ตอนที่ 9: อสูรใต้เพดานเหล็ก และศาสตราที่ถูกผนึก
สายลมแห้งแล้งพัดหอบเอาฝุ่นผงสีเทาและเศษละอองโลหะสาดกระแทกเข้ากับกระจกแตกละเอียดของอาคารโรงพยาบาลร้าง เสียงกระพือปีกนับพันของค้างคาวกลายพันธุ์ดังกึกก้องอยู่เื้ัดั่งเสียงพายุหมุนที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง น้ำมนต์และโมนาก้าวถอยหลังเข้าไปในซากโถงตึก กลิ่นอายของสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่น้ำยาฆ่าเชื้อหรือคราบยาอย่างที่ควรจะเป็ แต่มันคือกลิ่นสนิมเหล็กเข้มข้น ผสมผสานกับกลิ่นเนื้อเน่าที่แห้งกรังมานานนับปี
พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าถูกคลุมด้วยชั้นฝุ่นหนาและคราบน้ำมันเครื่องสีดำสนิท มีรอยกรงเล็บขนาดใหญ่ครูดลึกเข้าเนื้อปูนเป็ทางยาวไปตามผนัง โครงสร้างเสาคอนกรีตบางต้นแตกหักจนเห็นเส้นเหล็กเส้นบิดเบี้ยว เถาวัลย์สีดำที่มีลักษณะคล้ายสายไฟและมีตุ่มหนามเรืองแสงสีม่วงพันกระหวัดรัดร้อยซากเตียงคนไข้และอุปกรณ์การแพทย์ไว้แน่น สภาพภูมิประเทศเบื้องหน้าไม่ใช่สถานพยาบาล แต่มันคือป่าคอนกรีตที่ถูกกลืนกินด้วยโครงสร้างชีวภาพประหลาด
"น้ำมนต์... ดูตรงนั้นสิ" โมนาชี้มือที่สั่นเทาไปทางมุมโถง
บนเพดานสูงกว่าห้าเมตร ร่างของสัตว์อสูรชนิดหนึ่งห้อยหัวลงมาอย่างเงียบเชียบ มันคือ 'สลอธเพชฌฆาต' สัตว์ร้ายกลายพันธุ์ที่มีขนาดลำตัวใหญ่โตกว่าหมีกริซลี ิัของมันไร้ซึ่งขน แต่ถูกปกคลุมด้วยแผ่นเกราะหนาคล้ายเกล็ดปลาสีเทาดำที่สะท้อนแสงไฟสลัวๆ ดวงตาของมันไม่มีรูม่านตา เป็เพียงก้อนเนื้อสีแดงฉานที่ส่องสว่างในความมืด ปากกว้างยืดออกได้กว้างกว่าปกติ เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมซ้อนกันสามชั้นที่มีน้ำลายพิษสีเขียวเหนียวข้นหยดลงสู่พื้นปูนเสียง ซ่า... ซ่า... กัดกร่อนคอนกรีตจนเกิดควันพุ่งขึ้นมา
แต่อาวุธที่น่ากลัวที่สุดของมันคือกรงเล็บที่กระดูกนิ้วมือทั้งสามยาวออกมากว่าครึ่งเมตร มันคมกริบและแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าที่ถูกตีขึ้นรูป สลอธเพชฌฆาตไม่จำเป็ต้องมีความเร็วสูง แต่กระดูกกรงเล็บของมันสามารถตัดผ่านเกราะเหล็กหรือร่างมนุษย์ให้ขาดครึ่งได้ในการเหวี่ยงเพียงครั้งเดียว และด้วยโครงสร้างกล้ามเนื้อที่ยึดเกาะแน่น ทำให้มันสามารถเคลื่อนที่บนเพดานและคานเหล็กได้โดยแทบไร้เสียง
"ระวังตัวให้ดีเ้าโฮสต์!" เสียงเอเต้ดังกังวานขึ้นในโสตประสาท "ไอ้ตัวนี้มันใช้การจับคลื่นความร้อนและความสั่นะเืของอากาศ สกิลเด็ดของมันคือการปล่อยคลื่นเสียงความถี่ต่ำเพื่อทำลายระบบประสาทหูและทำให้เหยื่อเป็อัมพาตชั่วขณะก่อนที่มันจะทิ้งตัวลงมาสับเป็ชิ้นๆ!"
