-BADFRIEND-
9
เราใช้เวลาเดินทางประมาณสามชั่วโมงกว่าจะมาถึงจุดหมายไอ้พีทเดินเข้าไปคุยกับพนักงานที่ดูแลรีสอร์ทของตามันก่อนจะเดินมาบอกให้พวกเราเข้าไปพักโดยที่ไม่เสียเงินสักบาทมีเพื่อนรวยแบบนี้ก็ดีแบบนี้ล่ะนะ
“ไปพักผ่อนกันก่อนเย็นๆค่อยออกไปหาซื้อของมาปาร์ตี้กัน” พอได้พีทนัดหมายเสร็จสัพพวกเราก็แยกย้ายกันไปแต่ละห้องฉันอยู่กับอีผิง ส่วนมันสามคนก็อยู่ด้วยกันอีกห้องซึ่งเป็รีสอร์ทติดกัน
“มึงทะเลาะกับไอ้รบอีกแล้วเหรอ” เมื่อแยกกันไปพักแล้วระหว่างทางที่ฉันกำลังจะจัดเสื้อผ้าอีผิงก็ถามขึ้น
“เปล่า” ฉันตอบไปตามความจริง ก็ฉันไม่ได้ทะเลาะอะไรกับมันจริงๆนี่ทำไมต้องคิดว่าฉันจะทะเลาะกับมันตลอดด้วย
“แล้วทำไมมึงไม่คุยกับมันอ่ะ” มันยังถามต่อเพราะคงจะสังเกตมาั้แ่ก่อนออกมาแล้วล่ะมั้งเพราะจนถึงหัวหินฉันก็ยังไม่ได้คุยกับมันจริงๆ
“ไม่มีอะไรจะคุย” กูไม่อยากคุย จบนะ
“กูว่าทะเลาะกันชัวร์!” มันดีดนิ้วดังเป๊าะราวกับว่าสิ่งที่มันคิดเป็จริง
ฉันไม่สนใจมันแล้วจัดเสื้อผ้าจนเสร็จก่อนจะขึ้นไปนอนบนเตียงเพราะเพลียกับการเดินทางเหลือเกินถึงจะหลับมาตลอดก็เถอะ แต่มันก็ไม่ดีเท่านอนบนเตียงนุ่มๆแบบนี้
ตกเย็นพวกผู้ชายก็พากันไปซื้อของสดที่จะเอามาทำมันก็ไม่พ้นของทะเลหรอกมาถึงทะเลทั้งทีและที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับพวกเราก็คือน้ำเมาไง ส่วนผู้หญิงก็รออยู่รีสอร์ทนี่แหละพวกมันบอกไม่อยากให้ไปเป็ภาระ ทำอย่างกับพวกกูเป็เด็กน้อยยังไงยังงั้นเมื่อพวกมันกลับมาเราก็เริ่มทำกัน สถานที่ที่เราจัดเป็ริมชายหาดที่คุณตาของไอ้พีทให้คนมาจัดไว้อย่างสวยงามเพื่อฉลองวันเกิดให้กับหลานชายบอกเลยว่าบรรยากาศโคตรดี
22:43 น.
ยิ่งดึกก็ยิ่งครึกครื้นจากเสียงคุยก็กลายเป็เสียงะโเมื่อน้ำเมาเข้าปากอีผิงตอนนี้นั่งหลับไปแล้ว ฉันบอกให้กลับไปนอนที่ห้องก็ไม่ไปเพราะมันกลัวผีส่วนฉันตอนนี้ก็เริ่มมึนๆแล้วอ่ะ
“มาเล่นเกมกันดีกว่า” ไอ้พีทพูดขึ้น เมาทีไรแม่งหาแต่เกมเล่นตลอดเลยมันอ่ะ
“เกมไรอีก” ไอ้บอลถาม
“เกมจ้องตา” มันบอกพร้อมกับยิ้มเ้าเล่ห์
“เกมห่าอะไรของมึงเนี่ยปัญญาอ่อน” ฉันบอกไม่มีเกมที่มันสร้างสรรค์กว่านี้แล้วเหรอวะ
“ก็เมื่อเช้ากูเห็นมึงเล่นกับไอ้รบกูอยากเล่นด้วยไม่ได้ไง” อ่อเมื่อเช้ากูไม่ได้เล่นเปล่าวะ อะไรของมันวะเนี่ย
“อุ๊ย!มีมองตากันด้วยเหรอวะ” ไอ้บอลพูดยิ้มๆทำให้ฉันต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจถ้ามันสองตัวอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นมันคงไม่เห็นว่ามันเป็เื่สนุกแบบนี้
