เวลา 19:30 น.
ต้น กลับมาที่ร้านจิรัตน์ Coffee อีกครั้ง!!
"อ้าว!!คุณต้นยังไม่กลับหรอค่ะ"
ผิงถามเมื่อเห็น ต้นกลับเข้ามาที่ร้านอีกครั้ง
" ร้านปิดหรือยังครับ? "
" ยังค่ะรับอะไรดีคะ"
" จะปิดร้านเมื่อไหร่ครับ? ผมมีเื่สำคัญจะคุยกับพวกคุณหน่อย"
คำพูดนี้ชวนให้รู้สึกอึดอัดมาก แต่ถึงอย่างนั้น ผิงยังคงวางท่าทีอย่างเรียบเฉย และ มองไปที่นาฬิกาบนประตูร้าน
" อีกประมาณ 30 นาทีค่ะ"
" ได้ครับผมจะรอ? "
ต้นกล่าวถ้อยคำสั้นๆ ก่อนเดินไปนั่งที่โต๊ะอย่างใจเย็น
*** เวลา 20.00 น. ร้านปิด ***
ลูกค้าทุกคนเดินออกจากร้านไปหมดแล้ว…
" ช่วยล็อกประตูหน้าร้านด้วยครับ"
นักแสดงหนุ่มกล่าว ผิงจึงพยักหน้าเหมือนเป็การส่งสัญญาณให้ ภู ให้เขาทำตามที่ต้นสั่ง แม้ ภู จะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่ก็ยังเดินไปล็อกประตูหน้าร้านให้ แล้วกลับมายืนกอดอก อยู่ข้างๆ ผิงและ มิริน
"คุณต้น มีเื่อะไรหรือเปล่าค่ะ ติดปัญหาในการใช้บริการอะไรหรือเปล่า ถ้ามีแจ้งได้เลยนะคะ เดี๋ยวทางผิงจะดำเนินการแก้ไขให้"
ผู้จัดการร้านถามดาราหนุ่ม ถึงแม้จะยังไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด แต่เธอเดาว่า นี่อาจจะเป็เื่การบริการ ที่อาจจะไม่ดีเท่าที่ควรจนทำให้ดาราหนุ่มไม่พอใจ
ต้น เอกสิทธิ์ ลุกจากเก้าอี้ ช้าๆ ก่อนจัดทรงให้เสื้อผ้าของตน และพูดขึ้น..
" ผมขอพูดตรงๆ เลยนะครับ ผม้าให้คุณมิรินลาออกจากร้าน"
"ว่าไงนะ!!"
ภู และ ผิง ถึงกับอุทานออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของต้น
"เดี๋ยวนะคะ!! มิริน ไปทำอะไรให้คุณต้นไม่พอใจเหรอคะ ผิงว่าค่อยๆ พูด ค่อยๆ จา กันดีกว่าไหมคะ? "
ผิงรีบแสดงตัวปกป้องพนักงานของตน โดยมีภู ร่วมช่วยด้วยอีกแรง
"นั้นสิครับ.. ผมว่าต้องมีเื่อะไร เข้าใจผิดกันแน่? "
"ออ…โทษทีครับ ที่ทำให้ทุกคนใ จริงๆ คุณมิรินไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกครับ คืองี้ ผม้าให้คุณมิรินมาทำงานกับผมแทนน่ะครับ"
"คุณต้น กำลังจะบอกว่า ให้มิรินลาออกจากร้าน แล้วไปทำงานกับคุณเหรอคะ"
ผิงทวนคำถามเพื่อเรียบเรียงสถานการณ์ใหม่อีกครั้ง…
"ใช่ครับ!! นี้อาจดีสำหรับคุณมิริน ที่จะได้มีโอกาส พบเจอสิ่งใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิมก็ได้"
คำที่ออกจากปากเขาคืออยากจะบอกว่า การที่ มิริน อยู่ในร้านกาแฟเล็กๆ นี่ เหมือนเป็สิ่งที่ด้อยค่า หากไปอยู่กับเขาชีวิตของมิริน จะดีกว่าที่เป็อยู่นี้มาก
" คุณถามความสมัครใจของมิริน หรือ ยัง ว่าเธอเต็มใจไหม? ที่พวกเราอยู่ร้านเล็กๆ นี้ ไม่ได้คาดหวังชื่อเสียงเงินทอง เเต่เป็เื่ของมิตรภาพ พวกเราอยู่ที่นี่ด้วยความพอใจและความสมัครใจ คุณมีสิทธิ์อะไรที่จะให้เธอไปอยู่กับคุณ"
ภูพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ และอธิบายอย่างยืดยาว นี่อาจเป็สิ่งที่ผิงและมิริน ไม่ค่อยคุ้นเคย เพราะปกติภูจะพูดน้อยมาก นี่คงจะถึงขีดจำกัดของเขาแล้วจริงๆ ถึงอย่างนั้นผิงยังคงนิ่ง และจับดึงที่แขนของภูไว้ เพื่อไม่ให้ภูทำอะไรที่คาดไม่ถึงไปมากกว่านี้
" ใจเย็นๆ ก่อนภู "
ผิงพูดเรียกสติของภู ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่พอใจอย่างมาก ภูเป็คนที่ผิวพรรณขาว แต่ตอนนี้สีหน้าเขาเปลี่ยนเป็สีแดง เืขึ้นหน้า อย่างเห็นได้ชัดเจน
" สิทธิ์งั้นหรอครับ? "
ต้นดึงมิริน ให้เข้ามาใกล้ๆ แล้วโอบที่ไหล่ของเธอ อย่างภาคภูมิใจ
" สิทธิ์ของการเป็แฟน เหตุผลนี้พอฟังขึ้นไหมครับ? "
คำกล่าวของเขาเหมือนเป็การประกาศให้ผิงและภู รับรู้ว่าพวกเขาได้ตกลงเป็แฟนกันแล้ว และเขาคิดว่าหากเพือนสนิทของมิรินได้รับรู้เื่นี้ก็คงจะยินดีกับพวกเขา และยอมปล่อยมิรินได้อยู่กับคนที่รักอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่ต้น คิดไม่ถึงก็คือ ตัวของภูไม่ได้คิดว่ามิรินเป็แค่เพือน
"เอามือแกออกไปจากมิรินซะ!!!"
ภูพุ่งเข้าไปหาต้น ทันที ซึ่งผิงเองก็ต้านแรงของภูไม่ไหว เขาต่อยไปที่หน้าของดาราหนุ่มอย่างแรง จนมุมปากอีกฝ่ายมีเืไหลออกมา
(ตุ๊บ!!)
.
สถานการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก ผิง และ มิริน ต่างก็รู้สึกใกับเหตุการณ์ตรงหน้า มิรินรีบวิ่งเข้าไปแทรกกลาง เธอผลัก ภูออก แล้วจากนั้นมิรินก็ตบไปที่หน้าของภู
เพี๊ยย!! (เสียงตบ)
เธอเองก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะตบเขา แต่มันเหมือนเป็สัญชาตญาณที่ตอบโต้ไปโดยอัตโนมัติ เมื่อปกป้องชายผู้เป็ที่รักของเธอ
"มิริน….หมายความว่ายังไง? เธอปกป้องมันเหรอ?“
ภู ใช้มือซ้ายจับที่แก้มตนเอง และมองมิริน ด้วยสายตาผิดหวังมาก ตลอดเวลาที่ผ่านมาทั้งคู่ไม่เคยทะเลาะกันเลย และนี่เป็ครั้งแรกที่มิรินทำร้ายเขาเพื่อปกป้องคนอื่น ที่รู้จักกันได้ไม่นาน
" ภูฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ"
มือไม้ของเธอสั่นเทือ เสียงของเธอก็เริ่มสั่น ก่อนน้ำตาของเธอจะไหลอาบแก้มช้าๆ ไม่ได้มีเพียงมิรินที่ร้องไห้ ตัวภูเองตอนนี้น้ำตาคลอเบ้า ถึงน้ำตาจะไม่ได้ไหลออกมา แต่ความรู้สึกเขาเ็ปมาก…
หลัง ต้น โดนต่อยไปหนึ่งหมัด เหมือนเขาก็เริ่มรู้ความคิดของ ภู ที่มีต่อ มิรินแล้ว แน่นอนว่าเขาเองก็ไม่พอใจ ไม่พอใจทั้งที่ชอบผู้หญิงคนเดียวกัน และ ทั้งที่เขาโดนต่อยด้วย เขาใช้นิ้วหัวแม่มือ เช็ดเืที่มุมปากช้าๆ ก่อนมองดูนิ้วมือของตนที่เปื้อนเื
"คุณคงชอบมิรินสินะ ถึงได้โกรธที่เห็นผมโอบกอดมิริน ถ้า…คุณรู้ว่าพวกเราทำมากกว่าแค่กอด คุณจะทำยังไงกันนะ"
เขาจงใจพูดจายั่วยุ ภูโดยตรง
"ไอ้ต้น ไอ้สารเลว!! "
ภูพุ่งไปต่อย ต้น เอกสิทธิ์ อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ ดาราหนุ่มไม่ยอมโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียวแน่ เขาต่อยตอบโต้กลับ
(ตุ๊บ!!)
.
.
(ตุ๊บ!!)
ทั้งคู่ผลัดกัน ต่อยกันไปมา จนต้นเสียหลักล้มลง ภูได้โอกาสจึงเข้าไปบีบคอของต้น สถานการณ์แย่ลงเรื่อยๆ ทั้งผิง และมิริน พยายามแยกทั้งคู่ออกจากกันแต่ไม่สำเร็จ ภูที่ขาดสติไปแล้วอาจทำให้ ต้นถึงแก่ความตายได้ ยังไงก็ต้องแยกทั้งคู่ออกจากกัน
มิรินมองไปเห็นแจกันดอกไม้ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ จึงวิ่งไปหยิบมาแล้วฟาดไปที่หัวของภู
แพล้งงงง!!
