บทที่ 15 ความรักความผูกพัน
แต่ด้วยลูกประคำที่คุ้มครอง ไม่เพียงแต่เ้าหวังว่างจะทำร้ายเขาไม่ได้แม้แต่น้อย ดวงิญญาของมันยังถูกบีบอัดด้วยแสงจากลูกประคำ จนจางลงเรื่อย ๆ จากการปะทะ ดูเหมือนว่าถ้าเป็แบบนี้ต่อไป เ้าหวังว่างคงต้องแตกสลายไปแน่ ๆ
หัวใจของหญิงสาวแทบแหลกสลาย ในวาระสุดท้ายของชีวิต เธอพึมพำออกมาอย่างยากลำบาก “แก… อย่าห่วงฉัน… หนีไป… รีบหนีไปซะ!”
“หงิง ๆ...” เสียงคร่ำครวญดังเล็ดลอดออกมาจากปากของเ้าหวังว่าง ความสิ้นหวังและความหวาดกลัวอันใหญ่หลวงกำลังปกคลุมมัน
ในอดีต ไม่ว่าจะเป็ตอนที่มันถูกจับไปหักกระดูกสันหลังทั้งเป็ หรือกระทั่งตอนที่ถูกไฟฟ้าช็อตจนตาย มันก็ไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวหรือสิ้นหวังเท่านี้มาก่อน
แต่ตอนนี้ เมื่อเห็นว่าผู้เป็นายกำลังจะถูกฆ่า แต่ตัวเองกลับทำอะไรไม่ได้เลย มันช่างรู้สึกทรมานยิ่งกว่าความตาย
“โฮ่ง... โฮ่ง...” นกน้อยโผบินมองดูสุนัขอันเป็ที่รักด้วยความปวดร้าว
โลกนี้ช่างไร้เหตุผล คนเราร้ายกาจยิ่งกว่าปีศาจ แต่สัตว์สี่ขากลับบริสุทธิ์และซื่อสัตย์ แม้แต่ตอนกลายเป็ผียังคงซื่อสัตย์เหมือนตอนมีชีวิตอยู่
ท่ามกลางความสิ้นหวังนี้ ประตูก็ถูกพังเข้ามาด้วยแรงมหาศาล
ชายผมสีแดงเพลิงพุ่งเข้ามาเป็คนแรก เขาใช้เท้าเตะซุนเจิ้นตงจนลอยไปกระแทกกำแพง จากนั้นเ้าคนสารเลวก็หมดสติไปในทันที
“ไอ้หมอนี่มันอะไรกันเนี่ย โดนเตะทีเดียวก็สลบแล้ว ไร้ค่าสิ้นดี”
คุณชายรักอิสระกำลังจะเข้าไปดูนกน้อยโผบิน แต่แล้วก็ต้องชะงัก เมื่อหันไปเจอกับสุนัขสีดำที่ปกป้องผู้เป็นายอย่างดุร้าย
ที่พิลึกยิ่งกว่านั้น ร่างกายของมันกลับโปร่งแสง ไร้ซึ่งร่องรอยของอุ้งเท้า และล่องลอยอยู่กลางอากาศ
ถึงแม้ว่าจะเตรียมใจมาแล้ว แต่พอได้เห็นกับตา เขาก็เกือบจะเป็ลมล้มพับไป
“นี่... นี่มัน... ผีงั้นเหรอ?”
“ยืนโง่อยู่ทำไม รีบแจ้งตำรวจสิ!”
ซางเฟยหว่านเตือนพลางเดินไปดูอาการของนกน้อยโผบิน
เ้าหมาอ้วนยังคงทำท่าระแวดระวังจ้องมองไปที่ผู้เป็นายอย่างไม่วางใจ แต่เมื่อซางเฟยหว่านเดินเข้ามาใกล้ มันกลับยอมหลีกทางให้แต่โดยดี แล้วยังกระดิกหางประจบอีกต่างหาก
คุณชายเห็นแบบนั้นก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที “ไอ้หมาบ้า นี่แกมองไม่ออกหรือไงว่าเมื่อกี้ฉันเป็คนเตะไอ้บ้านั่นจนช่วยเ้าของแกไว้ได้แท้ ๆ แต่แกกลับมาขู่ฉันอีก แต่กับเธอที่ยืนดูเฉย ๆ แกดันทำตัวดีซะงั้น มันน่าทำกันแบบนี้หรือไง หา!?”
ดูเหมือนตอนนี้นกน้อยโผบินจะหมดสติไปแล้ว สภาพเธอดูไม่ค่อยดีเอาเสียเลย
ซางเฟยหว่านใช้นิ้วกดลงไปที่จุดชีพจรใต้ลำคอของเธอเบา ๆ เพื่อเปิดทางเดินหายใจ จู่ ๆ หญิงสาวที่หมดสติอยู่ก็ค่อย ๆ หายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อเห็นหน้าซางเฟยหว่าน เธอก็ยังจำไม่ได้ เพราะใบหน้าของเธอในตอนนี้ แตกต่างจากในตอนที่ไลฟ์สดเป็อย่างมาก
“ฉันคือสตรีมเมอร์ ที่ชื่อซางเฟยหว่าน” หญิงสาวจึงแนะนำตัวเอง
เมื่อนกน้อยโผบินรู้อย่างนั้น ก็เหมือนกับเห็นเทพเ้ามาโปรด จึงร้องไห้ออกมาด้วยความใ แต่แล้วก็นึกถึงเ้าหวังว่างขึ้นมาได้ จึงรีบพูดกับซางเฟยหว่านว่า “คุณช่วยดูเ้าหวังว่างให้หน่อยได้ไหมคะ”
ถึงแม้เธอจะไม่ใช่คนในวงการไสยศาสตร์ แต่เธอก็สังเกตเห็นว่า ตอนนี้ร่างกายของเ้าหวังว่างกำลังโปร่งแสงจนแทบจะมองไม่เห็นแล้ว เธอรู้ดีว่ามันใกล้จะแตกสลายอยู่รอมร่อ
สายตาของซางเฟยหว่านเหลือบไปเห็นเข้าพอดี เธอจึงร้องเตือนคุณชายรักอิสระว่า “ระวัง!”
“หา?” คุณชายยังไม่ทันได้รู้ตัวก็ถูกมีดจ่อที่คอเสียแล้ว
ซุนเจิ้นตงที่ถูกเตะสลบไปเมื่อครู่ ฟื้นขึ้นมาตอนไหนก็ไม่มีใครรู้ เขา้าหนีจึงจับไป๋จวิ้นเป็ตัวประกัน
เมื่อครู่นี้ คุณชายรักอิสระยังคงทำท่าทางกร่าง ๆ อยู่เลย แต่ตอนนี้ใบหน้ากลับเปลี่ยนสีไปจากเดิม เขารีบะโเรียกซางเฟยหว่านในพลัน "ช่วยด้วย! ซาง... คุณย่า ช่วยด้วย! ฉันยังไม่อยากตาย!"
ซางเฟยหว่านเอ่ยว่า "ตำรวจกำลังจะมาถึงแล้ว อย่าดื้อด้านอีกเลย"
ฝ่ายซุนเจิ้นตงก็ะโด่าด้วยดวงตาแดงก่ำ "แม่งเอ๊ย! แกเป็เ้าของช่องไลฟ์ที่ชอบยุ่งเื่ชาวบ้านคนนั้นสินะ! ถ้าไม่ใช่เพราะแก ผู้หญิงโง่ ๆ นั่นคงไม่แฉฉันหรอก วันนี้แกปล่อยฉันไป หรือพวกเราตายไปด้วยกันล่ะ!"
"ตายไปด้วยกัน?" ซางเฟยหว่านยิ้มเยาะ "แกคู่ควรจะตายพร้อมฉันหรือไง?"
