“วันนี้เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวการทำากัน ดูจากแผนที่ๆอยู่ในเครื่องมือทุกคน เห็นจำนวนของศัตรูของฝั่งเราไหม ฝั่งของเราจะมีสีเขียว และฝั่งของศัตรูจะมีสีแดง”
จัสตินเริ่มการสอน เขานั้นให้ลูกน้องของเขาแจกอุปกรณ์กับนักเรียนทุกคน
ในมือของทุกคนในตอนนี้มีอุปกรณ์บางอย่างที่แสดงให้เห็นถึงแผนที่ในมุมมองของดาวเทียม อุปกรณ์นี้ดูคล้ายๆกับแท็บเล็ตในตอนแรก แต่มีความหนาและคงทนกว่า
อุปกรณ์นี้ดูจากวัสดูที่ใช้สร้างแล้ว สามารถที่จะกันะุจากปืนไรเฟิลธรรมดาได้ อุปกรณ์นี้จะต้องเป็อุปกรณ์ที่ไว้ใช้สำหรับภาคสนามอย่างแน่นอน
ภายในอุปกรณ์ดูเหมือนว่าทางครูฝึกนั้นจะทำการล็อคฟังชั่นต่างๆไว้ ให้นักเรียนสามารถใช้งานได้ไม่กี่ฟังชั่นเท่านั้น
ฟังชั่นที่สามารถเข้าใช้งานได้มี สารานุกรมของเหล่าสัตว์กลายพันธุ์และมนุษย์กลายพันธุ์ทั้งหลาย สามารถเข้าดูเหล่าพวกกลายพันธุ์ได้ั้แ่เลเวลหนึ่งถึงสามเท่านั้น
เลเวลอื่นๆจะต้องมีระดับการเข้าถึงที่สูงกว่า โดยจะมีระดับที่สูงขึ้นได้นั้นจำเป็ต้องทำผลงานให้กับทางกองทัพ ยิ่งระดับสูงเท่าไหร่ยิ่งได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น
จากการที่ฟังดูคร่าวๆจากครูฝึกที่กำลังสอนอยู่นั้น ระบบชั้นยศมีั้แ่ระดับ ไพรเวท(พลทหาร) เซอร์เจนท์(นายสิบ) ลูเทอแนนท์(นายร้อย) โคลเนล(นายพัน) และ เจเนรอล(นายพล)
แต่ระดับชั้นยศนอกจากพลทหารแล้วแบ่งออกเป็สามระดับ ตรี โท เอก ระดับสูงสุดในตอนนี้คือพลเอก ซึ่งในฐานที่มั่นแห่งสุดท้ายของโลกนี้มีพลเอกด้วยกันสามคน ซึ่งสามคนนี้ว่ากันว่าเป็ผู้ที่มีพลังพิเศษที่แข็งแกร่ง สามารถต่อกรกับเหล่าพวกกลายพันธุ์ระดับชั้นอัลติม่าได้
ระดับของเหล่าพวกกลายพันธุ์แบ่งออกเป็เก้าระดับ ซึ่งสามระดับสุดท้ายเป็สามระดับพิเศษ มีชื่อเรียกที่แยกออกไป
ระดับเจ็ดถูกเรียกว่าอัลฟ่า ระดับแปดถูกเรียกว่าอัลติมา และระดับเก้าระดับสุดท้ายถูกเรียกว่าโอเมก้า
ทั้งหกระดับแรกนั้นสามารถเอาชนะได้ด้วยอาวุธที่เหนือชั้นกว่า แต่สามระดับสุดท้ายคือฝันร้ายของมนุษย์ชาติ ั้แ่ระดับอัลฟ้าขึ้นไปนั้น พวกกลายพันธุ์ได้สร้างสิ่งหนึ่งที่พวกมันไม่เคยมีขึ้นมา
นั่นก็คือความคิด พวกมันนั้นมีความคิดและความเ้าเล่ห์เหมือนกับมนุษย์ ที่มาพร้อมกับพลังที่แข็งแกร่ง
โชคดีที่มนุษย์ในตอนนี้ยังมีพลเอกทั้งสามคนอยู่ ที่สามารถต่อกรกับเหล่าอัลติมาได้ ทำให้พวกมันไม่ออกล่ามนุษย์ตามความพึงพอใจ
