The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    ตอนที่ 42 ออกเดินทาง(รีไรท์)

    “ ขอบคุณมากนะ  เจ้าหนู ” ชายร่างยักษ์ยิ้มกว้าง พร้อมถลาเข้ามากอด


    “ โอ้  อย่า  ไม่….. ” มาวินรู้สึกอึดอัด  เพราะถึงเด็กหนุ่มจะบ้าบอยังไง  แต่เขาก็ไม่ใช่สายเหลือง  อีกอย่างหมอนี่ยังแนบชิดชนิดที่ไม่คำนึงว่าอีกฝ่ายกำลังบาดเจ็บ



        มาวินโดนกอดรัดอยู่ครู่หนึ่ง  ชายร่างใหญ่ก็คลายวงแขน  หลังจากนั้นก็มีสาวรุ่นก้าวเข้ามา  เธอมีใบหน้าที่สวยใส  ผมทรงหางม้าสีทองพลิ้วไสว  ดวงตาหวานซึ้งเปล่งประกายจนเด็กหนุ่มต้องก้มลงมองพื้นด้วยความเขินอาย ในใจแอบคิด


    “ เธอคนนี้จะกอดชั้นด้วยมั้ยน้า..... ”


     

         ขณะที่มาวินกำลังลุ้นอยู่นั้นเอง เด็กสาวก็กุมมือของพระเอกหนุ่ม  พร้อมกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ 


    “ ขอบใจมากที่ช่วยพวกเรา ”


     

         สิ้นคำ  เด็กสาวน่ารักก็ถอยหลังและปล่อยให้คนอื่นเข้ามาแสดงความยินดีบ้าง เลยทำให้มาวินรู้สึกฉุนนิดๆ 


    “ แหม  ตอนอยากให้กอด  ไม่ยักกะกอด ”


     

         เด็กหนุ่มคิดสัปดนได้ไม่นาน  ก็รู้สึกว่าร่างของตัวเองกำลังลอยสูง  เมื่อก้มลงดู  เลยพบว่าเขากำลังถูกยกขึ้นโดยชาวบ้าน จากนั้นทุกคนก็โห่ร้องดีใจ 


    “ เฮ…… ” 

     

    “ เหอๆ  คนที่นี่เขาฉลองกันด้วยการโยนคนเจ็บรึไงฟะ  หยุดก่อน  ชั้นตาลายแล้ว! ” เด็กหนุ่มร้องห้าม แต่ไม่มีใครรับฟัง  เพราะมัวแต่ยินดีกับฮีโร่จำเป็น 


    ……………………..


        หลังการฝึกช่วงเช้าสิ้นสุด  ชาวบ้านก็แยกย้ายกันไปทำงาน  ส่วนมาวินนั้นว่าง จึงได้แต่นั่งเหม่อลอยอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่  เด็กหนุ่มรับการทักทายจากผู้คนที่ผ่านไปมา  ดูเหมือนว่าเขาจะกลายเป็นซุปตาร์ประจำหมู่บ้านไปซะแล้ว


     

         ระหว่างที่มาวินนั่งมองท้องฟ้าสีคราม ใจก็หวนคิดถึงบ้านเกิด  ที่นั่นมีคุณป้าที่เคารพรัก  คุณลุงร่างใหญ่ผู้แสนดี  น้าเดชจอมเพี้ยนและสุดท้ายคือ “จัน” เพื่อนสนิทตั้งแต่เด็ก เขาเลยไม่รู้สึกตัวเลยซักนิดว่ามีใครบางคนเข้ามานั่งข้างๆ คนๆนั้นก็คือเหมยลี่


     

        เด็กสาวร่างสูงไม่ได้พูดอะไร ดวงตาคมจ้องไปยังใบหน้าเรียวที่ดูเหม่อลอย  เธอมองอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนจะกล่าวเนือยๆ 


    “ วันนี้อากาศดีนะ ” 


    “ เอ๊ะ  เออ  ก็ว่างั้นแหละ อ้าว  จัน  เฮ้ย!  ไม่ใช่  ยัยโย่งนี่หว่า ” เด็กหนุ่มสะดุ้งตกใจ เหมยลี่เลยยิ้มเล็กน้อย ทำให้ใบหน้าคมดูสดใสขึ้น


    “ เรียกชื่อผิดอีกแล้ว  ชั้นเหมือนเพื่อนนายขนาดนั้นเลยเหรอ ”


