เสียงหายใจในลำคอที่หนักหน่วงของทั้งสองดังก้องในความเงียบงันของห้องพักสีขาวสะอาดตาแสงไฟอุ่นที่ส่องมาจากหัวเตียงทำให้เงาของร่างสองร่างที่หน้าอกแนบชิดสะท้อนกับผนังด้านหลังอย่างนุ่มนวล
ริมฝีปากของแม่และลูกชายยังคงบดเบียดแนบแน่นกันไม่ห่างลิ้นของทั้งสองพัวพันกันในโพรงปากอย่างลึกซึ้งและเร่าร้อนน้ำลายที่แลกเปลี่ยนกันส่งเสียงจ๊อบแจ๊บดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงแอร์หรือเครื่องช่วยหายใจของคนไข้เสียอีก
มันไม่ใช่เพียงแค่จูบ...แต่มันคือความลึกซึ้งที่คู่รักทั่วไปไม่อาจเข้าถึงรสสัมผัสของปลายลิ้นที่สัมผัสกับคนที่ทั้งรัก ทั้งผูกพันทั้งหวงแหนในสถานะที่ลึกเกินคำว่าผัวเมีย ความเร่าร้อนที่เกิดขึ้นในโพรงปากของแม่ผู้ให้กำเนิดและลูกชายคือสิ่งที่ไม่มีคู่รักทั่วไปคู่ไหนในโลกจะเข้าถึงได้ความรู้สึกต้องห้ามทำให้ทุกการเกี่ยวกระหวัดรุนแรงขึ้นกว่าปกติและทุกหยาดน้ำลายที่หลอมรวมกันในปากนั้นคือคำสารภาพที่รุนแรงเกินคำพูดใด
ปลายลิ้นของลูกชายลากไล้ไปทั่วโพรงปากของแม่วนแตะตามกระพุ้งแก้ม ขูดไล้กับเพดานปากอย่างชำนาญก่อนจะวกกลับมาระรัวเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของคนเป็นแม่อย่างปลุกอารมณ์ความเงี่ยนระหว่างกันเสียงครางแผ่วเบาหลุดลอดจากลำคอของผู้เป็นแม่ แม้ดูเหมือนว่าเธอพยายามจะห้ามไม่ให้ตัวเองตอบสนองมากนักแต่ทุกจังหวะที่ลิ้นของลูกชายดูดดุนใส่เธอกลับรู้สึกเหมือนถูกกระชากสติเข้าไปในห้วงปรารถนาอย่างไม่อาจดิ้นหลุดได้เลย
เธอไม่ได้จูบตอบสนองเขาแค่เพราะอารมณ์ชั่ววูบที่มาอย่างไม่ทันตั้งตัวแต่จูบกลับไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งเกินจะต้าน ปลายลิ้นของผู้เป็นแม่พันตอบอย่างเผลอไผลก่อนจะเริ่มต้นขยับเลีย ลากช้า ๆ ไปตามลำลิ้นของลูก แล้วดูดตอบกลับเบา ๆที่ปลายลิ้นของเขา
เสียงจูบดังลั่นโพรงปาก ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีใครยอมผละจากกัน ทั้งสองต่างใช้ลิ้นเป็นภาษาของความโหยหา ลิ้นของลูกชายเลื้อยรัดแน่นขึ้นเขาดูดปลายลิ้นแม่บังเกิดเกล้าสั้น ๆ แล้วปล่อย ก่อนจะดูดใหม่อีกครั้งทั้งแรงและรัว จนร่างทั้งคู่สะท้านเบา ๆ ด้วยความเสียวที่แล่นไปทั้งลำตัว
มือของแม่วางบนอกลูกชายเพื่อยันไว้แต่อีกข้างกลับเลื่อนมาที่ข้างแก้มของเขา ลูบเบา ๆพลางปล่อยให้ปลายลิ้นของเธอไล้จากปลายลิ้นลงสันลิ้น ดุนกลับขึ้นไปที่เพดานแล้วจึงค่อย ๆ เล็มแตะจังหวะสั้น ๆ อย่างจงใจ สะโพกของลูกชายเกร็งแน่นใต้ผ้าห่มทุกสัญญาณตอบสนองของเขาล้วนถูกร่างของผู้เป็นแม่ตอบสนองกลับมาและปลุกเร้าอย่างถึงใจ
ด้วยสถานการณ์ของผมกับแม่ที่เกิดขึ้นนี้ต้องขอเล่าย้อนกลับไปเล็กน้อย แม้จะยังไม่ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงนับตั้งแต่ผมออกจากห้องผ่าตัดแต่เวลาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยกลับทำให้ทุกวินาทีดูยืดยาวกว่าปกติแสงสีขาวนวลของไฟหัวเตียง ผ้าปูเตียงเรียบตึง และกลิ่นเฉพาะของห้องพักฟื้นผู้ป่วย ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายเท่าไรนักโดยเฉพาะเมื่อผมต้องนอนอยู่ในท่วงท่าที่เกือบจะขยับตัวไม่ได้เลย
แขนซ้ายของผมยังคงเข้าเฝือกอ่อนและมีผ้าพันแผลหนาแน่นพาดอยู่บนหมอนรองแขนที่พยาบาลจัดไว้ให้การเคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อยก็ก่อให้เกิดอาการตึง ๆ ปวด ๆ บริเวณต้นแขนและข้อศอกสลับกับความหน่วงแปลบที่แล่นขึ้นมาตามแนวเส้นประสาทตลอดช่วงท้องแขนด้านในมันไม่ใช่ความเจ็บที่รุนแรงจนร้องออกมา แต่ก็พอจะทำให้สติพร่าได้ง่ายโดยเฉพาะในตอนที่ยาชาเริ่มหมดฤทธิ์
ทั้งวันของผมผ่านไปกับการนอนหลับ ๆ ตื่น ๆสลับกับการเผลอเหม่อมองเพดานห้อง ร่างกายเหมือนจะอ่อนแรงแต่ภายในกลับรู้สึกร้อนรุ่มอย่างแปลกประหลาด ยิ่งตกค่ำความสงบของห้องพักยิ่งทำให้เสียงหัวใจของตัวเองดังชัดขึ้นเรื่อย ๆ
และในตอนที่ผมกำลังจะเคลิ้มหลับไปอีกครั้ง เสียงพูดคุยระหว่างแม่กับพ่อที่ดังขึ้นในห้องก็ดึงสติของผมให้กลับมาตื่นตัวอีกครั้ง
ผมยังหลับตาอยู่แต่รู้แน่ชัดว่าแม่เดินเข้ามาใกล้เตียงกลิ่นฟีโรโมนหอมสะอาดและอ่อนหวานของแม่ลอยมาแตะจมูกมันเป็นกลิ่นที่ผมคุ้นเคยดีจนสามารถรับรู้ได้โดยไม่ต้องลืมตามันหอมอุ่นซาบซ่านแบบที่ผมไม่เคยเบื่อ ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ได้สัมผัสส่วนต่าง ๆบนร่างกายของแม่
แม้จะยังรู้สึกมึน ๆ อยู่เล็กน้อยจากฤทธิ์ยาแต่ร่างกายของผมกลับตอบสนองราวกับได้รับการปลุกจากด้านในความอ่อนล้าถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวทุกอณูและเมื่อแม่โน้มตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เป่ารดบนใบหน้าผมก็รู้ได้ทันทีว่าแม่กำลังจะทำอะไรบางอย่างกับผม โดยที่คิดว่าผมยังไม่รู้สึกตัว
แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ
ริมฝีปากของแม่แตะลงบนหน้าผากผมอย่างแผ่วเบาก่อนจะไล้ลงมาที่ปลายจมูก จากนั้นก็สัมผัสที่ริมฝีปากโดยไม่เอ่ยคำใด มันนุ่ม อุ่นและอ่อนโยน แต่ก็ทำให้หัวใจของผมเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงเสียงตุบ ๆ ภายในอก
ผมรู้ดีว่าแม่จูบผมเพราะคิดว่าผมหลับ
