"หึ่ม!"
"หึ่ม!"
"หึ่ม!"
ณ ลานกว้าง เสียงเชียร์ดังขึ้นจากกลุ่มคนนับร้อยที่มุงดู ที่แห่งนั้นรายล้อมไปด้วยรถหรูหลายสิบคัน
แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือรถสองคันที่เพิ่งแล่นออกไปนั้นได้สะกดสายตาคนดูเอาไว้
คันหนึ่งคือ เฟอร์รารี่ 488 สีแดงสด มูลค่ากว่าสี่ล้านหยวน อีกคันที่ตีคู่ไปด้วยนั้นคือ ฟอร์ด มัสแตง ราคาเพียงห้าแสนหยวน ซึ่งรูปลักษณ์ของรถสปอร์ตทั้งคู่ดูผิดกันถนัดตา
นี่คือการเผชิญหน้าระหว่าง หลิวเฟิง เศรษฐีใหม่ผู้มั่งคั่งจากเมืองหลวง ส่วนอีกด้านก็คือ อดีต 1 ใน 4 คุณชายจากตระกูลใหญ่ จางฮ่าน
จางฮ่าน ออกมายืนพิงที่ประตูของเ้า ฟอร์ด มัสแตง อยู่ๆนิ่ง เสื้อผ้าที่ใส่ดูรุ่งริ่ง ผมยาวรุงรัง หน้าม้ายาวลงมาปิดตาทุกทีที่เขาก้มหน้า คนดูไม่ออกว่าเขาลืมตาหรือหลับตา ใบหน้าคมคายที่ซ่อนอยู่หลังเส้นผม ยังดูออกถึงความหล่อเหลา ที่ดึงดูดความสนใจสาวๆนับแต่สมัยตอนวัยรุ่น เพียงแต่ราศีของเขาดูหม่นหมองไปกว่ากาลก่อน
ทางด้านหลิวเฟิง ถึงจะอยู่ท่ามกลางฝูงคน ก็ยังโดดเด่นดุจ ดาวล้อมเดือน สีหน้าของเขาดูราวกับว่า โลกทั้งใบได้สยบอยู่แทบเท้า อย่างไงอย่างงั้น
"พวกเราเข้าไปทักทาย คนที่เคยอยู่บนจุดสูงสุดอย่างคุณชายจางกันดีกว่า "
หลิวเฟิงโบกไม้ทำมือ เดินนำลิ่วล้อก้าวตรงไปหา ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
"ไงคุณชายจาง"
หลิวเฟิง เดินเข้ามาเบื้องหน้าของ จางฮ่าน มีท่าทีไม่แยแสต่อการมาของเขา จึงพูดออกไปอย่างแปลกใจว่า "เป็อะไรไป หลับอยู่รึไง" จางฮ่าน ทำเหมือนไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสายตานับั้แ่อดีต อยู่ๆก็ดูเหมือนคนไร้ิญญาไปซะอย่างงั้น ถุ้ยๆ! จะแข่งอยู่แล้ว ยังจะทำท่าทางใจเย็นอยู่ได้นะคุณชายจาง น่าโมโห
พอนายเอ่ยปาก ลูกน้องที่อยู่ข้างๆก็พูดขึ้น
"สภาพหมอนั่นตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากขอทานหรอก!"
"ไม่สิ ฉันว่าเทียบขอทานไม่ติดด้วยซ้ำ ไม่แน่นา ตอนนี้อาจต้องแย่งอาหารหมูกินก็เป็ได้"
"......"