     

         เด็กหนุ่มหัวเขียวหันหน้าไปทางอื่น พร้อมตอบกลับด้วยท่าทางที่ดูเขินอาย


    “ จะว่าอย่างงั้นก็ได้ ”


     

        เหมยลี่แอบขำอยู่ในใจ  เพราะรู้สึกว่ามาวินคล้ายเด็กน้อยคนหนึ่ง  เธอจึงแหย่กลับ  


    “ แล้วที่ว่าคล้ายน่ะ  คล้ายยังไง ” 


    “ อืม……. ” เด็กหนุ่มหัวเขียวเริ่มขมวดคิ้วนิ่วหน้า


    “ อธิบายยากขนาดนั้นเลย? ” เด็กสาวถามแกมหยอก 


    “ ก็ไม่ยากหรอก  แค่กำลังคิดว่าจะพูดยังไงดี ” เด็กหนุ่มหัวเขียวโต้กลับ 


    “ ไม่เห็นยากเลย  คิดยังไงก็บอกมาแบบนั้น ” เด็กสาวกล่าวยิ้มๆ


     
     

          มาวินคิดว่าอีกฝ่ายดูผิดปกติ  เพราะที่ผ่านมา  เหมยลี่มักจะเคร่งขรึมและไม่ยอมพูดอะไรที่ไม่จำเป็น  ด้วยเหตุนี้  เขาจึงเริ่มจ้องหน้าเด็กสาวและนึกสงสัย


    “ จะมาไม้ไหนกันนะ  ดูร่าเริงผิดปกติ  หรือว่านี่จะเป็นยังโย่งตัวปลอม ” 


    “ เอ้า  ว่ายังไงล่ะ ” พอเห็นมาวินเงียบไป  เหมยลี่ก็ทวงคำตอบ  เด็กหนุ่มจึงนิ่งตรึกตรองอยู่อึดใจ ก่อนแถลงเบาๆ 


    “ อย่างแรกนะ… ”


     

         เด็กสาวขยับเข้ามาใกล้ คล้ายลุ้นว่าอีกฝ่ายจะตอบยังไง  ทำให้มาวินนึกกลัวขึ้นมาจริงๆ  แต่สุดท้าย เด็กหนุ่มก็ตัดสินใจตอบ


    “ หน้าเหมือนกัน ”



          เหมยลี่ดูอึ้งไปชั่วขณะ  พอเริ่มปรับอารมณ์ได้  เธอก็เอ่ยปาก


    “ เหมือนขนาดนั้นเลยเหรอ ” 


    “ ไม่ใช่แค่เหมือนหรอก  บางทีชั้นยังแอบคิดเลยว่าเธอคือจันปลอมตัวมาด้วยซ้ำ  และลุ้นอยู่นิดๆว่ามันจะเป็นจริง ” มาวินร้องบอก ท่าทางตื่นเต้น  แต่เหมยลี่กลับแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเงียบขรึมดุจเดิม   


    “ เอ๊ะ  ยังไงกัน  กลับมานิ่งอีกแล้ว ” เด็กหนุ่มรู้สึกแปลกๆ  ใบหน้าเรียวเริ่มเหยเกด้วยความสงสัย ผ่านไปครู่หนึ่ง  เด็กสาวร่างสูงก็ลุกขึ้นยืน  พร้อมกล่าวสั้นๆ


    “ ชั้นจะเข้าป่า ”


     

        ก่อนที่เหมยลี่จะเดินจากไป  มาวินก็โพล่งขึ้นมาคำนึงด้วยอาการร้อนรน  ราวกับนี่คือสิ่งที่เขาอยากพูดมานาน


    “ เดี๋ยวก่อน  ยัยโย่ง  ยังมีอีกอย่างที่เธอกับจันเหมือนกัน ”


     

        เด็กสาวหยุดชะงัก เธอยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น  ปากก็ตอบคู่สนทนา โดยไม่หันกลับมา


    “ อะไร ”


     

        มาวินเหม่อมองไปข้างหน้าอย่างปราศจากความหมาย ก่อนจะแถลงไข  ท่วงท่าดูเลื่อนลอย  คล้ายตกอยู่ในห้วงแห่งความทรงจำที่แสนสุข


    “ หัวใจไง  เธอและจันมีหัวใจที่อบอุ่น ”


     

