แม้ในตอนแรกจะมองเห็นเป็นผู้อื่นเหมือนหลิวฮูหยินแต่ยายโจวรู้ว่าห้องนี้ นอกจากนายหญิงแล้ว ไม่เคยมีผู้ใดเข้ามาได้ดังนั้นคนผู้นี้ต้องเป็นนายหญิงอย่างไม่ต้องสงสัย แต่สิ่งที่นางสงสัยก็คือ เหตุใดรูปโฉมภายนอกของนายหญิงรวมถึงรูปลักษณ์ถึงได้เปลี่ยนไปมากมายเช่นนี้
พี่หลิวได้ยินเช่นนั้นก็มองตาปริบๆก่อนจะหันไปตรวจดูหญิงแปลกหน้าอย่างละเอียด “นี่…ชีเหนียงหรือ?”
“เหตุใดชีเหนียงจึงเปลี่ยนเป็นสภาพนี้ได้? เกิดอะไรกับเจ้าที่เมืองหลวงไม่เพียงเตี้ยลง แล้วยังเจ้าเนื้อขึ้น?”
พี่หลิวแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองก่อนหน้านี้ชีเหนียงนั้นเอวบางร่างน้อย แต่ตอนนี้สตรีตรงหน้าดูเจ้าเนื้อไม่พอ แก้มก็ดูเหมือนแทบจะปริออกมาได้
“พี่หลิวนี่คือเหตุผลที่ข้าเรียกท่านมาอย่างไรเล่า” พอเอ่ยปากพี่หลิวจึงได้ยินเสียงที่คุ้นเคย จึงเชื่อสนิทใจว่านี่คือชีเหนียง
พี่หลิวอุทานขึ้นด้วยความตกใจ “เจ้าบอกข้ามาตกลงเจ้าทำแบบนี้เพื่ออะไร? อยู่ดีๆ เหตุใดถึงทำให้ตัวเองอยู่ในสภาพเช่นนี้?”
ชีเหนียงพาพวกนางเข้าห้อง “ช่วงนี้มีคนแปลกหน้าปรากฏตัวอยู่ในละแวกหมู่บ้านหรือร้านค้าบ้างหรือไม่?”
เมื่อเห็นท่าทางของพวกนางชีเหนียงจึงรู้ว่าข่าวสารนั้นไม่ผิดพลาด กระทั่งคนของนางยังสังเกตเห็น เช่นนั้นก็มั่นใจได้แล้วว่าคนพวกนั้นมาถึงที่นี่แล้ว
“ข้าไม่ขอปิดบังพวกท่านคนแปลกหน้าพวกนั้นพุ่งเป้ามาที่ข้า คาดว่าคงไม่อยากให้ข้าอยู่ที่เมืองหลวง จึงมาสืบเรื่องข้าที่อำเภอเฉา” ชีเหนียงหัวเราะเย็นชา “คนกลัวชื่อเสียงหมูกลัวอ้วน [1] ข้าไม่ได้เข้าร่วมกับสถานความงามในเมืองหลวงด้วยซ้ำแต่ยังถูกคนจับจ้องได้”
“ความหมายของเจ้าคือคนเหล่านั้นเป็นศัตรูทางการค้าและมาเพื่อเล่นงานเจ้าเช่นนั้นหรือ?”
“สมกับเป็นพี่หลิวท่านรู้สถานการณ์ของข้าดีที่สุดจริงๆ คนพวกนี้สืบรู้ว่าข้าคือลั่วชีเหนียงในเมืองหลวงคิดว่าอาจจะมีแผนเปิดเผยข้อมูลของข้าออกมาจนหมด หากแต่ข้ากลับไม่กลัวแม้สิ่งที่พวกเขานำไปพูดจะเป็นความจริง แต่นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญของจิ่งเฉินแล้วข้าจะให้พวกเขาทำลายจิ่งเฉินได้อย่างไร”
วันเวลาที่ผ่านไปทำให้พี่หลิวเองก็เติบโตขึ้นมองสิ่งต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้งขึ้นมาก นางย่อมรู้ว่าชีเหนียงเรียกพวกนางมาก็เพราะมีจุดประสงค์
“ชีเหนียงเจ้าบอกมาได้เลยว่าเจ้ามีแผนเช่นไร เราจะสนับสนุนเจ้าเต็มที่แน่”
ชีเหนียงแกล้งบอกกับพวกนางว่าคู่อริทางการค้าต้องการสืบเรื่องบางอย่างของนางส่วนเรื่องอื่นนางไม่ได้พูดมากไปกว่านั้น ข้อหนึ่งเพราะกลัวว่าจะทำให้พี่หลิวตกใจส่วนข้อสองก็เพราะไม่อยากให้พวกนางรู้มากเกินไป