“จะเล่นก็เล่นเถอะพูดมากมึงสองตัวอ่ะ” นักรบพูดขึ้นพร้อมกับหันไปด่าพวกมันสองตัวเอาจริงๆวันนี้ทั้งวันเรายังไม่เคยคุยกันเลยเป็ฉันเองนี่แหละที่ไม่อยากคุยกับมันอ่ะ
“งั้นกูจะหมุนขวดถ้าปากขวดอยู่ที่ใครคนนั้นจะมีสิทธิ์เลือกว่าจะเล่นจ้องตากับใคร และถ้าใครหลบตาก่อนต้องแดกเหล้าในแก้วนี้ให้หมดโอเค๊” มันอธิบายพร้อมกับชี้ไปแก้วที่มีเหล้าอยู่เต็มแก้วก่อนจะเอาขวดเหล้าที่หมดแล้วมาหมุน
พวกเราพยักหน้าเข้าใจมันจึงเริ่มหมุนขวดและสุดท้ายปากขวดก็หยุดอยู่ตรงหน้ามัน
“ว๊า กูได้เลือกว่ะกูเลือกไอ้บอล” มันสองตัวมองหน้ากันแล้วยิ้มอย่างเ้าเล่ห์เหมือนกับมีแผนอะไรกันอย่างนั้นแหละ
“บัวนับให้กูหน่อย” ไอ้พีทสั่ง
“หนึ่ง สอง สามเริ่ม” มันสองตัวเริ่มจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
เมื่อเวลาผ่านไปสักพักไอ้บอลก็เป็ฝ่ายยกธงขาวมันบอกว่าเกร็งจนตามันแห้งแล้วถ้าไม่กระพริบตาตามันเส้นเืฝอยแตกแน่เกมนี้ไอ้พีทเลยเป็ผู้ชนะไปส่วนคนแพ้ก็ยกเหล้าขึ้นมากระดกรวดเดียวหมดจนฉันอยากจะอ้วกแทนแต่สำหรับมันมากกว่านี้มันก็แดกได้สบายอยู่แล้ว ไอ้นี่มันคอทองคำ
“ต่อไปตามึงกับบัวละ” มันหันไปบอกนักรบ แต่สิ่งที่มันพูดทำเอาฉันคิ้วขมวดอย่างไม่เข้าใจ
“เดี๋ยวนะไอ้พีทมึงยังไม่ได้หมุนขวด” ฉันรีบแย้งเพราะต่อให้หมุนขวดมาตรงฉัน คนที่ฉันเลือกต้องไม่ใช่นักรบแน่
“ก็เมื่อกี๊กูคู่กับไอ้บอลแล้วไงเหลือมึงกับไอ้รบ” มันพูดด้วยหน้าตาใสซื่อแต่ฉันคิดว่ามันไม่ใช่ละ ต้องเป็แผนของสองตัวมันแน่
“แบบนี้ก็ได้เหรอ” นักรบบอก แต่มันก็ดูจะไม่มีปัญหาอะไร
“เออๆ เล่นๆไปเถอะ” ไอ้บอลบอกส่งๆ
“ไม่ กูไม่เล่น” ฉันปฏิเสธทันที ยังไงก็ไม่ยอมแน่
“มึงอย่าป๊อดดิบัวแค่จ้องตากับมันไม่ท้องหรอกน่า” คือกูไม่กลัวท้องโว๊ยกูกลัวใจตัวเองเนี่ยแหละ
หมับ
“มา จะได้จบๆไปเริ่มเลยนะ” อยู่ๆนักรบก็จับตัวฉันให้หันไปเผชิญหน้ากับมันโดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัวแต่เดี๋ยวสิ เริ่มแล้วเหรอ กูยังไม่ได้เตรียมใจเลยนะ
ไม่ได้ทำไม่ได้จริงๆ ฉันหลบตามันเมื่อเวลาล่วงเลยมาสักพัก ถ้าให้นานกว่านี้ฉันกลัวกลัวว่ามันจะเห็นอะไรบางอย่างในแววตาของฉัน บางอย่างที่ฉันยังไม่แน่ใจและ้าจะปิดมันไว้
“โห่วบัวแม่งอ่อนว่ะ” ไอ้บอลโห่ทันทีเมื่อฉันเป็ฝ่ายหลบตามันก่อน
“คนแพ้ก็แดกไปครับ” ไอ้พีทยื่นแก้วเหล้ามาตรงหน้าฉันทันที เพื่อนเวร รักกูจัง
“กูไปเข้าห้องน้ำนะ” เมื่อกระดกจนหมดก็รู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาเลยจะไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากที่ที่เรานั่งกินกันสักเท่าไหร่แต่พอลุกเท่านั้นแหละรู้เลย รู้ว่ากูเมาไง แม่งโคตรมึนเลย แต่ก็ยังเดินตรงนะเว้ย
“กูไปเพื่อน” คนที่เพิ่งจะจ้องตากับฉันเอ่ยขึ้นก่อนจะลุกตามฉัน
“ไม่ต้อง” ฉันบอกแค่นั้นก่อนจะเดินไปโดยไม่สนใจมันแต่ก็ได้ยินเสียงมันเดินตามมาอยู่ดี
ฉันถ่วงเวลาในห้องน้ำอยู่นานเพราะไม่อยากออกไปเจอนักรบฉันรู้ว่าที่มันตามฉันมาเพราะมีอะไรจะพูดด้วย แต่ตอนนี้กูเริ่มเมาแล้วไงไม่อยากจะคุยตอนที่อารมณ์ไม่มั่นคงแบบนี้แต่เมื่อออกมาก็ยังเห็นว่ามันยังยืนรออยู่
หมับ
ฉันกำลังจะเดินผ่านมันไปโดยทำเป็ไม่สนใจแต่มันกลับดึงแขนฉันไว้ทำให้ฉันต้องหยุดเดินและหันไปมองมันอย่างไม่พอใจ
“มึงเป็อะไรวะบัวทำไมไม่คุยกับกู” มันเองก็ดูเหมือนจะหงุดหงิดไม่น้อยเหมือนกันคงจะเป็เพราะว่าฉันเมินมันแหละมั้งถึงได้ไม่พอใจเพราะที่ผ่านมามันจะอยู่ในสายตาของฉันตลอดไง
“กูไม่ได้เป็อะไร” ฉันตอบเสียงเรียบและพยายามจะสะบัดแขนออก แต่ก็ไม่เป็ผลมันบีบแขนฉันแน่นกว่าเดิมอีก
“มึงเป็มีอะไรก็พูดตรงๆดิวะ” มันมองฉันด้วยสายตาคาดคั้น
“ก็บอกว่าไม่ได้เป็” ฉันจ้องมันกลับอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกัน
“มึงไม่พอใจที่กูไม่มีเวลาให้พวกมึง” ในเมื่อมันเองก็รู้อยู่แล้ว แล้วยังจะต้องมาถามฉันอีกทำไม
“ก็รู้ตัวนี่ ใช่!กูไม่พอใจ มากด้วย” ในเมื่อมันอยากรู้ฉันก็จะไม่อ้อมค้อม
“ทำไมวะกูต้องอยู่กับพวกมึงตลอดเวลาเลยหรือไง”
คำพูดของมันทำให้ฉันจุกจนพูดไม่ออกมันพูดเหมือนกับว่าที่ผ่านมาพวกเราบังคับให้มันอยู่ด้วยงั้นแหละฉันไม่ได้้าให้มันอยู่ด้วยตลอดเวลาแต่แค่ให้มันแบ่งเวลามาให้บ้างในวันที่สำคัญจริงๆ ฉันขอมากไปเหรอ
“มีอะไรกันวะ” เสียงไอ้พีทดังขึ้น แต่ก็ไม่ทำให้คนตรงหน้าปล่อยแขนฉันได้เลย
“กูเห็นพวกมึงมานานเลยออกมาตาม” เมื่อไม่มีใครพูดอะไรออกไปมันเลยพูดต่อ
“ก็มันแม่งเป็เหี้ยอะไรก็ไม่รู้ไม่ยอมคุยกับกู” มันบอกก่อนจะปล่อยแขนฉันออกซึ่งมันขึ้นสีแดงระเรื่อรอบวงแขนของฉันเพราะความรุนแรงของมัน
“ใครกันแน่ที่เป็!” มันเป็ต้นเหตุของเื่ทั้งหมดเลย
“มีไรก็คุยกันดีๆดิวะพวกมึงเป็เพื่อนกันนะเว้ย” ไอ้พีทพยายามพูดให้เราใจเย็นแต่มันเย็นไม่ลงจริงๆ ทั้งที่พยายามจะเข้าใจมันแล้วแต่ตอนนี้ฉันไม่อยากเข้าใจอะไรทั้งนั้น
“มันยังเห็นกูเป็เพื่อนอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้” ฉันพูดไปตามที่ใจคิดโดยไม่รู้ว่าไม่สะกิดต่อมโมโหของคนตรงหน้าเข้าอย่างจัง
“ทำไมมึงพูดแบบนี้วะบัว!”
“หรือมันไม่จริง”
“เฮ้ย!พวกมึงใจเย็นดิวะ” เสียงห้ามของไอ้พีทไม่ได้เข้ามาในโสตประสาทอีกแล้วในตอนนี้อารมณ์ของฉันมันขึ้นจนกู่ไม่กลับอีกแล้ว
“กูก็แค่อยากมีเวลาให้แพรวบ้างมึงก็รู้ว่ากูเลิกกับแพรวเพราะอะไร ทำไมมึงไม่เข้าใจอะไรบ้างวะ”
ชื่อของผู้หญิงอีกคนทำเอาใจฉันกระตุบวูบก่อนจะรู้สึกเหมือนว่ามันจะเต้นช้าลงทำไมอาการแบบนี้มันถึงต้องเป็เวลาที่ได้ยินชื่อของคนรักเก่ามันด้วย
“มึงจะโทษว่าพวกกูทำให้มึงเลิกกับแพรวเหรอเหอะ! ถ้ามึงไม่เอาเวลามาอยู่กับพวกกูมึงก็จะไม่เลิกกับแฟนว่างั้น” ฉันยิ้มเยาะทั้งที่น้ำตาคลอเต็มหน่วยเตรียมที่จะไหลออกมาได้ทุกเมื่อความรู้สึกบางอย่างเริ่มจะก่อตัว มันบีบรัดที่หน้าอกจนเจ็บไปหมด
“กูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”
“แต่คำพูดของมึงทำให้กูคิดแบบนั้น” ฉันพูดก่อนจะหันหลังหนี ไม่อยากจะคุยต่อแล้ว รังแต่จะทำให้มันแย่กว่าเดิมยังไงวันนี้ก็คุยกันไม่รู้เื่ถ้ายังใช้แต่อารมณ์แบบนี้
“มึงอย่าหนีมาเคลียให้รู้เื่” มันกระชากฉันให้หันกลับไปหามันแต่บริเวณที่มันจับเป็ที่เดียวกับที่มันสร้างรอยแดงไว้ฉันจึงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“มึงอย่ารุนแรงดิวะไอ้รบ!“ ไอ้พีทตะคอกใส่นักรบพร้อมกับดึงแขนฉันให้ออกจากมือมันมันคงจะเห็นว่าฉันเจ็บถึงได้ทำแบบนี้ แต่คนตรงหน้าไม่คิดจะสนใจมันเลยด้วยซ้ำ
“มึงก็ดูมันพูดดิ”
“มันก็แค่น้อยใจเปล่าวะ” คำว่าน้อยใจของไอ้พีททำให้น้ำตาของฉันร่วงเผาะ พยายามจะกลั้นมันไว้แล้วแต่มันห้ามไม่อยู่จริงๆ
ใช่โคตรจะน้อยใจเลย
“พอเหอะกูไม่อยากทะเลาะกับมึงไปมากกว่านี้แล้วรบ” ฉันก้มหน้าเพราะไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตาของฉันโดยเฉพาะมัน ฉันไม่อยากให้มันรู้ว่าฉันร้องไห้เพราะมันเพราะนอกจากตอนที่เมาแล้วฉันไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าพวกมันเลยสักครั้ง
“บัว...” น้ำเสียงของมันดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเหมือนน้ำตาของมันจะทำให้มันมีสติขึ้นมาบ้างล่ะมั้ง
“กูไม่ได้้าให้มึงมาอยู่ด้วยตลอดเวลาแต่มึงกลับไม่สนใจความรู้สึกของพวกเราเลยขนาดกูป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลมึงยังไม่มาเยี่ยมเลย ทั้งที่ตอนนั้น ฮึกตอนนั้นกูเลือกที่จะโทรหามึงคนแรก”
“บัว” ไอ้พีทเอามือมาบีบที่ไหล่ฉันเบาๆอย่าง้าจะปลอบ
“เมื่อวานมึงก็ไม่มา ฮึก เวลาแค่แปปเดียว มึงยังให้พวกกูไม่ได้เลย” ฉันปาดน้ำตาออกลวกๆก่อนจะเงยหน้ามองมันที่ตอนนี้แววตาของมันกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง
"...."
“กูก็แค่น้อยใจกูผิดมากเลยเหรอ”
-TBC-