“นั่นเพราะว่า องค์ชายสี่มาช่วยไว้พ่ะย่ะค่ะ” เขาได้ยินดังนั้น สายตาคับแค้นใจแสดงเด่นชัดออกมาอีกครั้ง พลันพึมพำ
“นับจากเด็กจนโต ข้าเติบโตท่ามกลางความโดดเดี่ยว ไม่มีใครเข้าใจ ไม่มีผู้ใดเข้าข้าง โดนองค์ชายพวกนั้นตราหน้าว่ามีมารดาแสนโเี้ ข้าก็แค่คนนอกในสายตาพวกนั้น ในเมื่อกล้ามาช่วยอี้เทียน ดังนั้นข้าจะทำให้พวกมันเห็น ว่าหากข้าขึ้นเป็ใหญ่เมื่อใด ข้าจะเอาคืนให้สาสม” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็าพร้อมกำมือแน่น
“นายท่านบอกว่า เมื่อถึงเมืองไห่โจวแล้ว อย่าเพิ่งบุกยึดจวนเ้าเมืองจากพวกฏ ให้ไปรอพบกันที่จุดนัดพบ” ชายหนุ่มพยักหน้า แล้วปิดม่าน พร้อมขบวนของเขาจะมุ่งหน้าต่อไปท่ามกลางละอองหิมะโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย
ขบวนของอี้เทียน และหยางเติ้ง ต่างฝ่ายต่างมุ่งหน้าตรงไปยังเมืองไห่โจว เพื่อปราบปรามฏ นำชัยชนะกลับมารับความดีความชอบ พร้อม ๆ กับตำหนักบูรพาถูกเร่งสร้างเพื่อให้เสร็จทันพิธีแต่งตั้งรัชทายาท
พระชายาหยางเอ๋อมองการสร้างตำหนักบูรพา อันวิจิตรงดงามอยู่ห่าง ๆ ท่ามกลางสายลมแห่งความหนาวเหน็บพัดมาเบา ๆ พลันหวนนึกถึงคำพูดขององค์ชายรองที่เคยกล่าวไว้
“ข้าก็แค่หลับตายิง ผลออกมาเป็เช่นนั้นก็ถูกต้องแล้ว ใครอยากจะเป็รัชทายาทกันล่ะ?”
“พระชายาคิดอะไรอยู่เหรอเพคะ” เสียงของยี่หวางทำให้หญิงสาวแสนงดงามตอบกลับ
“นับแต่เด็กจนโต ข้าไม่เคยเข้าใจความคิดขององค์ชายรอง ทุกความคิด ทุกการกระทำของเขา ล้วนแล้วแต่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายในใจเงียบ ๆ ยิ่งกว่านั้นสิ่งที่ข้าไม่เข้าใจมาโดยตลอด ทั้งที่ฝีมือของเขาเก่งกาจ กว่าองค์ชายหยางเติ้งเป็ไหน ๆ ทุกครั้งที่มีการสอบวัดผล เขามักจะออมแรงเพื่อให้ผลออกมาสูสีกัน เขา้าอะไรกันแน่” ก่อนยี่หวางจะเอียงศีรษะเล็กน้อย ไม่เข้าใจสิ่งที่พระชายากล่าว
“ครึ่งเดือนแล้ว ที่กองกำลังขององค์ชายรองเสด็จมุ่งตรงไปยังเมืองไห่โจว ป่านนี้น่าจะถึงแล้ว แต่ยังไม่มีผู้ใดส่งข่าวมาว่าเหตุการณ์เป็เช่นไร หม่อมฉันรู้สึกเป็ห่วงองค์ชายสี่เพคะ”
“ฝีมือขององค์ชายสี่และองค์ชายรองสูงส่ง หากพวกเขาร่วมมือกัน ยังไงก็ต้องนำชัยชนะกลับมาได้ เว้นแต่....” หญิงสาวหยุดพูด ก่อนยี่หวางจะเอียงศีรษะ
“เว้นแต่อะไรเพคะ”
“องค์ชายหยางเติ้ง คิดใช้วิธีสกปรก!” สิ้นเสียงของพระชายาหยางเอ๋อ ชายชุดดำก็โผล่เข้ามาใช้มือปิดปากในทันที
ในที่สุดกองกำลังขององค์ชายรองอี้เทียน ก็เสด็จเข้ามาในเมืองไห่โจวได้สำเร็จ คนของเขาที่ล่วงหน้าไปก่อน ได้จัดหาโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดในเมือง ท่ามกลางความชุลมุนของชาวบ้าน เมื่อรู้ว่าองค์ชายสูงศักดิ์จากวังหลวง เสด็จมาปราบปรามฏด้วยองค์เอง บางส่วนที่เข้าร่วมกับฏไปแล้ว เกิดความไม่พอใจขว้างปาข้าวของใส่ ทว่าชาวบ้านส่วนที่เหลือ ต่างก็เฝ้าภาวนาให้ปราบปรามฏสำเร็จ
“แบ่งคุ้มกันโรงเตี๊ยมแห่งนี้ ไม่ให้ผู้ใดเข้าออก จนกว่าจะได้การอนุญาตจากองค์ชายรองแล้วเท่านั้น” หัวหน้ากองกำลังสั่งเหล่าทหารในกลุ่ม ท่ามกลางสายตาไหวระริกของหลี่เถียนเปา ที่หวาดกลัวทุกสิ่งรอบกาย เซียวจ้านเห็นดังนั้นจึงส่ายศีรษะพลันยกชาขึ้นดื่มช้า ๆ
“นี่น่ะเหรอ ผู้มีความรู้ ที่จะช่วยเสด็จพี่เจรจากับชาวบ้าน หลังจากปราบปรามฏสำเร็จ” คำพูดขององค์ชายสี่ทำให้หญิงสาวชะงักนิ่ง นางกลืนน้ำลายแล้วตั้งสติ
“หม่อมฉันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพคะ”
“ก่อนทำหน้าที่ ช่วยรักษาชีวิตตัวเองไว้ ให้อยู่ถึงตอนนั้นจะดีกว่า” คำพูดเย็นเยียบของเซียวจ้าน ทำให้หลี่เถียนเปากำมือแน่น ก่อนราชองครักษ์ขององค์ชายรองจะก้าวเท้าเข้ามาน้อมกายรายงาน
“ทูลองค์ชายรอง ข้าน้อยส่งคนดูลาดเลาแล้ว พบว่าหัวหน้าฏ อาศัยอยู่ที่จวนเ้าเมืองคนเก่า มีคนคอยคุ้มกันหลายร้อย ส่วนกองกำลังขององค์ชายหยางเติ้ง มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก หยุดพักใกล้ ๆ กับพวกฏอาศัยอยู่” อี้เทียนฟังคำรายงาน แล้วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
“แล้วเื่ที่ข้าให้เ้าไปทำ สำเร็จหรือไม่?” ก่อนราชองครักษ์จะน้อมกายลงแล้วกล่าวต่อ
“สำเร็จแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรน่าห่วง พรุ่งนี้รวบรวมกำลัง เข้ายึดอำนาจจากฏกลับคืนมา” สิ้นคำสั่งขององค์ชายรอง เฉินเฟยอวี้ก็น้อมกายลงแล้วเดินจากไปในทันที
“พรุ่งนี้ พระองค์ต้องปราบปรามฏ แล้วหม่อมฉันล่ะเพคะ”
“อยากตายก็ตามไปด้วยสิ!” องค์ชายสี่เปรยขึ้น พร้อมจิบชาร้อน ๆ พร้อมเลื่อนสายตาไปยังหลี่เถียนเปา ก่อนนางจะก้มหน้าหลบด้วยความหวาดหวั่น
“ข้าจะให้คนคอยคุ้มกันเ้า” อี้เทียนกล่าวกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าท่าทางของพี่ชาย ที่แสดงออกต่อหญิงอื่น ทำให้เซียวจ้านไม่อาจทนมองต่อไปได้ เขาลุกขึ้นเตรียมเบี่ยงตัวขึ้นไปพักผ่อน
ก่อนเสียงของกระบี่จากด้านนอก ดังกระทบกันคล้ายกับมีการต่อสู้ สายตาคมของอี้เทียนตวัดมอง พร้อมคนของเขาเข้ามารายงานด้วยสีหน้าแตกตื่น ทว่ายังไม่ทันรายงาน ร่างของชายชรา หน้าตาคุ้นเคย ก็เดินเข้ามาพร้อมคนติดตามสองสามคนเท่านั้น
“ลิ้มจ้าวเฉิน!” อี้เทียนหลี่ตา แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่เหล่าทหารกรูกันเข้ามาเพื่อคุ้มกันความปลอดภัย เขายกมือขึ้นห้าม มองตรงไปยังชายชราอย่างมีความหมาย ก่อนอีกฝ่ายจะเลื่อนสายตามองทุกอย่างเงียบ ๆ แล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ไม่เจอกันนาน โตเป็หนุ่มหน้าตาหล่อเหลามากมายถึงเพียงนี้เชียวรึ องค์ชายรองอี้เทียน” ลิ้มจ้าวเฉิน ผู้เป็บิดาของอดีตฮองเฮาหลินเหลียน นางถูกปลดให้เป็สามัญชนหลังจากสังหารมารดาของตน
“คนกันเองทั้งนั้น เหตุใดต้องเล็งอาวุธใส่กันด้วยเล่า” เสียงของชายชรา ทำให้ทุกคนหันมองมายังอี้เทียนเพื่อรอคำสั่ง ทว่าเขาทำเพียงแค่ยกชาขึ้นดื่ม แล้วรับสั่งออกมาเบา ๆ