึงรับนางเป็บุตรบุญธรรม
“ท่านพี่ขอรับ ท่านจะให้พี่สาวยกของนี่อีกไหมขอรับ ดูพี่สาวคงหนักหน้าดูขอรับ” เสียงเด็กชายที่นั่งอยู่ข้างนางสายตามองดูใบหน้าแดงก่ำ หน้าผากมีเม็ดเหงื่อเกาะพราวอยู่เต็มใบหน้า เสื้อผ้าเปียกปอนด้วยเหงื่อของเด็กหญิง
“จินเอ๋อ เ้าไม่อยากลองทำแบบนางบ้างหรอกหรอ” ไป๋ลี่หลินอารมณ์ดีอย่างยิ่ง อยู่ๆ นางก็โผล่มาในสถานที่โบราณในรัฐสมัยใดนางก็ไม่ทราบ อีกทั้งยังอยู่ในร่างกายที่อ่อนแอ เมื่อนางจัดเรียบความทรงจำและพยายามปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือเทคโนโลยีล้ำสมัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางก็รู้ว่าอนาคตของนางต่อจากนี้จะเป็อย่างไรนางไม่มีหวังกับเื่นี้อีกแล้ว
นางมีชีวิตอยู่ในยุคต้าจิ้งซึ่งอยู่ในยุคไหนในประวัติศาสตร์ก็ไม่รู้นางไม่เคยได้ยินมาก่อน หลังจากที่นางต้องกินยาขม ๆ คิดถึงยาก็คิดถึงตอนอยู่ในยุคปัจจุบันที่แค่อัดเม็ดโยนเข้าปากตบด้วยดื่มน้ำเข้าไปก็จบเื่ นางต้องทนกินยาขม ๆ มาเป็แรมเดือน หลักจากนางมีเเรงลุกออกจากเตียงแล้ว นางจึงรีบเร่งทำให้ร่างกายแข็งแรงโดยไวมีเด็กหญิงตัวเล็กออกหมัดเป็เพื่อน
“ไม่ขอรับข้าไม่มีแรงเยอะแบบพี่สาวอาผิงขอรับ ข้าขอดูอยู่เเบบนี้ดีกว่าขอรับ” เด็กชายส่ายหน้าด้วยสีหน้าเหย่เกตอบคำถามของพี่สาว
“คุณหนูท่านสัญญากับข้าแล้วนะเ้าค่ะว่าจะพาข้าไปกินเนื้อ” อาผิงมองดูคุณหนูของนางด้วยสายตาเป็ประกาย นางทนกินผักต้มกับเกลือจนเบื่อแล้วด้วยเหตุนี้เมื่อคุณหนูท้าให้นางยกดัมเบลจนครบ 100 รอบ นางจะได้กินเนื้อ นั่นมันเนื้อเลยนะ
“แน่นอนอยู่แล้วข้าไม่เคยโกหกใคร” ใช่แล้วเมื่อนางได้ยินเด็กน้อยบ่นถึงเนื้อนางจึงมีความคิดที่จะไปล่าสัตว์มาให้เด็กน้อยและทุกคนในบ้านกิน
ถึงในบ้านจะมีผู้ชาย แต่อาเฉินต้าเหนิงยังาเ็อยู่ ดังนี้นพวกนางจึงทนกินผักต้มทุกวัน ส่วนแม่นมก็อาศัยฝีมือปักผ้าขายด้วยฝีเข็มของแม่นามเฉิงนั้นฝึกมาจากในวังจึงปักได้งดงามแปลกใหม่สวยงามทำให้เถ่าแก่เนี้ยซื้อด้วยราคาสูงกว่าผ้าปักทั่วไป 2 เท่าแต่ก็ไม่พอกับปากท้องของพวกนาง
“จินเอ๋อ อาผิง เราไปหาเนื้อกันเถอะ” เมื่ออาผิงยกครบตามกำหนดแล้วนางจึงชวนพวกเข้าออกไปล่าเนื้อทันที
หึ! พวกเ้าไม่ต้องกังวลต่อจากนี้ไปข้าจะเป็คนดูแลพวกเ้าเอง