เฉินฮวาลี่กะพริบตาถี่ๆ พยายามปรับสายตาให้เข้ากับแสงสลัวๆ ในห้อง ภาพตรงหน้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้น เธอเห็นผนังปูนสีขาวสะอาดตาที่ประดับประดาด้วยภาพวาดพู่กันจีนโบราณ เตียงไม้สี่เสาขนาดใหญ่ที่เธอหนุนนอนอยู่ปูทับด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตา ข้างเตียงมีตู้ไม้แกะสลักลวดลายมงคลแบบจีนโบราณวางตั้งอยู่ ทุกอย่างดูเรียบง่ายแต่กลับอบอุ่น
นี่มัน... ที่ไหนกันทำไมฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันยังไม่ตายหรอกหรือ? เฉินฮวาลี่พึมพำกับตัวเอง ความทรงจำสุดท้ายที่เธอจำได้คือภาพใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นของหลี่เจี้ยน สามีของเธอ ที่กำลังบีบคอเธอจนขาดอากาศหายใจ และเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเฉินเสี่ยวเหมย น้องสาวต่างมารดาของเธอ ที่ยืนมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความสะใจ
"ทำไมพี่สาวถึงได้โง่เช่นนี้" คำพูดของเฉินเสี่ยวเหมยยังคงก้องอยู่ในหู ราวกับเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงหัวใจของเธอ
"พี่สาวรู้ไหมว่าฉันกับพี่เจี้ยนรักกันั้แ่ฉันเริ่มเรียนมหาวิทยาลัย" ความจริงที่ถูกเปิดเผย ทำให้โลกทั้งใบของเฉินฮวาลี่พังทลายลง เธอไม่เคยระแวงสงสัยในตัวน้องสาวที่อายุห่างจากเธอ 7 ปีคนนี้เลย กับสามีของเธอที่เป็อาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยแม้แต่น้อย
กลับกัน เธอยังรักและเอ็นดูเฉินเสี่ยวเหมยดุจดั่งน้องสาวแท้ ๆ ส่วนหลี่เจี้ยน เธอก็รักและเทิดทูนเขายิ่งกว่าสิ่งใด
"พี่สาวนะโง่ที่ยอมยกสมบัติทั้งหมดให้พี่เจี้ยน และตอนนี้ทรัพย์สมบัติทั้งเงิน ที่ดิน บริษัททั้งหมดของพี่สาวก็กลายมาเป็ของฉันกับพี่เจี้ยนทั้งหมดแล้ว และฉันจะดูแลของๆ พี่สาวเป็อย่างดี"
เสียงหัวเราะสะใจของเฉินเสี่ยวเหมยราวกับเสียงของปีศาจ เฉินฮวาลี่รู้สึกหายใจไม่ออก ร่างกายของเธออ่อนแรงลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดสติของเธอก็ดับวูบไป
หรือว่า... นี่คือชีวิตหลังความตาย? เฉินฮวาลี่ลูบที่ลำคอของตนอยู่พักหนึ่ง แต่เหตุใดเธอจึงยังรู้สึกถึงลมหายใจ และััได้ถึงการเต้นของหัวใจอยู่เล่า?
เฉินฮวาลี่ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง พลางกวาดสายตาสำรวจไปรอบๆ ห้อง นี่ไม่ใช่ห้องนอนในบ้านของเธอที่อยู่กับหลี่เจี้ยนที่ในเมืองหลวง ห้องนี้...มันคุ้นเคยราวกับเป็ส่วนหนึ่งในความทรงจำ
เธอจำได้แล้ว นี่มันห้องนอนในบ้านเดิมของแม่ของเธอยังไงล่ะ บ้านที่เธออยู่มาตลอด 18 ปี ก่อนที่เธอแต่งงานกับหลี่เจี้ยน ความรู้สึกสับสนยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เธอจึงเดินโซเซไปที่โต๊ะข้างเตียง หยิบปฏิทินเก่าๆ ขึ้นมาดู
15 กรกฎาคม 1975
ตัวเลขสีแดงบนปฏิทินทำให้เธอตกตะลึง ปี 1975 เป็ไปไม่ได้ ตอนนี้ก็น่าจะอายุ 28 ปีแล้ว ตอนนี้ต้องเป็ปี 1985 สิแต่ทำไมปฏิทินถึงบอกว่าเป็ปี 1975
เฉินฮวาลี่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ หัวใจเต้นระรัว สมองประมวลผลกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ทัน
เกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่?หรือว่าฉันจะย้อนเวลากลับมา
เมื่อคิดได้ดังนั้น ร่างบางก็เบิกตากว้างด้วยความใ เธอย้อนเวลากลับมาเมื่อสิบปีที่แล้ว กลับมาในวันที่เธอยังเป็เพียงสาวน้อยวัย 18 ปี ก่อนที่เธอจะแต่งงานผู้ชายสาวเลวคนนั้น
"์ช่างเมตตาฉันเสียจริง" เฉินฮวาลี่กำหมัดแน่น ดวงตาที่เคยหม่นหมองกลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง
‘โชคชะตาได้มอบโอกาสให้ฉันได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายฉันได้อีก’
“สิบปี...” เฉินฮวาลี่พึมพำเบาๆ ที่หลี่เจี้ยนกับเฉินเสี่ยวเหมยร่วมมือกันหลอกลวงเธอจนหมดตัว พวกเขายักยอกทรัพย์สินทั้งหมดที่เธอหามาด้วยความยากลำบากไปจากเธอ
ความแค้นที่ถูกกดทับอยู่ในใจพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง น้ำตาแห่งความเ็ปไหลรินอาบแก้ม แต่คราวนี้ มันไม่ใช่ น้ำตาแห่งความเสียใจ แต่เป็น้ำตาแห่งความโกรธแค้น
"หลี่เจี้ยน เฉินเสี่ยวเหมย พวกแกสองคน อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสุขสบายอีกต่อไป" เฉินฮวาลี่กัดฟันกรอด เธอจะใช้โอกาสนี้ แก้แค้น ทวงคืนทุกอย่างที่เป็ของเธอ และทำให้คนทรยศทั้งสอง ได้รับบทเรียนที่สาสม
เฉินฮวาลี่ลุกขึ้นจากเตียง เดินตรงไปที่ตู้ไม้เก่าๆ ใบหนึ่ง เมื่อเธอเปิดตู้ ภายในมีกล่องไม้ใบเล็กๆ วางอยู่ เธอหยิบกล่องไม้นั้นออกมา เปิดฝาออก ภายในกล่องมีเครื่องประดับทองคำ สร้อยหยกสีขาวบริสุทธิ์ กำไลหยกเนื้อดี และแหวนเพชรล้ำค่า
สมบัติเหล่านี้เป็มรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ เธอเก็บรักษามันไว้อย่างดี แต่สุดท้ายก็ถูกหลี่เจี้ยนกับเฉินเสี่ยวเหมยหลอกเอาไปจนหมด
เฉินฮวาลี่กำเครื่องประดับในมือแน่น ในครั้งนี้เธอจะไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบเธออีก
ทันใดนั้น เธอเหลือบไปเห็นจดหมายวางอยู่ใต้กล่องเครื่องประดับ พร้อมกับปิ่นปักผมไม้แกะสลักรูปดอกเหมยราคาถูกที่หลี่เจี้ยนซื้อมาให้เธอในวันแรกที่พบกัน เธอหยิบขึ้นมาเปิดดู ภายในมีลายมือหวัดๆ เขียนข้อความไว้ว่า
"ถึงเฉินฮวาลี่ ที่รักของผม
ผมหลงรักคุณั้แ่แรกพบ รอยยิ้มของคุณสดใสราวกับแสงตะวัน ดวงตาของคุณงดงามราวกับดวงดาว ผมรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เมื่อได้สบตากับคุณในวันนั้น ที่ในชั้นเรียน
ผมรู้ว่ามันอาจจะดูรวดเร็วเกินไป แต่ผมไม่อาจเก็บความรู้สึกนี้ไว้ได้อีกต่อไป ผมอยากให้คุณรู้ว่า คุณคือผู้หญิงที่ผมตามหามาตลอดชีวิต ผมหวังว่าคุณจะตอบรับความรักจากผม และให้โอกาสผมได้ดูแลคุณ
ผมจะรอคุณที่ศาลเ้าริมแม่น้ำ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 1975 เวลา 16.00 น.
หลี่เจี้ยน"
เฉินฮวาลี่อ่านข้อความในจดหมาย น้ำตาไหลรินอีกครั้ง นี่คือจดหมายรักที่หลี่เจี้ยนเขียนให้เธอเมื่อสิบปีก่อน ในตอนนั้น เธอเป็เพียงเด็กสาวไร้เดียงสา หลงเชื่อคำหวานของเขาเสียทุกอย่างอย่างโง่งม ไม่เคยระแวงสงสัยในตัวเขาเลยแม้แต่น้อย ว่าเขาเข้ามาหาเธอเพราะทรัพย์สมบัติที่แม่เธอที่ทิ้งไว้ให้
“หลี่เจี้ยน” เฉินฮวาลี่กัดฟันกรอด ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านในอก “สิบปีที่ผ่านมา ฉันทุ่มเททั้งชีวิตให้กับแก ฉันยอมทำงานหนัก หาเงินส่งเสียแกจนเรียนจนจบมหาวิทยาลัย พอแกได้ดิบได้ดีเป็อาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยสุดท้ายแกก็ตอบแทนฉันแบบนี้” เธอะโทั้งน้ำตา ความคับแค้นใจที่เก็บกดมานานปะทุออกมาดุจูเาไฟะเิ
“หวนกลับคืนมาครานี้ ฉันไม่ใช่เฉินฮวาลี่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว อย่าหวังว่าแค่ลูกชายพนักงานทอผ้าแบบแกจะจีบฉันได้อีก”
เฉินฮวาลี่สูดหายใจเข้าลึก เชิดหน้าขึ้นอย่างมาดมั่น เธอลุกขึ้นยืน เดินไปที่กระจก มองเงาสะท้อนของตัวเอง ใบหน้าที่เคยซีดเซียวกลับเปล่งปลั่ง ดวงตาที่เคยหม่นหมองกลับมีชีวิตชีวา เธอยิ้มมุมปาก เป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
“หลี่เจี้ยน...เฉินเสี่ยวเหมย พวกแกเตรียมตัวรับมือกับฉันได้เลย”