แต่นั่นเองที่ผมอยากจะแสดงให้รู้ว่า...ผมรู้สึกอยู่ และรู้สึกมากเสียด้วย รู้สึกถึงร่างกายของแม่ที่ผมโหยหาอยู่ตลอดเวลารู้สึกถึงริมฝีปากคู่นั้นที่ผมอยากจะครอบครองด้วยลิ้น อยากจะตอบสนองด้วยการยัดโคนควยเข้าไปให้แม่รูดในปากอยากจะเป็นคนที่สัมผัสมันทั้งหมดก่อนใครด้วยรูปแบบต่าง ๆ เสมอ
ผมจึงไม่ลังเลที่จะจูบตอบกลับไปด้วยปลายลิ้นของตัวเองแทรกเข้าไปในโพรงปากของแม่อย่างแนบแน่นและชัดเจน แสดงให้แม่รู้ว่าหัวใจของผมไม่เคยหยุดรักแม่เลยแม้แต่วินาทีเดียว
ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ตั้งแต่จุมพิตรสต้องห้ามระหว่างแม่กับลูกได้เริ่มต้นขึ้นแต่สิ่งที่แน่นอนคือโลกทั้งใบของผมกำลังหมุนวนอย่างไร้ทิศทางในวินาทีนั้น รสจูบของกันและกันเหมือนกระแสน้ำวนที่ดูดกลืนสติไปทุกหยาดหยดทุกการเลียเกี่ยวระหว่างลิ้นของทั้งสองคนต่างยิ่งทวีความลึกและรุนแรงอย่างไม่มีใครยอมใคร
ทว่าท่ามกลางอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสูงสุดเสียงชักโครกจากห้องน้ำที่อยู่มุมห้องกลับดังแทรกเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เป็นเสียงเดียวที่สามารถหักห้ามทุกสิ่งได้ในวินาทีนั้นลิ้นของทั้งคู่ชะงัก และผละออกจากกันอย่างฉับพลัน โดยที่แม่เป็นฝ่ายชักลิ้นหนี สายใยน้ำลายที่ยืดยาวระหว่างปลายลิ้นของทั้งสองขาดสะบั้นลงช้าๆ ก่อนจะหยดแหมะลงที่ปลายคางของผมอย่างเย้ายวน ร่างของแม่ชะงักไปชั่ววินาทีก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งยกขึ้นปาดมุมปากของตัวเองเบา ๆด้วยท่าทางที่แม้พยายามเก็บงำ แต่ก็ปิดซ่อนความหวามไหวเอาไว้ไม่ได้เลย มันเป็นภาพอันเร่าร้อนและเกินกว่าคำว่ารักบริสุทธิ์ระหว่างแม่ลูกทั่วไปจะมาหักล้างได้แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนถูกเติมเต็มมากกว่าเคยหัวใจยังคงเต้นแรงแม้ไม่มีปลายลิ้นของแม่อยู่ตรงหน้าอีกแล้วและก่อนที่พ่อจะเปิดประตูออกมา ผมก็รีบหลับตาลงแสร้งทำเป็นว่าทุกอย่างเมื่อครู่นี้ไม่เคยเกิดขึ้น
เสียงฝีเท้าของแม่เดินอย่างมั่นคงไปยังด้านหน้าห้องน้ำก่อนจะมีเสียงลูกบิดถูกหมุนออก พร้อมกับร่างสูงของพ่อที่ก้าวออกมาจากบานประตูเสียงของเขาเจือความเหนื่อยล้าและอับจนใจเล็กน้อย
“ขอโทษนะ พ่อไม่คิดว่าจะท้องเสียเอาตอนนี้…”
ผู้เป็นสามีพูดพร้อมลูบท้องเบา ๆสีหน้าดูเหนื่อยล้าเล็กน้อยแต่ก็ยังฝืนยิ้มให้ภรรยาอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณกลับถึงบ้านแล้วอย่าลืมส่งข้อความมาบอกตุ๊กด้วยนะ”
ผู้เป็นภรรยาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยหากแต่ไม่หวานเกินจำเป็นตามแบบฉบับตัวตนของเธอ
“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น รีบโทรหาได้เลยนะ”
