ผ่านไป2คืนแล้วที่เฟยหรงและคนอื่นๆมาพักอยู่ในเมืองหลินยี่คืนนี้เป็คืนที่3 นางเรียกให้ทุกคนมาพบที่ห้องเมื่อทั้งหมดมาครบแล้วนางก็ทำการร่ายอักขระเพื่อปิดกั้นรอบห้อง
"เอาล่ะในเมื่อมาครบแล้ว..." เฟยหรงมองไปที่ทุกคน
"ข้าจะขึ้นไปบนูเาไฟพยัคฆ์เพลิงโลกันตร์ซึ่งข้าอยากให้เทียนหลงไปกับข้า ส่วนเ้าสองคนข้าอยากให้ไปยังป่าลาวาด้านล่างูเาไฟเพื่อเก็บต้นเพลิงโลกันตร์และเอายางจากต้นไม้ลาวามาด้วยมีลักษณะแบบนี้"เฟยหรงยื่นภาพวาดของต้นเพลิงโลกันตร์และต้นลาวาให้ทั้งสองได้ดู
"ต้นเพลิงโลกันตร์เป็ต้นไม้ที่เติบโตได้ในพื้นที่ในป่าเขตร้อนอย่างป่าลาวาทั้งลำต้นและใบจะมีสีแดงส่วนผลมีสีดำพวกเ้าเก็บมาทั้งต้นรวมถึงรากด้วย ต้นเล็กต้นใหญ่เก็บมาให้หมดแล้วอย่าลืมเด็ดผลมันออกมาก่อนละส่วนต้นไม้ลาวาจะมีลักษณะลำต้นสูงใหญ่คล้ายต้นไม้ธรรมดาแต่ลำต้นของมันจะมีสีดำด้านในลำต้นจะมียางสีส้มเหลืองพวกเ้าใช้กระบี่ฟันต้นแล้วนำไหทั้งสิบไหไปรองเอายางไม้อ้อ ถ้าพบเจอสมุนไพรอะไรก็เอามาด้วยนะ นี่แหวนมิติ ข้าพึ่งทำให้พวกเ้า"มี่ถงและจิ้นฝานยิ้มกว้าง เพราะพึ่งจะเคยมีแหวนมิติเป็ของตัวเอง
"ด้านในมีกระบี่ของพวกเ้าและไหจำนวนสิบใบอยู่ข้าลงอักขระเสริมความแข็งแกร่งกระบี่ให้แล้ว"เฟยหรงยื่นแหวนมิติสีเขียวมรกตให้คนทั้งสอง
"เอาล่ะไปกันเถอะ"เมื่อมอบหน้าที่ให้เสร็จ นางก็พาทุกคนไปยังูเาไฟเพลิงโลกันตร์ทันทีจิ้นฝานและมี่ถงแยกตัวลงไปยังป่าลาวาด้านล่างส่วนเฟยหรงและเทียนหลงก็เข้าไปในปล่องูเาไฟ ข้างในคล้ายถ้ำขนาดใหญ่อากาศร้อนระอุมีลาวาเหลวอยู่ด้านล่าง เฟยหรงลงมายังพื้นหินในปล่องูเาไฟ นางมองไปรอบๆแล้วเดินไปที่กำแพงใช้กระบี่กะเทาะหินสีส้มเหลืองขึ้นมาตรวจสอบ
"นั้นคืออะไรหรือ"เทียนหลงชะโงกหน้าเข้ามาดูหินที่เฟยหรงถืออยู่
"นี่คือหินผลึกอัคนีเกิดจากการหลอมรวมแล้วตกผลึกของลาวาหลายพันปีมันอยู่ในปล่องูเาไฟแห่งนี้ก็สะสมปรานความร้อนเอาไว้หากนำมาบดผสมกับยาธาตุไฟก็สามารถยกระดับยาขึ้นมาได้หลายระดับทีเดียว ทั้งยังเอามาหลอมโอสถอื่นๆได้อีกด้วย"เฟยหรงพลิกผลึกหินสีส้มในมือไปมา
ทั้งเทียนหลงและเฟยหรงต่างก็ช่วยกันเก็บหินผลึกอัคนีใส่ในมิติผ่านไปสองชั่วยามทั้งสองก็รู้สึกถึงการขยับเคลื่อนและความสั่นไหวของพื้นหิน
"ใครกันที่มาบุกรุกบ้านของข้า"เสียงทุ้มก้องไปทั่วปล่องูเาไฟผู้ที่ส่งเสียงนั้นค่อยๆโผล่ออกมาจากลาวาร้อนด้านล่าง เฟยหรงเบิกตากว้างส่วนเทียนหลงก็ขยับยืน ปกป้องเฟยหรงอยู่ด้านหน้า