ภู ฟุบลงทันที ต้นรีบพาตัวเองออกห่างภู
ภูใช้มือััไปยังบริเวณท้ายทอยของเขาและพบว่าหัวของเขาแตกจนเืไหลออกมา
"เฮ้ยยย ภู"
ผิงรีบไปดู ภู ที่ล้มอยู่ที่พื้น เธอค่อยๆ ประคองเขาให้ยืนขึ้น
สายตาที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา มองไปที่มิริน เขาผิดหวังมากที่เห็นเธอเองก็กำลังประคองดาราหนุ่มอยู่
" มิริน…เพื่อไอ้คนที่พึ่งรู้จัก เธอถึงกับทำร้ายฉันเลยหรอ?”
พูดไปน้ำตาเริ่มไหลลงมาแก้มสองแก้ม
มิรินได้ยินเช่นนั้นก็ร้องไห้สะอึ้นไม่หยุด ทำได้แค่ส่ายหน้าเพื่อพยายามสื่อสารบอกภูว่า เธอยังได้ตั้งใจ แต่พูดออกมาเป็คำพูดไม่ได้ มีแค่เสียงสะอึ้นเท่านั้น
ต้นจับที่มือของมิริน แล้วจูงมิริน เดินออกจากร้านไป เดินไปขึ้นรถของต้น แล้วขับออกไป…
เมื่อทั้งคู่ออกไปแล้ว ภู ทรุดนั้งลงพื้น และ ได้ร้องไห้โฮ ออกมาสุดเสียง ต่อหน้ารุ่นพี่คนสนิท อย่างผิง เธอเองก็ไม่รู้ว่าควรจะปลอบใจรุ่นน้องยังไงดี
ถึงจะไม่รู้จะปลอบใจยังดี แต่ยังไงแผลที่หัวของเขาควรได้รับการรักษา เธอเดินไปที่หลังร้านช้าๆ เพื่อหยิบกล่องประถมพยาบาล
เธอเรียกภู ที่กำลังนั่งนิ่งๆ เหมือนหมดอาลัยตายอยาก อยู่ที่พื้น..
" ลุกขึ้นมานั่งที่เก้าอี้ พี่จะทำแผลให้"
ภูยอมเดินไปที่เก้าอี้โดยไม่พูดอะไร ผิงจึงเปิดกล่องอุปกรณ์ เริ่มทำแผลให้ภู แต่เื่มิริน มันก็เหมือนจะเป็เื่ที่ จะไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้
" พี่นึกไม่ถึงเลย ว่าจะเกิดเื่แบบนี้ "
เธอกล่าวไป ทำแผลไป เทยาลงสำลี และซับลงแผล
" นั่นสิ… ผมเองยังนึกไม่ถึงเลย เมื่อตอนกลางวันเรายังคุยกันดีๆ อยู่แท้ๆ ไม่คิดว่าตกเย็นมาจะเกิดเื่มากมายแบบนี้"
แม้ตอนนี้เขาจะไม่ได้ร้องไห้แล้ว แต่ ยังคงอยู่ในอาการเศร้าเสียใจ
" พรุ่งนี้จะหยุดพักสักวันก่อนไหม? ไว้จิตใจดีขึ้นกว่านี้หน่อยแล้วค่อยมาทำงาน"
เธอพูดไปด้วยความเป็ห่วงรุ่นน้องคนนี้มาก ถึงแม้ที่ร้านจะไม่เหลือใครแล้วก็ตาม ภู สูดหายใจลึกๆ หนึ่งฟอดใหญ่ และกล่าวว่า…
" ไม่เป็ไรครับผมไหว งานก็ส่วนงาน เื่ส่วนตัวก็ส่วนเื่ส่วนตัว"
" พี่ว่าภู หยุดพักผ่อนเถอะ แค่ร้านกาแฟ ไม่ได้หนักหนาอะไรมากแค่พี่คนเดียวก็ไหว"
" ผมไม่เป็ไรจริงๆ พี่ ให้ผมมาทำงานเถอะ ถ้าอยู่บ้านผมก็มีแต่อุดอู้อยู่ในห้อง มีแต่จะเครียดมากกว่าเดิมซะเปล่าๆ ตั้งใจทำงานดีกว่าจะได้ไม่ต้องคิดอะไรไร้สาระ"
ผิงลืมนึกเื่นั้นไปเลย ยิ่งภูเป็แบบนี้ ยิ่งปล่อยให้ห่างสายตาไม่ได้ หากปล่อยให้อยู่คนเดียว ก็ไม่รู้ ภูจะคิดสั้น หรือ ป่าว