ระดับโอเมก้าว่ากันว่าถูกจัดการไปเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน ตอนที่มนุษย์ร่วมมือกันต่อสู้อย่างสุดใจขาดดิ้น ระดับโอเมก้านั้นแข็งแกร่งมากขนาดที่ใช้คนทั้งประเทศรุมโจมตี ก็ยังไม่สามารถเอามันลงได้ จนจำเป็ต้องเสียสละผู้คนใช้อาวุธต้องห้ามเพื่อทำลายล้างมัน
สัตว์กลายพันธุ์ระดับโอเมก้าว่ากันว่ามีขนาดใหญ่และยาวเท่ากับประเทศๆหนึ่ง สัตว์ที่กลายพันธุ์ขึ้นมาเป็ระดับโอเมก้าไม่น่าเชื่อว่ามันคือปลาวาฬ พลังการทำลายล้างของมันนั้นรุนแรงเป็อย่างมาก สาเหตุที่มนุษย์ชาติเกือบจะสูญพันธุ์ก็เป็เพราะสัตว์กลายพันธุ์ระดับโอเมก้าตัวนี้นั่นแหละ
ยูดาสในตอนนี้สนใจแต่ในสารานุกรมสัตว์และมนุษย์กลายพันธุ์เท่านั้น เขานั้นแทบที่จะไม่ได้ฟังที่จัสตินอธิบายเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางาเลย เขาอาจจะฟังในห้านาทีแรก แต่พอเขาฟังไปมากกว่านั้น เขาได้แต่ส่ายหัว ดูเหมือนว่าครูฝึกของเขานั้นจะไม่ได้เจนเกี่ยวกับาที่แท้จริง
เขาไม่รู้หรอกว่าเหล่าพวกกลายพันธุ์นั้นมีการต่อสู้รูปแบบยังไง แต่ดูจากการวางรูปทัพของคนผู้นี้แล้ว ทำให้เขาที่เคยอยู่ในาของจริง รู้สึกได้ถึงความโง่เขลาของผู้นำทัพ
“หากจัดทัพแบบนั้นละก็ ขอแค่กำลังคนหนึ่งในสิบ ฉันก็สามารถทำให้ทัพแบบนี้แตกพ่ายได้ภายในค่ำคืนได้”
ยูดาสบ่นขึ้นเสียงดัง เขานั้นจงใจบ่นให้ทุกคนได้ยิน
ยูริได้ยินที่ยูดาสบ่นก็ช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัย
“นายเคยทำามาก่อน?”
ยูดาสยิ้มให้กับยูริที่ถามเขาก่อนที่จะพยักหน้า
“อ่า มากจนทำให้รู้สึกน่าเบื่อเลย”
ยูริไม่ถามต่อ เธอแค่้าคำตอบแค่นั้นเท่านั้น แต่ทว่าจัสตินที่อธิบายอยู่ไม่คิดอย่างนั้น เขา้าจะทำให้ยูดาสเสียหน้าและตอนนี้มันถึงเวลาแล้ว
“เอาละการอธิบายเกี่ยวกับแผนการาก็มีเพียงเท่านี้ ต่อไปจะขอให้นักเรียนคนหนึ่งออกมาแสดงวิธีการจัดทัพเพื่อต่อสู้กับเหล่ากองทัพกลายพันธุ์ให้ดูหน่อย เมื่อสักครู่นี้ดูเหมือนว่าคุณยูดาสจะพูดอะไรบางอย่างที่ว่าขอแค่กำลังคนหนึ่งในสิบก็สามารถทำลายทัพที่ถูกจัดขึ้นโดยจัสตินผู้นี้ได้ ทำไมถึงไม่ลองออกมาสาธิตวิธีให้ดูหน่อย เพื่อเป็ความรู้ให้กับทุกคนในห้อง”
จัสตินในตอนนี้ดูมั่นใจมากๆ เขาไม่ได้สังเกตุเห็นรอยยิ้มที่ชั่วร้ายของยูดาส ยูริในตอนนี้เข้าใจแล้วทำไมยูดาสถึงบ่นเสียงดังออกมา เขา้าให้จัสตินหาเื่เขาในเกมของเขาเอง