วันถัดมา เหมยซูเก็บข้าวของเตรียมออกจากวังบ้าง เพราะเ้านายไม่อยู่แล้ว
“เ้าจะไปที่ไหนกันน่ะ” องค์รัชทายาททรงทอดพระเนตรเห็นเหมยซูหอบผ้าหอบผ่อนเตรียมออกนอกตำหนัก
“ในเมื่อพระชายาไม่อยู่แล้ว ดังนั้นหม่อมฉันก็ไม่มีความจำเป็ต้องเป็นางกำนัลอีกไม่ใช่หรือเพคะ” เหมยซูกล่าวอ้าง
“เราจะให้เ้าคอยดูแลรับใช้พระสนมเหล่ยผิง” องค์รัชทายาททรงเปลี่ยนงานให้
“พระนางจะมาแทนที่พระชายาอย่างนั้นหรือเพคะ” เหมยซูสงสัย
“เปล่า! เ้าคอยดูแลเหล่ยผิงชั่วคราว จนกว่าเราจะหาสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับนางได้” องค์รัชทายาทตรัส
“ก็ได้เพคะ” เหมยซูรับคำ
เหมยซูจำต้องเป็นางกำนัลข้างกายพระสนมเหล่ยผิงอย่างช่วยไม่ได้
ณ ห้องพักของพระสนม
“เ้าน่ะหรือ ที่จะมาเป็นางกำนัลข้างกายเรา” พระสนมเหล่ยผิงตรัส
“ใช่แล้วเพคะ” เหมยซูกล่าว
“แต่เ้าเป็หมอไม่ใช่หรือ” พระสนมทรงสงสัย
“พระองค์ทรงจะได้หายจากสภาพพระวรกายบอบช้ำไวๆ ไงเพคะ” เหมยซูกล่าวอ้าง
“ก็ได้! แต่เรามีข้อแม้ เ้าต้องทำตามคำสั่งเราเท่านั้น” พระสนมทรงยื่นเงื่อนไขเพราะกลัวบริวารล่วงรู้ความลับ
“ได้สิเพคะ” เหมยซูยอมทำตามไปก่อน เพื่อที่ว่านางจะได้สังเกตพฤติกรรมของพระสนมว่าเป็ไปตามที่เหรินซวงบอกนางไว้หรือไม่
“ว่าแต่เ้าได้มีความสัมพันธ์กับองค์รัชทายาทหรือเปล่า” พระสนมทรงระแวงเพราะองค์รัชทายาททรงดูใส่พระทัยต่อเหมยซูเป็พิเศษ
“หม่อมฉันมิบังอาจหรอกเพคะ นั่นคือพระสวามีของเ้านายหม่อมฉันเลยนะเพคะ” เหมยซูมิอาจเอื้อม
“งั้นแล้วไป” พระสนมทรงโล่งอก
จนกระทั่งตกกลางคืน
เหมยซูถูกสั่งห้ามไม่ให้ติดตามพระสนมไป ดังนั้นนางจึงไปพบชายสวมหน้ากากตามกิจวัตรประจำวันที่ต้องไปเจอเขาทุกวัน
“ดูสีหน้าเ้ามีกังวลนะ มีอะไรหรือเปล่า” ชายสวมหน้ากากรู้สึกเป็ห่วง
“ข้าแค่สงสัยอะไรบางอย่าง แต่ขอข้าพิสูจน์หาความจริงก่อน ข้าค่อยบอกเ้า” เหมยซูยังไม่อยากปรักปรำใคร
“เ้าเชื่อคำพูดของเหรินซวงอย่างนั้นหรือ เื่ที่พระสนมเข้าร่วมขบวนการล้างสมอง เ้าเชื่อเหรินซวงได้อย่างไร ทั้งๆ ที่นางเคยทำไม่ดีต่อเ้าตั้งมากมายนะ” ชายสวมหน้ากากพอจะเดาออก
“เหรินซวงมีใจคงมั่นต่อเหลียงกัง นางไม่ได้รู้สึกอะไรกับองค์รัชทายาท และจะมีเหตุผลอะไรที่นางจะต้องปรักปรำพระสนมเหล่ยผิงด้วยล่ะ” เหมยซูไม่เข้าใจ
“เ้าผิดแล้ว! เหรินซวงแค่้าเอาชนะเหลียงกัง เพราะพวกเขาเป็คู่แข่งทางการค้ากันมาก่อน แต่สำหรับองค์รัชทายาท เ้าเองก็ดูออกไม่ใช่หรือว่านางรู้สึกห่วงใยพระองค์มากแค่ไหน” ชายสวมหน้ากากหรือเหลียงกังรู้แก่ใจดี
