เมื่อหัวหน้าโจรได้สติ และสังเกตสีหน้าของลูกน้องแต่ละคนที่กำลังมีสีหน้าหวาดหวั่นเด็กอายุ 13 ปี นี่มันไม่สมกับการเป็ชาติโจรไม่ใช่รึไง!!!
“พวกเราอยู่มาจนบัดนี้ ไม่เห็นต้องเกรงกลัวผู้ใด แล้วนับประสาอะไรกับเด็กนี่” หัวหน้าโจรแผดเสียงกังวานเพื่อปลุกระดม
แต่ก่อนที่กลุ่มโจรจะถูกปลุกขวัญสำเร็จ ครามใช้ความคล่องตัวจากคัมภีร์ 5 ธาตุ ขั้นที่ 1 ‘สายลมไร้ทิศทาง’
กลุ่มโจรดูเหมือนว่าจะจับจ้องที่การเคลื่อนไหวของครามตาไม่กระพริบ อีกสี่ ห้าคนถอยห่างออกไป เมื่อครามเข้าใกล้ โดยเฉพาะสายศาสตรา ต่างกลัวการกวัดแกว่างดาบของครามไม่ใช่น้อย ที่เป็เช่นนี้เพราะพวกเขาต่างรู้ว่า แม้อาวุธในมือที่พวกเขาถืออยู่จะสกัดดาบในมือของครามได้ก็ตาม แต่ไม่อาจสกัดกั้นพลังอิทธิ ที่ไหลเวียนอยู่ที่ดาบ และพร้อมจะพุ่งเข้าหาพวกตน เพียงแต่ครามสะบัดพลังเพียงนิดเดียว พวกเขาก็สามารถกระเด็นไปไกลนับสิบก้าว
เวลานี้ การเคลื่อนไหวของครามดูเหมือนจะสะเปะสะปะ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่!
เพราะรากฐานของเคล็ดวิชาขั้นที่ 1 ของคัมภีร์ 5 ธาตุ นั้นมีความพิสดารล้ำลึก ทุกท่วงท่าแม้จะดูสับสน แต่ล้วนก็เพื่อให้คู่ต่อสู้ตายใจ และได้กำหนดเป้าหมายในการรุกคืบไว้ล่วงหน้าทั้งหมดแล้ว
บัดนี้กลุ่มโจร ดูแตกตื่น และสับสนไปเป็ตามการคาดเดาของคราม เขาจึงเร่งจัดการตัวที่ปล่อยพลังอิทธิให้หมดด้วยคมดาบที่หยิบยืมมา แล้วจึงจัดการพวกศาสตราทีหลัง
ครามประมาณการเอาไว้ว่า ต่อให้คู่ต่อสู้มีตำแหน่งเป็นักศาสตราก็ตาม หากแต่พวกนี้ไม่มีทางได้ฝึกจากเคล็ดวิชาจากคัมภีร์ระดับสูงแน่นอน สำหรับเขาแล้ว การฝึกเคล็ดวิชาจากคัมภีร์ระดับ์ ต่อให้เพียงขั้นแรก ก็สามารถพิชิตคัมภีร์ระดับปฐีขั้นที่ ห้า หรือ หก ได้ไม่ยาก แล้วน้ำหน้าอย่างโจรพวกนี้อย่างมากก็ฝึกคัมภีร์ชั้นดิน หรือไม่ก็ขั้นฐานราก ที่ไปปล้นชิงเขามา
ครามเริ่มใช้คัมภีร์ห้าธาตุขั้นที่สอง ขั้นนี้ชื่อว่า ‘วารีไร้รูป’ หัวใจของท่านี้คือ ในทุกระบวนท่า ศัตรูไม่รู้ว่าจะออกอาวุธใด หรือไปทางใด ประเดี๋ยวฟันดาบ ประเดี๋ยวออกหมัด บ้างก็เปลี่ยนเป็แตะ เป็ถีบ บ้างก็ใช้สันดาบฟันคนที่อยู่ข้างๆ แล้วค่อยพลิกเป็คมดาบฟันไปทีเผลอ บางครั้งคู่ต่อสู้ไม่ทันระวังตัวใช้ท่อนแขนรับก็ได้เือาบ ไม่นาน โจรเกือบ 40 ก็มีล้มตายมากว่าครึ่ง ที่เหลือก็าเ็สาหัส ชั่วครู่ก็หมดลมตามๆ กันไป
ไม่น่าเชื่อว่า คัมภีร์ 5 ธาตุ แม้จะใช้เพียงขั้นที่ 1 และ 2 ทั้งยังไม่ได้ใช้พลังอิทธิเลยแม้แต่น้อย ใช้เพียงแค่พลังอันเบาบางเคลือบดาบเอาไว้ข่มขู่ ยังแสดงอานุภาพได้ถึงเพียงนี้ หากเขาใช้พลังอิทธิ ในขณะใช้ศาสตราเล่า จะเป็อย่างไร
น่าทดลองยิ่งนัก!!!
หัวหน้าโจรเห็นแววตาของครามก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ เด็กหนุ่มคนนี้ดูท่าจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว แวตานั้นดูร้อนแรงดุจไฟจากขุมนรก
ครั้นหากเจรจา อีกฝ่ายคงไม่ยอม เพราะดูจากศพที่กองอยู่อย่างดาษดื่น หมายความว่า เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าตั้งใจฆ่าให้หมด แม้แต่ตัวเขาเองก็คงไม่รอด จึงเตรียมตัวใช้อุบายเพื่อหนี
เบื้องหน้า ครามพุ่งสายตาจับจ้องหัวหน้าโจร ชายคนนี้ปล้นฆ่าคนบริสุทธิ์มามากมาย ซ้ำยังไม่รู้สึกผิดอันใด หากจะฆ่าเสียเลยความลับการหายตัวไปของบิดาหญิงสาวข้างหลังนี้ก็คงอันตรธาน
“หากเ้ายอมบอกว่าบิดาของสตรีนางนี้เป็อย่างไร ข้าจะเพียงส่งเ้าไปหาอาจารย์ข้า ให้เขาเป็ผู้ลงโทษเ้า” ครามเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
หัวหน้าโจรได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเหมือนสบช่องการหลบหนี หมอนี่ท่าจะบ้า จะส่งข้าไปให้อาจารย์ลงโทษอย่างนั้นรึ ถ้าอย่างนั้นระหว่างเดินทางก็แอบหนีไปพบกับท่านผู้นั้นได้สินะ
เพียงท่านผู้นั้นมาก็พอ ข้าก็จะรอด!!! โจรคิดพลางกระหยิ่มในใจ บุคคลที่อย่างไรเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่มีวันชนะได้เด็ดขาด หึๆ
อชิรา ปรี่เข้ามาหาหัวหน้าโจรเหวี่ยงแขนไปกระชากคอเสื้ออย่างไม่รีรอ เวลานี้ของเธอ้าคำตอบเกี่ยวกับพ่อจนอดรนทนไม่ไหว
“พ่อข้าอยู่ไหน บอกมา” สายตาแข็งกร้าวขัดกับใบหน้าผุดผ่องดุจดอกไม้ยามเช้า
“ดะได้ แค่บอกก็ปล่อยใช่ไหม ตาเฒ่าอชิรา กับลูกน้องของมันตายไปแล้ว ตายไปแบบร่างสลายเป็ฝุ่นผงน่ะ เข้าใจไหม” หัวหน้าโจรพูดพลางทำไม้ทำมือ แสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย “ทีนี้ส่งข้าไปหาอาจารย์ของเ้าได้เลยไหม ฮ่าๆ” หัวหน้าโจรพูดพลางหันไปพยักหน้ากับคราม
“ชั่วช้า” อชิรากระแทกศีรษะอย่างแรงไปที่ฝ่ายตรงข้าม พลางคว้าดาบจากมือครามมากวัดแกว่งหวังฆ่าโจรให้ตาย แต่ความคิดแบบนั้นกับพลังฝีมือของเธอมันกลับสวนทางกัน
หัวหน้าโจรผู้นี้เป็นักศาสตราขั้นปลาย ฝีมือดาบย่อมมีมากกว่าอชิราแน่นอน ทุกครั้งที่อชิราโจมตี หัวหน้าโจรผู้นี้สามารถหลบได้เพียงเอี้ยวตัวอย่างไม่ยากนัก แบบนี้ยังห่างไกลคำว่าฝีมือสูสี
สตรีนางนี้ดูท่าว่าจะเป็เพียงผู้เชี่ยวศาสตรากระมัง แบบนี้หากโจร กลับเป็ฝ่ายรุก เธอย่อมแพ้แน่นอน และดูท่าว่าหัวหน้าโจรก็อยากจะทำเช่นนั้น
“เ้ากับนางไม่ได้เป็อะไรกัน ข้ารับปากเ้าว่าจะบอกข้อมูล ส่วนเ้ารับปากข้าว่าจะส่งข้าให้อาจารย์ของเ้า ข้าพูดถูกต้องไหม” หัวหน้าโจร พูดพลางหลบกระบวนท่าของอชิรา
“ใช่ ข้าบอกว่าข้าจะส่งเ้าให้อาจารย์ และตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้ว”
อชิราถลึงตาไปที่คราม “นี่เ้า จะปล่อยเ้านี่ไปทำชั่วอีกรึ”
ครามไม่พูดอะไร ปราดตัวไปแย่งดาบของอชิราอย่างง่ายดาย ไม่ใช่เพราะเธออ่อนแอหรือข้อมือไม่มั่นคง แต่เพราะครามเข้าใจเคล็ดวิชาที่ตัวเองฝึกเป็อย่างดี แม้ฝ่ายตรงข้ามมีแรงช้างสาร ก็ใช่ว่าครามจะแย่งมาไม่ได้ เพียงแค่ล่วงรู้จุดอ่อนในการจับดาบก็สามารถผันแรงจนดาบหลุดจากมือได้เช่นกัน
“รีบวิ่งไปสิ ข้าจะได้ส่งเ้าไปหาอาจารย์เสียที” ครามพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“นี่เ้า” อชิราะโออกมาอย่างขุ่นเคือง
ครามยืนนิ่งไม่พูดอะไร โจรยิ้มอย่างได้ที รีบวิ่งนำหน้าไป ก่นเสียงด่าทออชิรา ไปสองสามคำ พอจะเริ่มคำที่สี่…
ครามกวัดแกว่งดาบไปมาสามครั้ง เกิดแรงกระเพื่อมของอากาศจนดูบิดเบี้ยว ในระหว่างที่ดาบเคลื่อนไหว เกิดเกลียวแสงหลายสายพุ่งไปหาหัวหน้าโจร ดูเผินๆ เหมือนจะไร้ทิศทาง หัวหน้าโจรรีบเบี่ยงตัวหลบไปวิ่งไป การหลบหลีกของหัวหน้าโจรดำเนินไปอยู่สัก่หนึ่ง ก็รู้ผลไม่กี่อึดใจ ร่างนั้นถูกพลังทะลวงเข้าออกราวกับสนเข็มไปมาหลายรอบ ก่อนจะล้มลงกองกับพื้น
“หมดรูปแล้วกระมังอีกาปากเหล็ก” ครามพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หลังจากคืนดาบให้หญิงสาวที่ยืนตะลึงราวกับแท่งหิน
ข้าได้ส่งมันไปหาอาจารย์ของข้าแล้ว!!!