บทที่ 23 ร้านค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตเยว่โก้ว
หลี่ซิงเหอพยักหน้าแรง ๆ แล้วขานตอบ "ตกลงค่ะ ฉันยอมรับ"
การตอบตกลงของเธอเป็ไปตามที่โม่เป่ยคาดไว้ "ดีครับ ผมมีคำถามอีกข้อหนึ่ง แต่ผมคิดว่าถ้าถามก่อนที่จะตกลงกัน อาจจะดูไม่สุภาพ เมื่อเราตกลงร่วมกันแล้ว ผมคิดว่าต้องถามคุณ"
หลี่ซิงเหอพอจะเดาได้คร่าว ๆ ว่าเขา้าถามอะไร และแล้วโม่เป่ยก็กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง "สถานภาพของคุณและสภาพแวดล้อมรอบตัว จะไม่ส่งผลกระทบต่อความร่วมมือของเรา และในอนาคตก็จะไม่ส่งผลเสียต่อบริษัทของผมใช่ไหมครับ?"
ขณะที่ถาม เขาก็กวาดสายตามองไหล่ของเธออีกรอบ
หลี่ซิงเหอสูดหายใจเข้าลึก ๆ เธอเข้าใจดีว่า ไม่ใช่ทุกคนจะมีแผลจากของมีคม เมื่อใครเห็นเช่นนั้น ก็ต้องคิดว่าเธอเป็ผู้หญิงที่มี 'เื่ราว' จริง ๆ
"สถานภาพของฉันไม่มีปัญหาค่ะ ฉันให้คุณดูบัตรประชาชนได้" เธอเอื้อมมือปัดผมเล็ก ๆ ที่ตกลงมาบนไปหน้าพลางทัดหู ก่อนจะก้มลงหยิบบัตรประชาชนออกมาจากกระเป๋าสะพาย
โม่เป่ยสังเกตเห็นแววตาเศร้าสร้อยที่ผ่านไปชั่วครู่ของเธอ เขาลุกขึ้นแล้วรับบัตรประชาชนที่เธอยื่นมาทันที
บัตรประชาชนที่เคลือบพลาสติกอย่างถูกต้อง สถานีตำรวจที่รับผิดชอบการออกบัตรคือสถานีในชุมชนที่แม่ของเขาอาศัยอยู่ เขารู้จักสถานีตำรวจนั้นดี มันอยู่ชั้นล่างของสำนักงานตำรวจเฟิงเล่อ
เธอคนนี้มีชื่อว่า ‘หลี่ซิงเหอ’ อายุแค่ยี่สิบปี
เมื่อดูรายละเอียดเรียบร้อย เขาจึงยื่นบัตรประชาชนคืนให้เธอ "คุณหลี่ บัตรประชาชนของคุณเพิ่งทำเมื่อไม่กี่วันก่อน"
"ค่ะ ใช่แล้ว ฉันเพิ่งมาที่เมืองอวิ๋นถิงได้ไม่นาน"
"ขออภัยด้วยหากผมจะถามคุณต่อ คุณเป็คนต่างถิ่นที่เพิ่งมาเมืองอวิ๋นถิง แล้วบัตรประชาชนก็เพิ่งทำไม่นาน" เขาหยุดชั่วครู่ ก่อนจะพูดต่อโดยไม่ลังเล "และต้องขอโทษอีกครั้ง ผมเห็นว่าคุณมีาแผิดปกติตามตัว คือผมเองเป็คนที่ประสบความสำเร็จมากในเมืองอวิ๋นถิง ตอนนี้ผมไม่สามารถทำผิดพลาดได้แม้แต่นิดเดียว เพราะความผิดพลาดนั่นอาจส่งผลต่อธุรกิจของผมในอนาคต หวังว่าคุณจะเข้าใจ"
หลี่ซิงเหอพยักหน้าแรง ๆ อีกครั้ง "ฉันเข้าใจค่ะ ฉันขายของที่ตลาดกลางคืนได้แค่ไม่กี่วัน ก็มีคนอิจฉาหาเื่ แต่ฉันยืนยันกับคุณตรงนี้ได้ว่าฉันไม่ใช่ผู้ร้ายหลบหนี และไม่มีประวัติอาชญากรรมที่ไหน าแบนตัวฉันไม่ได้เกิดจากการทะเลาะวิวาทกัน"
เพราะแผลนั่นมันเป็การถูกทำร้ายฝ่ายเดียว เธอพูดในใจอย่าน่าเวทนา "าแที่คุณเห็นมันเป็เื่ในอดีตครอบครัวของฉัน แน่นอนว่าต่อไปจะไม่เกิดขึ้นอีก ดังนั้นคุณวางใจได้ ถ้าคุณยังไม่มั่นใจในคำพูดของฉัน คุณสามารถไปตรวจสอบที่สถานีตำรวจดูว่าฉันมีประวัติอาชญากรรมหรือไม่"
ขณะที่เธอพูดอย่างจริงจัง โม่เป่ยก็จ้องมองดวงตาของเธอไม่ละสายตา แววตาของเธอดูจริงใจ ไม่เหมือนคนที่กำลังโกหก เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจเชื่อในคำพูดของเธอ
"ตกลง ส่วนรายละเอียดเื่สัญญานั้นพรุ่งนี้พนักงานของผมจะมาจัดการให้ เดี๋ยววันนี้ผมจะพาคุณไปดูร้านค้าก่อนนะ"
หลีซิงเหอพยักหน้าแล้วเดินตามโม่เป่ยออกจากสำนักงาน พอเปิดประตูลงไปชั้นหนึ่ง เสียงวุ่นวายของผู้คนในซูเปอร์มาร์เก็ตก็ดังเข้าหู บรรยากาศที่คึกคักนี้ทำให้เธอสบายใจขึ้น
"สวัสดีค่ะ ประธานโม่"
"สวัสดีครับ" โม่เป่ยพยักหน้าเบา ๆ พลางตอบรับพนักงานที่ทักทาย
"ดูสิ นี่คือร้านค้าที่ผมบอก" โม่เป่ยพาเธอมาที่หน้าร้านค้าที่ว่างอยู่ ดูท่าแล้วจะมีทำเลดีที่สุด เขาหวังว่าร้านนี้จะช่วยดึงดูดลูกค้าให้ซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ใช่แค่ปล่อยเช่าส่งเดช นี่คือเหตุผลที่โม่เป่ยตั้งใจเก็บมันไว้หลายเดือน
หลี่ซิงเหอเดินดูรอบ ๆ ในร้าน ทำเลดีและพื้นที่กว้าง เธอชอบที่นี่มาก มันเป็เส้นทางที่ลูกค้าต้องเดินผ่านหลังจากซื้อของเสร็จ
"ทำเลร้านนี้ดีจริง ๆ" เธอพูดอย่างจริงใจ
โม่เป่ยยิ้มเบา ๆ "จริงด้วย แต่คุณน่าจะหาข้อเสียเพื่อต่อรองค่าเช่ากับผมไม่ใช่เหรอ?"
"ฉันต้องทำแบบนั้นด้วยเหรอ?" หลี่ซิงเหอเอียงคอถามอย่างเสียดาย
"ถึงจะต่อรองยังไง ร้านนี้ต้องไม่ลดให้แม้แต่หยวนเดียวหรอกนะครับ"
นี่มันมุกตลกร้ายหรือไง?
โม่เป่ยรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองพูดไปเมื่อครู่ช่างโง่เขลาเหลือเกิน "เื่ชั้นวางของน่ะ ที่แผนกอาหารสดในซูเปอร์มาร์เก็ตของเรามีของพวกนี้เก็บไว้อยู่แล้ว คุณจะเช่าหรือซื้อใหม่เองก็ได้ทั้งนั้น"
"ใช้ของคุณนั่นแหละ แล้วราคาเท่าไหร่ เดี๋ยวฉันจ่ายให้"
โม่เป่ยพยักหน้า พลางนึกในใจว่าทำไมเขาที่เป็เ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตถึงต้องมาทำหน้าที่พนักงานขาย ต้องมาคอยดูแลคนขายถึงขนาดนี้ด้วย?
"คุณลองดูให้ดีว่า้าอะไรอีกไหม? ทางซูเปอร์มาร์เก็ตของเราพร้อมให้ความร่วมมือทุกอย่าง"
หลี่ซิงเหอพยักหน้า เธอมองไปมองมาก็ไม่รู้จะดูอะไร เธอไม่เคยทำธุรกิจใหญ่โตขนาดนี้มาก่อนมาก่อน ยี่สิบปีที่ผ่านมาธุรกิจที่ทำก็มีแค่เอาฟืนไปแลกมันฝรั่ง กับขุดผักป่าไปขายให้ร้านสหกรณ์ ดังนั้น… ถ้าให้เธอเสนอว่าอยากได้อะไรตอนนี้ เธอก็คิดไม่ออก คงต้องรอให้เจอปัญหาแล้วค่อยแก้ไขกันไปตามสถานการณ์
เธอเดินออกไปนอกร้านเพื่อดูสภาพแวดล้อมใกล้เคียง
ร้านขนมร้านนั้นเรียกร้องให้เธอเดินเข้าไปหา จากนั้นเธอก็ไม่สนใจ ‘ประธานโม่’ ที่อยู่ด้านหลังอีกต่อไป เธอทำตามเสียงที่หัวใจเรียกร้องเดินมาที่หน้าร้านขนม
ขนมหลากหลายชนิดถูกจัดเรียงอย่างเป็ระเบียบอยู่ในตู้กระจก พี่สาวคนขายสวมเสื้อสีขาวอย่างสุภาพ ทรงผมมัดเก็บไว้ข้างหลังอย่างเรียบร้อย
ขนมพุทราทรงดอกบ๊วย ขนมพุทราน้ำตาลทรายแดงที่ดูนุ่มชุ่มฉ่ำ ขนมถั่วเขียว รวมไปถึงขนมปังลิ้นวัวทรงยาว ที่นี่รวบรวมขนมจีนโบราณไว้หลายอย่าง
แต่หลี่ซิงเหอเพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก เธอก้มมองขนมเ่าั้ผ่านกระจก ดวงตาเป็ประกายวาววับ
โม่เป่ยยืนอยู่ห่าง ๆ ใบหน้าของเธอภายใต้แสงไฟในตู้กระจกดูอ่อนหวาน นุ่มนวล ดวงตาฉายแววตื่นเต้นราวหมีน้อยเห็นน้ำผึ้ง มองเห็นรอยยิ้มกว้างปนความดีใจของเธอ โม่เป่ยก็ยิ้มตามออกมาโดยไม่รู้ตัว
"สวัสดีค่ะ อันนี้ขายยังไงคะ?" หลี่ซิงเหอถามอย่างอ่อนหวาน เห็นพวกขนมเหล่านี้ก็นึกถึงแม่ เธอต้องชอบมากแน่ ๆ
"น้องสาว ราคาอยู่ตรงนี้ค่ะ อยากซื้อกี่ชิ้นก็ได้ เลือกได้ตามใจชอบเลยนะคะ"
หลี่ซิงเหอมัวแต่สนใจขนมที่น่าทาน จนลืมมองป้ายราคา หลังจากได้ยินพนักงานบอกแล้วเธอจึงรู้สึกอายขึ้นมาเล็กน้อย ที่แท้ก็เหมือนการเลือกกับข้าวใส่กล่องนั่นเอง โดยทางร้านมีกล่องขนาดพอเหมาะ สำหรับห่อเป็กล่องขนม
"ฉันขอกล่องละหกชิ้นค่ะ"
"ได้ค่ะ จะเอาชนิดไหนบ้างคะ?"
พี่สาวคนขายหยิบกล่องกระดาษสีน้ำตาลออกมา
"เอาขนมพุทราไส้ถั่วหนึ่งชิ้น ขนมพุทราน้ำตาลทรายแดงหนึ่งชิ้น เค้กผลไม้รวมหนึ่งชิ้น ขนมปังลิ้นวัวหนึ่งชิ้น ขนมจวงหยวนหนึ่งชิ้น และสุดท้ายขนมโมจิกรอบอีกชิ้นแล้วกันค่ะ"
หลี่ซิงเหอเลือกขนมหกชนิดที่ตนเองสนใจที่สุด พนักงานจัดขนมใส่ลงในกล่องกระดาษทีละชิ้นอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ห่อกล่องอย่างคล่องแคล่ว ปิดทับด้วยกระดาษแดง้าให้เรียบร้อย แล้วผูกเชือกปอเป็โบว์สวยงาม
เธอจ่ายเงินและรับกล่องขนมมาถือ กล่องขนมที่ห่อด้วยกระดาษสีแดงทำให้หวนนึกถึงบรรยากาศที่สุดแสนครึกครื้นของงานตรุษจีนในชนบท…
โม่เป่ยมองเด็กสาวถือกล่องขนมเดินกลับมาอย่างมีร่าเริง นี่เป็ครั้งแรกที่หลี่ซิงเหอยิ้มให้เขามีความสุขอย่างไร้ข้อกังวล ต่างกับเมื่อครู่ตอนคุยกันครั้งแรกนั้น เธอแผ่ความรู้สึกห่างเหินและเศร้าสร้อยออกมาโดยไม่รู้ตัว
แต่ไม่ว่าเธอจะดีใจหรือเสียใจทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวกับเขา แต่ความปรารถนาเดียวของเขาคือขอให้สินค้าของเธอช่วยให้ธุรกิจของเยว่โก้วประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อย ๆ เท่านั้นเอง
พอหลี่ซิงเหอเดินมาหยุดตรงหน้า โม่เป่ยก็พูดอย่างจริงจังออกมา "ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ผมจะให้พนักงานจัดร้านตามสไตล์ซูเปอร์มาร์เก็ตของเราไปก่อน พรุ่งนี้เช้าเวลาเดิม เรามาเซ็นสัญญากัน ส่วนค่าเช่าและระยะเวลาเราจะใช้มาตรฐานเดียวกับร้านค้าอื่นในซูเปอร์มาร์เก็ต เดือนแรกยกเว้นค่าเช่าให้ ตกลงตามนี้ได้ไหมครับ?"
หลี่ซิงเหอพยักหน้ารับ "ได้ค่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะคะ"
ตอนนี้หลี่ซิงเหอไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรต่อ เธออยากกลับบ้านให้เร็วที่สุด เพื่อแบ่งขนมในกล่องให้แม่ชิม