ผมเหลือบตามองเห็นพ่อหันมาจับมือของแม่แน่นขึ้นดวงตามีแววห่วงใยเจือจางอยู่ใต้ความอ่อนล้า
“ค่ะ ตุ๊กดูแลลูกเองคุณไม่ต้องห่วงนะ”
พ่อพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปกอดแม่อย่างแผ่วเบาเขาซบใบหน้าลงบนไหล่ของภรรยาสักพัก ราวกับต้องการพักใจชั่วขณะแล้วจึงเคลื่อนริมฝีปากไปหอมแก้มของเธอหนึ่งครั้ง
“กลับดี ๆ นะคะคุณ”
เสียงของแม่เบาลงเล็กน้อยก่อนจะถูกกลบด้วยเสียงจุ๊บแผ่วเบาตรงริมฝีปากที่พ่อมอบให้ก่อนจะผละออก แล้วประตูห้องพักก็ถูกปิดลงอีกครั้งทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน
เงาของแม่ที่ค่อย ๆเดินกลับมายังข้างเตียงลูกชายยาวทาบอยู่บนพื้นห้องสีอ่อนแสงไฟหัวเตียงยังคงส่องลงมาด้วยโทนอบอุ่นไม่เปลี่ยนแปลงแต่ในบรรยากาศกลับมีบางอย่างที่แปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงราวกับอุณหภูมิของห้องได้ลดลงเพื่อให้หัวใจของทั้งสองแม่ลูกได้ผ่อนคลายจากแรงปรารถนาที่เกือบหลุดเลยขอบเขตเมื่อครู่
ผมมองแม่ที่ทรุดตัวนั่งลงที่ขอบเตียงอีกครั้ง โดยไม่พูดอะไรอยู่ชั่วครู่เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วไล้เบา ๆ บนผ้าห่มที่คลุมท่อนล่างของผมเหมือนกำลังควานหาความมั่นคงของตัวเองท่ามกลางอารมณ์ที่ยังสั่นไหวไม่หาย
“รู้สึกเจ็บมากไหมลูก...”
เสียงของแม่เบาจนแทบไม่ต่างจากเสียงลมหายใจราวกับกลัวว่าคำถามนี้จะกระทบความรู้สึกของผมที่นอนบนเตียงมากเกินไป
ผมส่ายหัวเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มเฝื่อนเจือความเจ็บปวดที่มุมปาก
“ไม่เลยครับ... แค่แม่อยู่ใกล้ ๆ แบบนี้เนก็ไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด”
แม่เงียบไปอึดใจหนึ่งดวงตาคู่นั้นมองสบกับแววตาของผมที่เต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่นและบางสิ่งบางอย่างที่เกินกว่าความเป็นแม่ลูกจะควรมี
“แล้วตอนนี้ลูก...รู้สึกยังไงบ้าง”
คำถามต่อมาของแม่เปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่แฝงไปด้วยความกังวลลึก ๆ
ผมกลืนน้ำลายลงคอเบา ๆ ก่อนจะหลุบตาลง ราวกับกำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดออกไป
“เน... กลัว... ครับแม่”
ผมพูดช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงพร่าเบา
“กลัวว่าแขนซ้ายจะกลับมาใช้เหมือนเดิมไม่ได้กลัวว่าจะไม่ได้กอดแม่... หรือไม่มีโอกาสอุ้มแม่อีกเลย”
ผมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองแม่ตรงๆ ดวงตาแดงเรื่อเล็กน้อย
“เนกลัวว่าถ้าแขนใช้ไม่ได้ เนจะไม่ใช่ผู้ชายที่ดูแลแม่ได้อีก...เนไม่อยากเป็นภาระของแม่ ไม่อยากให้แม่ต้องลำบากเพราะลูกชายที่พิการ”
ประโยคนั้นทำเอาผู้เป็นแม่ใจอ่อนยวบความแข็งแกร่งที่สร้างขึ้นมาอย่างดีตลอดวันเหมือนจะแตกร้าวในเสี้ยววินาทีเธอขยับมือมาวางทับบนหลังมือของลูกชายที่นอนอยู่เหนือผ้าห่ม บีบเบา ๆ อย่างปลอบโยน
“แม่ไม่รู้ว่าหลังจากนี้แขนของเนจะหายเร็วแค่ไหน หรือกลับมาได้เหมือนเดิมไหม”แม่พูดช้า ๆ ราวกับต้องเลือกทุกคำอย่างระมัดระวัง
เธอขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อยนิ้วหัวแม่มือของเธอไล้เบา ๆ บนหลังมือของลูกชายเป็นวงกลมช้า ๆสายตาอ่อนโยนอย่างยิ่ง
“แต่ต่อให้ลูกจะเป็นยังไง...แม่ก็จะอยู่ตรงนี้ ดูแลลูกเหมือนเดิม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น... เพราะแม่ไม่เคยยอมแพ้ให้กับอะไรและลูกเองก็จะเป็นเช่นเดียวกัน นี่คือสิ่งยืนยันว่าเนเป็นลูกของแม่”
ผมเงยหน้าขึ้น ดวงตามีน้ำเอ่อคลอแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความรักและศรัทธาต่อแม่อย่างไม่มีเงื่อนไข
ผมหยุดไปครู่หนึ่งแล้วถามต่อด้วยเสียงเบาราวกระซิบ
“แล้วแม่… ไม่กลัวบ้างเหรอว่าจะต้องดูแลลูกชายพิการแบบนี้ตลอดไป?”
ดวงตาของแม่สะท้อนแววไหววูบแล้วก็ยิ้มบาง ๆออกมา
“แม่ไม่เคยกลัวที่จะดูแลใคร...โดยเฉพาะคนที่แม่รักมากที่สุดในชีวิต”
แม่เอ่ยเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมาแตะข้างแก้มลูกชายอย่างแผ่วเบาใช้นิ้วโป้งไล้ไปตามแนวกรามอย่างอ่อนโยน โดยไม่ได้พูดอะไรอีกก่อนจะโน้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจรดกันลมหายใจของทั้งสองประสานกันอยู่เพียงระยะคืบ และในวินาทีนั้น แม่ก็แนบริมฝีปากลงมาหาผมอีกครั้งคราวนี้ไม่เร่าร้อน ไม่ลึกซึ้งเกินควร แต่เต็มไปด้วยความห่วงหา อ่อนโยนและแนบแน่นอย่างไม่มีคำใดมาอธิบายได้
ปลายจมูกของทั้งสองเฉียดกันเบา ๆก่อนที่ลมหายใจจะรดใส่กัน เรียวลิ้นของผู้เป็นแม่สอดเข้าไปในปากของลูกชายอย่างช้าๆ เงียบ ๆ... ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนแห่งการปลอบประโลม
หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เหมือนเวลาในห้องพักผู้ป่วยพิเศษแห่งนี้หมุนไปในจังหวะเฉพาะของมันเอง เชื่องช้าอบอุ่นและเต็มไปด้วยความเงียบงันที่แทรกด้วยเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ผลัดกันดูแลและพักผ่อนในห้องเดียวกัน
