บทที่ 13 พบคนรู้จัก
เฉินฉีเป็ใครกัน?
เขาติดตามกู้จี้เฉินมานาน รู้จักนิสัยของกู้จี้เฉินดีกว่านายทหารคนสนิทเสียอีก
ถึงแม้หัวหน้าของเขาจะอายุแค่ยี่สิบต้นๆ แต่ก็เป็บุคคลที่มีอนาคตไกลที่สุดและไม่ควรยุ่งด้วยมากที่สุดในค่ายทหาร นอกจากภูมิหลังครอบครัวที่ลึกลับแล้ว ความสามารถของเขายังน่าเกรงขามอีกด้วย
กู้จี้เฉินเพิ่งย้ายมาประจำการที่ค่ายแห่งนี้ได้ไม่นาน แต่ก็ทำให้ทุกคนในค่ายรู้ซึ้งถึงความสามารถของเขา จนทหารในค่ายต่างซุบซิบนินทากันว่าอย่ายุ่งกับยมทูตอย่างกู้จี้เฉินจะดีกว่า
ในฐานะผู้ติดตามของกู้จี้เฉิน เฉินฉีรู้ดีว่าถึงแม้หัวหน้าของเขาจะดูเหมือนไม่สนใจอะไรแต่ก็ไม่ควรไปโต้เถียงด้วย
เพราะผลลัพธ์ในท้ายที่สุดก็คือโดนซ้อมจนน่วม
เฉินฉีรู้จักนิสัยส่วนตัวของกู้จี้เฉินเป็อย่างดี
ตอนนี้เห็นกู้จี้เฉินเลิกคิ้วมองเขา แววตาคมกล้าแฝงไปด้วยรอยยิ้ม เฉินฉีรู้ทันทีว่าท่าไม่ดีแล้วหัวหน้าต้องกำลังคิดจะสั่งสอนเขาอยู่แน่ๆ
คงเป็เพราะ่นี้ไปคลุกคลีกับคนพวกนั้นมากไปหน่อยก็เลยเหลิง
เฉินฉีหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะพูดประจบประแจงว่า "ผมจะกล้ามีปัญหาได้ยังไงครับ! การรับใช้หัวหน้าคือเกียรติของผม!"
พูดจบก็ไม่รอให้กู้จี้เฉินตอบโต้รีบขึ้นรถทันที
เมื่อเห็นรถขับออกไปกู้จี้เฉินจึงละสายตา
เขาหันกลับมากวาดตามองฝูงชนก่อนจะก้าวเข้าไปในโรงพยาบาล
เมื่อหนิงหรานเดินพ้นกลุ่มคน และเห็นว่าคนน้อยลงก็รีบเร่งฝีเท้าทันที
คุณตาไปลงทะเบียนอย่างน้อยก็ครึ่งชั่วโมง แต่คุณยายอาจจะกลับมาหาเธอในอีกยี่สิบนาที เวลามีไม่มากเธอต้องรีบขึ้นไปดูว่าคนๆ นั้นอยู่ที่นี่หรือไม่แล้วต้องรีบลงมา ถ้าได้คุยกันสักสองสามคำทำความรู้จักกันไว้ก็ยิ่งดี
ตอนนี้หนิงหรานถึงได้เข้าใจว่าการที่ร่างกายอ่อนแอมันแย่ขนาดไหน
แค่ขึ้นบันไดไปสองชั้นก็เหนื่อยหอบแล้ว
เธอเผลอคิดจะเข้าไปในกำไลเพื่อหายา แต่พอเห็นว่ามีคนเดินผ่านไปมาที่ทางเดินก็ถอนหายใจแล้วเดินต่อไป
โรงพยาบาลประจำอำเภอแห่งนี้มีทั้งหมด 5 ชั้น ซึ่งในยุคนี้ถือว่าดีมากแล้ว
ห้องพักผู้ป่วยก็แบ่งเป็ระดับ เช่น 3 ชั้นล่างไว้สำหรับคนทั่วไป คนพลุกพล่านเสียงดังจอแจ แต่พอถึงชั้น 4 บรรยากาศก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ชั้น 4 เป็ห้องสำหรับคนมีฐานะหรือคนมีอำนาจ เงียบสงบกว่า มีพยาบาลและหมอเดินตรวจมากกว่า 3 ชั้นล่าง ส่วนชั้น 5 แทบจะไม่มีคนอยู่เลย
เพราะชั้น 5 เป็ห้องพักพิเศษขนาดใหญ่มีห้องน้ำในตัว พร้อมอุปกรณ์ครบครัน มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล ส่วนใหญ่จะเตรียมไว้สำหรับบุคคลสำคัญ
หนิงหรานลังเลอยู่หน้าบันไดชั้น 3 สักพักก่อนจะตัดสินใจขึ้นไปชั้น 4
คนที่เธอ้าพบมีความรู้ความสามารถทางด้านแพทย์แผนจีนสูงมาก
ทั้งยังได้รับการยกย่องว่าเป็ปรมาจารย์แพทย์แผนจีนคู่กับอาจารย์ของเธอ มีความสามารถทางการแพทย์สูงส่ง สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติมากมาย
อาจารย์ของเธอเคยพูดด้วยความเสียดายว่าเขาเองเรียนแพทย์แผนจีนมานานหลายปี ไม่เคยเจอคนที่มีคุณธรรมสูงส่งใช้วิชาแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้คนอย่างแท้จริงแบบเพื่อนคนนี้
อาจารย์ยังบอกอีกว่าหากเพื่อนคนนี้ออกมาสร้างชื่อเสียง วงการแพทย์แผนจีนคงพัฒนาไปอีกขั้น และคงไม่ถูกแพทย์แผนปัจจุบันบดบังรัศมี
ตอนนั้นเธอก็สงสัย อาจารย์ที่เป็คนหยิ่งยโสกลับชมเพื่อนคนนี้ไม่หยุดเลย เธอยิ่งอยากรู้จักเพื่อนของอาจารย์มากขึ้นจึงคอยถามอาจารย์เกี่ยวกับเื่ของเขา
หลังจากได้รู้เื่ราวของเขา หนิงหรานก็รู้สึกเสียดายเช่นกัน
จากที่อาจารย์เล่า ใน่เวลานี้เพื่อนคนนั้นอายุเพียงสี่สิบกว่าปี เมื่อสิบกว่าปีก่อนครอบครัวตกต่ำจึงย้ายมาอยู่ที่นี่
แต่เขาไม่มีลูก ภรรยาก็เสียชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บทำให้เขาเสียใจมาก จึงเลิกศึกษาแพทย์แผนจีนแล้วหันมาสอนหนังสือทั่วไปในโรงเรียนตามหมู่บ้านเล็กๆ
บังเอิญที่โรงเรียนมัธยมต้นที่หนิงหรานเรียน เขาก็เคยเป็ครูอยู่ที่นั่นพอดี
เธอนึกขึ้นได้ทันทีว่าเป็ใคร จึงตั้งใจมาหา
และใน่นี้ภรรยาของเขาป่วยหนัก ต้องนอนโรงพยาบาลเป็ประจำเขาก็มักจะมาที่โรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ
ถึงแม้ว่าจะเห็นแก่อาจารย์ของเธอที่สนิทกับเขา เธอก็อยากจะลองรักษาภรรยาของเขาดูเสียหน่อย
แต่พอกำลังจะขึ้นบันได ก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยดังมาจากฝูงชนที่ทางเดินอีกฝั่ง
เป็เสียงผู้หญิง และแหลมเล็กมาก
"แกพูดมั่วอะไรของแก! เมื่อกี้แกบอกว่ายานี่มีปัญหาไม่ยอมให้ลูกฉันใช้ แต่ยาของแกมันแย่กว่า! แกคิดจะฆ่าลูกฉันหรือไง!"
"จิตใจแกช่างโหดร้ายเกินไปแล้ว!"
"แก่ปูนนี้แล้ว ไม่มีความละอายบ้างเลยรึไง!"
หนิงหรานชะงักไป
เธอใช้เวลาสักพัก กว่าจะนึกออกว่าเสียงนั้นเป็ของใคร
นั่นคือเสียงของจางชุ่ยเฟิน พี่สามีของหนิงชิงเฟิ่ง
ถึงแม้สามีของหนิงชิงเฟิ่งอย่างจางต้าจู้จะเป็คนซื่อๆ ไม่กล้าเถียงภรรยา แต่ครอบครัวของเขานั้นเรียกได้ว่าสุดยอด!
ตระกูลจางสืบทอดกันมาหลายรุ่น คุณนายจางคนปัจจุบันยังคงบงการลูกชายทุกคน ปลูกฝังความคิดที่ว่าตระกูลจางยิ่งใหญ่มาก
อาศัยลูกชายคนเล็กที่ทำงานในเมืองฐานะทางบ้านก็ไม่เลว วันๆ ก็โอ้อวดไปทั่วหมู่บ้าน เลี้ยงดูลูกหลานให้เป็คนเอาแต่ใจ วางอำนาจ ทำตัวเหมือนตัวเองเป็เทพ
ในชาติที่แล้ว หนิงหรานไม่เคยเจอจางชุ่ยเฟินเลย
เพราะ่นี้ จางชุ่ยเฟินกำลังตั้งท้องลูกคนที่สอง พอดีเกิดภาวะแทรกซ้อนจึงเข้ามานอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ
และไม่กี่ปีต่อมา ตระกูลจางก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น