คทาขับรถมาจอดในที่จอดรถของโรงพยาบาลได้สักพักแล้ว แต่คนที่นอนหลับอยู่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น มือที่กอดถุงใบใหญ่นั้นยังคงกอดเอาไว้แน่น เขาค่อนข้างลังเล ไม่แน่ใจว่าควรจะปลุกเธอให้ตื่นดีหรือเปล่า จนกระทั่งเวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่ คทาตัดสินใจปลุกเธอในที่สุด เขาเขย่าตัวเธอเบาๆ ก่อนจะเริ่มแรงเรื่อยๆ ทว่าคนหลับใหลก็ยังคงนิ่ง ชายหนุ่มรู้สึกแปลกๆ...หรือที่เธอบอกว่าแค่เหนื่อยจะเป็นเรื่องโกหก?คทาเดินอ้อมไปยังที่นั่งอีกฝั่ง เปิดประตู ก้มตัวไปเขย่าปลุกเธออีกครั้ง คราวนี้เธอลืมตาขึ้นมา ท่าทางงัวเงีย“ถึงแล้วเหรอคะ”“ครับ” คทาค่อนข้างเบาใจที่เห็นเธอตื่นในที่สุดความคิดที่อยากจะเร่งให้เธอช่วยน้องสาวตัวเองเร็วๆ ถูกพับเก็บลงไป เห็นสภาพของเธอที่ดูเหนื่อยล้าตอนนี้แล้วก็ตัดใจพูดออกไปไม่ได้ เธอดูแย่มาก และผมก็ไม่ได้ใจร้ายใจดำขนาดที่จะบังคับเธอในสภาพนี้ได้“พาตัวมาหรือยัง?” คทาถามเลขาคนสนิทหลังเข้ามาในห้องผู้ป่วย“คือว่า...” พงศ์อึกอัก “คุณรวีไปต่างจังหวัดกับคุณรินเมื่อวันก่อนครับ”“อะไรนะ?!”“คือผมติดต่อไปแล้ว ตอนนี้คุณรวีกำลังรีบกลับมา ไปกันค่อนข้างไกล แต่คิดว่าน่าจะทัน...”“คิดว่า? น่าจะ?” คทาทวนคำอย่างหงุดหงิด ชีวิตของน้องสาวต้องฝากไว้กับคำว่า ‘คิดว่า’ และ ‘น่าจะ’ งั้นเหรอ!ชายหนุ่มล้วงเอาโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดราคาแพงมากดเบอร์โทรออกอย่างรุนแรง ไม่นานปลายสายก็กดรับ ทว่าเสียงที่ดังลอดออกมากลับเป็นน้ำเสียงผู้หญิงแทนที่จะเป็นไอ้เพื่อนเวรนั่น“ค่ะ”“ให้ไอ้วีมาคุยทีริน”“วีขับรถอยู่...ไม่เป็นไร กดเปิดเสียงให้วีหน่อย” อีกเสียงหนึ่งพูดแทรก“ว่าไง หายโกรธฉันแล้วหรือไงวะ?” เสียงของอีกฝ่ายยังคงฟังดูนุ่มนวล แต่คทากลับรู้สึกยิบๆ ในอก“รีบกลับมาให้ไว ให้เวลาสองวันแกต้องถึงโรงพยาบาล”“ก็กำลังรีบกลับไปอยู่นี่ไง ฉันรู้เรื่องที่หนิงตกบันไดแล้วนะ แต่ฉันไปแล้วมันจะทำให้น้องแกหายหรือไง? ฉันเป็นหมอก็จริง แต่ฉันเป็นหมอฟันนะโว้ย” เสียงฟังดูเครียดอยู่ เป็นเพราะเพิ่งจะรู้ว่าหนิงเข้าโรงพยาบาล คงจะร้อนใจเหมือนกัน ทั้งคู่ค่อนข้างสนิทกัน รวีทั้งรักและเอ็นดูหนิง เนื่องจากเป็นน้องสาวของเพื่อนที่รู้จักกันมานาน แน่นอนว่าในฐานะน้องสาว“เออ รีบกลับมาก่อนเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังทีหลัง อยู่ที่ไหนแล้ว คิดว่าจะมาทันไหม?”“คิดว่าน่าจะทัน เดี๋ยวจะผลัดกันขับกับริน” ปลายสายตอบ“อืม ยังไงก็ขับรถกับระวังๆ ด้วย”“เออ แล้วจะรับไป”ปลายสายกดตัดสายไป คทามองจอมือถืออยู่ครู่หนึ่ง ค่อนข้างเป็นห่วงทั้งคู่ที่ต้องขับรถเร็วๆ และอาจจะต้องขับตอนกลางคืนด้วย ยังไงก็เป็นเพื่อน จะไม่นึกห่วงได้ยังไงสาเหตุที่คทาไม่อยากให้น้องสาวไปยุ่งกับมันก็เพราะกลัวน้องจะเสียใจ ที่รวีดีกับหนิงก็เพราะเห็นว่าหนิงเป็นน้องสาวของมันเหมือนกัน จึงทั้งรักและเอ็นดู ดูแลเธออย่างดีมาตลอดแต่เพราะความนุ่มนวลและเอาใจใส่เลยทำให้หนิงเข้าใจผิด เผลอคิดกับอีกฝ่ายไปไกลเกินกว่าคำว่าพี่น้องอีกอย่างรวีก็มีแฟนสาวอยู่แล้ว ก็คือคนที่มารับสายในตอนแรกคทาจัดการให้เพื่อนตัวเองย้ายไปทำงานที่โรงพยาบาลอื่น ไปให้ไกลจากหนิงหน่อยจะได้ไม่ต้องเจอกันสักพัก อย่างน้อยก็ให้ผ่านช่วงเลือกสาขาเรียนต่อไปก่อน แล้วค่อยบอกทีหลังเพียงแต่คทาไม่ได้คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น...