“มันก็จริงที่เหรินซวงมีใจให้องค์รัชทายาทโดยไม่รู้ตัว แต่นางคงเจียมตัวว่าเป็เพียงลูกหนี้ไม่ใช่ชายาจริงๆ ดังนั้นนางไม่มีทางแสดงความเป็เ้าเข้าเ้าขององค์รัชทายาทอย่างแน่นอน และยิ่งเป็ไปไม่ได้ที่นางจะหาเื่กำจัดศัตรูหัวใจอย่างพระสนมเหล่ยผิง” เหมยซูมองออก
“เอาเป็ว่า พวกเราอย่าเพิ่งเถียงกันเื่นี้เลยนะ ว่าแต่เ้าไม่ต้องติดตามพระสนมเหล่ยผิงไปอย่างนั้นหรือ” ชายสวมหน้ากากยอมยุติ
“พระนางทรงสั่งห้ามข้าติดตามน่ะสิ ข้าก็เลยว่าจะกลับไปนอน” เหมยซูอยากพักผ่อน
“ไหนว่าอยากพิสูจน์ความจริงไง งั้นเอาอย่างนี้ พวกเราแอบดูพฤติกรรมของพระสนมดีมั้ย” ชายสวมหน้ากากเสนอแผนการ
“จะดีงั้นหรือ” เหมยซูลังเล
“มีข้าอยู่ทั้งคน รับรองพระนางจับไม่ได้แน่” ชายสวมหน้ากากจะปกป้องเหมยซูยิ่งชีวิต
เหมยซูจึงเดินตามชายสวมหน้ากากเพื่อแอบสังเกตพฤติกรรมของพระสนมเหล่ยผิงอยู่หลังต้นไม้ใหญ่
********************************************
ณ อุทยานในตำหนักองค์รัชทายาท
“ทรงเสวยน้ำจัณฑ์หนักไปแล้วนะเพคะ” พระสนมเหล่ยผิงพยายามห้าม
“รินอีก เราจะดื่ม” องค์รัชทายาททรงอยากลืมเหรินซวงด้วยการดื่มสุราจนเมามาย
“พระชายาอาจทรงแค่น้อยพระทัย พอพระนางทรงหายกริ้ว เดี๋ยวพระนางก็ทรงกลับมาเองนะเพคะ” พระสนมทรงพยายามปลอบ
“นางไม่กลับมาแล้ว” องค์รัชทายาทตรัสด้วยความเ็ปพระทัย
“หม่อมฉันพาพระองค์กลับห้องบรรทมนะเพคะ” พระสนมทรงลุกไปประคองชายสูงศักดิ์
“เรากลับเองได้” องค์รัชทายาททรงพยายามยืนแต่ทรงตัวไม่อยู่
“หม่อมฉันพาไปดีกว่าเพคะ” พระสนมตรัส
พระสนมเหล่ยผิงทรงประคองพี่ชายของพระสวามีไปที่ห้องบรรทม ตอนนี้ทั้งสองพระองค์ได้อยู่ในห้องสองต่อสองแล้ว ดังนั้นพระสนมจึงทรงกอดพระศอขององค์รัชทายาทจะจู่โจมจูบกับพระองค์แบบไม่ทันตั้งตัว
องค์รัชทายาททรงกำลังเมา พระองค์ทรงจูบตอบ แต่ทว่าพอพระองค์ทรงดำริไปถึงพระชายาเหรินซวง นั่นจึงทำให้พระองค์ทรงได้สติและผลักพระสนมเหล่ยผิงออกไป
“เ้าทำอะไรน่ะเหล่ยผิง อย่าลืมสิว่าเราคือพี่ชายของสามีเ้านะ” องค์รัชทายาททรงเตือน
“พวกเราเคยคบกันมาก่อน พระองค์ทรงลืมไปแล้วงั้นหรือเพคะ” พระสนมตรัสรำลึกถึงอดีต
“นั่นเป็อดีตไปแล้ว” องค์รัชทายาททรงไม่อยากนึกถึงอดีตอีกต่อไปแล้ว
“พวกเราเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้หรือเพคะ หรือถ้าหากพระองค์ทรงกลัวเสื่อมเสียชื่อเสียง หม่อมฉันปลอมตัวเป็คนอื่นก็ได้” พระสนมทรงเสนอ
“ขอโทษนะ ในตอนนี้เรามีใจให้คนอื่นไปแล้ว เราคงรักใครไม่ได้อีก” องค์รัชทายาทตรัส ตอนนี้พระองค์ทรงยังลืมเหรินซวงไม่ได้
“ทรงหมายถึงพระชายาเหรินซวงงั้นหรือเพคะ” พระสนมตรัสทั้งน้ำตา
“ใช่! เรามิอาจลืมนางได้” องค์รัชทายาททรงยอมรับ
“ทำไมทรงจะทำไม่ได้ ในเมื่อพระองค์ทรงยังลืมหม่อมฉันได้เลยนี่เพคะ” พระสนมตรัสตัดพ้อ
“นั่นสินะ ถ้าเป็เมื่อก่อน เราไม่เคยลืมเ้าได้เลย จนเมื่อมาพบเหรินซวง นางเป็คนเดียวที่ทำให้เรารู้สึกอยากเริ่มต้นมีรักครั้งใหม่กับนาง” องค์รัชทายาททรงสารภาพว่าในตอนนี้พระองค์ทรงรักเหรินซวงมาก
“หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันนึกว่าพระองค์ทรงยังมีพระทัยให้หม่อมฉันอยู่” พระสนมทรงตั้งสติ และรีบขอประทานอภัย
“เ้ารีบออกไปเถอะ ยังไงเ้าก็เป็พระสนมในองค์ชายรอง การอยู่ในห้องชายอื่นสองต่อสองมันดูไม่งาม” องค์รัชทายาททรงเตือน
“เพคะ” พระสนมเสด็จออกจากห้องบรรทมขององค์รัชทายาทด้วยความเ็ปพระทัย และนึกเจ็บแค้น
ชายสวมหน้ากากและเหมยซูที่ซุ่มมองอยู่ ก็เลยคุยปรึกษากัน
“พระนางเสด็จออกมาแล้ว ท่านว่าทั้งสองพระองค์ได้ทำอะไรกันหรือไม่” เหมยซูสงสัยว่าภายในห้องบรรทมนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“เวลาแค่นี้ คงทำอะไรไม่ได้มากนักหรอก นอกจากคุยกันเท่านั้น” ชายสวมหน้ากากกล่าว
“ท่านเข้าไปดูพระองค์สิ เพื่อความมั่นใจ” เหมยซูอยากรู้
“งั้นเ้ารออยู่นี่ก่อน เดี๋ยวข้าออกมาบอกนะ” ชายสวมหน้ากากยอมทำตาม
เหมยซูพยักหน้ารับคำ
ณ ห้องบรรทมขององค์รัชทายาท
ชายสวมหน้ากากเคาะประตูเรียก “กระหม่อมเองพะย่ะค่ะ”
“เข้ามาได้” องค์รัชทายาททรงประทับนั่งอยู่บนพระแท่นบรรทม
“เมื่อสักครู่กระหม่อมได้เห็นพระสนมเหล่ยผิงเสด็จออกมาจากห้องของพระองค์ด้วยพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากกล่าวตรงๆ
“อย่าเข้าใจผิด เราไม่ได้ทำอะไรนาง นางแค่ประคองให้เรามานอนบนเตียงดีๆ เท่านั้น” องค์รัชทายาทตรัสอ้าง
“ดีแล้วพะย่ะค่ะ เพราะยังไงพระนางก็เป็ เอ่อ….” ชายสวมหน้ากากพยายามเตือนเื่ที่พระสนมเหล่ยผิงมีศักดิ์เป็น้องสะใภ้
“เรารู้แก่ใจดี ว่าแต่เหรินซวงได้ติดต่อมาหาเ้าหรือไม่ เหลียงกัง” องค์รัชทายาททรงอยากทราบข่าวของหญิงในดวงหทัย
“ไม่เลยพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากจนปัญญา เขาส่งคนออกตามหานางแล้ว แต่หายังไงก็หาไม่เจอ
“ใครกันที่ชดใช้หนี้ให้กับนาง” องค์รัชทายาททรงสงสัย
“ให้กระหม่อมสืบให้มั้ยพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากอาสา
“อย่าเพิ่งเลย ตอนนี้เราจะต้องหันมามุ่งกำจัดขบวนการล้างสมองให้สิ้นซากเสียก่อน” องค์รัชทายาททรงมีเป้าหมายสำคัญกว่านั้น
“เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้น กระหม่อมก็สบายใจพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากโล่งอก
“เราคงต้องย้ายพระสนมไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยอย่างเร่งด่วน” องค์รัชทายาทตรัส
