เฉินโจวและพวกอดใไม่ได้เมื่อได้ยินความเห็นของจินหงเหว่ย พวกเขาแอบสงสัยในใจ การนำสิ่งเดิมมาต่อยอดมันจะไม่ดีจริง ๆ เหรอ แล้วแิใหม่ของจินหงเหว่ยคืออะไรกันแน่
เฉินโจวได้สติและคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากขอให้จินหงเหว่ยเสนอไอเดียออกมา ถ้ามันน่าสนใจจริง ๆ ก็จะเป็เื่ดี เพราะการพูดคุยครั้งนี้ก็มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นโต้แย้งกันอยู่แล้ว
จินหงเหว่ยมองสีหน้าและแววตาของทุกคนที่ดูสนอกสนใจ จากนั้นก็ยิ้มบาง ๆ พลางดันแว่นขึ้นก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจว่า
“ผมคิดว่ารูปแบบการแข่งขันจะทำให้เนื้อหาน่าสนใจ และสามารถดึงดูดผู้ชมให้ติดตามได้ดีที่สุดครับ”
ทุกคนอึ้งกับคำตอบ การแข่งขันงั้นเหรอ แล้วจะแข่งกันแบบไหน ยังไงกันล่ะ
จินหงเหว่ยยังคงยิ้มแล้วอธิบายต่อ “รูปแบบการแข่งขันที่ผมคิดไว้นั้นใช้ทุนไม่มาก เราจะเตรียมวัตถุดิบชุดเดียวกันให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคน จากนั้นแต่ละคนจะนำไปทำเมนูอะไรก็ได้ตามใจ โดยใช้วัตถุดิบเ่าั้ แข่งขันกันทำอาหาร และให้กรรมการ 3 คนเป็ผู้ตัดสินว่าอาหารของใครดีที่สุด”
หวังหงรีบถามทันทีหลังฟังจบ “แล้วจะมีผู้เข้าแข่งขันกี่คน ระดับฝีมือเป็แบบไหน มือสมัครเล่นหรือมืออาชีพ วัตถุดิบคุณภาพระดับไหน เกณฑ์การตัดสินเป็ยังไง แล้วกรรมการควรมีคุณสมบัติแบบไหน?”
เฉินโจวมองหวังหงที่ยิงคำถามรัวราวกับปืนกล ก็อดยิ้มแห้งไม่ได้ แต่ในใจก็อยากรู้คำตอบเหมือนกัน
จินหงเหว่ยยังคงไม่แสดงสีหน้าใ เขายิ้มบาง ๆ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“ผมวางแผนให้มีผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 3 ทีม ทีมละ 2 คน โดยหนึ่งคนเป็ผู้ลงมือทำ อีกคนเป็ผู้ช่วย สำหรับรอบแรกในคลิปนี้ เราจะเชิญแม่บ้านธรรมดาที่มักทำอาหารให้ครอบครัวมาเป็ผู้เข้าแข่งขัน ส่วนผู้ช่วยจะเป็ใครก็ได้ที่แม่บ้านเลือกมาเอง
วัตถุดิบก็จะเป็ของทั่วไปที่แม่บ้านมักใช้ ซึ่งเป็จุดดีตรงที่คนดูสามารถหาซื้อมาทำตามได้ง่ายและไม่เปลืองงบ ส่วนกรรมการ 3 คน จะตัดสินตามดุลยพินิจของแต่ละคน กินของทีมไหนแล้วชอบที่สุด ก็ให้ทีมนั้นชนะ
แต่ขอให้ตอนตัดสิน ช่วยอธิบายเหตุผลอย่างเป็ธรรมด้วย จะได้ไม่มีใครรู้สึกติดใจ ส่วนคุณสมบัติของกรรมการ ก็ควรเป็คนที่เชี่ยวชาญเื่อาหารและน่าเชื่อถือ ถ้าเป็คนที่คนรู้จักกันทั่วไปได้ก็ยิ่งดี แต่ก็เข้าใจว่าอาจต้องใช้งบสูง ซึ่งตอนนี้เรายังเป็ช่องเล็ก ๆ ไม่น่าคุ้มเท่าไหร่
อย่างน้อยผมคิดว่าในบรรดากรรมการสามคน ควรมีนายอยู่ด้วยนะ หวังหง ส่วนอีกสองคนเราค่อยปรึกษากันอีกที หวังหงนายพอจะรู้จักใครที่มีความสามารถด้านนี้แล้วเรียกมาช่วยได้ไหม? ขอคนที่ไม่แพงมากด้วยนะ”
ทุกคนที่ได้ยินคำอธิบายยาวเหยียดของจินหงเหว่ยต่างรู้สึกทึ่ง เพราะสิ่งที่เขาพูดออกมาล้วนมีหลักคิด มีขั้นตอน และชัดเจนทุกจุด
เฉินโจวยังคงมีข้อสงสัยจึงเอ่ยถามต่อ
“แล้วเราจะคัดเลือกแม่บ้านที่มาแข่งยังไงล่ะ จะลงคลิปสั้น ๆ ในช่องเพื่อประกาศรับสมัครแล้วให้ติดต่อกลับมาหรือเปล่า แล้วมันจะใช้เวลานานแค่ไหน?