เวลา 21.00 น.ครบกำหนดสามชั่วโมงที่นางฟ้าบอกกับผู้ว่าจ้างแล้ว คทาวางเอกสารลงเมื่อเห็นหญิงสาวเดินออกพร้อมถุงกระดาษใบใหญ่ที่เอาไปนอนกอดด้วย คทามองแล้วคิดในใจว่าจะอะไรกับถุงนั้นกันนักกันหนาทันทีที่นางฟ้าหย่อนก้นนั่งลงก็บ่นออกมา “หิวจังเลย”ตามด้วยเสียงแควกเธอฉีกถุงกระดาษที่ถูกเย็บที่ปากอย่างดีออก ด้านในมีขนมมากมายหลายอย่างอัดมาจนเต็มถุง นางฟ้าเห็นแล้วดีใจจนตาโต หยิบออกมาหนึ่งชิ้นแล้วกัดเต็มคำคทามองคนที่หลับตาพริ้มเปี่ยมสุข ก็ถึงว่าทำไมกอดเอาไว้ไม่ยอมปล่อย นี่เธอตั้งใจที่จะช่วยน้องสาวของเขาจริงๆ หรือเปล่า“กินข้าวก่อนไม่ครับ ผมให้คนเตรียมอาหารไว้ให้แล้ว” คทาบอก เขาบุ้ยหน้าไปทางโต๊ะอาหารที่มีฝาครอบอาหารอยู่นางฟ้ามองตาม จากนั้นก็วิ่งเข้าใส่ นั่งเก้าอี้แล้วเปิดฝาที่ครอบอยู่ออก เห็นอาหารจานโตก็เลียริมฝีปาก ทำท่าทางหิวโหย “คุณก็เป็นคนดีอยู่นะ”คนฟังคิ้วกระตุก“แล้วคุณไม่กินเหรอคะ?” นางฟ้าถามเมื่อเห็นมีแค่ส่วนของเธอ“ผมทานแล้วครับ เชิญคุณทานเถอะ” คทาเอ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพนางฟ้าพยักหน้าเข้าใจ จากนั้นก็ลงมือกินอาหารเงียบๆ แม้จะหิวโหยแค่ไหนก็ยังคงรักษามารยาทบนโต๊ะอาหารไว้ได้ มารยาทบนโต๊ะอาหารของเธอดีมากทีเดียว บ่งบอกว่าหญิงสาวได้รับการอบรมมาอย่างดีแน่นอนคทาเคยได้ยินแม่ของเขาพูดเอาไว้ว่า จะดูว่าคนคนนั้นมีนิสัยอย่างไร เบื้องต้นให้ดูเวลาเขาทานอาหารภายนอกเธอดูเป็นคนแก่นแก้ว แต่จากท่าทางการทานอาหารนั้น คทาบอกได้เลยว่าเธอเป็นคนเรียบร้อยมากทีเดียว แต่ถึงเธอจะทานอาหารดูเรียบร้อยยังไง อาหารก็หมดไปอย่างรวดเร็วอยู่ดี ท่าทางการทานเรื่อยๆ คล้ายไม่รีบร้อนแต่ทานเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ไม่ทันไรอาหารที่เตรียมไว้ในปริมาณที่มากพอสมควรก็หมดลง...จากนั้นเธอก็เปิดถุงกระดาษลงมือทานขนมที่อยู่ในนั้นต่อยังไม่อิ่ม?“แล้วเรื่องเพื่อคุณว่ายังไงคะ?” นางฟ้าถามอีกฝ่าย“น่าจะมาทัน”“อ้อ...ฉันจะเริ่มสางปมด้ายวิญญาณคืนนี้เลยนะคะ”“ครับ” คทาพยักหน้า “คุณต้องการอะไรเพิ่มอีกหรือเปล่า?”หญิงสาวส่ายหน้า “ไม่แล้วล่ะค่ะ แต่ตอนที่ฉันกำลังลงมือสางปมด้ายวิญญาณให้น้องสาวคุณอยู่ห้ามให้ใครมากวนฉันเด็ดขาดเลยนะคะ มันต้องใช้สมาธิสูงมาก ห้ามทำให้ฉันเสียสมาธิเด็ดขาด”นางฟ้าร้องขึ้นเมื่อนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ “อ้อ อีกอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามให้ใครก็ตามมาแตะตัวฉันเด็ดขาด ห้ามเด็ดขาดเลยนะคะ”“ห้ามแตะตัว?” คทาไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็รับปาก “ได้ครับ”นางฟ้าลุกขึ้นยืน “งั้นเราก็มาเริ่มกันเลยเถอะ”