“พระองค์ทรงไม่อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่กับพระนางหรือพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากสงสัย
“เราไม่ได้ห่วงชื่อเสียงอะไรหรอกนะ หากเป็เมื่อก่อนเราคงยอมเริ่มต้นชีวิตใหม่กับนาง แต่ตอนนี้เราไม่ได้รักนางอีกต่อไปแล้ว” องค์รัชทายาททรงพิสูจน์แล้วว่าตนมิอาจสานสัมพันธ์กับใครได้อีกนอกจากเหรินซวงคนเดียวเท่านั้น
“ทรงรักเหรินซวงงั้นหรือพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากสงสัย
“ใช่! แม้พวกเราจะใช้เวลาร่วมกันเพียงไม่นาน แต่เราก็รู้สึกผูกพันกับนางมาก และไม่อยากให้ใครใกล้ชิดนางรวมถึงตัวเ้าด้วย” องค์รัชทายาทตรัสไว้ก่อน เป็การตรัสโดยอ้อมว่าไม่ให้เขายุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงที่พระองค์ทรงหมายปอง
“พระองค์ก็ทรงทราบดีนี่พะย่ะค่ะว่ากระหม่อมรักเหมยซูมากเพียงใด” ชายสวมหน้ากากหรือเหลียงกังกล่าว
“เรารู้! เราก็หวังว่าเราจะมีโอกาสได้พบเหรินซวงอีกครั้ง ถ้าเจอกันครั้งนี้ เราสาบานว่าเราจะไม่ยอมปล่อยนางหนีไปไหนได้อีก” องค์รัชทายาทตรัส
“เมื่อไม่มีอะไรแล้ว กระหม่อมขอตัวพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากาก้าแจ้งข่าวให้เหมยซูทราบ
ชายสวมหน้ากากกลับไปหาเหมยซูและกล่าวกับนางว่า “องค์รัชทายาททรงไม่ได้ล่วงเกินพระสนมจริงๆ”
“ข้าต้องรีบกลับแล้ว เดี๋ยวพระสนมจะสงสัย” เหมยซูเห็นว่ามันดึกมากแล้ว
“ระวังตัวด้วยนะ” ชายสวมหน้ากากเป็ห่วง
เหมยซูพยักหน้า ก่อนที่จะเดินกลับไปที่ห้องพักของพระสนมเหล่ยผิง
********************************************
ณ ห้องพักของพระสนมเหล่ยผิง
พระนางทรงผลักข้าวของในห้องพักจนล้มระเนระนาด และกระจัดกระจายไปทั่วทั้งห้อง
“มันเกิดอะไรขึ้นเพคะ” เหมยซูใกับภาพที่เห็น
“ไม่มีอะไร เ้าออกไปซะ” พระสนมทรงไล่
“เพคะ” เหมยซูยอมออกไปแต่โดยดี และคิดในใจว่า “พระสนมเหล่ยผิงทรงเป็คนอารมณ์รุนแรงจริงๆ”
เช้าวันรุ่งขึ้น เหมยซูถูกเรียกให้ไปพบพระสนมั้แ่เช้า
“เราขอโทษเื่เมื่อคืน เราคงเมามาก เลยทำพฤติกรรมไม่ดีกับเ้าไป” พระสนมตรัสดีๆ เพราะตอนนี้ทรงมีพระทัยเย็นขึ้นมากแล้ว
“ไม่เป็ไรเพคะ” เหมยซูไม่ถือสาอะไร
“เรามีเื่จะไหว้วานเ้า เ้าช่วยนำห่ออัฐไปให้ญาติของเราที่หน้าผาตะวันดับตอนเวลาเที่ยงคืนจะได้หรือไม่” พระสนมทรงยื่นห่ออัฐให้
“ทำไมถึงค่ำนักล่ะเพคะ” เหมยซูสงสัย
“เราจะจ้างให้ญาติพาเราหนีไปจากวังแห่งนี้น่ะสิ” พระสนมตรัสอ้าง
“องค์รัชทายาททรงได้สถานที่ที่ปลอดภัยแล้วนะเพคะ” เหมยซูกล่าว
“เราไม่อยากให้พระองค์ทรงเดือดร้อนเพราะเรา เ้าช่วยเราหน่อยนะ” พระสนมตรัสขอร้อง
“ก็ได้เพคะ” เหมยซูยอมไปตามที่พระสนมทรงนัดหมายไว้กับพระญาติ
