‘ชิหายแล้ว!เค้าว่ากันว่าเด็กฉลาดชาติเจริญ นี่สินะ มันมาแล้วไง คำถามที่ข้าไม่อยากได้ยิน’
ไป๋ซู่ซินกระแอมหนึ่งทีก่อนจะอธิบายให้เ้าหนูจำไมพวกนี้ฟัง“อะแฮ่ม! ข้าจะบอกพวกเ้าก็ได้ แต่พวกเ้าคงดูไม่ออกหรอกปลาฝั่งที่ฉีโต๋วขายนั่นคือปลาิญญามันเลยมีราคาสูงกว่าปลาธรรมดาที่อยู่ฝั่งซ้ายผู้ที่บ่มเพาะเท่านั้นถึงจะมองเห็นละอองสีทองบนตัวปลา ซึ่งที่พ่อบ้านถังสามารถมองเห็นได้นั้นแน่นอนว่าเพาะเขาเป็ผู้บ่มเพาะและราคาที่เราขายสำหรับปลาิญญามันค่อนข้างจะถูกมากพ่อบ้านถังเลยไม่ยอมบอกใครเพราะว่าหากคนอื่นรู้เื่นี้คงจะมีคนมาแย่งปลาไปนั่นเองและนี่คือเหตุผลที่ปลาสองฝั่งจะขายราคาเท่ากันไม่ได้ เข้าใจหรือไม่?”
“ไอ้เข้าใจมันก็เข้าใจขอรับแต่ข้ายังสงสัยอีกนิดหน่อย เพราะว่าท่านเองก็ไม่มีพลังปราณท่านน้าก็มิใช่ผู้บ่มเพาะ เหตุใดถึงรู้ว่าเป็ปลาิญญาล่ะขอรับ? แล้วตอนเราจับปลาได้ ทำไมปลาิญญากับปลาธรรมดาถึงมาอยู่รวมกันหากจับได้คนละที่ข้ายังพอเข้าใจได้ เพราะข้าคิดว่าในลำธารไม่น่าจะมีปลาิญญาอยู่นะขอรับ” ลั่วหานเอ่ยข้อสงสัยขึ้นมา
“พี่สาวคนนี้ปลุกพลังปราณได้แล้วตอนนี่พี่สาวกลายเป็ผู้บ่มเพาะแล้ว! ถึงข้าจะปลุกได้ช้ากว่าคนอื่นไปแปดปีฮ่าๆ” ไป๋ซู่ซินพูดอย่างโอ้อวด
“จริงหรือขอรับ! ท่านปลุกพลังปราณได้จริงหรือตอนนี้ท่านอยู่ระดับไหนแล้วขอรับ” ลั่วหานถามอย่างตื่นเต้น
“ตอนนี้ข้าอยู่เพียงระดับสีเหลืองขั้นหนึ่งเท่านั้นยังต้องฝึกอีกเยอะ”
“ท่านน้า ท่านเก่งมากเลยในที่สุดครอบครัวเราก็มีผู้บ่มเพาะ หากท่านพ่อรู้ท่านต้องดีใจมากแน่ๆ” แต่เมื่อพูดถึงเื่นี้จากที่ดีใจเื่ไป๋ซู่ซินเป็ผู้บ่มเพาะกลับกลายเป็เศร้ากันแทน ไป๋ซู่ซินถึงกับงง
“พวกเ้าเหตุใดถึงทำท่าทางเศร้าแบบนั้นเมื่อครู่ยังดีใจกันอยู่เลย” ไป๋ซู่ซินถามด้วยความสงสัย
ฉีโต๋วน้อยกระตุกชายเสื้อของไป๋ซู่ซินแล้วถามอย่างแ่เบาว่า “ท่านน้าตอนนี้ท่านก็เป็ผู้บ่มเพาะแล้ว และยังอยู่ในระดับสีเหลืองอีกคงมีคน้าท่านมากมาย ท่านจะไปอยู่กับคนอื่นหรือไม่?”
“ไอ้โหยว!! เ้าเด็กพวกนี้นี่เห็นข้าเป็คนอย่างไรกัน หากพวกเ้าหรือพ่อของเ้าไม่ไล่ข้าก็ไม่ไปหรอก”
“จริงหรือขอรับ/จริงหรือเ้าคะ??”เด็กทั้งสามเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
“จริงแท้แน่นอน พวกเ้าก็อย่าเพิ่งเบื่อพี่สาวคนนี้ละกัน”ไป๋ซู่ซินยิ้มให้พวกเด็กๆ อย่างใจดี
“ข้าอยากให้ท่านพ่อกับท่านปู่กลับมาเร็วๆเหลือเกิน ตอนนี้บ้านเรามีผู้ฝึกตน ใครก็รังแกเราไม่ได้และตอนนี้เรายังหาเงินได้มากมาย ท่านพ่อจะได้ไม่ต้องไปทำงานต่างเมืองอีกแล้ว” แค่คิดเื่นี้ก็ทำให้ลั่วหานอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น
“เอาล่ะรอพ่อพวกเ้ากลับมาค่อยว่ากัน ตอนนี้เราเอาปลาไปขายกันก่อนดีกว่า”
ไป๋ซู่ซินเลือกที่จะเมินคำถามบางคำถามของเด็กเหล่านี้ในตอนนี้เพราะเวลาไม่พอคงต้องรอให้ถึงตอนเย็นจะได้อธิบายให้เด็กทั้งฟังทีเดียว
พอขึ้นเกวียนไปถึงตลาดหลังจากวางถังใส่ปลาลงปุ๊ป ลูกค้าก็มุงทันที เพราะบางคนได้ลองซื้อไปเมื่อวานแล้วปลาสดอย่างคำโฆษณาจริงๆ ส่วนบางคนเมื่อวานที่มาซื้อไม่ทันก็รีบมารอ
“รบกวนทุกท่านเข้าแถวหน่อยนะเ้าคะถ้ามุงกันอย่างนี้จะซื้อขายกันลำบากเ้าค่ะ ขายราคาเดิมทั้งสองฝั่งเลยเ้าค่ะ”ไป๋ซู่ซินะโเสียงดังเพราะตอนนี้เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายเหลือเกิน
และวันนี้พ่อบ้านถังเ้าเก่าเ้าเดิมก็มาอีกครั้ง “สวัสดีพ่อค้าตัวน้อยปลาฝั่งของเ้าข้าเหมาหมดเลย”
“สวัสดีขอรับท่านพ่อบ้านถังวันนี้มี 20 ตัว ทั้งหมด 10 เหรียญทองขอรับ”ฉีโต๋วน้อยยิ้มแก้มแทบปริ เมื่อวันนี้ตนขายได้ไวกว่าพี่ๆ
“หากพวกเ้ามีปลาวิญ.. เอ้ย!ปลาแบบฝั่งนี้อีก เ้าเอาไปขายให้กับจวนตระกูลถังได้เลยนะ ข้ารับซื้อทั้งหมดเมื่อวานข้าซื้อไปทำให้ข้าได้รับคำชมจากเ้านายมากมายนักและยังบอกอีกว่าให้หากสะดวกพวกเ้าสามารถไปจวนตระกูลถังเพื่อพูดคุยกันสักหน่อยแต่ไม่ต้องกังวลที่พูดคุยกันหาใช่เื่ไม่ดี” พ่อบ้านถังรีบพูดดักไว้ก่อนเพราะกลัวว่าไป๋ซู่ซินและลูกจะไม่กล้าไปที่จวนตระกูลถัง
สาเหตุที่พ่อบ้านถังไม่ยอมพูดว่าปลาฝั่งนี้คือปลาอะไรเพราะกลัวว่าคนอื่นที่รู้เข้าจะมาแย่งไป เมื่อวานนอกจากจะได้คำชมแล้วท่านถังยังตกรางวัลพ่อบ้านยังถึงอกถึงใจ เพราะมื้อเมื่อวานนี้เป็มื้อที่อร่อยมากแถมรสชาติของปลาิญญายังมีพลังิญญาเข้มข้นจนทุกคนถึงกับใและอยากพบหน้าคนที่จับปลาพวกนี้จึงได้ให้พ่อบ้านถังเชิญไป๋ซู่ซินและเด็กๆไปที่จวน
“ได้เ้าค่ะ หากข้ามีเวลาข้าจะไปนะเ้าคะ” ไป๋ซู่ซินรับปากไปก่อนแต่นางไม่ได้คิดจะไปที่จวนตระกูลถังในเวลานี้อย่างแน่นอน
