สติสัมปชัญญะยังกลับคืนมาไม่ทันสมบูรณ์ ภาพที่เห็นไม่ทันชัดเจนดี ปากก็ถูกงัดเปิดออก น้ำยาขมฝาดถูกกรอกเข้ามาอย่างไร้ปรานี
*แคก ๆ*
หลินซีสำลักจนตัวโยน ไอไม่หยุด ความโกรธพลุ่งพล่านทันที
‘เห็นว่าเธอถูกรถชนแล้วยังไม่ตาย เลยคิดจะกรอกยาพิษให้ตายหรือไง? ใครกันที่มันกล้าทำกับเธอแบบนี้!’
หลินซีเบิกตาโพลง ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ตวัดฝ่ามือออกไปอย่างแรง!
*เพียะ!*
เสียงตบดังลั่นสนั่นห้อง บรรยากาศพลันเงียบสนิททันตา
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองด้วยความใ ั์ตาสบเข้ากับดวงตาคมกริบสีนิลคู่หนึ่ง ลุ่มลึกและเ็าจับใจจนทำให้เธอชะงักค้าง
เขาเป็บุรุษร่างสูงใหญ่ หน้าตาคมคายหล่อเหลาเกินผู้คน เครื่องหน้าชัดเจน รูปลักษณ์สง่างาม ทว่ากลับแผ่กลิ่นอายเ็าเหินห่าง ชวนให้ผู้คนหวาดหวั่นยามเข้าใกล้ แต่ก็เป็บุรุษที่หากได้พบเห็นสักครั้งก็ยากจะลืมเลือน
หลินซีถลึงตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาเคียดแค้น “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ ว่านายเป็คนของญาติฝั่งพ่อฉัน!”
เธอเพิ่งจะวางแผนกับศิษย์พี่เสร็จ กำลังเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงฉลอง กลับต้องมาเกิดอุบัติเหตุรถชนกลางทางเสียก่อน ถ้าจะพูดถึงคนที่อยากให้เธอตายละก็ คงมีแต่ญาติผู้น้องคนนั้น…ไอ้คนที่หมายปอง ‘ตำแหน่งผู้สืบทอด’ ของเธอ!
บนใบหน้าหล่อเหลาของชายผู้นั้นปรากฏรอยแดงรูปฝ่ามือจาง ๆ ดวงตาของเขาฉายแววเ็ายิ่งกว่าเดิม
“เ้าจะสร้างเื่วุ่นวายอะไรอีก? ไม่ว่าเ้าจะทำเช่นไร ก็เปลี่ยนแปลงเื่หย่าร้างไม่ได้หรอก”
‘หย่าร้าง? เื่บ้าบออะไรกัน?’
ชายหนุ่มวางถ้วยยาไว้ข้างเตียง แล้วกล่าวเสียงเย็น ไม่แม้แต่จะชายตามองเธอ “มีแรงตบข้าได้ เช่นนั้นก็คงมีแรงกินยาเองได้แล้ว”
กล่าวจบก็หันหลังเดินจากไปอย่างไม่ไยดี
หลินซีมองตามแผ่นหลังกว้าง จึงสังเกตเห็นว่าคนคนนี้เดินขาเป๋เล็กน้อย แถมยังสวมชุดโบราณที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
สายตาสับสนกวาดมองไปรอบห้อง ห้องนี้เป็บ้านดินเก่าซอมซ่อและโทรมจนน่าใ ผนังและหลังคาดำคล้ำเหมือนถูกควันไฟรมมานานหลายปี เครื่องเรือน ข้าวของก็น้อยชิ้นแทบไม่มีอะไรเลย นอกจากเตียงไม้ที่เธอนอนอยู่ ก็มีแค่โต๊ะตัวหนึ่ง ตู้ไม้ใบเก่า และเก้าอี้เพียงไม่กี่ตัว
หลินซีถึงกับตะลึง—
‘ที่นี่มันที่ไหนกันแน่? ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่โรงพยาบาล!’
ยังไม่ทันได้ตั้งสติ ความเจ็บจี๊ดก็จู่โจมสมอง หัวของเธอปวดหนึบเหมือนจะะเิ ภาพความทรงจำมากมายไหลบ่าเข้ามาไม่หยุดยั้ง หลินซีเ็ปจนแทบจะกรีดร้อง ร่างกายล้มฟุบกลับลงบนเตียงอีกครั้ง
ชายหนุ่มที่เดินถึงประตูชะงักฝีเท้าลงครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยังคงเปิดประตูเดินจากไป
ตอนนี้หลินซีไม่มีเวลาสนใจใครอีกแล้ว เพราะหลังจากประมวลผลข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามา เธอก็ได้ข้อสรุปที่น่าใอย่างยิ่ง—-เธอทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายออนไลน์ยอดฮิตที่ชื่อว่า《เส้นทางรุ่งโรจน์ของธิดาเอก》!
และในตอนนี้—-เธอดันกลายเป็ตัวละครที่มีชื่อแซ่เดียวกันกับตัวเองในนิยายที่ว่าเสียด้วย!
นิยายเื่นี้เล่าถึง ‘หลินจื่อจิน’ นางเอกที่พลัดพรากจากตระกูลผู้ดีมาั้แ่แบเบาะ มีชีวิตทุกข์ยากลำบากแสนเข็ญกว่าจะกลับคืนสู่ตระกูลใหญ่ได้ ท่านกั๋วกงผู้เป็ปู่จึงรักใคร่เอ็นดูยิ่งกว่าหลานคนไหน ทว่าหลินจื่อจินกลับตกหลุมรักอ๋องห้าผู้คิดก่อฏ จนสุดท้ายตระกูลหลินทั้งตระกูลต้องพบจุดจบอันน่าอนาถ
หลังจากได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง นางเอก—หลินจื่อจินก็พลันรู้แจ้ง ใช้ประโยชน์จากความทรงจำที่รู้เหตุการณ์ล่วงหน้า กลายเป็ตัวช่วยพิเศษที่ทำให้นางชิงความได้เปรียบเหนือใคร ดึงดูดผู้มีอำนาจและผู้มีฝีมือเข้ามาเป็พวก สนับสนุนฮ่องเต้หุ่นเชิดจนขึ้นครองบัลลังก์ัสำเร็จ บรรลุเป้าหมายการกุมอำนาจอยู่หลังม่านได้อย่างงดงาม
ส่วนเ้าของร่างเดิมนี้มีชื่อว่า ‘หลินซี’ เป็เพียงตัวประกอบที่ผ่านเข้ามาแล้วก็จากไปในชีวิตของนางเอกอย่างเงียบงัน
ทั้งสองรู้จักกันมาั้แ่วัยเด็ก ระหว่างหลบหนีความอดอยากและทุพภิกขภัย ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันจนกระทั่งถูกครอบครัวชาวนาแซ่หลินรับไปอุปการะ แต่เพียงไม่กี่ปี หลินจื่อจินกลับถูกตระกูลที่แท้จริงตามหาจนพบและรับตัวกลับไป นับจากนั้นทั้งสองก็ไม่เคยได้พบหน้ากันอีกเลย
ต่อมาเมื่อสามีภรรยาชาวนาเสียชีวิต เ้าของร่างเดิมจึงต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งพิง นางเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือไปหาหลินจื่อจินหลายครั้ง แต่กลับไม่มีแม้แต่คำตอบกลับ ซ้ำร้ายยังถูกชาวบ้านกลั่นแกล้งและรังแกอย่างหนัก ด้วยความสิ้นหวัง นางจึงคิดสั้นะโน้ำเพื่อจบชีวิต