********************************************
ณ เวลาเที่ยงคืน
เหมยซูยอมนำห่ออัฐไปให้พระญาติของพระสนมเหล่ยผิงตามรับสั่ง
“องครักษ์กู่เหวิน ทำไมเป็ท่าน” เหมยซูใ
“ดีใจจัง ที่เ้าจำข้าได้นะซวงเหมย เอ้ยไม่ใช่สิ เหมยซู” กู่เหวินกล่าว
“พระญาติที่หมายถึงนี้ คือท่านอย่างนั้นหรือ” เหมยซูสงสัย
“555 เ้าเองก็น่าจะฉุกคิดได้ว่า พระสนมเหล่ยผิงอยู่ตัวคนเดียวจะมีพระญาติที่ไหนกัน” กู่เหวินหัวเราะด้วยความสะใจที่หญิงสาวติดกับอย่างง่ายดาย
“แสดงว่าท่านกับพระนางร่วมมือกันอย่างนั้นหรือ” เหมยซูอยากรู้
“ใช่! พวกเราร่วมมือกัน ว่าแต่ทำไมเ้าช่างดวงแข็งยิ่งนัก ครั้งก่อนข้าผลักเ้าตกหน้าผา เ้าก็ยังรอดมาได้ เห็นทีคราวนี้ข้าคงต้องฆ่าปาดคอเ้าก่อน ค่อยโยนเ้าลงไปเสียแล้ว” กู่เหวินจะไม่ยอมพลาดเป็ครั้งที่สองเป็แน่
“ข้าไม่ยอมตายง่ายๆ หรอก” เหมยซูปล่อยห่ออัฐลงพื้น จากนั้นนางก็ะโจากหน้าผาทันที
“ฆ่าตัวตายเลยงั้นหรือ ดีเหมือนกัน ข้าจะได้ไม่ต้องเปลืองแรง” องครักษ์กู่เหวินยกห่ออัฐมาเก็บไว้กับตัว จากนั้นเขาก็รีบเดินออกไปจากหน้าผาเพราะกลัวมีคนมาเห็นเข้า
ผ่านไปไม่นาน ชายสวมหน้ากากที่โอบกอดเหมยซูไว้ เข้ารีบดึงเชือกที่ผูกติดกับต้นไม้ไว้เมื่อกลางวัน จากนั้นก็ฉุดตัวเองและคนรักให้ขึ้นไปบนหน้าผาอย่างสง่างาม
“ดีที่เ้าบอกข้าไว้ก่อนนะ ไม่เช่นนั้นเ้าคงตกหน้าผาอีกเป็ครั้งที่สอง” ชายสวมหน้ากากโล่งอกที่เห็นเหมยซูปลอดภัยดี
“ขอบคุณที่ช่วยข้าไว้” เหมยซูรู้สึกซึ้งใจ
“แล้วจะเอายังไงต่อ ในตอนนี้พวกเราก็รู้แล้วว่าพระสนมเหล่ยผิงกับองครักษ์กู่เหวินได้ร่วมมือกันจริงๆ” ชายสวมหน้ากากกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ข้าคงต้องแกล้งสูญหายและคอยติดตามพระสนมอย่างเงียบๆ” เหมยซูกล่าว
“มันอันตรายเกินไป” ชายสวมหน้ากากไม่ยอม
“ข้าจำเป็ต้องอยู่ในที่มืดบ้าง เพื่อที่ว่าข้าจะได้หาหลักฐานเอาผิดพระสนมได้ไงล่ะ” เหมยซูกล่าว
“องค์รัชทายาททรงไม่ยอมเชื่อเป็แน่” ชายสวมหน้ากากคาดการณ์
“ดังนั้นต้องหาหลักฐานมัดตัวแ่าเท่านั้น” เหมยซูคิดว่านี่เป็หนทางเดียว
********************************************
เช้าวันรุ่งขึ้น ชายสวมหน้ากากแสร้งนำพรรคพวกออกตามหาท่านหมอเหมยซูไปทั่วทั้งวังเพื่อไม่ให้พระสนมเหล่ยผิงสงสัย
“เหมยซู! เหมยซู! เ้าอยู่ที่ไหนน่ะ” ชายสวมหน้ากากะโ
แต่ทว่าทหารองครักษ์ออกตามหาเหมยซูทั้งวันก็ไม่เจอ ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าเหมยซูได้หนีออกจากตำหนักองค์รัชทายาทโดยติดตามเหรินซวงไปแล้ว
พระสนมเหล่ยผิงทรงออกไปไหนมาไหนไม่ได้ เลยไม่กล้าออกตามหาเหมยซูอย่างออกนอกหน้า ดังนั้นพระนางจึงทรงแกล้งกรรแสง
“ฮือ ฮือ เป็เพราะหม่อมฉันดูแลบริวารไม่ดี เลยปล่อยให้บริวารคนสนิทหายตัวไปเช่นนี้” พระสนมทรงแสร้งโทษตัวเอง
“เ้าอย่าเสียใจไปเลย เื่ตามหาท่านหมอ เดี๋ยวเราจัดการเอง เ้าไม่ต้องเป็ห่วง” องค์รัชทายาททรงพยายามปลอบ
“ขอให้พระองค์ทรงเจอเหมยซูโดยไวนะเพคะ” พระสนมทรงแสร้งอวยพร
“เ้าเตรียมตัวเก็บของเถิด วันพรุ่งนี้เราจะพาเ้าไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย” องค์รัชทายาทตรัส
“ขอบพระทัยเพคะ” พระสนมทรงดำริว่า “เราไม่อยากไปจากที่นี่ งั้น เราคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว”
********************************************
ตกกลางคืน กงกงข้างกายฝ่าารีบเข้าเฝ้าองค์รัชทายาททันที
“มีอะไรอย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาทตรัสถามด้วยความสงสัย
“องค์ชายรองทรงถูกลอบปลงพระชนม์พะย่ะค่ะ ฝ่าาทรงสงสัยพระองค์ ดังนั้นจึงมีรับสั่งให้พระองค์ทรงเข้าเฝ้าเป็การด่วน” กงกงกล่าว
“เราไม่ได้ฆ่าน้องชายตัวเอง แต่เอาเถอะ เราจะรีบไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อเดี๋ยวนี้” องค์รัชทายาททรงพร้อมยืนยันความบริสุทธิ์
ณ ที่ประทับของฝ่าา
“ฮือ ฮือ ทรงให้ความเป็ธรรมพระสวามีของหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ” พระชายาขององค์ชายรองตรัสทั้งน้ำตา
“เ้าได้สั่งคนให้ลอบสังหารน้องชายหรือไม่” ฝ่าาตรัสถามตรงๆ
“กระหม่อมกล่าวด้วยความสัตย์จริง กระหม่อมไม่ทำอย่างนั้นอย่างแน่นอนพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัส
“ใครๆ ก็รู้ว่าพระองค์กับองค์ชายรองทรงมีเื่บาดหมางกัน โดยเฉพาะเื่ของสนมเหล่ยผิงนั่นไงเพคะ” พระชายาขององค์ชายรองตรัสอ้าง
“แต่ถึงกระนั้นเราก็มีชายาเป็ตัวเป็ตนแล้ว ซึ่งหลังจากนั้นเราก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเหล่ยผิงอีกเลย” องค์รัชทายาทตรัส
“แต่ชายาของพระองค์ก็ทรงหนีไปแล้วนี่เพคะ” พระชายาขององค์ชายรองตรัสอ้าง
“เอาล่ะ งั้นเราสอบถามเ้าหน่อย เ้าเห็นหน้าคนร้ายหรือไม่” องค์รัชทายาททรงสอบสวน
“ไม่เพคะ เขาสวมชุดดำอำพรางตน” พระชายตรัส
“จุดสังเกตล่ะ” องค์รัชทายาทตรัสถามอีก
“เขาใช้กระบี่ที่ห้อยป้ายหยกรูปพยัคฆ์เสียบแทงพระอุระขององค์ชายรอง และที่สำคัญคือ เอ่อ คือ ส่วนนั้นของผู้ชายได้ถูกตัดไปด้วยเพคะ” พระชายาทรงไม่สะดวกจะพูดเื่อวัยวะเพศ
“ลักษณะคนร้ายน่าจะเป็เพศหญิงนะ” องค์รัชทายาททรงคาดการณ์
“ยังไงหม่อมฉันก็เชื่อว่าพระองค์ทรงมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วยเพคะ” พระชายาทรงไม่เชื่อพระทัยพี่ชายพระสวามี
“ทูลฝ่าา ลูกขออาสาสืบคดีให้กระจ่างเองพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงอาสา
“เราจะให้เ้าร่วมมือกับใต้เท้าเหวินช่วยกันสืบคดีนี้ก็แล้วกัน” ฝ่าาตรัส
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัส
********************************************
พอองค์รัชทายาทเสด็จกลับตำหนักของพระองค์ เมื่อถึงห้องทรงงาน พระองค์ก็ทรงสั่งให้นางกำนัลไปทูลเชิญพระสนมเหล่ยผิงมาเข้าเฝ้าเป็การด่วน เพราะพระองค์ทรงมีลางสังหรณ์ว่าการเสียชีวิตของน้องชายต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับพระสนม
“ถวายบังคมเพคะ” พระสนมเหล่ยผิงตรัส
“องค์ชายรองได้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว” องค์รัชทายาททรงแจ้งข่าว
“อะไรนะเพคะ! ใครกันที่สังหารพระองค์” พระสนมเหล่ยผิงทรงแสร้งทำเป็ตกพระทัย แต่นั่นก็ทำให้พระองค์ทรงพลาด
“เรายังไม่ได้พูดเลยว่าองค์ชายรองถูกสังหารจนเสียชีวิต” องค์รัชทายาททรงแปลกพระทัย
“หม่อมฉันเดาเพคะ ทั้งนี้เพราะองค์ชายรองทรงมีศัตรูรอบด้านอยู่แล้วด้วย” พระสนมตรัสอ้าง
“อย่าโป้ปดอีกเลย สารภาพมาเถิด” องค์รัชทายาททรงเค้น
“ให้สารภาพอะไรล่ะเพคะ ในเมื่อหม่อมฉันไม่ได้ทำ คนที่ทำต้องมีวรยุทธ์สูง แต่หม่อมฉันไม่มีวรยุทธ์นะเพคะ” พระสนมตรัสอ้างอีก
“เ้ารู้ได้ยังไงว่าคนลอบสังหารเป็คนมีวรยุทธ์” องค์รัชทายาททรงสงสัยในเมื่อพระองค์ทรงยังไม่เล่ารายละเอียดให้ฟังเลยสักนิด
“ก็องค์ชายรองทรงถูกกระบี่แทงกลางพระอุระ ถ้าไม่ใช่ชาวยุทธ์จะเป็ใครล่ะเพคะ” พระสนมตรัส
“ทำไมเ้าช่างรู้รายละเอียดดีนักล่ะ เรายังไม่เคยเล่าอะไรให้เ้าฟังเลยสักนิด” องค์รัชทายาททรงสงสัย
“พระองค์ทรงสงสัยหม่อมฉันได้อย่างไรเพคะ” พระสนมทรงตัดพ้อ
“นี่ไงพะย่ะค่ะ ของกลาง” ชายสวมหน้ากากเข้ามาในห้องทรงงานพร้อมกับของกลางที่คาดว่าจะเป็อาวุธสังหารองค์ชายรอง
“กระบี่ลายพยัคฆ์ มันอยู่ที่เ้าได้อย่างไร เราโยนทิ้งลงแม่น้ำไปแล้วนี่” พระสนมทรงตกพระทัยจนเผลอหลุดปาก
“พระองค์ทรงลืมไปแล้วงั้นหรือว่า ่นี้มีอากาศเย็นจัด แม่น้ำใหญ่จึงมีสภาพเป็น้ำแข็ง ดังนั้นเมื่อกระหม่อมที่ติดตามพระองค์อยู่ จึงเห็นกับตาว่าพระองค์ทรงโยนกระบี่ทิ้งลงแม่น้ำที่เป็น้ำแข็งและรีบจากไปแบบลุกลี้ลุกลน นั่นจึงทำให้กระหม่อมค่อยๆ เดินไปบนน้ำแข็งและเก็บกระบี่ที่อยู่บนผิวน้ำแข็งได้อย่างง่ายดายไงพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากเล่า
“กระบี่สลักชื่อของเ้าด้วย เหล่ยผิง” องค์รัชทายาททรงสำรวจไปที่กระบี่
“กระบี่มีเหมือนกันเยอะแยะ ยังไงหม่อมฉันก็ขอยืนยันว่าหม่อมฉันไม่ได้สังหารพระสวามีตัวเองเพคะ” พระสนมทรงยังคงปากแข็ง
ชายสวมหน้ากากรีบเข้าจู่โจมหญิงสาวแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้เหล่ยผิงเผลอตัวใช้วรยุทธ์รับมือ