โฮกกก
ปรากฏร่างสีดำทมิฬของพยัคฆ์ตัวใหญ่มันคำรามลั่นสัตว์ป่าและสัตว์ทั่วบริเวณต่างก็ใระดับพลังปรานเทวาและเสียงที่แผดออกมาจากูเาไฟลูกนี้แล้วรีบหนีออกไปทันที
"นั้นมันพยัคฆ์เพลิงโลกันตร์!"เทียนหลงเอ่ยแล้วยกยิ้มขึ้นมา
"พวกไม่รักตัวกลัวตายเมื่อเข้ามายังที่แห่งนี้แล้วอย่าหวังว่าจะรอดไปได้"พยัคฆ์เพลิงโลกันตร์ไม่รีรอที่จะพูดคุย มันจู่โจมเข้ามาทันทีเทียนหลงนำกระบี่ออกมาจากมิติแล้วพุ่งทะยานเข้าหามันเช่นกัน
ตูมมม
เกิดคลื่นพลังขนาดใหญ่ปะทะกันภายในปล่องูเาไฟทั้งพยัคฆ์เพลิงโลกันตร์และเทียนหลงก็กระเด็นไปคนละทาง
"คิดว่าพยัคฆ์เพลิงโลกันตร์จะสูญพันธุ์ไปแล้วซะอีกอ่า...มันคงอาศัยและสะสมพลังปรานอยู่ในูเาไฟมานานหลายพันปีนี่เอง"เฟยหรงพึมพำแล้วมองการต่อสู้ตรงหน้าของตนเทียนหลงที่คล้ายดูจะเสียเปรียบทำให้พยัคฆ์ตัวนั้นกระเหิมในพลังของตนพุ่งเข้าใส่บุรุษในชุดสีทองไม่ยั้งแต่สีหน้าของเทียนหลงไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เหมือนจะสนุกเสียด้วยซ้ำ
พยัคฆ์เพลิงโลกันตร์ตวัดกรงเล็บทำให้กระบี่ของเทียนหลงกระเด็นออกไปไกลมันยิ้มกริ่มแล้วกระโจนเข้าหาเทียนหลงแต่เทียนหลงก็หลบการโจมตีของพยัคฆ์เพลิงโลกันตร์ได้เสมอจนเ้าพยัคฆ์นั้นหัวเสียอยู่พอสมควรเทียนหลงยิ้มแล้วหลบการโจมตีของมันเรื่อยๆอย่างกับคิดว่ามันเป็เื่สนุก
"จัดการมันได้แล้วเทียนหลงข้าจะได้ไปหาของเก็บอย่างอื่น" เฟยหรงที่อยากให้จบการต่อสู้ไวๆก็เอ่ยออกมาเทียนหลงเลยถอนหายใจอย่างเสียดาย เพราะคิดว่าจะได้เล่นสนุกให้นานกว่านี้สักหน่อยแต่เมื่อได้รับคำสั่งมาก็ช่วยไม่ได้
เทียนหลงพุ่งทะยานขึ้นไปบนตัวมันแล้วปลดระดับพลังออกมาเมื่อได้รู้ระดับที่แท้จริงเ้าพยัคฆ์ตนนั้นก็เบิกตากว้างตัวสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว
"อ๊ากกก"พยัคฆ์ตนนั้นร้องคำรามลั่นในตอนที่เทียนหลงพุ่งเข้าโจมตีที่จุดตายแม้มันจะหลบได้ก็ยังสาหัส
"เหอะ ระดับแค่เทวาอย่าริอาจเหิมเกริมกับข้า"เทียนหลงปล่อยความกดดันระดับาใส่สัตว์อสูรตรงหน้า
ความกดดันของเทียนหลงส่งผลกระทบกับสรรพสิ่งรอบตัวูเาสนั่นไหว เหล่าสัตว์แตกตื่นรีบหนีตา ผู้คนต่างก็ตื่นของมาด้วยความหวาดกลัว
"ข้ายอมแล้วอย่าทำอะไรข้าเลย" พยัคฆ์ตนนั่นตัวสั่นแล้วหมอบราบกับพื้นอย่างจำนน
"เอาอย่างไรดีเฟยหรง"เทียนหลงหันมาถามเฟยหรงที่ยืนมองอยู่ นางเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วมองไปที่พยัคฆ์เพลิงโลกันตร์มันมองนางด้วยความหวาดกลัวและขอความเห็นใจ
ไอนางก็ขี้สงสารเสียด้วย
"ปล่อยมันไปเถอะแล้วก็หยุดปล่อยความกดดันได้แล้วเดี๋ยวผู้คนด้านล่างกับสัตว์ป่าจะแตกตื่นกันเสียหมด"เฟยหรงเอ่ยแต่ก็ไม่ทันแล้ว เพราะด้านล่างนั้นเกิดความโกลาหลมากมายทุกคนเอาแต่หลบอยู่ในบ้าน บ้างก็วิ่งไปจากเมืองเพื่อหลบหนีความกดดันระดับเทวาและา
เทียนหลงลดระดับแรงกดดันลงแล้วทะยานลงมายังจุดที่พยัคฆ์ตนนั้นอยู่
"เ้าโชคดีที่เ้านายข้ามีเมตตาหากมีครั้งหน้า มันจะไม่จบเพียงแค่นี้" เทียนหลงเอ่ยด้วยแววตาวาวโรจน์
"ขะ ขอรับ"มันเอ่ยด้วยเสียงนอบน้อมแล้วผงกหัว
"เหอะ"เทียนหลังยิ้มเยาะ เฟยหรงที่ดูเหตุการณ์อยู่ก็ใช้พัดสลายเมฆาหอบนางมายังที่สองตนยืนอยู่
"ยังไงข้าก็ผิดที่มาบุกรุกพื้นที่ของเ้าแต่เ้าเองก็ผิดที่จู่ๆโจมตีเข้ามาโจมตีพวกเราแบบนี้ หากเป็คนอื่นที่ไม่ใช่ข้าเ้าก็คงตายไปแล้ว" เฟยหรงเอย พยัคฆ์เพลิงโลกันตร์ก็ทำหน้าสลดทันที
"ข้าผิดไปแล้วท่านทั้งสองโปรดอภัย" มันเอ่ยแล้วแปลงกายเป็มนุษย์ผู้ชายตัวโต
"ข้าจะชดใช้ให้พวกท่าน"มันพูด เฟยหรงจึงพยักหน้าอย่างพอใจ
"ดี!งั้นเ้าจงมาเป็สัตว์อสูรในบัญชาของข้าซะ" เฟยหรงยิ้มทำให้สัตว์อสูรทั้งสองตัวในที่นี้ขนลุกซู่
"ดะ ได้" พยัคฆ์เพลิงโลกันตร์ตนนั้นเอ่ยแม้มันจะไม่ยอมรับเด็กสาวตรงหน้า แต่เ้านายของสัตว์อสูรที่มีระดับายังไงก็ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
เฟยหรงพยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้วจู่ๆก็มีคลื่นพลังแผ่ออกมาจากหยกสื่อสาร นางจึงหยิบขึ้นมาดูก็พบว่ามันเปลี่ยนเป็สีแดงนางจึงถ่ายพลังปรานเข้าไปในหยก
[คุณหนู เกิดอะไรขึ้นขอรับ!]เสียงของจิ้นฝานดังออกมา
"ไม่มีอะไรหรอกแค่เจอปัญหาเล็กๆน้อยๆน่ะ....ตอนนี้ไม่เป็ไรแล้ว"เฟยหรงเอ่ยแล้วปรายตามองพยัคฆ์ในครบบุรุษร่างใหญ่จนมันต้องหลบสายตาแม้จะรู้สึกสนใจเ้าหยกในมือนางก็ตาม
"แล้วพวกเ้าละ เป็อย่างไรบ้างงานที่ให้ไปทำเรียบร้อยดีไหม"
[เรียบร้อยดีขอรับแต่มี่ถงทนความกดดันไม่ไหวจนกระอักเืสลบไปแล้วขอรับ] จิ้นฝานเอ่ยพลางปรายตามองไปที่หญิงสาวในชุดสีฟ้าที่เปื้อนคราบเืนอนพิงต้นไม้อยู่นางมีสีหน้าซีดเซียวผิดกับตอนแรกมากทีเดียว
"งั้นเ้าก็พานางกลับไปก่อนแล้วกันข้าและเทียนหลงค่อยตามไป" เฟยหรงเอ่ย
[ขอรับ]จิ้นฝานรับคำสั่งแล้วก็หยุดการสื่อสารไปจากนั้นเขาก็อุ้มมี่ถงพาดไหล่เพื่อพากลับไปที่พักแต่ระหว่างต่างก็เก็บพืชผลไม้ที่คิดว่าเป็สมุนไพรใส่แหวนมิติไปด้วย
"เอาล่ะในเมื่อเื่จบแล้วเรามาทำสัญญากันเถอะ เ้ามีชื่อหรือไม่"เฟยหรงหันไปถามพยัคฆ์ตัวโตด้านหน้า
"ข้ามีนามว่าเยียนฉือขอรับ"เยียนฉือเอ่ย เฟยหรงพยักหน้าเบาๆแล้ววาดอักขระขึ้นมา
"เอาล่ะเ้าหยดเืลงบนอักขระแล้วเอ่ยสาบานว่าจะเป็อสูรในบัญชาของข้า เว่ย เฟยหรง ซะ"เฟยหรงพูด ซึ่งกายทำแบบนี้แตกต่างจากการทำพันธสัญญาปกติอย่างเห็นได้ชัดพันธสัญญานี้เรียกวันพันธสัญญาอักขระจะมีนางเพียงผู้เดียวที่ได้รับผลประโยชน์แตกต่างกับตอนเทียนหลงที่ต้องค่อยช่วยเกื้อหนุนพลังของกันและกัน
เยียนฉือใช้กรงเล็บกรีดเนื้อของตนเองแล้วหยดลงบนตัวอักษรอักขระนั้นไม่นานเืของมันก็ค่อยๆหลอมรวมกับตัวอักษรทั้งหมดจนเป็สีแดงฉานน่ากลัว
"ข้าเยียนฉือขอสาบานตนเป็อสูรรับใช้ของเว่ยเฟยหรง"เยียนฉือเอ่ยจากนั้นตัวอักษรทั้งหมดก็พุ่งเข้าใส่ศีรษะของเฟยหรง นางหลับตาพริ้มรู้สึกได้ถึงพลังของเยียนฉือที่เข้ามาในร่างกายแม้จะเป็พลังที่แข็งแกร่งแต่ก็ยังด้อยกว่าเทียนหลงอยู่หลายส่วน
"การทำสัญญาเสร็จสิ้น"เฟยหรงยิ้มร่า
"แล้วจากนี้ข้าต้องทำอะไรบ้างหรือ"เยียนฉือถามแม้จะอยู่มานับพันๆปีก็ยังไม่เคยทำพันธสัญญากับผู้ใดจึงไม่ค่อยจะรู้เื่ที่ควรทำนัก
"เ้ายังไม่ต้องทำอะไรหรอก พันธสัญญาอักขระนี้เ้าสามารถอาศัยในดวงจิตของข้าได้จากนั้นเ้าก็แค่รอข้าเรียกใช้ก็พอ" เฟยหรงเอ่ย เยียนฉือจึงพยักหน้าเข้าใจ
"แล้วทำไมเ้าถึงทำพันธสัญญาอีกแบบกับข้าละ"เทียนหลงถามออกมาด้วยความไม่เข้าใจ
"ก็เพราะสัญญาที่ข้าทำกับเ้านั้นข้ากับเ้าสามารถใช้พลังของกันและกันได้เต็มที่ยังไงละคล้ายๆเกื้อหนุนซึ่งกันและกันส่วนของเยียนฉือนั้นข้าสามารถใช้พลังของเขาได้ฝ่ายเดียว ง่ายๆก็สัญญาทาส"เฟยหรงยิ้มหวานทำเอาเยียนฉืออยากจะร้องไห้ดังๆนี่เขาเป็ถึงสัตว์อสูรในตำนานกลับต้องมาเป็ทาสรับใช้ให้กับมนุษย์เพศเมียตัวเล็กคนนี้หรือ!
ส่วนเทียนหลงเขารู้สึกโชคดีมากที่ไม่ต้องทำสัญญาอักขระกับเฟยหรงและหากสัตว์อสูรระดับาเช่นัทองเทียนหลงต้องตกเป็ทาสมนุษย์ก็คงจะสู้หน้าใครไม่ติดเท่าไหร่นัก
"เอาล่ะไหนๆเ้าก็เป็ทาสของข้าแล้ว..."เฟยหรงหันไปหาเยียนฉือ มันรู้สึกกลัวรอยยิ้มบนใบหน้าของนางเสียจริงมองแล้วเหมือนทำให้อายุสั้นลงร้อยปี!
"ของๆเ้าก็คือของๆข้ามีสมบัติหรือสมุนไพรอะไรก็ส่งมาให้หมดซะ"เฟยหรงยิ้มแล้วปล้น..อะแฮ่ม...เอ่ยบอกเยียนฉือด้วยความเป็มิตร
“อ่า...” ให้ตายสิเขาไม่น่าไปหาเื่สตรีผู้นี้เลย แม้เยียนฉือจะสำนึกผิดก็ไม่ทันเสียแล้ว
จากนั้นเฟยหรงเทียนหลงก็ขึ้นขี่หลังเยียนฉือมันก็ทะยานลงไปในบ่อลาวาและด้วยพลังของพยัคฆ์เพลิงโลกันตร์ห่อหุ้มร่างกายทั้งสองทำให้ตัวเทียนหลงและเฟยหรงไม่โดนลาวาสักนิด แต่ก็รู้สึกร้อนๆอยู่บ้าง
ผ่านไปไม่นานเยียนฉือก็พาทั้งสองเข้ามาโผล่ในถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งถ้ำแห่งนี้มีสมบัติมากมายกองไว้อยู่เฟยหรงเบิกตากว้างแม้จะไม่ได้มากมายสำหรับเทียนหลงนักแต่ก็พอให้เฟยหรงยิ้มออกมาอย่างตื่นเต้น
"นี่คือสมบัติที่ข้ามีเชิญเอาไปได้เลย"เยียนฉือกัดฟันพูดสมบัติพวกนี้มันได้มาตอนลงไปฝึกตนยังโลกมนุษย์เมื่อหลายพันปีก่อนบ้างก็เจอมา บ้างก็ขโมยมา แล้วจากนั้นมันก็นำมาไว้ที่นี่จึงมีความผูกพันกับสมบัติพวกนี้ยิ่ง
เฟยหรงทำการกวาดสมบัติทั้งหมดเข้าแหวนมิติด้วยใบหน้ายิ้มแย้มนอกจากนั้นนางยังสังเกตได้ว่าในถ้ำแห่งนี้นั้นมีพืชพรรณสมุนไพรหายากมากมาย นางจึงทำการเก็บมาด้วยทั้งหมด
ไม่นานถ้ำที่มีสมบัติและสมุนไพรมากมายก็โล่งว่างไม่มีอะไรเหลือสักชิ้น เห็นดังนั้นเยียนฉือก็มองบ้านของมันด้วยสายตาว่างเปล่ารู้สึกช้ำอกช้ำใจจนเทียนหลงแอบยิ้มเยาะน้อยๆ
'หึ รู้จักเฟยหรงน้อยไปเสียแล้ว'แม้เทียนหลงจะติดตามเฟยหรงมาได้ไม่นาน แต่ก็พอจะรู้ว่าเ้านายตัวน้อยของตนนั้นน่ากลัวแค่ไหน
"เอาล่ะ กลับกันเถอะ"เฟยหรงเอ่ย เยียนฉือจึงพาทั้งสามทะยานขึ้นไป
วันนี้ถือว่าได้กำไรเยอะทีเดียวได้ทั้งหินเพลิงอัคนีสมบัติ และสมุนไพรหายาก ยังมีของที่ให้จิ้นฝานและมี่ถงไปหาอีกด้วยคิดแล้วเฟยหรงก็ยกยิ้มขึ้นมา
ไม่นานทั้งหมดก็ถึงโรงเตี๊ยมที่พักจิ้นฝานที่รออยู่ในห้องเฟยหรงกับจิวหูก็ใหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นเยียนฉือ นางอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างให้เขาฟังแล้วเรียกเยียนฉือเข้าไปในดวงจิตจากนั้นเทียนหลงและจิ้นฝานก็กลับห้องไปพักผ่อน นางมองดูของที่จิ้นฝานเก็บได้ในป่าก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจแล้วนำเข้าไปในมิตินางหยิบเม็ดยาทะลวงระดับให้เขาไป5เม็ดเพื่อเป็ของรางวัล
เฟยหรงเข้าไปดูมี่ถงในห้องเพราะเป็ห่วงแต่เมื่อเห็นว่านางไม่ได้เป็อะไรมาก็ออกมาจากห้องปล่อยให้มี่ถงนอนพักผ่อนแล้วกลับเข้ามาในห้องของตัวเอง
เฟยหรงนำเตาหลอมออกมาจากมิติ นางหยิบผลเพลิงโลกันตร์ออกมา3ลูก หญ้าเพลิงหนึ่งกำมือ ผลึกหินอัคนีและยางของต้นลาวาขึ้นมาใส่ในเตาหลอม คาดว่าการหลอมโอสถครั้งนี้คงจะใช้เวลานานไม่น้อยเฟยหรงจึงคิดว่าจะนอนหลับพักผ่อนแล้วค่อยนำยาออกจากเตาในตอนเช้าคิดแล้วเฟยหรงจึงล้มตัวลงบนที่นอนที่มีจิวหูนอนอยู่ นางลูบขนมันเบาๆไม่นานเปลือกตาของนางก็ค่อยๆปิดลง