ข้างฟอร์ด มัสแตง อยู่ๆก็มีชายร่างท้วมใส่แว่นโผล่มาพร้อมกับสาวน้อยวัยสามสี่ขวบ
สาวน้อยน่าตาสดใสน่ารักในชุดเดรสสีขาว ดูราวกับเ้าหญิงในนิทาน นอกเสียจากผมเผ้าที่ดูยุ่งเหยิง โดยรวมแล้วดูสมบูรณ์แบบ ทว่าั์ตาของเธอนั้นกลับมีหยาดน้ำตาคลอแสดงถึงความคับข้องที่ถูกรังแก อาจเป็เพราะเธอได้ยินกลุ่มคนที่รุมด่าทอ จางฮ่าน เธอดูท่าทางเหมือนจะร้องไห้
หากเป็่เวลาปกติ ความน่ารักของเธออาจจะดึงดูดสายตายของผู้คนไว้ได้ แต่เวลานี้มันคือการแสดง ของ หลิวเฟิง
ใน่ที่คนรุมเย้ยหยัน จางฮ่าน ดูเหมือนเริ่มมีปฎิกิริยา
เมื่อ จางฮ่าน เบิกตาถลึงขึ้น อีกฝ่ายก็ถึงกับตกตะลึง ที่เห็นท่าทีของคนที่อยู่ตรงหน้าเขา แววตาของเขาหงุดหงิดและสายตาของเขาเต็มไปด้วยความเดียดฉันท์ต่อโลก
“ พวกมดปลวกสะเออะมาเห่าหอนอะไรกันแถวนี้ ”
อยู่ๆจางฮ่านก็กพูดขึ้นมาอย่างลอยๆไม่ได้เจาะจงชื่อใคร
คนทั้งลานเงียบไปชั่วขณะ ไม่กี่วินาทีถัดมาเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความประชดประชันก็ดังขึ้นอีก
“ จางฮ่าน ฉันว่าแกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ”
“ กลัวว่าจะกลายเป็พวกไม่สมประกอบ ”
“ …… ”
ทุกคนพากันล้อเลียนอีกครั้ง แต่เมื่อ จางฮ่าน เห็นภาพที่อยู่ตรงหน้าของเขา ก็ถึงกับตาค้าง
"นี่ไม่ใช่ตอนที่ฉันกำลังแข่งกับ หลิวเฟิง ที่เขาหมาป่าในปี 2009 หรอกรึ"
"ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ? "
“ ไม่ใช่ว่าฉันกำลังขึ้นไปบุกปล้น์? ”
“ หรือว่า......ฉันกลับมาแล้ว ? ”
“ นี่ฉันโดนเทพ์ไล่กลับมาเกิดใหม่อย่างนั้นรึ ? ”
แววตาของ จางฮ่าน ดูสั่นเครือ
ในความทรงจำห้าปีที่ผ่านมา จางฮ่าน เป็หนึ่งในแปดตระกูลใหญ่ในกรุงซ่างจิง ผู้นำตระกูลคือพ่อของเขา ตัวเขาเลยไม่รู้จักคำว่ากลัว แต่แล้ววันหนึ่งครอบครัวก็ประสบอุบัติเหตุ เครื่องบินเกิดขัดข้องเครื่องตกลงมากลางคัน พ่อแม่และน้องสาวตายจาก หลังจากนั้นอารอง จางหมิน จึงขึ้นมารับ่ต่อจากพ่อของเขา ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยให้เขาหลุดพ้นจากความเปล่าเปลี่ยวอ้างว้างได้เลย
จางฮ่าน ได้รับความะเืใจเป็อย่างมาก เขาปักใจเชื่อว่าครอบครัวของเขาจะต้องมีคนวางแผนบงการฆ่า จึงได้เริ่มออกสืบหาสาเหตุการตายของพ่อแม่และน้องสาว โดยพุ่งเป้าหมายไปที่อารองของเขา จางหมิน แต่ก็ถูกจับได้ บวกกับที่เขาเคยมีข้อข้องใจกับหลายคน จนในที่สุดเขาก็ถูกขับออกจากตระกูล
จวบจนทุกวันนี้ก็ผ่านเวลามาได้ 5 ปี แต่เขาก็ไม่ยอมตัดใจ เขาได้ออกตามหาความจริงมาตลอด ถึงแม้ว่าจะยากลำบากขนาดไหนตัวเขาเองก็ไม่ยอมถอดใจ จนถึงเหตุการณ์บนเขาหมาป่า
เขาจำได้ว่าตนขึ้นมาแข่งรถบนเขาหมาป่าแห่งนี้ จนตัวเองประสบอุบัติเหตุร้ายแรง จนสูญเสียแขนไปทั้งสองข้าง สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการโดดหน้าผา ไม่คาดฝันว่าตัวเขาได้มาโผล่ในโลกของเซียน
ทำให้ตัวเขาเริ่มฝึกฝนบนวิถีเซียน จนััของเขาสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายสมบัติ และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ
ด้วยพลังวิเศษนี้ ด้วยระยะเวลาห้าร้อยปีในการฝึกเขาจึงใช้พลังนี้ได้อย่างสูงสุด จวบจนวันที่เขาบุกปล้น์ ชื่อเสียงของเขาดังไปทั่วสรวง์ กลายเป็วายร้ายตัวฉกาจของ์ผู้หนึ่ง