ใน่เวลาคับขันนั้นเอง ‘เสิ่นเฉิน’ นายพรานจากหมู่บ้านเฉินหยางที่อยู่ไม่ไกลผ่านทางมาพอดี เขาช่วยชีวิตนางไว้ด้วยจิตใจเมตตา แต่กลับกลายเป็ว่านำความยุ่งยากมาให้ตัวเองแทน เ้าของร่างเดิมที่หมดสิ้นความหวังกับชีวิต ตัดสินใจเกาะติดเสิ่นเฉินไม่ยอมปล่อย ดึงดันจะแต่งงานกับเขาให้ได้
เดิมทีเสิ่นเฉินไม่ยินยอม แต่ผู้ใหญ่บ้านช่วยเกลี้ยกล่อมว่าบ้านเขามีลูกถึงสี่คน การมีหญิงสาวมาช่วยดูแลย่อมดีกว่า เขาจึงค่อย ๆ อ่อนท่าทีลงในที่สุด
แต่เ้าของร่างเดิมกลับไม่ได้เต็มใจเป็แม่เลี้ยงแม้แต่น้อย ด้วยความหวาดกลัวว่าจะถูกส่งกลับไปหมู่บ้านเดิมที่มีแต่คนรังแก นางจึงอดทนทำดียอมตกลงแต่งงานไปก่อน ทว่าไม่นานหลังจากนั้น นิสัยร้ายกาจของนางก็เริ่มปรากฏ นางลงมือทุบตี ด่าทอ และทารุณเด็ก ๆ อยู่เป็ประจำ
แรกเริ่มยังแอบทำลับหลังเสิ่นเฉิน แต่ต่อมาเขาก็จับได้คาหนังคาเขา ด้วยความโกรธจัด เขาตัดสินใจจะหย่าทันที แต่เ้าของร่างเดิมกลับร้องไห้ฟูมฟายขู่จะผูกคอตาย ทำให้เขาต้องยอมใจอ่อนอยู่ต่อไปอย่างไม่เต็มใจนัก แม้พฤติกรรมชั่วช้าของนางจะลดลงบ้าง แต่นิสัยก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจริง ๆ
จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อน เ้าของร่างเดิมถึงขั้นคิดจะนำลูกเลี้ยงคนเล็กไปขายให้เฒ่าเ้าเล่ห์ โชคยังดีที่เสิ่นเฉินกลับมาพบทันเวลา เด็กน้อยจึงรอดไปได้อย่างหวุดหวิด
คราวนี้เสิ่นเฉินโกรธถึงขีดสุด ยืนยันจะหย่าให้ได้ สีหน้าของเขาบึ้งตึงน่ากลัวราวกับพร้อมจะฆ่านางให้ตายคามือได้ทุกเมื่อ
เ้าของร่างเดิมใกลัวสุดขีดจนคิดจะหนี แต่กลับพลาดท่าลื่นล้มลงริมแม่น้ำท้ายหมู่บ้าน ศีรษะกระแทกหินใต้น้ำจนหมดสติไป
่เวลานั้นเป็ต้นฤดูหนาว (เทศกาลหานลู่ – น้ำค้างเย็น) ลมเย็นะเืพัดรุนแรง หากไม่มีคนผ่านมาพบเห็นเสียก่อน นางคงตายอยู่ตรงนั้นไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย
อันที่จริง—-
สุดท้ายนางก็ตายอยู่ดี! ไม่อย่างนั้น...เธอ—หลินซีคนนี้ จะเข้ามาอยู่ในร่างนี้ได้ยังไง?