ในช่วงกลางวัน พ่อจะเป็นคนเฝ้าขลุกอยู่กับแล็ปท็อปที่วางบนโต๊ะเล็กข้างเตียงลูกชาย อ่านต้นฉบับบ้าง ทบทวนงานบ้างหรือไม่ก็นั่งหลับพิงเก้าอี้ไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อถึงช่วงเย็นหรือหัวค่ำแม่ก็จะเข้ามาแทนที่ บางวันในชุดทำงานจากฟิตเนส บางวันในเสื้อยืดกางเกงวอร์มธรรมดาแต่ไม่ว่าจะในชุดไหน แม่ก็ยังดูสวย สง่า และอบอุ่นในแบบที่เป็นแม่ของผมเสมอซึ่งแม่ก็รับหน้าที่ดูแลผมแทบทั้งหมดตลอดยามค่ำคืน และไม่เคยปล่อยให้ผมต้องนอนอ้างว้างเลยแม้แต่คืนเดียว
แม่เป็นคนจัดการเรื่องเอกสารกับมหาวิทยาลัยให้ผมทั้งหมดส่งใบรับรองแพทย์ ติดต่ออาจารย์และประสานงานเรื่องการขอเลื่อนส่งงานหรือขอลาเรียนในบางวิชา
โดยในวันที่สามของการพักฟื้นพยาบาลถอดสายน้ำเกลือให้ผม ผมรู้สึกตัวเบาขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังอ่อนแรงแขนซ้ายของผมยังถูกพันเฝือกอ่อนแนบแน่น และยังเจ็บตึงทุกครั้งที่เผลอขยับ
แม่เป็นคนช่วยเช็ดตัวให้ผมทุกคืน มือเรียวค่อย ๆถอดเสื้อผู้ป่วยออกอย่างเบามือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาดเช็ดไล้ตั้งแต่ต้นคอลงไปถึงหน้าอกและแผ่วเบาเสมอเมื่อเช็ดใกล้บริเวณบาดแผลทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของมือเธอแม่นยำและนุ่มนวลเหมือนมือของนักบำบัดมืออาชีพแต่สำหรับผมมันคือการทรมานในแบบที่ทั้งร้อนและเย็นในเวลาเดียวกัน
ผมนอนนิ่งบนเตียงโดยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลยความอ่อนแรงของร่างกายทำให้ผมทำได้เพียงเฝ้ารับสัมผัสจากแม่ที่ไล้ไปทั่วแผงอกหน้าท้อง และบางครั้งแม้กระทั่งใกล้สะโพก มือของแม่ลูบผ่านผิวเปลือยเปล่าของผมด้วยความตั้งใจจะดูแลแต่ผมกลับรู้สึกเหมือนโดนปลุกให้ลุกไหม้ไปทั้งร่าง ยอมรับตามตรงว่าผมเงี่ยนมาก...เงี่ยนจนทนแทบไม่ไหวร่างกายของผมตอบสนองกับทุกจังหวะของมือแม่อย่างไม่อาจควบคุมได้บางครั้งเพียงแค่ปลายนิ้วไล้ผ่านแนวขอบผ้าห่มผมก็รู้สึกเหมือนความร้อนจากในกายจะทะลุออกมาข้างนอกเสียให้ได้
ผมเคยอ้อนวอนแม่เบา ๆ ในค่ำคืนที่เงียบงัน ขอให้แม่ช่วยบรรเทาความทรมานนั้นให้ผมด้วยเพียงการใช้มือชักว่าวให้เท่านั้นก็พอ แค่ปลายนิ้วของแม่ก็พอจะทำให้ควยผมหลุดพ้นจากแรงปรารถนาที่ค้างคาได้ทว่าแม่กลับปฏิเสธอย่างหนักแน่น ส่ายหน้าช้า ๆ ด้วยสีหน้าที่ยังอ่อนโยนแต่ดวงตากลับมีแววเด็ดขาด
“ไม่ได้หรอกลูก... ตอนนี้ยังไม่ได้”
แม่บอกว่ากลัวว่าผมจะเผลอเกร็งขณะน้ำแตกแล้วแผลที่แขนจะกระเทือนจนเป็นอันตราย แม่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่สายตาของเธอไม่ได้ดูรังเกียจหรือปฏิเสธสิ่งที่ผมขอเลยแม้แต่น้อย
มันเป็นความทรมานที่หวานลึกในแบบที่ไม่มีใครเข้าใจ...และทุกค่ำคืนก็เหมือนเป็นการเฝ้ารอให้ถึงวันที่ร่างกายของผมจะฟื้นตัวพอ เพื่อที่แม่จะไม่ต้องปฏิเสธผมอีกต่อไป