ยายโจวที่เคยประสบพบเจอกับเรื่องราวมาอย่างโชกโชนนางไม่เหมือนกับพี่หลิวที่คิดอย่างง่ายดายว่าเป็นเพียงปัญหาเรื่องการค้าที่ทำให้นางรู้สึกกังวลคือชีเหนียงคงเจอกับปัญหาใหญ่เข้าแล้วเพียงแต่นางเป็นคนซื่อสัตย์ จึงไม่ได้ถามมาก ก่อนจะได้รู้บางเรื่องจากสะใภ้คร่าวๆในภายหลัง
“ท่านแม่ท่านพี่ส่งสาส์นมา เรื่องเสียงตอบรับของเรือนรับรองที่เมืองหลวงไม่เลวเลยเพียงแต่เหมือนจะมีคนมาสร้างปัญหา ข้าต้องรีบไปรายงานนายหญิงก่อนเจ้าค่ะ”
โจวย่าอวิ๋นให้เฉียงจื่อส่งสาส์นไปหาชีเหนียงที่เมืองชิงหยางเพื่อแจ้งนางว่าเกิดสถานการณ์อันใดขึ้นที่เรือนรับรองอันหยางบ้าง เมื่อรอจนเฉียงจื่อตามไปถึงบ้านพักของชีเหนียงแล้วกลายเป็นว่านางออกเดินทางกลับไปยังอำเภอเฉาเรียบร้อย โชคดีที่ตอนโจวย่าอวิ๋นให้เฉียงจื่อนำสาส์นไปส่งนั้นก็ได้ส่งสาส์นไปถึงภรรยาจูซิ่วเจินที่อำเภอเฉาด้วยหนึ่งฉบับเดิมทีเขาต้องการให้ภรรยารับรู้ถึงสถานการณ์ของเรือนรับรองอันหยางหากเกิดปัญหาจะได้หารือกับผู้เฒ่าหลิง คิดไม่ถึงว่าเพราะเหตุนี้จึงทำให้ชีเหนียงรู้ข่าวของเรือนรับรองอันหยางจากผ่านช่องทางนี้
“คนพวกนี้ก่อเรื่องก็เพราะต้องการล่อให้ข้าออกหน้าจำต้องให้ชีเหนียงในอำเภอเฉากับชีเหนียงในเรือนรับรองปรากฏตัวพร้อมกัน”
“นายหญิงวางใจได้บ่าวจะเตรียมตัวไว้ตลอดเวลา” หลังจากจูซิ่วเจินรู้แผนการของชีเหนียงก็ตั้งใจเป็นตัวแทนของชีเหนียงเมื่อถึงเวลาที่จำเป็นก็จะปรากฏตัวในคราบของชีเหนียง
ชีเหนียงรู้ความหมายของจูซิ่วเจินเพียงแต่นางไม่คิดว่าจูซิ่วเจินคือตัวเลือกที่ดีเท่าไหร่เพราะถึงอย่างไรนางก็เข้าออกสถานความงามบ่อยๆ คนส่วนมากคุ้นเคยกับนางยิ่งนัก จู่ๆคนผู้นี้ก็หายไป จะต้องสร้างความสงสัยให้กับผู้คนรอบข้างแน่
เรื่องลับเช่นนี้จะต้องหาคนที่พึ่งพาได้มารับหน้าที่ เพียงแต่ตอนนี้คนของนางมีเพียงไม่กี่คนที่พอใช้งานได้จึงทำให้นางลำบากใจ
“ข้ารู้ว่าเจ้าคือคนที่รอบคอบแต่เจ้าไม่เหมาะสมนัก หากข้าปรากฏตัว แต่เจ้ากลับหายตัวไปคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้คนสงสัย เรื่องตัวเลือก ข้าขอไตร่ตรองดูก่อน” พูดจบชีเหนียงก็ให้นางกลับไปพักผ่อน ส่วนตัวนางก็แปลงโฉมอีกครั้ง แม้ว่ายายโจวกับพี่หลิวจะยังไม่คุ้นชินนักแต่ก็รู้ว่าห้ามแสดงความผิดปกติออกมา
ดีที่คนอื่นไม่ค่อยได้เห็นชีเหนียงมากนักถึงเคยเจอก็ไม่ได้เห็นบ่อยเท่าพวกนาง ย่อมไม่คุ้นเคยกับรูปลักษณ์ของชีเหนียงเมื่อเห็นพี่หลิวกับจูซิ่วเจินเรียกนางว่านายหญิง จึงเรียกตามๆ กัน
อันอีที่ซ่อนตัวอยู่เมื่อเห็นการปลอมตัวของชีเหนียง ก็คาดเดาความคิดของนางได้คร่าวๆ รอจนชีเหนียงตรวจตราสถานความงามเสร็จในขณะที่นางกำลังจะพักผ่อน อันอีก็ปลอมตัวเป็นบ่าวรับใช้ปรากฏกายออกมา
“ตอนนี้ฮูหยินแวะไปดูที่โรงผลิตดีหรือไม่ขอรับ?”
“ดี”
ชีเหนียงเห็นเขาไม่มีความประหลาดใจกับการแปลงโฉมของตนจึงยิ่งมั่นใจกับความเป็นมาของคนผู้นี้มากขึ้น รอจนชีเหนียงไปถึงโรงผลิต ก็อดเลื่อมใสในความละเอียดรอบคอบของชายสวมหน้ากากขึ้นมาไม่ได้ใครจะคิดได้ว่าในหมู่บ้านที่เงียบสงบแห่งนี้ กลับมีโรงผลิตอาหารทะเลขนาดใหญ่ซ่อนอยู่
นอกจากนี้สถานที่แห่งนี้อยู่คนละฝั่งกับภูเขาที่นางเคยซื้อและดูไม่มีความเกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย
อันอีเหมือนจะอ่านความสงสัยของนางออกจึงอธิบาย “เดิมทีคนที่นี่ส่วนมากก็มีคนล้มตายกันเยอะนายน้อยจึงตัดสินใจซื้อที่แห่งนี้ไว้และให้คนเข้ามาอยู่ ภูเขาที่ฮูหยินเคยซื้อไว้ตอนนี้เต็มไปด้วยต้นไม้และผลไม้ อีกทั้งยังเปิดหน้าดินทำทะเลสาบเทียมเอาไว้นายน้อยได้สั่งการให้คนไปขนส่งน้ำทะเลมา เพื่อดูว่าจะสามารถเพาะพันธุ์สัตว์ทะเลที่นี่ได้หรือไม่”
ขนส่งน้ำทะเล? เพาะพันธุ์สัตว์ทะเล? แน่ใจนะชายสวมหน้ากากว่าไม่ใช่ผู้ที่ข้ามมิติมาเหมือนกับนาง?
“ฮูหยินระวังเท้าด้วย” อันอีเตือน จากนั้นก็พาชีเหนียงเยี่ยมชมทั่วโรงงานทะเล
“ทางนี้คือเขตพื้นที่ตากแห้งทางนั้นคือเขตพื้นที่วิจัย ส่วนด้านในสุดคือโรงผลิต” เพื่อป้องกันไม่ให้คนคิดไม่ซื่อรู้เข้าทุกครั้งที่เปิดเตาเผาวิจัยสูตรอาหารใหม่ๆ ก็จะเป็นเวลาเดียวกันกับที่พ่อครัวลงมือทำอาหารพอดีเมื่อทำอาหารพร้อมกับวิจัย แม้ว่ากลิ่นนั้นจะหอมโชยออกมาอย่างไร คนอื่นๆ ก็จะเข้าใจว่าเป็นกลิ่นของอาหาร
หลังจากชีเหนียงได้พบกับอาจารย์ที่วิจัยหลายท่านและพูดคุยกันอย่างละเอียดก็รู้ได้ว่าพวกเขาฉลาดกว่าคนที่นางหามาก่อนหน้านี้มากนัก
“ฮูหยินพวกข้าทำตามวิธีที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้ หลังจากล้างหอยนางรมเรียบร้อยก็แกะเนื้อออกและล้างจนกว่าจะสะอาดหลังจากลงหม้อต้มและต้มครึ่งชั่วยาม ค่อยตักเนื้อออกมา น้ำแกงก็เคี่ยวช้าๆประมาณหนึ่งชั่วยาม ระหว่างนั้นใช้ไฟอ่อน ส่วนน้ำตาลกับเกลือก็อิงตามสัดส่วนที่เหมาะสมก่อนจะเปรียบเทียบและทดลองชิม กระทั่งแป้งก็เคยเทียบกันอย่างละเอียดแต่สีที่ทำออกมายังคงผิดเพี้ยนไปเล็กน้อย”
ชีเหนียงฟังและพยักหน้า “หลังจากเติมน้ำตาลกับเกลือได้ใช้ซีอิ้วดำเติมสีหรือไม่?”
“ซีอิ้วดำ?”
-----
[1] คนกลัวมีชื่อเสียงหมูกลัวอ้วน 人怕出名猪怕壮 กล่าวคือคนเราเมื่อมีชื่อเสียงก็จะนำพาความยุ่งยากมาสู่ตนเหมือนหมูเมื่อมันอ้วนก็จะโดนเอาไปฆ่า