อีกอย่าง รายการอาหารที่เคยดูมักจะมีพิธีกรช่วยเล่าเื่เสริมบรรยากาศและลุ้นไปกับคนดู เราจะหาคนมาทำหน้าที่นี้ได้จากไหน ค่าใช้จ่ายในการเชิญผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีมล่ะ จะจ่ายยังไง รางวัลของผู้ชนะคืออะไร แล้วทีมที่แพ้จะได้อะไรบ้าง?
เื่สถานที่ก็สำคัญนะ ต้องมีพื้นที่พอให้สามทีมทำอาหารพร้อมกัน แล้วจะไปหาที่แบบนั้นจากไหน? ค่าใช้จ่ายจะสูงไปไหม ไหนจะค่าวัตถุดิบอีก ทีมละชุด ถ้านับรวมกันทุกอย่างแล้ว มันจะบานปลายเกินไปหรือเปล่า?”
แม้เฉินโจวจะสนใจในแินี้ แต่ก็อดกังวลเื่งบประมาณและระยะเวลาไม่ได้ เพราะระบบกำหนดให้เขาทำภารกิจภายใน 20 วัน ถ้าโปรเจกต์นี้ยุ่งยากและใช้เวลานานเกินไป อาจทำให้ไม่ผ่านภารกิจได้
จินหงเหว่ยรับรู้ความกังวลของเฉินโจว ก็พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ผมเข้าใจครับว่าโปรเจกต์นี้จะใช้งบมากกว่าคลิปก่อน ๆ แต่ถ้าเราทำออกมาได้ดีและมีคนดูเยอะ ผมเชื่อว่าจะมีสปอนเซอร์ติดต่อมาขอโฆษณา ซึ่งจะช่วยให้เรามีรายได้เข้ามาชดเชยค่าใช้จ่ายได้แน่นอน การลงทุนครั้งนี้อาจหนักในตอนแรก แต่จะให้ผลตอบแทนที่สูงในอนาคตครับ”
เขาหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้เฉินโจวได้คิดตามในสิ่งที่เพิ่งพูด ก่อนจะพูดต่อว่า
“ส่วนเื่การคัดแม่บ้านนั้น ก็เอาเป็แบบลงคลิปในช่องโดยให้เกาอิ้งกับหวังหงมาถ่ายทำคลิปเพื่อเป็การนำเสนอรายการและชักชวนแม่บ้านให้มาสมัคร ในส่วนนี้เราจะคัดจากคนที่สมัครเข้ามาไม่เกิน 7 วันเต็มที่ แน่นอนในเจ็ดวันนี้อะไรที่ต้องเตรียมการให้พร้อมก็ต้องทำไปพร้อมกันเลย
ในส่วนของพิธีกรอันนี้ผมแนะนำให้ใช้คนที่มีประสบการณ์มาก่อน ถ้าใช้พวกมือใหม่ก็อาจจะออกมาแย่ได้ ผมแนะนำให้หาจากเว็บจ้างนักแสดงอิสระ ในเว็บนี้จะมีดารา นักร้อง นักแสดงตลก พิธีกร หรือแม้แต่ผู้กำกับ ให้เลือกจ้างได้ ในนั้นจะมีรูปมีคลิปวิดีโอแนะนำตัวพร้อมผลงาน มีเขียนประวัติการทำงานของนักแสดง และค่าจ้างในแต่ละวันกำกับอยู่ ตรงนี้เราค่อยมาคัดกันอีกทีว่าจะจ้างคนไหนดี
ส่วนเื่ค่าใช้จ่ายในการเชิญผู้เข้าแข่งขันทั้งสามทีม เราจะให้เป็ค่ารถทีมละ 500 ซานี่เท่านั้น ไม่มีเกินกว่านี้ ทุกทีมที่เข้าแข่งต้องรับเงื่อนไขข้อนี้ให้ได้ โดยก่อนจะตกลงมาแข่งเราจะส่งเอกสารรับรองความสมัครใจในส่วนนี้ ให้ผู้เข้าแข่งขันเซ็นรับรองกลับมา