       เหมยลี่ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาช้าๆ  ดวงตาคมแฝงแววเด็ดเดี่ยวอยู่ภายใน  อึดใจต่อมา น้ำเสียงห้าวหาญก็ถูกเค้นออกจากปาก 


    “ ไม่ว่ายังไง  ชั้นก็จะพาไปส่งถึงแคว้นเยอมาเนีย นายจะได้กลับไปหาจัน ”


     

        ทันทีที่พูดจบ  เหมยลี่ก็เดินหนีไปอย่างรวดเร็ว  โดยที่ไม่สนว่ามาวินจะมีรีแอคชั่นแบบไหน แน่นอนว่าเด็กหนุ่มย่อมต้องตะโกนถาม  เพราะคำพูดของเด็กสาวนั้นคลุมเครือเกินไป


    “ ที่พูดเมื่อกี้  หมายความว่าไง  หยุดก่อนสิ ”


     

        เหมยลี่จากไปแล้ว แต่มาวินยังรู้สึกขัดเคือง  ทว่าก็จนใจจะติดตาม  เนื่องจากเด็กสาวร่เดินไวมากจนคนที่กำลังบาดเจ็บอย่างเขาไม่อาจตามทัน จึงได้แต่บ่นพึมพำ 


    “ เลือดจะไป  ลมจะมารึไง  ถึงได้เดินหนีไปซะอย่างงั้น ” 


    ……………………….


         เวลาผ่านไป 2 อาทิตย์  อาการของมาวินเกือบหายเป็นปกติ ส่วนทางด้านเหมยลี่ก็มุ่งมั่นอยู่กับการฝึกวิชาให้ชาวบ้าน  ทำให้ฝีมือของทุกคนรุดหน้ากว่าเดิม พวกเขาออกกระบวนท่าได้ทะมัดทะแมงและคล่องแคล่วขึ้น  นอกจากนี้  เด็กสาวยังใช้เวลาว่างในช่วงกลางคืน เขียนแบบแผนการฝึกขึ้นมา  จะได้มอบสิ่งนี้ให้หัวหน้าหมู่บ้านใช้เทรนผู้คนต่อ


     

         เช้าตรู่ของวันใหม่ มาวินและเหมยลี่ได้มายืนอยู่ที่หน้าหมู่บ้าน  โดยมีเหล่าชาวบ้านกว่าครึ่งร้อยตามมาส่ง  ทุกคนล้วนอาลัย  โดยเฉพาะเหมยลี่ ถึงกับมีหนุ่มน้อยใหญ่เสียน้ำตาให้หลายคน  แต่เธอก็ไม่ได้ปลอบโยนอย่างจริงจัง  เพียงแต่ตบไหล่เหล่าชายผู้โศกเศร้าเบาๆ


     
     

         เมื่อได้ฤกษ์เดินทาง หัวหน้าหมู่บ้านก็ก้าวออกมายืนข้างหน้า  พร้อมกล่าวอำลาด้วยเสียงที่สั่นเครือ 


    “ ชั้นขอพูดแทนทุกคน  เรารู้สึกใจหายที่ต้องจากกัน  และถ้าไม่ได้พวกเธอช่วยไว้  ป่านนี้คงยังถูกแก๊งนั้นกดหัวอยู่  เราไม่มีอะไรตอบแทน  นอกจากของพวกนี้ ”


     

        พอหัวหน้าหมู่บ้านพูดจบ ก็ยื่นห่อผ้าขาวขนาดใหญ่ให้มาวิน  เมื่อเด็กหนุ่มรับมา  เขาก็เอ่ยถามทันทีตามประสาคนปากเปราะ 


    “ อะไรน่ะ  ลุง  หนักเอาเรื่องเลยนะ”  


    “ ฮะๆ  ก็พวกเสบียง  อาหารแห้งนั่นแหละ” หัวหน้าหมู่บ้านหัวเราะเบาๆ


     

         เมื่อได้ยินดังนี้  เด็กหนุ่มจอมซนจึงรีบแกะห่อผ้าออก  เลยพบกับเสบียงมากมาย  ท่าทางน่ากิน  ไม่ว่าจะเป็นเนื้อตากแห้งสีแดงเข้มที่คลุกพริกป่น ข้าวนิ่มๆเปียกแฉะเคลือบน้ำตาล  ขนมแผ่นเล็กๆคล้ายคุกกี้  นอกจากนี้  ยังมีผลไม้สีแสบสันอีกหลายชนิด


