แผนการร้ายของท่านแม่ทัพกับแมวขี้งอน
ฉันอาศัยอยู่ในห้องนอนของท่านแม่ทัพมาได้ร่วมเดือนแล้ว าแที่หลังหายสนิทเพราะยาสมุนไพรโบราณชั้นเลิศ
แต่ปัญหาใหญ่คือ... ขนที่ถูกท่านหมอกล้อนออกเพื่อทายามันไม่ยอมยาวสักที! ตอนนี้ฉันเลยกลายเป็แมวขนด่างสภาพดูไม่จืดเลยสักนิด
่แรกๆ ‘ถังเป่า’ มาเยี่ยมฉันทุกวัน แต่มาทีไรฉันก็หลับปุ๋ยทุกที เป็เพราะฤทธิ์ยาที่กินเข้าไปนั่นแหละ
พอผ่านไปได้ 4-5 วัน แผลยังไม่หายดีจะวิ่งเล่นก็ไม่ได้ จนพักหลังมานี้ไม่รู้ถังเป่าไปได้ลูกสุนัขมาจากไหน ถึงได้ยกฉันให้ท่านแม่ทัพดูแลแทน แล้วหายหน้าหายตาไปเลย!
เวลานี้ ฉันกำลังวุ่นอยู่กับการไล่จับ ‘ไม้ตกแมว’ ขนไก่ยาวประมาณ 50 เิเ
โดยมี ‘หยางหยาง’ หรือ ‘แม่ทัพชิงหลง’ เป็คนถือไม้ มือหนึ่งเขาก็ถือหนังสืออ่านไป อีกมือนึงก็แกว่งไม้หลอกล่อให้ฉันะโตะครุบ พอฉันจะแปะถึง เขาก็ชักหนี!
“เมี๊ยว! เมี๊ยว!” (หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!) ฉันไม่ได้อยากเล่นสักหน่อย แต่มันเป็สัญชาตญาณแมวต่างหาก! ฉันะโไปมาตามไม้ที่เหวี่ยงไปทั่ว จนเริ่มเหนื่อยหอบ
“เมี๊ยว! เมี๊ยว!” (มาให้ฉันจับซะดีๆ ฉันโมโหแล้วนะ!)
“ฮะๆๆ ไป่เซ่อ... ทำไมเ้าถึงช้าเป็เต่าเยี่ยงนี้ เ้าไม่ใช่แมวแล้วกระมัง แต่เป็ ‘ไป๋กุ้ย’ (เต่าขาว) เสียมากกว่า”
“เมี๊ยว!” (ชิ! หาว่าฉันเป็เต่าขาวเหรอ ไม่เล่นแล้วก็ได้!)
ฉันสะบัดหน้าหนี เดินเตาะแตะไปอีกทางเพื่อตัดรำคาญ แต่ชิงหลงกลับไม่ยอมเลิกรา เขาใช้ไม้ขนไก่นั่นมาจ่อหน้าฉันอีกครั้ง คราวนี้ฉันอาศัยจังหวะทีเผลอ กระโจนเข้าใส่สุดแรงเกิด!
หมับ!
หยางหยางยอมปล่อยมือ ฉันรีบงับไม้ตกแมวนั่นลากไปที่มุมห้อง ก่อนจะกัดกระชากจนขนไก่หลุดกระจายหายไปเกลี้ยง
นี่แน่ะ! จะได้ไม่ต้องมาล้อเล่นกับฉันอีก ถึงตอนนี้จะเป็แมว แต่ข้างในฉันเคยเป็คนนะ และอีกไม่นานฉันจะกลับไปเป็คนให้ดู!
[มุมมองของชิงหลง]
แม่ทัพชิงหลงมองเ้าแมวน้อยที่พยายามกัดขนไก่ที่เหลือเพียงน้อยนิดให้กระจุยออกจากไม้ด้วยสายตาขบขัน
‘จะกลับมาเป็คนงั้นหรือ... หมายความว่าอย่างไรกัน’
เขาได้ยินเสียงที่ ‘ไป่เซ่อ’ พูดทุกคำชัดเจน แต่แสร้งทำเป็ไม่ได้ยินเพื่อสังเกตท่าทีว่านางเป็ปีศาจแมวหรือไม่
ที่เขาต้องมานั่งไกวไม้ตกแมวอยู่แบบนี้ ก็เพราะท่านหมอบอกให้มันขยับตัวบ้างแผลจะได้หายไวๆ
ส่วนเ้าเด็กถังเป่า... ตอนนี้ติดใจลูกสุนัขที่เขาประทานให้เพื่อแลกกับไป่เซ่อจนลืมแมวตัวนี้ไปเสียสนิท หน้าที่ดูแลยัยแมวขี้วีนตัวนี้จึงตกเป็ของเขาโดยปริยาย
“เมี๊ยว! เมี๊ยว!” เฟยหนิง (ในร่างแมว) ยังคงคำรามขู่ไม้ตกแมวที่ขาดกระจุยอย่างไม่สบอารมณ์
“ฮะๆๆ ถ้าไม้ตกแมวนี้พังแล้ว เ้าจะเล่นอะไรล่ะ ดูท่าจะงอนข้าเสียแล้วสิ”
“เมี๊ยว!” (ฉันไม่เล่น ฉันไม่ใช่แมวสักหน่อย!)
“ได้ๆ ข้าให้คนทำของเล่นชิ้นใหม่ไว้ให้เ้าแล้ว ประเดี๋ยวคงมาถึง”
ฉัน (ไป่เซ่อ) จ้องหน้าหยางหยางอย่างงุนงง บางครั้งเขาก็ทำเหมือนคุยกับฉันรู้เื่ ราวกับฟังภาษาแมวออก... แต่มันจะเป็ไปได้ยังไง? หรือท่านแม่ทัพจะเก่งกาจถึงขั้นมีวิชาคุยกับสัตว์ได้?
มื้ออาหารยั่วน้ำลาย
“อาหารมาแล้วขอรับท่านแม่ทัพ” ทหารยามหน้าประตูแจ้ง
“จัดไว้ที่ศาลากลางน้ำได้เลย ประเดี๋ยวข้าจะออกไป แล้วอย่าลืมนมแพะด้วยล่ะ” ชิงหลงรีบตัดบท เพราะเกรงว่าหากอยู่นานกว่านี้นางจะเริ่มสงสัย
แม่ทัพหนุ่มอุ้มไป่เซ่อเดินตรงไปยังศาลากลางน้ำที่อยู่ข้างห้องนอน สองข้างทางอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้นานาพันธุ์ บึงน้ำเบื้องล่างมีปลาคาร์ฟหลากสีสันแหวกว่าย ตัวโตกว่าฉันเสียอีก!
ชิงหลงวางฉันลงบนพื้นศาลา พร้อมชามนมแพะหนึ่งใบ... แต่ใครจะไปสนใจนมแพะกันล่ะ! ในเมื่อกลิ่นหอมกรุ่นจากบนโต๊ะมันยั่วน้ำลายยิ่งกว่า
ไก่ขอทาน เป็ดย่าง ปลานึ่งสมุนไพร ซุปเห็ด ซาลาเปา เกี๊ยวหมู...
“เมี๊ยววว...” (ฉันอยากกินเป็ดย่าง อยากกินไก่... เบื่อนมแพะจะแย่แล้ว หยางหยาง ให้ฉันกินด้วยนะ) ฉันชะเง้อมองพลางกลืนน้ำลายเอื้อมมือ (อุ้งเท้า) ไปทางโต๊ะ
“ทำไม... เ้าอยากทานอาหารของข้าหรือ?” เขามองฉันด้วยสายตาสงสัย ราวกับจะจับผิดว่าแมวตัวนี้รู้จักอาหารพวกนี้ได้อย่างไร
“เมี๊ยว!” (ใช่เลยค่ะ!) ฉันรีบพยักหน้าหงึกๆ เพราะกลัวเขาไม่เข้าใจ
ชิงหลงมองใบหน้าของไป่เซ่อที่ดูทั้งน่าสงสารและน่าขบขัน น้ำลายหยดเล็กๆ เริ่มซึมที่มุมปากแมว จะกละเอ้ย! เขาหยิบน่องไก่อวบอ้วนออกมาจากจานแล้วมาจ่อตรงหน้าฉัน
“เ้าอยากทานน่องไก่ใช่หรือไม่?” เขาถามพร้อมยิ้มเ้าเล่ห์
“เมี๊ยว!” (ใช่เ้าค่ะ! อยากกินที่สุด!)
ฉันเตรียมกระโจนตะครุบน่องไก่นั่นทันที แต่ทว่า... หยางหยางกลับชักมือกลับอย่างรวดเร็ว แล้วเลื่อนชามนมแพะมาวางแปะไว้ตรงหน้าฉันแทน!
“เป็ลูกแมว... ก็ต้องทานนมแพะถึงจะถูก”
คนเ้าเล่ห์พูดยิ้มๆ อย่างผู้ชนะที่ได้แกล้งแมวสำเร็จอีกครั้ง!
......................