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้น ในวันหนึ่งที่เขาขึ้นไปปล้นชิงบน์ ส่งผลให้พลังของเขาเสียสมดุลจนตัวเองพลาดท่า
“ ทำไมไม่ใช่เมื่อ5ปีก่อนนะ ”
จิตใจของเขาเริ่มสับสน
ความอกตัญญูของเขา เป็สิ่งที่ทำให้เขาเสียใจเป็ที่สุด ก่อนที่พ่อแม่จะตายจากเขาไป ตัวเขานั้นยังเป็แค่วัยรุ่นเืร้อนไม่เดียงสา วันๆหาแต่เื่เดือดร้อนให้กับผู้เป็พ่อ ซ้ำยังพูดจาทำร้ายน้ำใจให้แก่ผู้เป็แม่ไว้ไม่น้อย แต่ไม่ว่าเขาจะเสียใจแค่ไหนยังไงก็ย้อนเวลากลับไปไม่ได้
คุณธรรมร้อยข้อ กตัญญูมาก่อน จางฮ่าน ถึงแม้เป็คนเหลวไหล แต่ลึกๆในใจของเขานั้นก็รักพ่อแม่ไม่แพ้ไปกว่าคนอื่นๆ
ใน่ห้าร้อยปีนี้ มีประโยคหนึ่งที่ลอยวนอยู่ในหัวของเขาตลอด
“ ถึงต้นไม้อยากจะหยุดนิ่งแต่ ลมก็ไม่หยุดพัด ลูกอยากตอบแทนคุณพ่อแม่ แต่พ่อแม่กลับไม่อยู่แล้ว”
“ จางฮ่าน ”
เสียงเ็าดังขึ้นขัดจังหวะอารมณ์ พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นแต่สายตาเ็าที่ หลิวเฟิง มองมาทางเขา
“ 5 ปีก่อนแกไล่ฉันออกไปจากเมืองหลวง และในวันนี้ฉันขอเอาตำแหน่ง แชมป์ L.A.มาเป็เดิมพัน แต่แกดันมาอยู่ในสภาพหมูหมาก็ไม่ปาน วันนี้ฉัน หลิวเฟิง จะทำให้แกไม่มีที่ยืนในเมืองหลวงอีกต่อไป ”
“ หรอ แกเก่งขนาดนั้นเลย ? ” จางฮ่านทำท่าทางตกอกใ “ งั้นฉันไม่แข่งกับแกล่ะ ”
หลิวเฟิง เดือดดาลจนร่างกายสั่นเทา ใบหน้าเต็มไปด้วยเส้นเื ราวกับโดนกำปั้นที่มองไม่เห็นซัดเข้าอย่างจัง
“ จางฮ่าน การแข่งวันนี้ฉันจะเพิ่มรางวัลให้แกหากแกเอาชนะฉันได้ ” หลิวเฟิง ควงกุญแจรถเฟอร์รารี่ท่าทางยั่วยุ “ รถคันนี้จะเป็ของแก หากแกชนะได้ ”
“ ถ้าเป็อย่างนั้น ฉันคงต้องรับคำท้าสินะ ” จางฮ่าน พูดกระหยิ่มยิ้มย่อง
“ โอ้ ”
หลิวเฟิง ยิ้มเ็า โบกมือส่งสัญญาณให้พวกลิ่วล้อ “ เอาจอสัญญาณภาพออกมา ”
จากนั้นไม่นาน, ขณะที่เตรียมการฉายภาพรอบๆ เขาหมาป่า เฮลิคอปเตอร์ก็ถูกส่งขึ้นไปบนฟ้าเพื่อฉายภาพจากมุมสูง บนหน้าจอแสดงเส้นทางการแข่งบนเขาหมาป่าออกมาจากทุกมุม
“ เตรียมตัวให้พร้อม ”
หลิวเฟิง พยักหน้าส่งสัญญาณให้ชายอ้วนใส่แว่นที่ยืนอยู่ข้างๆฟอร์ด มัสแตง แล้วเข้าไปนั่งในเฟอร์รารี่
แต่พอ จางฮ่าน กำลังเดินไปขึ้นรถฟอร์ด มัสแตง ก็มีเสียงกระซิบดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“ Daddy สู้ๆนะ จัดการคนเลวนั่นเลย ”
จางฮ่าน ตกตะลึง หันกลับไปมอง เห็นเ้าหญิงตัวน้อยยืนอยู่ข้างๆชายอ้วน
“ แม่สาวน้อยที่น่ารักคนนี้ทำไมถึงเรียกเราว่าพ่อ ? ”
จางฮ่าน ยิ้มส่ายหน้า
“ พี่ ฮ่าน พี่ต้องชนะได้แน่ ” ชายอ้วนชกมือ ส่งกำลังใจให้
“ ขอบใจสำหรับคำอวยพร รถของนายต้องนำโชคมาให้กับฉันแน่ ” จางฮ่าน เหลือบมามอง แล้วขึ้นไปนั่งบนมัสแตง
สาวสวยในชุดบิกินี่ เดินถือธงมาที่หน้ารถคอยส่งสัญญาณ
“ พร้อม ”
เสียงท่อคำรามของเครื่องยนต์ดังขึ้นอย่างกึกก้อง
ในรถเฟอร์รารี่ หลิวเฟิงยิ้มได้ใจ
ทางด้านชายอ้วนก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย
ส่วนสาวน้อยข้างๆนั้น ท่าทางกลัวและกังวล น้ำตาคลอเบ้าดูน่าสงสาร
ในรถมัสแตง จางฮ่าน แสยะยิ้มเยือกเย็น
“ ถึงเวลาเอาคืนคนที่ทำร้ายฉันแล้ว ? ”
“ น่าเสียดาย ที่ฉันไม่ใช่ฉันคนเดิม ”
“ ถึงตอนนี้ฉันจะไม่มีพลังวิเศษ แต่แค่พวกมดปลวกฉันขยี้ได้สบาย ”
จบตอน