หลังจากทำการขายปลาเรียบร้อยแล้ววันนี้ไป๋ซู่ซินรีบพาเด็กๆกลับบ้าน เพราะหลังจากที่คุยกับพ่อบ้านถังทำให้นางตระหนักได้ถึงปัญหา ตอนนี้ไม่รู้ว่าตระกูลถังเป็คนอย่างไร จะดีหรือร้ายแล้วหากนางนำผักปราณิญญาออกมาขาย จะเป็ที่อิจฉาริษยาของใครหรือไม่ตอนนี้ที่บ้านก็ไม่มีผู้ชายมีเพียงเด็กและสตรีหากยังไม่แข็งแกร่งพอคงจะเอาตัวรอดยาก ั้แ่วันแรกที่ปลุกพลังได้นางก็ยังไม่ได้ฝึกบ่มเพาะเลย เห็นทีต้องรีบเลื่อนระดับให้ตนเองเสียแล้ว
พอถึงบ้าน ไป๋ซู่ซินจึงนับเงินได้ทั้งหมดสิบเหรียญทองหนึ่งเหรียญเงินกับอีกยี่สิบอีแปะแล้วส่งเงินทั้งหมดของวันนี้ให้ลั่วหานนำไปเก็บ จากนั้นจึงเรียกทั้งสามมาคุยเื่สำคัญ
“ข้ามีเื่ต้องบอกกับพวกเ้าซึ่งเป็เื่สำคัญมาก ไม่สามารถแพร่งพรายออกไป พวกเ้าเข้าใจหรือไม่” ไป๋ซู่ซินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าทุกครั้ง
“หากท่านพ่อกลับท่านปู่กลับมาข้าสามารถบอกพวกท่านได้หรือไม่?” พี่ใหญ่ลั่วหานเอ่ยขึ้น
“เมื่อวันนั้นมาถึงข้าจะบอกพวกเขาเองพวกเ้าไม่ต้องเป็ห่วงไป”
‘อย่างไรก็ต้องดูไปก่อนละนะ หากเขาไล่ข้าออกจากบ้านก่อนที่ข้าจะบอกเื่พวกนี้ข้าจะทำเช่นไร จากที่เห็นในลูกแก้วทำนานและความทรงจำเค้าดูเป็คนดีถึงแม้จะเกลียดฉันมากก็เถอะแต่ก็นะไป๋ซู่ซินเธอไปทำเค้าก่อนเองนี่ จะโทษใครได้’
“ลั่วหาน ตอนนี้เ้าก็อายุแปดหนาวแล้วเ้าเคยไปทดสอบพลังปราณที่สำนักศึกษาหรือไม่?”
“เคยขอรับแต่ว่าข้าไม่สามารถปลุกพลังได้ เช่นเดียวกับท่านพ่อข้าว่าครอบครัวเราน่าจะไม่มีใครที่สามารถบ่มเพาะได้น่ะขอรับ”ลั่วหานตอบด้วยเสียงราบเรียบ หากเป็เมื่อก่อนคงจะะเืใจเมื่อต้องพูดเช่นนี้แต่นานๆ ไปตนนั้นก็เริ่มชิน
“หากข้าบอกว่าข้ามีวิธีที่จะทำให้เ้าบ่มเพาะพลังปราณได้ล่ะเ้าจะเชื่อข้าหรือไม่ เ้าดูอย่างข้าสิ ก่อนหน้านี้ข้าก็มิใช่ผู้บ่มเพาะ หากข้าทำได้เ้าก็ทำได้” ไป๋ซู่ซินพูดเพื่อกระตุ้นความมั่นใจในตัวของลั่วหาน
ลั่วหานตาเป็ประกายเต็มไปด้วยความหวัง “ท่านน้าท่านพูดจริงหรือ หากข้าปลุกพลังได้ ครอบครัวเราจะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นข้าจะปกป้องน้องๆ ของข้าได้ด้วย”
“จริงแท้แน่นอนไม่ใช่แค่เ้าเท่านั้น หากพ่อและปู่ของเ้ากลับมา ทั้งสองก็สามารถปลุกพลังได้”
“ข้าอยาก ข้าอยากทำเดี๋ยวนี้เลยขอรับ!!!”
“ไม่ต้องตื่นเต้นถึงเพียงนั้นเอาล่ะ ข้าจะพาพวกเ้าไปสถานที่หนึ่ง ไม่ต้องกังวลว่าข้าจะทำไม่ดีกับพวกเ้า ขอแค่เชื่อใจข้าต่อไปนี้ข้าจะไม่มีวันคิดร้ายกับพวกเ้าแน่นอนพวกเ้าทั้งสามคนเอามือมาแตะข้าเร็วเข้า”
“ขอรับ/เ้าค่ะ” เด็กทั้งสามรีบตอบรับและทำตามอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เด็กๆ ไม่มีความระแวงในตัวไป๋ซู่ซินเลยมีเพียงความเชื่อมั่นที่ส่งออกมาอย่างแรงกล้า