โดยเราจะส่งเป็ไฟล์เอกสารให้ทางนั้นไปพรินต์เอกสารมาเซ็นรับรอง แล้วถ่ายส่งมาให้พวกเราอีกทีเพื่อเก็บไว้เป็หลักฐาน แม่บ้านคนไหนที่ทำไม่เป็ทางเราก็จะแนะนำเบื้องต้นไปให้ และอาจจะแนะนำให้ลูกหรือสามีของแม่บ้านคนนั้นช่วยทำให้ก็ได้ในกรณีที่แม่บ้านคนนั้นยังทำไม่เป็จริง ๆ”
จินหงเหว่ยพูดถึงตรงนี้ก็หยุดพักดื่มน้ำเพื่อแก้คอแห้ง หลังจากพูดมานานแล้วก็พูดต่อว่า
“แน่นอนว่าทุกครั้งที่คัดเลือกแต่ละทีมเข้ามาจะต้องมีทีมสำรองไว้อย่างน้อยสองทีม เผื่อมีทีมที่ติดธุระกะทันหันมาไม่ได้ หรือบางทีมก็อาจจะไม่มีเหตุผลอะไรเพียงพอก็อาจจะไม่มาได้เช่นกัน ดังนั้นเราต้องมีทีมสำรองเผื่อไว้ด้วย ถ้ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ก็เอาทีมสำรองเข้ามาทดแทนทันที
ส่วนของรางวัลผู้ชนะเราจะให้รางวัลเป็ไข่ไก่เบอร์ 2 จำนวนร้อยฟองเป็ของรางวัล ส่วนทีมที่แพ้ได้คนละห้าสิบฟอง สรุปรายจ่ายในส่วนของรางวัลผู้ชนะและแพ้คือไข่ไก่เบอร์ 2 จำนวนสองร้อยฟอง แน่นอนในส่วนนี้ก็จะใส่ในใบเงื่อนไขยืนยันว่าผู้เข้าแข่งขันรับรู้และยอมรับโดนจะอยู่ในใบเดียวกับการยืนยันยอมรับค่ารถทีมละ 500 ซานี่
และส่วนสุดท้ายสถานที่ที่ให้ผู้เข้าแข่งขันทั้งสามทีมใช้ในการแข่งขัน ที่คณะคหกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเรามีห้องครัวทำอาหารที่พอจะมีพื้นที่ให้ทั้งสามทีมเข้ามาแข่งขันได้สบายอยู่ ผมเองก็เคยเข้าไปเห็นทีหนึ่ง
ปัญหาก็คือต้องไปขอทางมหาวิทยาลัยของเราให้อนุญาตให้ใช้งาน ในส่วนนี้ให้ผมกับหลิวจื้อิเป็คนไปขอกับทางมหาวิทยาลัยให้ก็แล้วกัน ส่วนจะได้ไหมก็ต้องรอลุ้นว่าทางมหาวิทยาลัยจะให้หรือเปล่า แต่ถ้าไม่ได้ จะไปใช้ที่ไหนพวกเราค่อยมาคิดกันอีกที”
หลิวจื้อิที่เห็นว่ามีการพาดพิงมาที่ตัวเขาก็รีบเอามือทุบอกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า “ได้เลย ไอ้เื่นี้เดี๋ยวฉันจะลองไปขอกับทางมหาวิทยาลัยและคณะคหกรรมศาสตร์ให้เอง”
เฉินโจวที่ได้ฟังคำตอบพร้อมการรับปากจากหลิวจื้อิก็รู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง หลังจากพูดคุยรายละเอียดกันอีกสักพัก แต่ละคนก็ขอแยกย้ายกันทำธุระส่วนตัวของแต่ละคน