เมื่อนึกมาถึงจุดนี้ คนชื่อหลินซีที่ข้ามมิติมาก็รู้สึกปวดหัวตุบ ๆ มึนงงไปหมด
ผู้ชายคนเมื่อครู่ก็คือเสิ่นเฉิน นายพรานผู้โชคร้ายที่โดนเ้าของร่างเดิมเกาะติดไม่ปล่อย ไม่แปลกเลยที่เขาจะมีท่าทีแบบนั้นกับเธอ
ก็ถ้าเป็ลูกสาวของเธอที่ถูกคนอื่นคิดจะเอาไปขายให้คนชั่ว เธอเองก็คงสู้สุดชีวิตเหมือนกันนั่นแหละ
หลินซีนึกอยากร้องไห้แต่กลับไม่มีน้ำตาจะไหล
เดี๋ยวก่อนนะ! นี่ดูเหมือนยังไม่ใช่เื่ที่เลวร้ายที่สุดนี่นา?
ในนิยายต้นฉบับ นอกจากความสัมพันธ์ในวัยเด็กที่มีกับนางเอกแล้ว เ้าของร่างเดิมยังมีบทบาทเป็ ‘ภรรยาจอมร้ายกาจที่ตายั้แ่ต้นเื่’ ของ ‘ตัวร้ายที่โเี้ที่สุดในนิยาย’ อีกด้วย!
และ และ —--
ตัวร้ายคนนั้น...ก็คือเสิ่นเฉิน สามีของเธอในตอนนี้นั่นเอง!
ตามเนื้อเื่ อีกไม่นานหลินซีจะถูกเสิ่นเฉินขอหย่า แต่ด้วยนิสัยดื้อด้านและการสร้างเื่ไม่หยุดหย่อน เธอจึงกลายเป็ที่รังเกียจของทุกคนในครอบครัวเสิ่นเฉิน ในที่สุดก็ต้องรับกรรมจากสิ่งที่ก่อไว้ ตายอย่างน่าอนาถ
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ตอนนี้ตัวละครเสิ่นเฉินอาจเป็เพียงนายพรานป่าเขาธรรมดา แต่ในอนาคตชะตาจะเล่นตลกให้เขากลายเป็บุรุษผู้ก้าวขึ้นเป็ถึงท่านอ๋องใหญ่ ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแห่งแผ่นดิน! ทั้งยังเป็ผู้นำทัพนับแสนบุกยึดเมืองหลวง กลายเป็กำลังสนับสนุนสำคัญที่สุดของนางเอก
แม้แต่ลูกทั้งสี่คนของเสิ่นเฉิน ในวันข้างหน้าก็จะกลายเป็ตัวร้ายชื่อดังที่โเี้ไร้ปรานี ประเภทที่สามารถขุดศพเธอขึ้นมาบดจนละเอียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วโปรยทิ้งไปตามสายลมได้อย่างไม่ลังเลเลยสักนิด!
คิดถึงตรงนี้ หลินซีคนใหม่ก็สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหวาดกลัว
เธอเพิ่งจะได้ชีวิตใหม่แท้ ๆ กลับต้องมาเผชิญหน้ากับความตายอีกครั้งแล้วหรือ?
ไม่ได้...ไม่ได้เด็ดขาด!
การหย่าร้างเป็สิ่งที่จำเป็ต้องทำแน่นอน แต่ก่อนอื่น เธอต้องลบล้างความผิดที่เ้าของร่างเดิมก่อไว้ ต้องเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ที่แสนเลวร้ายนี้ให้ได้
ไม่อย่างนั้น คนที่จะต้องตายซ้ำตายซาก ตายอย่างน่าอนาถจริง ๆ ก็คือเธอเอง—-หลินซีคนใหม่ในร่างเก่านี่แหละ
.
.
ด้านนอกเรือน เสิ่นเฉินยืนอยู่กลางลานบ้าน
ตรงหน้าเขามีเด็กชายตัวเล็กสองคนยืนก้มหน้านิ่ง ใบหน้าน้อย ๆ ที่ยังไร้เดียงสานั้นเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและเศร้าหมองอย่างปิดไม่มิด
เด็กชายที่สูงกว่าคือต้าเป่า (ลูกคนโต) ปีนี้อายุหกขวบแล้ว เมื่อเทียบกับน้อง ๆ เขาจึงดูรู้ความและสุขุมมากกว่า
ต้าเป่าเม้มปากแน่น “ท่านพ่อ ท่านจะปล่อยให้นางอยู่ที่นี่ต่อจริง ๆ หรือขอรับ?”
