ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 22

    เช้าวันใหม่ที่แสนจะสดใส โอ๊ตตื่นมาพร้อมกับรอยยิ้มทั้งๆที่เขายังไม่ทันได้ลืมตาด้วยซ้ำ มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายจริงๆ เขาตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้อะไรพิเศษจากระบบสุ่มอาชีพในทุกๆเช้าอย่างนี้ ตั้งแต่วันที่เขาได้รับมันมาก็ต้องยอมรับเลยว่าชีวิตของเขาเปลี่ยนไปมากจริง แต่ทว่าเมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาในวันนี้รอยยิ้มที่เคยปรากฏก็มลายหายไปในทันที..“เอ๊ะ! เกิดอะไรขึ้น ต้องมีบางอย่างผิดพลาดแน่ๆ.. ทำไมระบบสุ่มอาชีพไม่ปรากฏขึ้นมาล่ะ” โอ๊ตแทบจะตกใจเพราะว่าในวันนี้มันไม่มีหน้าจอใสๆเหมือนอย่างเช่นทุกเช้าที่ผ่านมา ในหัวของเขาคิดถึงความเป็นไปได้ที่มันกำลังเกิดขึ้น หรือว่าเขาจะสามารถสุ่มทักษะอาชีพได้เท่านี้“ถ้าในกรณีที่เลวร้ายที่สุด.. ไม่นะ ไม่จริงใช่ไหม..”โอ๊ตที่ไม่ว่าจะใช้ความคิดสักเท่าไรก็คิดมันไม่ออก แต่เขาก็ต้องอุทานออกมาถึงความจริงอันโหดร้าย ถ้าสมมติว่ามันเป็นระบบทดลองอาชีพ เหมือนกับเกมหรือนิยายบางเรื่องที่เคยอ่าน มันไม่เท่ากับว่าทักษะการทำแพนเค้กกับการวาดภาพของเขาก็จะหายไปด้วยอย่างนั้นเหรอ ถ้าระบบทำแค่การทดลองกับตัวเขา และยึดทักษะพวกนั้นไปล่ะ และเพื่อการนั้น โอ๊ตก็รีบยกแป้งแพนเค้กที่เขาทำเอาไว้เมื่อคืน เตรียมที่ออกจะไปลองตามทฤษฏีของเขา แน่นอนว่าเขารีบร้อนสำหรับการทำแพนเค้ก รวมถึงทดสอบการวาดรูปของเขาด้วย แม้ว่าตอนนี้ในใจหนึ่งจะเข้าข้างตัวเองไปแล้วว่าทักษะที่มีไม่ได้ถูกยึดกลับไป เพียงแต่เพื่อความแน่ใจ เขาจะต้องลองชิมแพนเค้กที่ตัวเองทำอีกครั้ง“อืมมมม.. แปลว่าทักษะอาชีพของเรายังคงอยู่ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม..เฮ้อออ ค่อยยังชั่ว” โอ๊ตกล่าวสรุปพร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอก ในหัวของเขาเริ่มคิดขึ้นมาอีกครั้ง และมันเป็นได้เพียง 2 กรณีเท่านั้นที่เขาพอจะคิดได้ หนึ่งก็คือเขาสามารถได้รับทักษะอาชีพจากการสุ่มได้เพียง 3 ทักษะนี้เท่านั้น กับกรณีที่ 2 ก็คือมันยังมีเงื่อนไขเพื่อปลดล็อกการสุ่มทักษะอาชีพในครั้งต่อไป และมีความเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับผลสรุปนี้ แต่ในขณะที่เขากำลังใช้ความคิดอยู่นั้นเองมันเป็นเวลาเจ็ดโมงเช้า แน่นอนว่าเสียงวิ่ง และเสียงทำแพนเค้กอย่างร้อนรนของโอ๊ต มันเรียกความสนใจให้กับทุกคนที่พักอยู่ในหอพัก แม้แต่คนงานจากประเทศเพื่อนบ้านเองก็ตาม“สวัสดีค่ะ ทำอะไรตั้งแต่เช้าเหรอคะ..” หญิงวัยกลางคนจากประเทศเพื่อนทักกับโอ๊ตอย่างถ้อยชัดถ้อยคำ เธอคนนี้เป็นผู้เช่าหอพักเดียวกับโอ๊ต และนั่นมันก็ทำให้โอ๊ตแปลกใจไม่น้อย เพราะปกติพวกเขาจะออกไปทำงานกันตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว แต่เมื่อเห็นว่าขาของเธอใส่เฝือกอยู่ เขาก็เข้าใจได้ทุกอย่าง“สวัสดีครับ ‘บันยา’ ขาไปโดนอะไรครับ..” เมื่อเป็นเพื่อนบ้าน และยังเป็นมนุษย์เหมือนกัน โอ๊ตไม่เคยคิดจะรังเกียจพวกเขาเลย แม้จะต่างเชื้อชาติ แต่พวกเขาก็เป็นคนดี โอ๊ตยังเคยได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขาทั้งครอบครัวอีกด้วย ร้านแพนเค้กนี้สามีของบันยาก็เป็นคนสร้างมันขึ้นมาให้กับเขา โดยที่ไม่คิดเงินเลยสักบาทเดียว“เมื่อวานฉันไม่ระวังเองตอนที่กำลังทำงานก่อสร้าง กระสอบปูนมันตกมาจากชั้นสอง แม้ว่าฉันจะกระโดดหลบแล้ว แต่มันก็ยังหล่นมาทับขาอยู่ดี แล้วก็เป็นอย่างที่เห็นน่ะค่ะ..” บันยากล่าวเล่าเหตุการณ์แบบสรุปๆให้กับโอ๊ตฟัง แน่นอนว่าเพื่อนที่ดีก็ควรจะพูดให้กำลังใจอะไรสักเล็กน้อย“ลำบากแย่เลยนะครับ.. ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมทำแพนเค้กสูตรใหม่ให้ทานเป็นของปลอบใจก็แล้วกัน” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม แต่ทว่าบันยากลับมีสีหน้าลำบากใจเมื่อได้ยินว่าโอ๊ตจะทำแพนเค้กให้กับเธอทาน ครั้งล่าสุดที่เธอทานมันลงไปยังจำได้ไม่เคยลืม ในตอนนั้นฟันของเธอแทบหักเลยก็ว่าได้ เพราะมันแข็งเอามากๆ“พอดีฉันทานข้าวเช้ามาแล้วล่ะ.. เอาไว้เป็นโอกาสดีกว่านะ” บันยากล่าวอย่างเลิ่กลั่ก“ได้ยังไงกันครับ บันยาเองก็บาดเจ็บอยู่ ถือว่าเป็นขนมปลอบใจสักชิ้นสองชิ้นนะครับ..” โอ๊ตกล่าวเชิงบังคับ แน่นอนว่าบันยาเธอก็ต้องทำหน้าสำนึกผิดกับตัวเองเลยทีเดียว ถ้าเธอไม่เผือกเรื่องของชาวบ้านอย่างนี้ ฟันของเธอก็คงจะปลอดภัยกว่านี้ คิดไปคิดมาเธอไม่น่าออกมาทักโอ๊ตเลยจริงๆ“ขอบคุณค่ะ.. ถ้าอย่างนั้นฉันขอนั่งรอที่ม้าหินอ่อนตรงนั้นนะคะ” บันยากล่าวพร้อมกับเดินไปตรงที่นั่งม้าหินอ่อนอย่างยากลำบาก โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็ตอบกลับอย่างตั้งใจ และลงมือทำแพนเค้กให้เธอ 2-3 ชิ้น แน่นอนว่ามันต้องเป็นขนาดใหญ่พิเศษเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียกำลังใจ ไม่นานการทำแพนเค้ก 3 ชิ้นนั้นก็เสร็จ โอ๊ตนำมันใส่ห่อกระดาษ และเดินเอาไปให้กับบันยาที่โต๊ะนั้นด้วยตัวเอง แน่นอนเมื่อบันยาเห็นว่ามันมีมากถึง 3 ชิ้นเธอก็แทบจะอยากผูกคอตายเลยทีเดียว ถึงหน้าตามันจะน่ารับประทานมากแค่ไหน แต่ถ้ามันทำให้ฟันร่วงได้ เธอก็ไม่อยากทานสักเท่าไร“กำลังร้อนๆเลย ลองทานดูสิครับ..” โอ๊ตกล่าวด้วยรอยยิ้มอันกดดัน บันยาที่เห็นรอยยิ้มนั้นเธอก็ปฏิเสธไม่ลง และจำใจหยิบแพนเค้กชิ้นหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะหลับตา และกลั้นใจกัดมันลงไปคำโต แต่น่าแปลกใจ เพราะมันไม่เหมือนกับแพนเค้กแข็งๆครั้งที่แล้วเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่ามันถูกทำมาจากคนละคนอย่างไรอย่างนั้น“อร่อย!.. งืมๆๆๆ” บันยากล่าวได้เพียงคำเดียวเท่านั้น จากนั้นเธอก็กัดกินมันต่ออย่างรวดเร็ว“ค่อยๆทานสิครับบันยา เดี๋ยวก็ติดคอหรอกครับ.. อื้ม! บันยาครับ ผมขอดูขาหน่อยได้ไหมครับ เห็นอย่างนี้ผมก็มีความรู้ทางการแพทย์นิดหน่อยนะครับ..”โอ๊ตกล่าว แต่ทันใดนั้นในหัวของเขาก็แวบขึ้นมาถึงเรื่องระบบทักษะอาชีพ มันเป็นทฤษฎีที่น่าสนใจสำหรับเขา นั่นก็คือความเชี่ยวชาญทักษะ ถ้าเขามีความเชี่ยวชาญของอาชีพมากพอ มันอาจจะเป็นเงื่อนไขของการปลดล็อกก็เป็นไปได้ ถ้าเขาทำการรักษาบันยาให้หายขาดได้ และอาจจะเข้าเงื่อนไขของระบบก็ได้ แน่นอนว่าบันยาที่กำลังเพลินกับแพนเค้กของโอ๊ตก็ยกขาขึ้นมาให้กับเขาอย่างไม่ได้คิดอะไร ‘กระดูกร้าวอย่างนั้นเหรอ.. ทักษะแพทย์เทวะ... วิชาปราณเชื่อมกระดูก..’ โอ๊ตกล่าวกับตัวเองในใจ ก่อนที่จะทำตามความรู้สึกของตัวเอง คล้ายกับสัญชาตญาณของสัตว์ป่า แต่สำหรับโอ๊ตแล้วมันเป็นสัญชาตญาณของแพทย์ เขารู้ว่าอาการของคนไข้เป็นยังไง และต้องใช้การรักษาแบบไหน เขาก็แค่ทำตามขั้นตอนในความคิดเท่านั้นเอง แน่นอนว่าตอนนี้บันยาอาการกลับมาเป็นปกติแล้ว ทั้งๆที่เธอยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าอาการกระดูกต้นขาร้าวของเธอได้หายไปเป็นปลิดทิ้งแล้ว“แหะๆๆ...” บันยาที่ดูเหมือนจะรีบกินไปหน่อย เธอก็สำลักเพราะแพนเค้กกำลังติดคอ“เห็นไหมล่ะครับ บอกแล้วค่อยๆทานก็ได้.. เออ..”โอ๊ตกล่าวพร้อมกับกำลังจะเข้าไปตบหลังของเธอ แต่บันยากับลุกออกจากเก้าอี้แบบพรวดพราด และวิ่งไปที่ห้องของเธอเพื่อที่จะดื่มน้ำซะอย่างนั้น เหมือนกับว่าเธอลืมไปแล้วว่ากระดูกของเธอร้าวอยู่ โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็ไปไม่เป็นเลยทีเดียว โอ๊ตเกาแก้มของตัวเองเล็กน้อยก่อนจะลุกจากเก้าอี้เพื่อไปทำแพนเค้กที่จะฝากลุงเกษมไปขายของวันนี้ต่อ แต่ในขณะที่โอ๊ตกำลังจะเริ่มทำ เสียงร้อง ‘เอ๊ะ!’ อย่างตกใจของบันยาก็ดังขึ้นลั่นหอพัก แน่นอนว่ามันสร้างรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้กับโอ๊ตไม่น้อยเลยทีเดียว ‘ดูเหมือนว่าบันยาจะเพิ่งจะรู้ตัวนะ..’ โอ๊ตกล่าวขึ้นในใจ ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาทำแพนเค้กของเขาต่อ โดยที่หลังจากนั้นก็มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น สามีของบันยา ‘วิน’ ก็รีบกลับมารับตัวภรรยาของเขาไปตรวจอีกครั้งหนึ่งที่โรงพยาบาล หลังจากที่รับสาย และฟังเรื่องประหลาดใจจากบันยา มันอาจจะเรียกว่าเป็นความบังเทิงเล็กๆสำหรับโอ๊ต ที่เห็นว่าใบหน้าของพวกเขาดูตกใจแบบเหวอๆ และเขายังจิตนาการถึงใบหน้าของหมอที่วินิจฉัยโรค และทำการรักษาบันยาเมื่อวานจริงๆ พวกเขาจะทำหน้าตายังไงกันนะ ลุงเกษมที่เดินออกมาจากห้องเตรียมจะไปขายไอศกรีมของเขาก็เดินมาทางโอ๊ต เพื่อที่จะรับแพนเค้กของวันนี้ไปขายต่อเช่นเดิม“พวกเขาเสียงดังอะไรตั้งแต่เช้ากันล่ะ..” ลุงเกษมกล่าวพร้อมกับมองดูบันยา และวินสองสามีภรรยาที่กำลังตื่นเต้น และกำลังจะขึ้นรถกระบะคันเก่าๆ เพื่อเตรียมที่โรงพยาบาลอีกครั้ง“ไม่มีอะไรหรอกครับลุง.. ส่วนนี่แพนเค้กสำหรับวันนี้นะครับ..”โอ๊ตกล่าวพร้อมกับยื่นแพนเค้กถุงใหญ่ให้กับลุงเกษมไป ลุงแกก็พยักหน้ารับไว้ก่อนแกจะเตรียมของขึ้นรถเข็นของแกไป ส่วนโอ๊ตก็เตรียมตัวจะอาบน้ำด้วยเช่นกัน เพราะวันนี้เป็นวันพุธที่เขามีเรียน และมันเป็นวันที่สบายที่สุด เพราะมันเรียนเพียงแค่วิชาเดียวเท่านั้น ที่เหลือเขาก็ว่างแล้ว ถือว่าเป็นวันที่เขาชอบมากที่สุดวันหนึ่งของสัปดาห์เลยทีเดียว แต่ในขณะที่เขากำลังจะเข้าห้องของตัวเองนั้นเอง..“สวัสดียามเช้าขอรับคุณหนู...”