ยังไม่ทันที่เอเต้จะพูดจบ สลอธเพชฌฆาตก็อ้าปากกว้าง คลื่นความถี่ต่ำที่มองไม่เห็นแผ่พุ่งออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว น้ำมนต์และโมนา sentir ถึงเสียงวิ้งในรูหูอย่างรุนแรง โลกเบื้องหน้าเริ่มหมุนเคว้ง ร่างกายไร้การตอบสนองไปชั่วขณะ!
สัตว์ร้ายหลุดออกจากคานเหล็ก ทิ้งตัวลงมาทับตำแหน่งที่น้ำมนต์ยืนอยู่ด้วยกรงเล็บยาวคมกริบ!
ในเสี้ยววินาทีแห่งชีวิตและความตาย น้ำมนต์รวบรวมสมาธิจิตที่ฝึกฝนมานับสิบปี กระตุ้นรอยสักยันต์บนแผ่นหลังให้แผ่ความร้อนเพื่อต้านทานอาการชา เขากระชากแขนโมนาหลบฉากออกด้านข้างได้อย่างหวุดหวิด เปรี้ยง! กรงเล็บของมันสับลงบนพื้นคอนกรีตจนแผ่นปูนแตกกระจายออกเป็ะเิย่อยๆ
"โมนา! ใช้พลังสปีดถอยไปตั้งหลักที่ปากทางลงชั้นใต้ดิน!" น้ำมนต์ะโสั่งพร้อมกับร่ายพระคาถากำบังตนอย่างรวดเร็ว
ทว่าเป้าหมายที่จริงจังของพวกเขาในอาคารแห่งนี้ไม่ใช่การเอาชนะสัตว์ร้าย แต่คือการตามหาที่มาของสัญญาณวิทยุ ทั้งคู่ฝ่าหมวกควันและเศษปูน ลื่นไถลลงไปตามปล่องลิฟต์ที่พังทลายลงสู่ชั้นใต้ดิน B4 สภาพชั้นใต้ดินเต็มไปด้วยซากกบดานของหน่วยทหารไทยที่เคยหลุดเข้ามาเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน มีรอยะุปืนบนกำแพง ซากปลอกะุขนาด 5.56 มม. เกลื่อนพื้น และซากเสื้อเกราะทหารที่ถูกกรดกัดกร่อน
ตรงใจกลางห้องนิรภัยใต้ดิน บนโต๊ะสนามที่เต็มไปด้วยคราบเืแห้ง กล่องเหล็กหนาพิเศษตรากองทัพไทยปี 3010 ตั้งเด่นอยู่ ตัวกล่องทำจากไทเทเนียมผสมแร่พิเศษ ด้านหน้ามีหน้าจอรับสัญญาณชีวมิติและช่องใส่รหัส
"นี่มัน... กล่องพัสดุฉุกเฉินของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ" โมนาอุทานออกมาด้วยความจำได้ "พ่อเคยบอกว่าถ้าเกิดเหตุวิกฤตระดับชาติ กองทัพจะส่งกล่องนิรภัยนี้ลงพื้นที่ ซึ่งภายในจะบรรจุอาวุธต้นแบบที่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้จริง!"
น้ำมนต์เดินเข้าไปใกล้ หัวใจของเขาเต้นระรัว กล่องนิรภัยตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่จะเปิดออกได้ง่ายๆ หน้าจอโฮโลแกรมบนกล่องขึ้นไฟสีแดงค้างไว้ พร้อมเสียงเตือนเชิงกล "โปรดยืนยันตัวตนด้วยรหัสพันธุกรรมนายทหารชั้นผู้ใหญ่"
โมนาไม่รอช้า เธอประทับฝ่ามือลงบนหน้าจอแก้ว สายตาเต็มไปด้วยความหวัง รหัสยีนสีทองในตัวเธอที่พึ่งตื่นขึ้นผสานเข้ากับระบบตรวจจับ หน้าจอค่อยๆ เปลี่ยนจากสีแดงเป็สีฟ้าอ่อน เสียงระบบสลักกลไกขนาดใหญ่ภายในกล่องทำงานดัง แกร๊ก... คลิ้ก...
ฝากล่องโลหะค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ ไอเย็นจากระบบรักษาสภาพลอยฟุ้งออกมาคล้ายควัน คลื่นพลังงานบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจนขนแขนของน้ำมนต์ลุกชูชัน สิ่งที่วางสงบนิ่งอยู่ภายในคือศัสตราวุธรูปทรงประหลาดสองชิ้น ที่ทำให้เด็กวัดจอมอาคมและสาวนักกีฬาต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ!