ตอนที่ 21 สายลับธุรกิจ
โจวเจี้ยนรู้สึกขายหน้ามากเมื่อถูกปฏิเสธต่อหน้าคนอื่น เขากล่าวผ่านไรฟันด้วยความโกรธ “หลงซือหยิง! อย่าคิดว่าสวยแล้วจะทำอะไรก็ได้ ผมสามารถทำให้คุณหลุดจากตำแหน่งได้!”
"คุณ..." หลงซือหยิงกําหมัดแน่น ในใจทั้งโกรธทั้งกลัว
ที่เธอกลัวเพราะกังวลว่าอีกฝ่ายจะทำให้เธอถูกไล่ออกอย่างที่เขาว่าจริง ๆ
กว่าจะได้ทำงานดี ๆ มันไม่ใช่เื่ง่ายและเธอไม่้าตกงานเพราะเื่ไร้สาระ
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มกังวล โจวเจี้ยนเปลี่ยนน้ำเสียงพร้อมกล่าวหว่านล้อม “ซือหยิง อย่าดื้อไปหน่อยเลยหน่า คุณก็แค่ตกลงเป็แฟนผม แล้วผมสัญญาว่าคุณจะอยู่ในบริษัทได้สบายราวกับปลาได้น้ำ อ้อ ผมจะทำให้คุณก้าวหน้ายิ่งขึ้นด้วยนะ”
"ฉัน..." หลงซือหยิงกัดฟันแน่น
ในใจยิ่งรู้สึกรังเกียจโจวเจี้ยนอย่างบอกไม่ถูก ยังไงซะเธอก็ไม่มีทางยอมเป็แฟนเขาแน่!
แต่ถ้าหากปฏิเสธ… เขาก็สามารถทำให้เธอถูกไล่ออกได้ ตอนนี้เธอคล้ายกับตกที่นั่งลำบากเสียแล้ว
"คุณพล่ามจบหรือยัง?" หลินเยี่ยที่นั่งเงียบมานานกล่าวขึ้น
เขาไม่เคยคิดยุ่งเื่ส่วนตัวของหลงซือหยิง
แต่เขาก็ไม่อาจนั่งมองเฉย ๆ ได้ หากหลงซือหยิงได้พบกับชายที่พึงพอใจและอีกฝ่ายเป็คนดี แน่นอนว่าเขาย่อมยินดีกับเธอ
แต่ผู้ชายสวะที่อยู่ตรงหน้าไม่ต่างอะไรกับเฉียนเจียง เขาจะปล่อยให้โจวเจี้ยนมาทำร้ายหลงซือหยิงอีกครั้งได้ยังไง?
"เื่ของผมกับซือหยิงไม่เกี่ยวอะไรกับนาย ทางที่ดีนายอย่ามายุ่งกับเื่คนอื่นจะดีกว่า" โจวเจี้ยนกล่าวผ่านไรฟันอย่างเ็า
"ไสหัวไปซะ!" หลินเยี่ยไม่อยากพูดพล่าม เขามองเหยียดอีกฝ่ายด้วยแววตาเ็า
โจวเจี้ยนตื่นตระหนกจนศีรษะหดลง ความกล้าของเขาหายไปเกือบครึ่งทันที
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จู่ ๆ เขาก็หวาดกลัวแววตานั้นของอีกฝ่ายยิ่ง
หากไตร่ตรองให้ดีแล้วก็จึงได้รู้ว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายเลย แล้วคนฉลาดจะต้องรู้จักจังหวะสู้หรือถอย ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่เช่นนี้เขาควรจะถอยก่อน เมื่อคิดได้แล้วจึงรีบลุกขึ้น แต่ก็ไม่วายที่จะกล่าวทิ้งท้าย
"ฝากไว้ก่อนเถอะ" โจวเจี้ยนข่มขู่แล้วรีบหันหลังเดินออกจากร้านอาหารไป และเขาไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบมองหลินเยี่ยอีกแม้แต่หางตา
"เฮ้อ!"
เมื่อเห็นว่าโจวเจี้ยนเดินออกไปไกลแล้ว หลงซือหยิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก และกล่าวขอบคุณ "หลินเยี่ย ขอบคุณนะ”
ยังไงซะเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทําไมผู้จัดการโจวถึงกลัวหลินเยี่ยมากขนาดนี้
แต่แววตาของหลินเยี่ยเ็าจริง ๆ แล้วกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างกายก็แตกต่างจากคนทั่วไป
เธอรู้สึกว่า หลินเยี่ยเปลี่ยนเป็สุขุมเยือกเย็น และเป็ผู้ใหญ่ แววตาของเขาราวกับคุณปู่อายุหนึ่งร้อยปี
"คนเมื่อกี้อาจจะยังตามตื๊อคุณอยู่ หากมีปัญหาอีก ก็โทรหาผมได้ทุกเมื่อ" หลินเยี่ยกล่าวออกด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
"ขอบคุณค่ะ ฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้รู้จักกับพวกคุณ" หลงซือหยิงยิ้ม ในใจลอบขอบคุณเขาเป็พันครั้ง
ก่อนหน้านี้ถ้าไม่ใช่เพราะหลินเยี่ยฉีกหน้ากากของเฉียนเจียง เกรงว่าเธอคงจะถูกผู้ชายสารเลวคนนั้นทําร้ายแล้ว
"แม่ทูนหัว..."
หลินเยี่ยไม่ได้พูดอะไร แต่ยี่ยี่ที่อยู่ข้าง ๆ กลับก้มหน้ามุดศีรษะน้อย ๆ เข้าไปในอ้อมกอดของหลงซือหยิง "ป่าป๊าของหนูเก่งมาก เขาจะต้องปกป้องแม่ทูนหัวกับคุณแม่ไปตลอดชีวิต”
"แม่ทูนหัวก็จะรักหนูไปตลอดชีวิต" หลงซือหยิงกอดเด็กหญิงไว้แน่น ใบหน้าทั้งสองแนบติดกันอย่างอบอุ่น
หลายปีมานี้เธอกับยี่ยี่มีความสัมพันธ์แแ่ ความสัมพันธ์ของทั้งสองราวกับเป็แม่ลูกแท้ ๆ
ในเวลานี้พนักงานก็ถือถาดอาหารหลายชุดเข้ามา
"ยี่ยี่ที่รัก มา... เดี๋ยวแม่ทูนหัวจะป้อน" หลงซือหยิงอุ้มยี่ยี่มานั่งข้าง ๆ และป้อนเคเอฟซีเด็กหญิงอย่างเอ็นดู
หลินเยี่ยนั่งอยู่ตรงข้ามโดยไม่พูดอะไร เมื่อเห็นยี่ยี่กับหลงซือหยิงสนิทสนมกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเย่วเหยาขึ้นมา
เมื่อก่อน เขากับเยว่เหยามักจะพายี่ยี่ออกมากินอะไรด้วยกัน ความรู้สึกอบอุ่นและมีความสุขนั้นชวนให้นึกถึง
หลังจากทานอาหารเสร็จ หลินเยี่ยก็พายี่ยี่กับหลงซือหยิงกลับบ้านก่อน จากนั้นเขาจึงขับรถไปที่บริษัทคังหยวนเวชภัณฑ์
อย่างไรก็รับเงินค่าจ้างจากเหอจวินมานับสิบล้านแล้ว อย่างนี้เขาจึงต้องทําหน้าที่บอดี้การ์ดให้ดีที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้หญิงคนนั้นจะปลอดภัย
มาถึงลานจอดรถใต้ดิน เมื่อจอดรถเสร็จก็เห็นชายปริศนากำลังทำตัวลึกลับอยู่ใกล้กับรถบีเอ็มของเหอจวิน
เมื่อสังเกตดี ๆ ก็พบว่าผู้ชายคนนั้นเป็พนักงานของบริษัทคังหยวนเวชภัณฑ์
หลินเยี่ยลงจากรถพร้อมกับถามพนักงานคนนั้นว่า “ทำอะไร?”
“ไม่… ไม่ได้ทำอะไร!” ชายหนุ่มคนนั้นตื่นตระหนกจนพลันร้อนรน เขายืนตัวแข็งทื่ออย่างมีพิรุธ
เขารีบเดินออกไปจากลานจอดรถแต่ก็ยังแอบหันมามองหลินเยี่ยก่อนไป
"หยุดก่อน"
แต่หลินเยี่ยกลับไม่คิดปล่อยอีกฝ่ายไปง่าย ๆ เขาเดินเข้าไปขวางทางพนักงานคนนั้นไว้พร้ะคอกเสียงดัง “บอกมาว่าแกคิดจะทำอะไร?”
“ก็แค่บอดี้การ์ดปลายแถวมายุ่งอะไรด้วย?” ชายคนนั้นยืดตัวขึ้นแสร้งทำเป็ไม่กลัว
"เห็นท่อเหล็กนั่นไหม?" หลินเยี่ยชี้ไปที่ท่อเหล็กบาง ๆ ที่ทาสีสีแดงบนผนัง มันถูกตอกเข้ากับผนังเพื่อยึดกล่องดับเพลิงไว้
"ท่อเหล็กเกี่ยวอะไรกับฉัน?" ชายคนนั้นตอบกลับอย่างรำคาญ
ถามโง่ ๆ ท่อเหล็กคือจุดจบของแกไงล่ะ" หลินเยี่ยพูดจบก็เดินเข้าไปคว้าท่อเหล็กแล้วออกแรงเพียงนิด
"แกร๊ก!”
เสียงกรอบแกร๊บดังขึ้น ท่อเหล็กราวกับขนมขาไก่ มันถูกดึงออกจากผนังอย่างง่ายดาย
"บัดซบ!"
เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า ชายคนนั้นใจนเหงื่อไหลออกมาจากหน้าผาก ร่างกายแทบทรุดตัวลงกับพื้นราวกับโคลน
คิดไม่ถึงว่าบอดี้การ์ดที่ชื่อหลินเยี่ยจะพละกำลังที่น่าใแบบนี้ เพียงแค่ใช้แรงเบา ๆ ก็สามารถหักท่อเหล็กออกเป็สองท่อได้อย่างง่ายดายงั้นเหรอ?
ถ้าเขาลงมือ ไม่แน่ว่าแขนของเขาอาจจะถูกหักเป็สองท่อนได้ไม่ยากเย็น
"เคร้ง!"
หลินเยี่ยเก็บท่อเหล็กที่หักไว้ที่เท้าของผู้ชาย แล้วถามขึ้นอีกครั้งว่า "แกมาทําอะไรตรงนี้?"
"ฉัน... ฉันบอก..."
ชายคนนั้นลูบเหงื่อเย็นบนหน้าผาก แล้วอธิบายด้วยน้ำเสียงติดขัด "ก็แค่จะติดตั้งระบบติดตามตำแหน่ง"
ขณะที่เขาตอบ เขาก็เอาเครื่องติดตามตําแหน่งออกจากกระเป๋าของเขาอย่างมือสั่น
"เพื่ออะไร?" หลินเยี่ยรับเครื่องติดตามมาดู แล้วถามต่อ
"ฉัน..."
เขาสั่นสะท้านอยู่นานก่อนจะกล่าวอธิบายได้ “ฉันเป็คนของบริษัทความงามทันใจเวชภัณฑ์ที่ถูกมอบหมายให้เข้ามาในคังหยวนเวชภัณฑ์กรุ๊ปเพื่อค้นหาเพนิซิลลิน”
“ที่แท้ก็เื่ขัดผลประโยชน์ระหว่างบริษัทสินะ” หลินเยี่ยโยนเครื่องติดตามทิ้งพร้อมโบกมืออย่างรำคาญใจ “ไสหัวไปซะ อย่าให้ฉันเห็นหน้าแกอีก”
"ครับ"
สายลับคนนั้นลุกขึ้นและวิ่งหนีออกจากลานจอดรถอย่างรวดเร็ว
ส่วนหลินเยี่ยสำรวจที่รถบีเอ็มดับเบิ้ลยูอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ จากนั้นจึงขึ้นลิฟท์ไปยังห้องทำงานของประธานเหอจวิน
หลังจากผลักประตูเข้ามา เขาเห็นชายแปลกหน้าคนหนึ่งกำลังนั่งคุยกับเหอจวิน
เหอจวินอยู่ในชุดกระโปรงสั้นเผยให้เห็นสะโพกผายนั่งอยู่บนโซฟา ขาเรียวยาวเซ็กซี่ทั้งสองข้างไขว้กันอย่างสง่างาม มันชวนให้หลงใหลยิ่งนัก
ขณะกำลังพูดคุยกับชายในชุดสูทสุดหรู แววตาของเธอเผยถึงความเบื่อหน่ายแต่ก็ยังคงฉีกยิ้มอย่างรักษามารยาท
ทั้งสองคนกำลังเจรจาธุรกิจกันอยู่ ซึ่งการปรากฏตัวของหลินเยี่ยขัดจังหวะการสนทนาของทั้งคู่โดยสมบูรณ์ ทว่าเหอจวินคล้ายกับยินดียิ่งที่มีคนมาช่วยเธอเสียที!
"คุณมาได้จังหวะพอดี"
เหอจวินลุกขึ้นจากโซฟา ชี้ไปยังชายในชุดสูทที่นั่งตรงข้ามแล้วแนะนําง่า "นี่คือหลิวเฉินจาก บริษัทเทคโนโลยีหม้อโอสถเป็พันธมิตรของเรา คุณช่วยพาเขาไปเดินดูบริษัทหน่อยสิ”
เธอฟังเื่ไร้สาระของหลิวเฉินจนรู้สึกเบื่อนานแล้ว จึงใช้โอกาสนี้ให้หลินเยี่ยพาหลิวเฉินออกไปจากห้องทํางานของตัวเองสักที