เสิ่นเฉินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหนักใจ
เอ้อร์เป่า (ลูกคนรอง) วัยห้าขวบที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้นพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เมื่อคืนซื่อเป่า ฝันร้ายทั้งคืนเลยขอรับ ตื่นขึ้นมาร้องไห้ไม่หยุด พวกเราไม่้าแม่แบบนี้อีกแล้ว!”
นางไม่เคยใจดีกับพวกเขาเลยสักครั้ง พวกเขาไม่มีวันยอมรับผู้หญิงคนนี้เป็แม่เด็ดขาด
เสิ่นเฉินนึกถึงลูกสาวคนเล็กแล้วรู้สึกปวดใจอย่างที่สุด
แต่เพราะเขาและหลินซีจดทะเบียนสมรสเป็หลักฐานกับทางการไว้ั้แ่ปีก่อน การหย่าร้างจึงต้องดำเนินการที่ที่ว่าการอำเภอ ทว่าผู้ใหญ่บ้าน (หลี่เจิ้ง)[1] จะกลับมาในอีกหลายวันข้างหน้า เขาจึงจำเป็ต้องอดทนรอ
“พ่อรู้ดีว่าต้องทำอะไร พวกเ้าไปที่บ้านท่านปู่ผู้นำหมู่บ้าน (ชุนจ่าง)[2] รับน้องชายและน้องสาวกลับมาก่อน พ่อจะเข้าป่าสักหน่อย”
เพราะต้องเลี้ยงลูกถึงสี่คน เสิ่นเฉินจึงต้องเข้าป่าล่าสัตว์และทำไร่ไถนาแทบทุกวัน หลังจากเกิดเื่ของซื่อเป่า เขาไม่กล้าปล่อยลูก ๆ ให้อยู่บ้านตามลำพังกับหลินซีอีกต่อไป จึงต้องฝากฝังภรรยาผู้นำหมู่บ้านให้ช่วยดูแลเด็ก ๆ และตอบแทนด้วยของป่าหรือสัตว์ที่ล่ามาได้เป็ประจำ
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าพยักหน้ารับคำบิดา
หลังจากมองส่งบิดาจนลับสายตา สองพี่น้องก็ไม่ได้สนใจจะเข้าไปดูหลินซีในเรือนแม้แต่น้อย รีบวิ่งตรงไปบ้านผู้นำหมู่บ้านเพื่อรับน้อง ๆ กลับมาทันที
.
.
.
เชิงอรรถ : [1] 里正 (หลี่เจิ้ง) : คำนี้เป็ตำแหน่งทางราชการในสมัยโบราณ หมายถึง ‘นายบ้าน’ หรือ ‘ผู้ใหญ่บ้านหลี่เจิ้ง’ ซึ่งเป็เ้าหน้าที่ปกครองระดับหมู่บ้าน มีหน้าที่รับผิดชอบต่อทางการโดยตรง เช่น เก็บภาษี เกณฑ์แรงงาน จัดการเื่ทะเบียนราษฎร์ รวมถึงการดำเนินการทางเอกสารราชการต่าง ๆ ที่ต้องทำ ณ ที่ว่าการ (หยามเหมิน) เช่น การจดทะเบียนหย่าร้าง
[2] 村長 (ชุนจ่าง) : คำนี้แปลตรงตัวว่า ‘ผู้นำหมู่บ้าน’ หรือ ‘หัวหน้าหมู่บ้าน’ มักจะหมายถึงผู้นำที่ไม่เป็ทางการหรือผู้าุโที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือในหมู่บ้านเล็ก ๆ นั้น ๆ มีบทบาทในการดูแลความเป็อยู่ทั่วไป ช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเล็ก ๆ น้อย ๆ