“ที่แท้เ้าก็เป็วรยุทธ์จริงๆ เ้ายอมมอบตัวเสียเถิด เหล่ยผิง” องค์รัชทายาททรงพยายามเกลี้ยกล่อม
เหล่ยผิงยอมคุกเข่าปาดน้ำตา “หม่อมฉันถูกพิษสลายตัวตนเพคะ หม่อมฉันถูกบังคับให้สังหารพระสวามีของตัวเอง”
“งั้นเ้าก็รีบรักษาเหล่ยผิงเถิด เหมยซู” องค์รัชทายาทตรัสกับผู้มาใหม่
“อะไรนะ! เ้ายังไม่ตายอย่างนั้นหรือ” พระสนมทรงตกพระทัย
“เสียใจด้วยนะเพคะ ที่แผนการผิดพลาดเช่นนี้” เหมยซูกล่าว
“ทรงอย่าไปเชื่อหมอจอมปลอมคนนี้นะเพคะ นางคือคนที่ร่วมมือกับองครักษ์กู่เหวินวางยาพิษจอมยุทธ์หญิงรวมถึงหม่อมฉันด้วยเพคะ” พระสนมทรงจงใจใส่ร้ายท่านหมอ
พระสนมเหล่ยผิงทรงถูกทหารองครักษ์จับล็อคตัว ทำให้เหมยซูสามารถจับชีพจรหญิงสาวได้อย่างง่ายดาย และกล่าวว่า “นางไม่ได้ถูกพิษสลายตัวตนเพคะ”
“เ้าคงไม่พอใจที่เราอยู่ในตำหนักนี้ เ้าก็เลยหาเื่ใส่ความเราสินะ” พระสนมตรัสอ้าง
“อย่าใส่ร้ายผู้อื่นอีกเลยเหล่ยผิง เ้าทำแบบนี้ทำไม หากเ้าคิดว่าท่านพ่อของเ้าถูกปรักปรำจริงๆ เ้าก็ควรเสาะหาหลักฐานมาลบล้างสิถึงจะถูก” องค์รัชทายาททรงพยายามเตือนสติ
“แล้วยังไงเพคะ ถึงล้างมลทินให้พ่อหม่อมฉันได้ แล้วพ่อหม่อมฉันฟื้นคืนมาได้หรือเปล่า” พระสนมทรงแค้นพระทัย
“เราจำเป็ต้องจับเ้าส่งทางการ เพื่อที่เ้าจะได้บอกตัวผู้บงการทั้งหมด” องค์รัชทายาทตรัสแผน
สักพักพระสนมเหล่ยผิงถูกลูกดอกปักกลางอก จากนั้นพระนางก็กระอักเืทันที
“เ้าเป็อะไรไปน่ะ พระสนมเหล่ยผิง ท่านหมอเหมยซู! จงรีบช่วยชีวิตพระสนมเร็วเข้า” องค์รัชทายาทตรัสสั่งในขณะที่ทรงกำลังประคองคนรักเก่าอยู่
“กู่เหวิน! เ้ากลัวเราสาวไปถึงเ้า เ้าก็เลยกำจัดเราสินะ” พระสนมทรงเจ็บพระทัย
เหมยซูรีบควักขวดยาลูกกลอนและป้อนยาให้หญิงสูงศักดิ์เสวย แต่ทว่าพระนางก็กระอักเืเป็ครั้งที่สองทำให้พระนางพ่นยาลูกกลอนออกมา
“ทำใจดีๆ ไว้นะ” องค์รัชทายาทตรัส
“หม่อมฉันช่างอาภัพยิ่งนัก อุตส่าห์ได้พระทัยของพระองค์แล้ว แต่กลับต้องพลัดพรากกับพระองค์เพราะฝ่าาทรงเนรเทศหม่อมฉันไปอยู่ชายแดน หม่อมฉันจึงจำต้องหนีไปหลบในหอนางโลม และหวังลึกๆว่าคนที่ไปช่วยหม่อมฉันจะเป็พระองค์ แต่ก็ต้องผิดหวัง หากชาติหน้ามีจริง ขอให้หม่อมฉันนั้นได้มีโอกาสได้เคียงคู่กับพระองค์นะเพคะ ลาก่อน” เหล่ยผิงยิ้มเยาะกับชะตากรรมของตัวเอง
“เหล่ยผิง! เหล่ยผิง! เหล่ยผิง!” องค์รัชทายาททรงพยายามเขย่าตัวหญิงสาว
เหมยซูจับชีพจรของเหล่ยผิงแล้วกล่าวว่า “ไม่ทันแล้วเพคะ ลูกดอกอาบยาพิษรุนแรง พิษดังกล่าวได้แพร่กระจายไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็วจริงๆ เพคะ”
“กู่เหวิน! เราต้องจับกุมเ้าให้จงได้” องค์รัชทายาทตรัสคำมั่น