ในชั่วพริบตา เธอก็ขยับเท้าเล็กน้อย ซุนเจิ้นตงไม่ทันมองเห็นการเคลื่อนไหวของเธอก็ถูกบีบข้อมือเสียแล้! จากนั้นก็ได้ยินเสียงกระดูกหักดัง ‘กร๊อบ’
มีดในมือของเ้าคนเลวก็ตกลง และบังเอิญไปปักอยู่บนเท้าของคุณชายรักอิสระ
วินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องราวกับหมูกำลังถูกฆ่าก็ดังกึกก้อง "อ๊ากกก! เท้าของฉัน... อ๊ากก… พิการแน่! ฉันพิการแน่!"
ในขณะที่ซางเฟยหว่านกำลังมัดแขนซุนเจิ้นตงไว้ คุณชายรักอิสระก็ยังคงร้องโอดโอยไม่หยุดหย่อน
เธอโยนร่างนั้นไปทางคุณชายรักอิสระ "หุบปากซะ เฝ้าหมอนี่ไว้ให้ดี ถ้าเกิดเื่อีก ฉันไม่ช่วยนายหรอกนะ"
คุณชายรักอิสระยังมีน้ำตาคลออยู่ที่หางตา เมื่อถูกเธอตวาดใส่ก็ไม่กล้าร้องไห้โฮอีก เขานั่งตัวลีบอยู่ข้าง ๆ อย่างน่าสงสาร
วิกฤตผ่านพ้นไปแล้ว ต่อไป ก็ถึงขั้นตอนการทำพิธีส่งิญญา
ดวงิญญาของเ้าตูบอ่อนแอถึงขีดสุด และเริ่มที่จะแตกสลายแล้ว
ซางเฟยหว่านจ้องมองิญญาของหวังว่าง เธอท่องบทสวดส่งิญญาอย่างรวดเร็ว
ทุก ๆ คำที่เธอท่องออกมาจะกลายเป็อักขระสีทองที่จับต้องได้ตกลงบนิญญาของเ้าหวังว่าง ช่วยซ่อมแซมพลังของมันให้พื้นขึ้นมาทีละน้อย
ไม่นานนัก ิญญาที่เลือนรางแทบมองไม่เห็นก็กลับมารวมตัวเป็รูปเป็ร่างอีกครั้งภายใต้แสงสีทองอันศักดิ์สิทธิ์
เธอหยุดท่องบทสวด แล้วพูดกับเ้าหวังว่างว่า "หวังว่าง แกกลายเป็ิญญาแล้วนะ ไม่สามารถอยู่ในโลกมนุษย์ได้อีกต่อไปแล้ว ไปร่ำลานายของแกแล้วไปเกิดใหม่เถอะนะ"
เ้าหวังว่างส่งเสียงครางหงิง ๆ ราวกับ้าจะพูดอะไรบางอย่าง
ซางเฟยหว่านส่ายหน้าเอ่ย "ไม่ได้ แกอยู่ข้าง ๆ เธอไม่ได้อีกแล้ว คนเราต่างมีชะตาชีวิตเป็ของตัวเอง แกเป็ิญญาแล้ว ต่อให้ฝืนอยู่ไป ก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเธอได้มากนักหรอก"
แม้นกน้อยโผบินจะฟังไม่เข้าใจในสิ่งที่เ้าหวังว่าง้าสื่อ แต่ก็ััได้ถึงความอาลัยอาวรณ์ที่เ้าตูบมีต่อเธอ
แม้ในใจเธอนั้นจะเต็มไปด้วยความโศกเศร้า แต่ก็ได้แต่กลั้นน้ำตาพร้อมกับเอ่ยกับเ้าหวังว่างว่า "ไปเถอะนะหวังว่าง ไปอย่างสงบเถอะ ฉันโตแล้วนะ ฉันดูแลตัวเองได้ แกควรไปเกิดใหม่ อย่าเสียเวลาเพื่อฉันอีกเลย"
เ้าหวังว่าง้าเดินมาคลอเคลียที่เท้าของเธออย่างอาลัยอาวรณ์
มันคงทำใจจากเธอได้ยากลำบากจริง ๆ เพราะั้แ่ลืมตาดูโลก มันก็อยู่กับเธอและเติบโตมาด้วยกัน ใช้ชีวิตอันแสนสุขร่วมกันมาถึงสิบปี