นางฟ้าเดินเข้ามาในห้องผู้ป่วยอีกครั้งหลังจากตระเตรียมของที่ต้องใช้และเติมพลังให้กับตัวเองเรียบร้อยแล้ว สังเกตเห็นดวงวิญญาณของเด็กสาวเริ่มดูไม่ค่อยดี เธอรีบเดินไปดูใกล้ๆนี่มัน...ไม่ค่อยดีแล้ว“หนิง พี่ฟ้าจะเริ่มสางปมด้ายวิญญาณแล้วนะ” เด็กสาวที่ดูเหม่อลอยกะพริบตาก่อนจะหันมามองเธออย่างเลื่อนลอย นางฟ้าสอบถามอาการว่า “ตอนนี้รู้สึกยังไง?”“...รู้สึกเหนื่อยๆ ค่ะ หนิงเริ่มไม่ค่อยรู้สึกตัวหลายครั้งแล้ว” เด็กสาวพูดอย่างกลัวๆ “หนิงจะเข้าร่างได้ไหมคะพี่ฟ้า?”“ได้สิ หนิงเชื่อใจพี่นะ พี่จะช่วยหนิงเอง ก่อนที่พี่จะเริ่มลงมือสางปมให้ พี่จะทำให้เราอยู่ในสภาพเหมือนหลับก่อนนะ เพราะการสางปมด้ายวิญญาณจะทำให้วิญญาณรู้สึกเจ็บปวดมากเกินไป เดี๋ยวหนิงจะทนไม่ไหวเอา” นางฟ้าทั้งปลอบและให้กำลังใจไปพร้อมๆ กัน“ค่ะ” หนิงพยักหน้า เธอเดินไปนอนลงบนโซฟาแล้วหลับตาลงนางฟ้าวางมือทาบลงบนหน้าผากของวิญญาณเด็กสาว เธอท่องคาถาที่ฟังไม่ได้ศัพท์เพื่อให้เด็กสาวหลับ นางฟ้าหันไปย้ำกับคทาที่ยืนอยู่หน้าประตู “อย่าลืมนะคะ อย่าให้ใครเข้ามากวนฉัน และห้ามแตะตัวของฉันเด็ดขาด!”“เข้าใจแล้ว”เมื่อมั่นใจว่าเขาจะทำตามที่เธอบอก เธอก็หยิบหวีวิญญาณสีชาดออกมาจากกล่องไม้ ทันทีที่เปิดกล่องออกพลังของหวีก็แผ่กระจายอยู่เต็มห้องนางฟ้าตั้งสมาธิให้แน่วแน่ เพราะขั้นตอนการสางปมด้ายวิญญาณอันตรายมาก ต้องสางให้เสร็จในครั้งเดียว หากหยุดกลางทางเธอที่เป็นคนทำการสางปมก็จะเป็นอันตรายไปด้วย เธอถึงได้ย้ำแล้วย้ำอีกนางฟ้าคว้าจับเส้นด้ายวิญญาณขึ้นมา ใส่พลังเข้าไปในหวีแล้วเริ่มสางคทามองดูหญิงสาวที่ทำท่าหยิบบางอย่างขึ้นมาจากความว่างเปล่า แล้วเริ่มใช้หวีสีแดงที่ได้มาสางไปมา คทาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มันดูมีมนต์ขลังเสียจนไม่อาจละสายตาไปได้เลยในห้องเริ่มมีลมพัด ทั้งๆ ที่หน้าต่างก็ปิดอยู่ และไม่มีทางที่ลมจะลอดเข้ามาเลย คทามองผู้หญิงที่นั่งลงหน้าโซฟาตัวยาวอีกครั้งสีหน้าของเธอจริงจังมาก และนัยน์ตาก็ไร้แววสดใสอย่างทุกที ราวกับว่าเธอเข้าไปอยู่ในภวังค์ รอบๆ ตัวเธอมีแสงสีขาวแผ่ออกมา ซึ่งคทาคิดว่าเขาน่าจะชินได้บ้างแล้วแต่ไม่ยังไงก็ไม่ชินอยู่ดีคทาเดินออกจากห้องแล้วทำการปิดประตูอย่างเบามือ เดินกลับไปนั่งโซฟาที่ห้องรับแขกเพื่อทำงานที่ค้างคารอ ซึ่งคทาก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่