    "ว้าว  น่ากินทั้งนั้นเลย  ให้ชั้นจริงเหรอ " เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง  ไม่บอกก็รู้ว่าตื่นเต้นยินดี


    "ฮ่าๆ  ใช่แล้ว  พ่อหนุ่มเอาไปเถอะ "หัวหน้าหมู่บ้านหัวเราะร่วน  ชาวบ้านบางคนก็หัวเราะด้วย พวกเขานึกเอ็นดูมาวิน


    "แท็งค์กิ้ว  ลุง " มาวินรวบห่อผ้าขาว  พร้อมกอดแนบอก  ราวกับว่ามันคือยอดดวงใจ


    "เอาล่ะ  ยัยโย่งรีบขึ้นม้าเถอะ "เด็กหนุ่มพูดจบ  ก็กระโดดขึ้นม้าสีกระดำกระด่างของตนเอง



         เหมยลี่ได้แต่ยิ้มน้อยๆให้เหล่าชาวบ้าน  อึดใจต่อมา  เด็กสาวร่างสูงก็ทะยานขึ้นม้าขาวด้วยท่าทางที่ดูองอาจ เมื่อทุกสิ่งพร้อมสรรพ  เธอก็ให้สัญญาณ


    "ไปได้ "



          หลังจากนั้น วัยรุ่นทั้งสองก็ออกเดินทาง  โดยมีชาวบ้านกว่าครึ่งร้อยโห่ร้องอวยชัย


    "โชคดี  ขอให้เดินทางปลอดภัย  ถ้าผ่านมาทางนี้  ก็แวะมาเยี่ยมกันบ้าง "



         เด็กสาวร่างสูงบังคับม้าให้เดินตรงไปข้างหน้าด้วยอาการขรึม  ส่วนมาวินนั้นดูซุกซนไม่ต่างจากลิง  เขาหันกลับมาโบกไม้โบกมือ  ซึ่งก็เรียกเสียงเฮได้อีกหนึ่งชุดใหญ่


    "เฮ…… "



         พอเหล่าชาวบ้านหายลับไปจากสายตา  มาวินก็กล่าวขึ้นมาลอยๆ  ท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่อง


    "ฮะๆ  พวกเราดังใหญ่แล้ว  อย่างกะดาราในโลกของชั้นเลย "



        แม้เหมยลี่จะติดใจในคำพูดของมาวิน  ทว่าเธอก็ไม่คิดจดจำ  เพราะที่ผ่านมา  เด็กหนุ่มมักจะทำตัวประหลาด  เจ้าลิงหัวเขียวเลยเบื่อหน่ายจนเลิกหัวเราะคิกคักไปโดยปริยาย แต่ทันใดนั้นเอง  เขาก็ต้องสะดุ้งสุดตัว


    "เฮ้ย! ”


    "คราวนี้เป็นอะไรอีกล่ะ " เหมยลี่ถาม  น้ำเสียงส่อแววหงุดหงิด


    "แย่แล้ว  ยัยโย่ง  ชั้นลืมเรื่องนึงไปซะสนิท " มาวินกล่าวเร็วจี๋


    "อะไร " เหมยลี่กระแทกเสียงกลับ  ประมาณว่าถ้าไม่มีสาระอีก  เป็นเรื่องแน่


    "ตลอดเวลาที่อยู่ในหมู่บ้าน  ชั้นไม่เห็นคุณยายที่เราพามาส่งเลย "มาวินตอบทันที  ถึงกระนั้นเขาก็บังคับเจ้าสังกะสีให้ถอยห่าง  เพื่อระวังภัยที่คาดไม่ถึง



         เหมยลี่นิ่งอึ้ง  เพราะเธอเองก็ไม่เคยเห็นคุณยายเช่นกัน  แต่ไม่นาน  เด็กสาวก็เลิกสนใจ


    "ยายคงเข้าเมืองไปหายาให้หลานของแก อย่าคิดมาก"


    "อืม…คงอย่างงั้นล่ะมั้ง " มาวินกอดอก  แต่เขาก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้า เพราะลึกๆยังหยุดคิดไม่ได้



         เด็กสาวร่างสูงเห็นมาวินยังบ้าบอไม่เลิก  เธอจึงวางเฉยและพุ่งสมาธิไปที่การเดินทาง  จุดหมายก็คือแกรนด์ยารด์  เมืองท่าขนาดใหญ่ของเกาะแห่งการเริ่มต้น



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2

     

    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน