[10] สั่งสอน
เซ็ทนั่งรถเมล์กลับไปแถวบ้านเก่าด้วยเป้าหมายเพียงอย่างเดียว ถึงจะเป็นการเล่นตามน้ำระบบเกิดใหม่ไร้ประโยชน์ที่ยังหาข้อมูลอะไรเกี่ยวกับมันไม่ได้ แต่สิ่งที่ระบบนั่นต้องการให้ทำก็คือสิ่งที่เซ็ทตั้งใจจะทำอยู่แล้ว{แฮ็กกล้องวงจรปิดทุกจุด ได้ที่อยู่ตัวตุ่นทั้งหมดแล้ว}“ส่งข้อมูลมาในมือถือโร”{ทำการส่งข้อมูล...เรียบร้อย ติดระบบตามล่าตัวตุ่นสามสิบตัว เรียบร้อย}เซ็ทมองจุดแดงๆ บนหน้าจอโทรศัพท์แล้วก็ยกยิ้ม เมื่อกระเป๋ารถเมล์ตะโกนว่าถึงป้ายแล้วรถเมล์ก็จอดเทียบขอบฟุตบาท เซ็ทลุกขึ้นยืนก่อนจะก้าวเดินลงจากรถเมล์เลาะเข้าไปในตรอกซอกซอยที่คุ้นตา{แนะนำ คุณควรตัดกำลังพวกนั้นก่อนซักสิบคนค่อยเข้าไปสู้}“อย่างนั้นก็ไม่สนุกสิโร” เซ็ทขมวดคิ้วว่า หยิบถุงมือที่เอามาด้วยขึ้นมาสวมลงบนนิ้วทั้งห้า ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบท่อเหล็กที่ถูกทิ้งไว้ในกองขยะ “มีสนิมนิดหน่อยแต่ใช้ได้แฮะ”{ผมคำนวนถึงความปลอดภัยของคุณเป็นอันดับแรก}“โรคิดว่าฉันจะแพ้ขยะที่ทำอะไรคนเดียวไม่เป็นถึงได้ต้องรวมกลุ่มกันเห่าเหรอ?”เซ็ทกล่าวหยอก แต่พร้อมๆ กันนั้นก็แอบอารมณ์เสียหน่อยๆ ถ้าการที่โรอยู่กับเขามาทั้งชีวิตยังคิดว่าเขาอาจพลาดท่าเด็กสวะเศษขยะเดนสังคมพวกนั้น นั่นก็ดูถูกเขาเกินไปหน่อยแล้ว{ไม่ใช่ เพียงแต่สภาพร่างกายของคุณต้องมาก่อน}“ร่างกายฉันตอนนี้ไม่ได้อ่อนแอแบบตอนมาถึงใหม่ๆ นะโร ตบเด็กนิดหน่อยกล้ามเนื้อไม่ฉีกหรอก”{ผมรู้ แต่นั่นไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นที่สำคัญกว่าคือคนที่รอคุณอยู่ต่างหาก}“...”{ผมไม่คิดว่าคุณจะแพ้เด็กที่มีดีแต่ปากพวกนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้าคุณเอาแต่สนุกและเอาแต่ทดสอบกำลังของตัวเองจนสุดท้ายได้แผลกลับไป อดัมจะเป็นห่วงคุณนะ}คำพูดนิ่งๆ ของโรทำเอาเซ็ทต้องหยุดคิด ปกติแล้วเขาตัวคนเดียว ตอนยังเป็นเซ็ทคนก่อนต่อให้ไปทำภารกิจได้แผลกลับมาขนาดไหน เซ็ทก็ไม่เคยสนใจเพราะเซ็ทไม่รู้สึกเจ็บ มีแต่พันตรีซาร์ฟที่เข้ามาดุด่าเขาไม่หยุดแล้วลากเขาไปทำแผลด้วยยาทีละจุดเหมือนมนุษย์คนหนึ่ง ตอนนั้นเซ็ทไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพันตรีจะทำเรื่องไร้ความหมายแบบนั้นไปทำไม เพราะยังไงเดี๋ยวเขาก็ต้องเช็คสภาพรายเดือนแล้วนักวิจัยพวกนั้นก็ต้อง ‘ซ่อม’ เขาอยู่ดีเซ็ทคิดถึงท่าทางนั้นของพันตรีซ้อนทับกับหน้าน้องหมาขี้โวยวายของอดัมเขาเดาออกเลยว่าถ้าเขาบาดเจ็บกลับไปอดัมจะต้องแหกปากบ้านแตกแน่ ก็ขนาดตอนนั้นที่โดนหาเรื่อง ไม่ได้แผลกลับไปซักแผล อดัมยังโวยวายว่าจะไปเอาคืนอยู่เลย“...งั้นนั่นก็คือการเป็นห่วงงั้นสินะ?”{ก็ใช่น่ะสิ}เซ็ทกรอกตามองบน อยากจะซึ้งแต่ก็ซึ้งไม่ลงเพราะคำพูดของโรนี่แหละ“เอาเถอะ ไล่เก็บพวกหลงฝูงทีละคนก็ได้”{หน่วยงานไม่เข้ามาจัดการปัญหาสังคมพวกนี้อยู่แล้ว เล่นให้บาดเจ็บได้แต่อย่าถึงตายล่ะ ไม่งั้นปัญหาจะเกิดกับคุณภายหลังเอา ถึงจะจัดการได้แต่ก็ขี้เกียจใช่มั้ยล่ะ?}“รู้ดีจริงๆ นะโร”{คุณคนขี้เกียจ}“เงียบเถอะน่ะ ถ้าหนักมือไปก็อย่าลืมเตือนด้วยละกัน ไม่ได้เก็บกวาดขยะแบบไม่ลงมือฆ่ามานาน กลัวจะพลั้งมือยั้งไม่อยู่เอา”เซ็ทว่าพลางควงท่อเหล็กขึ้นสนิมความยาวประมาณหนึ่งช่วงแขนไปมา ก่อนจะหาผ้ขี้ริ้วยาวๆ มามันพันท่อเหล็กทั้งด้ามให้มิดชิด จากนั้นใบหน้าใต้ฮู้ดสีเทาก็ยกยิ้มสนุกสนาน สองขาก้าวเดินไปข้างหน้าช้าๆ{รถเมล์หมดตามตารางสามทุ่มสี่สิบห้า แต่คุณไม่ควรเชื่อใจมันดังนั้นต้องไปถึงท่ารถเมล์ก่อนสองทุ่ม}“โอเค ตอนนี้ห้าโมงครึ่ง นับเวลาถอยหลังได้เลยโร”“{Mission Start}”สองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน สัญญาณแห่งการออกล่าได้ถูกลั่นระฆังแล้วผัวะ!...ตุ้บ!แล้วท่อเหล็กพันผ้าขี้ริ้วก็ฟาดใส่หลังคอจิ๊กโก๋ที่เดินผ่านหน้าตรอกที่เซ็ตยืนอยู่ คนที่เหลืออีกสองคนที่เดินตามหลังมาเห็นเพื่อนโดนฟาดจนสลบก็ตกใจและโมโห“เฮ้ย! อะไรวะ---!!”ไม่รอให้สบถจบก็ถีบเท้าพุ่งเข้าอัดหน้าคนที่กำลังจะส่งเสียงดัง เซ็ทหมุนตัวถีบกลับหลังเข้าที่ปลายคางของอีกฝ้ายซ้ำอีกหนแล้วควงท่อเหล็กให้กระแทกเข้ากลางท้อง จนคนที่วูบหลับตั้งแต่ถูกเตะอัดปลายคางนอนตัวงออยู่ที่พื้น{ซี่โครงหักไปสอง ลองยั้งแรงอีกหน่อยดีมั้ย?}“มันหักเพราะใช้ท่อฟาด ถ้าใช้มือแรงเมื่อกี้ก็แค่จุกจนสลบเท่านั้นแหละ”“ไอ้เชี้ยเอ๊ย!!”ชายหนุ่มผอมแห้งท่าทางขี้ยาอีกคนไม่วิ่งหนีแต่วิ่งเข้ามาทำท่าจะออกหมัดชกใส่หน้าเซ็ท แต่วงสวิงหมัดกว้างไป ดูจากระยะแล้วถึงไม่หลบก็ชกไม่โดน แต่เซ็ทก็ไม่ได้ยืนรอเฉยๆ พอเข้าระยะก็ยกเท้าถีบเข้าที่กล่องดวงใจของอีกฝ่าย“อุ๊กกกก!!”“...ราตรีสวัสดิ์”แล้วเซ็ทก็ควงไม้สวยๆ ฟาดหลังคอคนที่ทรุดร่างลงเอามือกุมเป้าไปเบาๆ อีกหนึ่งคน เซ็ทเอาเท้าเขี่ยๆ ร่างที่นอนสลบสามร่างตรงหน้า เขาพบว่าบนกระเป๋าหลังของผู้ชายคนแรกที่โดนเซ็ทฟาดจนสลบพกมีดพกไว้ด้ามหนึ่ง เซ็ทไม่รอช้าที่จะดึงมันออกแล้วจัดการ...เสริมหล่อให้{ความคืบหน้า...จำนวน 3/30 คน}“เอาล่ะ งั้นก็ไปหาตัวตุ่นตัวต่อไปกัน” เซ็ทมองสภาพผลงานแล้วยิ้มอย่างสะใจ ทิ้งคนสลบสามคนที่เส้นผมถูกหั่นจนแหว่งแล้วเสื้อผ้าบางจุดถูกกรีดขาดจนเห็นของลับอันเล็กจิ๋วห้อยโตงเตงไว้บนพื้นถนนทั้งๆ แบบนั้น{ชั่วช้า}“เกมส์นี้มันไม่มีกฏกติกานี่” เซ็ทยิ้มไม่สนใจคำจิกกัด
เซ็ทเดินไปตามแมพ ทยอยจัดการจุดแดงที่แยกตัวออกมาจากกลุ่มใหญ่ทีละคนๆ การลงมือนั้นส่วนมากเป็นการลงมือทีเผลอที่รวดเร็วจนอีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว การตีตัวตุ่นในครั้งนี้ของเซ็ทจึงค่อยๆ ผ่านไปอย่างง่ายดายเซ็ทยังคงสะบัดท่อเหล็กเหวี่ยงใส่เป้าหมายทีละคน{ข้อมือหักหนึ่ง ขาหักอีกหนึ่ง อีกคนกระดูกเคลื่อน คุณควรใจเย็นลงนะเซ็ท}“รู้แล้วๆ”เซ็ทตอบๆ ไปพลางหยิบมีดขึ้นมาจัดการเสริมหล่อให้เหล่าคนที่พึ่งจูบราตรีสวัสดิ์กับพื้นดินไป ถึงจะบอกว่าเดินเก็บพวกที่แยกตัวออกมาเดี่ยวๆ ก็ยังเกาะกลุ่มเดินสองสามคนกันทั้งนั้น เหมือนพวกไม่มีความกล้าถ้าไม่อยู่กันเป็นฝูง หรือถ้าให้เปรียบก็เหมือนฝูงหนูที่พองขนแยกเขี้ยวใส่คนเขาไปทั่ว ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรดีเลยแท้ๆส่วนที่ทำให้คนทั่วไปกลัวก็คงมีแค่ไอ้พวกนี้ไม่มีสามัญสำนึก คิดไม่ได้ว่าอะไรควรไม่ควร ขืนไปตอแยกับมันจนพวกมันขาดสติ มีหวังโดนเล่นถึงตาย{ความคืบหน้า...จำนวน 14/30 คน}เซ็ทลุกขึ้นสะบัดไม้สะบัดมือ โยนท่อนเหล็กควงไปมาแล้วก้มหน้ามองจอโทรศัพท์ในมือ{ใกล้ๆ นี้มีสี่คนอยู่ในเซเว่น แนะนำให้ไปจัดการคนอื่นก่อน}“แต่ที่เหลือมันอยู่รวมกันสิบสองคนนะ ไม่ห้ามแล้วเหรอ?”{ก็น้อยกว่าที่คุณตั้งใจจะไปเล่นตอนแรกเยอะ กับขยะสิบสองชิ้น ถ้าคุณแพ้ผมนี่แหละจะเผาสมองคุณ}“โหดร้ายจริงๆ”เซ็ทยักไหล่กลั้วหัวเราะอย่างไม่แยแส หลังจากจัดการคนไปได้ทั้งหมดสิบสี่คน เขามีมีดสั้นอยู่กับตัวถึงสิบเล่ม ในขณะเดียวกันก็ได้ปืนพกผิดกฏหมายมาอีกกระบอก เห็นแบบนี้แล้วก็ไม่แปลกใจหรอกที่ไม่มีใครอยากจะหาเรื่องใส่ตัว“งั้นก็...จะไปเล่นล่ะนะ”สองเท้าก้าวไปยังจุดสีแดงจำนวนมากตามแมพ ที่ตรงนั้นคือตรอกขนาดไม่ใหญ่ มีลังไม้วางกันเป็นชั้นๆ คนสิบสองคนนั่งล้อมวงกันบนชั้นไม้ รอบข้างมีขวดเหล้าเบียร์และซากบุหรี่ ทำเอาเซ็ทอดนึกไปถึงฉากในไลท์โนเวลที่อ่านไม่ได้ เขาคิดว่าในหมู่คนพวกนี้ต้องมีคนบ้าการ์ตูนไม่ก็นิยายญี่ปุ่นอยู่บ้างแหละ{งั้นคนที่นั่งอยู่บนสุดก็น่าจะเป็นหัวหน้าสินะเซ็ท}“ก็คงจะอย่างนั้น”เซ็ทเดินไปหยุดอยู่ด้านหน้า ฮู้ดสีเทาปิดบังใบหน้าไปซะครึ่ง ในมือยังคงถือท่อนเหล็กพันผ้าที่มีรอยบุบไปพอสมควร รอยยิ้มใต้เสื้อฮู้ดปรากฏขึ้น แสงอาทิตย์ที่เริ่มลาลับขอบฟ้าทำให้บรรยากาศแปลกไป“มึงเป็นใครวะ?”ลูกสมุนเดินเข้ามาหาเซ็ทอย่างกร่างๆ แต่ท่าเดินกร่างนั่นเซ็ทบอกได้เลยว่ามันมีแต่จุดอ่อน จุดอ่อนที่ทำให้ลงมือครั้งเดียวก็เพียงพอจะทำให้ถึงตาย“นั่นสิ...เป็นใครนะ?”“มึง...กวนส้นกันเหรอ!”ผู้ชายที่อายุไม่น่าเกินม.ปลายง้างมือขึ้นเตรียมต่อย วงสวิงกว้างไม่มีพื้นฐานไม่มีหลอกล่อ การโจมตีตรงๆ ทื่อๆ ไม่มีความรุนแรงของพลังหมัดจริงๆ ประเมินค่าดีแค่ไหนก็ให้แค่เป็นลมพัดผ่านหน้า เห็นแล้วก็หน่ายใจ ถึงจะไม่ชวนให้รู้สึกตื่นเต้น แต่เซ็ทก็จัดการให้อย่างเท่าเทียมผัวะ!“อ๊ากกกกกกกกก!!”ท่อนเหล็กกระแทกเข้ากับข้อมือข้างที่กำหมัดต่อยเข้ามา เพียงทีเดียวข้อมือหนาก็เบี้ยวผิดรูป คนที่กร่างเมื่อครู่ถึงกับทรุดตัวลงร้องไห้ดังลั่น “น่ารำคาญจังนะ”แล้วท่อนเหล็กก็สำแดงฤทธิ์อีกครั้งที่หลังคอ คนที่ร้องแหกปากเงียบเสียงนอนสงบอยู่กับพื้นไปโดยพลัน คนอีกสิบเอ็ดคนที่เหลือเริ่มตื่นตัว หยิบจับอาวุธคนละไม้คนละมือ ตั้งท่าเตรียมมีเรื่องเต็มที่“มึงต้องการอะไร จะหาเรื่องกันรึไง!?”“ใครว่ามาหาเรื่อง” เซ็ทตอบช้า แล้วเสียงทุ้มนุ่มก็กลายเป็นเสียงที่แสนเย็นชา “มา ‘ล่า’ ต่างหาก”จิตสังหารเบาบางทำให้จิ๊กโก๋บางคนแข้งขาอ่อน เซ็ทประเมินว่าถ้าไม่ใช่พวกขี้ขลาดก็ความรู้สึกไว ในขณะที่บางส่วนไม่ความรู้สึกช้าก็โง่ดักดาน“เหอะ! มึงนั่นแหละที่ต้องถูกล่า!!”“พวกมึงลุกแล้วไปรุมมันสิวะ!!”เซ็ทมองผู้ชายหกคนดาหน้าวิ่งเข้ามาตรงๆ แล้วก็ลอบเบะปาก“ประสานงาน...ศูนย์ ร่วมมือ...ศูนย์ ฝีมือ...ศูนย์ ห่วยแท้” เซ็ทบ่น หลบการโจมตีจากคมมีดและท่อนไม้ที่พวกนั้นเหวี่ยงกันได้แบบมั่วสุดกู่อย่างใจเย็น เท้าสองข้างแทบไม่ขยับออกจากที่เดิม ยกเว้นพวกที่คิดเข้าข้างหลังเขาก็จะได้บาทาเบาๆ อัดติดกำแพงตรอกแคบๆ ไปคนละหน โดยไม่ลืมฟาดท่อเหล็กกลับไปคนละตุ้บสองตุ้บ{โง่...ร้อย เก่งแต่ปาก...ร้อย}เซ็ทหาวไปหลบไป ยั้งแรงฟาดให้คนเหล่านั้นไม่ถึงกับแขนขาหัก แค่ช้ำเลือดยาวๆ มองเห็นฝีมือของแต่ละคนจนพอใจแล้วก็ออกแรงฟาดหนักจนสลบ“สงสัยจะประเมินไว้สูงเกินไปนะโร”{โลกในตอนนี้ไม่มีการบังคับเด็กๆ ฝึกศิลปะการต่อสู้แบบชีวิตเก่า ก็ไม่แปลกหรอกที่จะกาก ผมแค่ยึดหลักปลอดภัยไว้ก่อนเพื่อตัวคุณเองนั่นแหละ}คนหกคนร่วงระนาวเป็นใบไม้ร่วง เหลือแค่ห้าคนตรงหน้ากับอีกสี่คนที่ร้านสะดวกซื้อ เซ็ทมองพระอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้าไปแล้วก็พูดด้วยเสียงเย็นชามากขึ้น“น่าเบื่อแหะ รีบๆ จัดการให้จบแล้วกลับดีกว่า”“ไอ้เหี้ยเอ๊ยยยย----!!”วัยรุ่นใจกล้าถือมีดพุ่งเข้ามา เซ็ทผิวปากแล้วก็หัวเราะ มือหนาปล่อยท่อนเหล็กคว้าหมับเข้าที่ข้อมือข้างที่จับมีดของอีกฝ่าย ใช้มืออีกข้างจับล็อคแขนอีกคนไปด้านหลัง จากนั้นก็สั่งสอนบทเรียนแต่พองาม“รู้มั้ย ถือมีดตรงๆ วิ่งมาทื่อๆ ยังไงก็ไม่โดน หรือต่อให้โดนก็ไม่สาหัสเพราะตอนแทงมันจะติดกระดูกซี่โครงทำให้ต้องแทงซ้ำ ที่ถูกน่ะควรจับมีดแนวขวาง อย่างนี้” เซ็ทจับข้อมือเจ้าตัวให้เอียงองศามีดตาม หันด้ามมีดกลับไปชิดจรดแผ่นอกของตนเองเบาๆ ให้พอสะกิดผิวจนมีเลือดซึม “แทงเข้าไปตรงนี้ให้ทะลุถึงหัวใจให้ตายในครั้งเดียว”“อะ...อะ...”ร่างของเด็กหนุ่มสั่นสะท้าน ใบหน้าซีดเผือด ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ ขาสองข้างสั่นระริกเหมือนตนกำลังอยู่ปากเหวที่จะหล่นลงไปเมื่อไหร่ก็ได้“อีกอย่างนะ...คนที่จะยิงได้คือคนที่เตรียมใจไว้แล้วว่าจะถูกยิงกลับเท่านั้น”เซ็ทพูดเสียงเรียบ สะบัดร่างวัยรุ่นที่จับไว้อยู่ให้ลงไปนอนกองกับพื้น ชักปืนที่จิ๊กมาขึ้นนกแล้วเหนี่ยวไกโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปเล็งปัง!“ในเมื่อคิดจะยิงฉัน ก็แปลว่าแกเตรียมใจจะโดนยิงแล้วเหมือนกันสินะ จ่าฝูงลิง”เซ็ทยกยิ้ม เงยหน้ามองลอดผ่านฮู้ด เขาเห็นว่าคนที่ถือปืนยังคงค้างนิ่งอยู่ท่าเดิมก็หัวเราะเสียงแผ่ว แค่ลูกกระสุนเฉี่ยวแก้มจนเนื้อไหม้ก่อนจะไปเจาะทะลุกำแพงด้านหลังก็ช็อกค้างไปซะแล้ว ทีตอนตั้งท่าจะลอบยิงกลับไม่กลัวโดนโต้กลับ คนโง่ยังไงก็เป็นได้แค่คนโง่ล่ะนะเซ็ทหัวเราะเย้ยดังขึ้นแผ่วเบา ก่อนที่ประโยคภาษาอังกฤษสุดเป๊ะจะถูกนำมาใช้ทับถม“หรือแค่ลอบกัดไม่สำเร็จก็กลัวซะแล้ว... You still have lots more to work on (แค่นี้ยังอ่อนหัดอยู่นะ)”{...คุณอ่านการ์ตูนกับนิยายเยอะไปแล้วเซ็ท}ถ้าโรมีตัวตน คงได้เห็นโรเอาหน้ามุดดินเซ็ทยังคงไม่สนใจคำพูดของโร เขาเดินดุ่มๆ ไปยังคนสี่คนที่เหลืออยู่ตรงหน้า ควรรีบจัดการตรงนี้ให้จบๆ จะได้ไปจัดการตรงนู้นให้หมดแล้วก็กลับ“มาสิ ถ้าจะเล่นด้วยปืนฉันก็จะเล่นด้วยก็ได้”เซ็ทยกปืนขึ้นชี้หน้าอีกฝ่าย แม้จะรู้สึกไม่สบอารมณ์ที่โดยขยะมองลงมาเพราะเขาอยู่ที่ต่ำกว่า แต่นั่นก็ไม่ได้ความว่าสถานะผู้ล่ากับผู้ถูกล่าจะแปรเปลี่ยน“กะ-กะ-กะแก...”ปัง! ปัง!นิ้วของนักเลงโตยังไม่ทันได้ง้างไกจนสุดปลาย เซ็ทก็ยิงเฉี่ยวแขนข้างที่มันถือปืนไว้กับอีกนัดเฉี่ยวขาข้างหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ความแสบร้อนและอารามตกใจทำเอาร่างที่ยืนค้างอยู่ร่วงหล่นลงมาบนพื้นดิน เซ็ทเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ แล้วยกยิ้มบางๆ“นัดต่อไปที่หัวดีมั้ย?”“...กะ...แกไม่กล้าหรอก”ปัง!กระสุนอีกนัดเฉี่ยวที่ใบหูเจาะเข้ากับพื้นปูนจนถนนมีรอยแยกเล็กๆ ใบหน้าใต้ฮู้สีเทายังคงเหมือนเดิม แม้จะยิงปืนขู่อย่างโหดร้าย แต่รอยยิ้มก็ยังคงแสดงออกมาตามปกติ“ใครว่าไม่กล้า ขยะสังคมตายไปสักตัวจะจัดการน่ะมันไม่ยากหรอก ฉันแค่ขี้เกียจเฉยๆ” เซ็ทว่าพลางกวาดตามองรอบข้าง แค่เสี้ยวๆ ของนัยน์ตาที่เหลือบเห็นก็ทำเอาคนรอบข้างไม่กล้าขยับ “พวกนายควรดีใจที่ฉันขี้เกียจ ไม่งั้นแม้แต่ศพก็คงไม่เหลือ”เซ็ทเก็บท่อนเหล็กที่โยนทิ้งไปตอนแรกมาถือตามเดิม แล้วเดินไปนั่งบนลังไม้ใกล้ๆ ประหนึ่งข้าใหญ่เต็มที่“เรียกเพื่อนอีกสี่คนมาหน่อยสิ หรือจะหามาเพิ่มมากกว่านั้นก็ได้นะ”“...”“เอ้าเร็ว นี่ให้โอกาสหาพวกเลยนะ” เซ็ทเร่งพลางหัวเราะ แต่รอบตัวก็ยังคงเงียบ “จะโทรดีๆ หรือขาหักหมดก่อนค่อยโทรหืม?”คนที่โดนเซ็ทขู่ฆ่าด้วยมีดเป็นคนแรกที่ตั้งสติหยิบโทรศัพท์มากดโทรหาเพื่อน ไม่รู้ว่าเพราะกลัวเลยไม่กล้าขัด หรือตั้งใจหาคนมาช่วยกันรุมเล่นงานเซ็ทกันแน่ ซึ่งเซ็ทเดาว่าอย่างแรก ความกร่างบนใบหน้ามันหายไปนานแล้ว เหลือก็แต่ความกลัวเท่านั้นแหละ“เฮ้ย!! เกิดไรขึ้นวะ!?”“เชี่ยมึง!! อย่าตายนะเว้ย!!”“กล้าทำเพื่อนพวกกูเหรอไอ้เหี้ย!!”คนสี่คนที่ไม่รู้สถานการณ์รีบรุดมา พอเห็นเพื่อนตัวเองนอนกองอยู่ก็เลือดขึ้นหน้า ไม่รู้จักประเมินสถานการณ์ก็ปรี่เข้ามาเงื้อมีดใส่กันหมด เซ็ทหัวเราะในลำคอเบาๆเคร้ง! ปัง!ด้ามปืนกันคมมีดที่ทำท่าจะปักใส่ศรีษะ ในขณะที่ลั่นไกปล่อยให้กระสุนผ่านหน้าของอีกสองคนที่วิ่งตามเข้ามาจนทั้งสองชะงัก เซ็ทง้างหมัดอีกข้างต่อยเข้าที่ปลายคางของคนที่พยายามจะกดมีดใส่เขาอย่างเอาเป็นเอาตายจนเจ้าตัวหงายหลัง แม้จะไม่สลบแต่สมองก็เบลอจนลุกไม่ได้{เซ็ท จะแกล้งเด็กไปถึงไหน นี่จะทุ่มแล้วนะ}“โอเค”เซ็ทลุกยืนเดินกร่างไปกลางวงล้อม ในมือยังถือปืนที่มีกระสุนเหลือเพียงหนึ่งนัดกับท่อเหล็กธรรมดาที่ใกล้จะพังแหล่มิพังแหล่“เฮ้ยพวกเอ็งรุมมัน!!”ปัง!เซ็ทใช้กระสุนนัดสุดท้ายยิงปืนในมือฝ่ายตรงข้ามให้กระเด็น พุ่งเข้าฟาดท่อนเหล็กที่หน้าท้องให้ตัวงอก่อนจะฟาดเข้าหลังคอจนสลบอย่างต่อเนื่องและง่ายดายสุดๆ อีกเจ็ดคนพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าบิ่น แต่สถานการณ์ไม่ได้ต่างจากตอนที่เซ็ทถูกรุมหกคนเท่าไหร่เลยเซ็ทปาปืนไร้ลูกกระแทกหน้าคนหนึ่ง ก็เหวี่ยงท่อเหล็กจะแทกปาก คาง แขน ข้อต่อ ขา คนนั้นทีคนนี้ทีและจบด้วยหลังคอ จนพวกเด็กอ่อนหัดก็ล้มระเนระนาด บางคนยังคงสติได้แต่ก็ร้องโอดโอยเซ็ทเดินเข้าไปยังคนสุดท้าย คนที่จะดูฉลาดที่สุดแล้วก็ขี้ขลาดไปจนถึงหวาดกลัวเซ็ทที่สุด ถึงได้ไม่กล้าแม้แต่จะลุกขึ้นอีกครั้งหลังจากโดยเหวี่ยงลงพื้นไปเบาๆ นอกจากแผลสะกิดๆ ของปลายมีดแล้วนอกนั้นก็นับได้ว่าปกติดีทุกอย่าง“ทำไมไม่หยิบปืนขึ้นมายิงทีเผลอล่ะ?”เซ็ทก้มมองคนที่หน้าซีดตัวสั่นอยู่กับพื้น อ้าปากถามยิ้มๆ“...ทะ...ทำไม่ได้...ผมไม่กล้า” เขาพูดเสียงสั่นพยายามจะคลานถอยหลังหนีแต่ก็ถูกเดินตามมาช้าๆ “อีกอย่าง...ถ้าผมหยิบปืนมาจะยิงคุณจริง...ผมก็คงโดนหนักพอๆ กับทุกคน”“ยังมีคนฉลาดอยู่แหะ ก็ถูก แต่โดนไม่หนักเท่า...ก็ใช่ว่าจะไม่โดนนี่นะ”คนที่ตอนแรกเริ่มยิ้มออกก็เปลี่ยนเป็นยิ้มเครียด ขอร้องด้วยเสียงสั่นๆ ว่า“ขอแบบไม่เจ็บมากนะครับ”“อืม ได้”ว่าแล้วเซ็ทก็เหวี่ยงท่อนเหล็กฟาดเข้าที่ต้นคอ ก่อนที่สติจะดับวูบคนโดนฟาดเหมือนจะได้ยินคำขู่บางอย่าง ซึ่งแน่ล่ะว่าเขาคงไม่กล้าอีกแล้วเซ็ทโยนท่อนเหล็กทิ้ง หยิบมีดขึ้นมาถือแล้วบรรจงเสริมหล่อให้คนนอนสลบทีละคนผมถูกหั่นจนแหว่ง เสื้อผ้าถูกกรีดจนขาด คือสิ่งที่เซ็ทบรรจงสร้างให้ทุกคนอย่างเท่าเทียม หนอนน้อยได้ออกมาสูดอากาศภายนอกกันหมดยกเว้นคนสุดท้ายที่เซ็ทยอมปล่อยให้หนอนน้อยไม่ต้องออกมาท้าลมกลางคืน ด้วยเป็นรางวัลที่รู้จักฉลาดมากกว่าคนอื่นเขาหน่อยเซ็ททิ้งมีดและปืนทุกชิ้นที่จิ๊กมาไว้บนพื้น {จำนวน 30/30 สำเร็จภารกิจพิเศษ สั่งสอนมัน รางวัลทักษะต่อยตีขั้นต้น}เซ็ทชะงักไปนิดๆ รู้สึกถึงความเจ็บที่แล่นจี๊ดอยู่ในศรีษะเพียงชั่วครู่ก็หายไป เสมือนมีความรู้เข้าสู่สมองและสามารถนำมาปฏิบัติได้จริงทันที แต่สำหรับเซ็ทนั้นไร้ประโยชน์อีกแล้ว“แค่เนี้ย?”{สำหรับคุณที่มีความสามารถด้านการต่อสู้สูงที่สุดแล้ว มันก็คงไม่ได้อะไรจนอกจากได้รื้อฟื้นเสต็ปต่อสู้ขั้นพื้นฐานใหม่}“ให้ขั้นแอดวานซ์ไปเรียนเบสิก ระบบไร้ประโยชน์จริงๆ นั่นแหละ”เซ็ทบริพาษแล้วเดินออกจากซอยไปรอรถเมล์ริมถนนตอนประมาณทุ่มเศษๆ โชคดีที่รถไม่ติดเซ็ทก็เลยนั่งกลับไปถึงบ้านช่วงทุ่มครึ่ง เขาถอดฮู้ดถอดถุงมือแล้วแสกนนิ้วขึ้นบ้าน ไม่ทันจะก้าวเท้าเข้าไปข้างในเสียงเรียกอย่างเป็นห่วงก็ดังขึ้นมา“เซ็ท กลับดึกจังเลย ไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ย?”มองอดัมที่วิ่งมาจับเขาพลิกซ้ายพลิกขวาเซ็ทก็เผลอหลุดหัวเราะ ท่าทางของอดัมเหมือนตอนที่พันตรีซาร์ฟเห็นเขาได้แผลกลับมาจากการทำภารกิจไม่ผิดเพี้ยน“ปกติดีทุกอย่าง แค่เดินเพลินไปหน่อย ไม่ต้องห่วง”“งั้นก็แล้วไป ยังไม่ได้กินอะไรใช่มั้ย พ่อทำกระเพราไข่ดาวไว้ให้”“โอ้ เจ๋ง กำลังหิวพอดี”ว่าแล้วเซ็ทก็เดินไปหยิบข้าวพัดกระเพราที่อดัมทำทิ้งไว้มานั่งกินที่พื้นโต๊ะหน้าทีวีอย่างสบายอารมณ์ จริงๆ ก็อยากไปกินบนโซฟา แต่ตัวเขาคงมีฝุ่นติดมาไม่น้อยแหละ“ถ้าจะทำอะไรต่ออย่านอนดึกมากล่ะเซ็ท กินเสร็จแล้วก็อย่าลืมล้างจานด้วย”“ได้เลย”เซ็ทหันไปทำนิ้วโอเคทั้งๆ ที่ในปากยังคาบช้อนกินข้าวอยู่ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบรีโมตมาเปิดทีวีดูไปกินไป พออดัมเดินหายไปแล้วเซ็ทก็ติดต่อกับโร{สนุกรึเปล่า?}“ก็สนุกเหมือนได้แกล้งเด็ก แต่ก็เบื่อเพราะไม่ตื่นเต้น ผลลัพธ์มันรู้ๆ กันอยู่นี่” เซ็ทมักจะสรุปสิ่งต่างๆ ที่ได้ลองทำกับโร เพื่อที่จะประมวลผลในทุกๆ วันว่าเซ็ทควรจะทำอะไรกันแน่{แล้วท่าทางจูนิเบียวที่คุณทำนั่นคืออยากทำหรือแค่ลอง ที่แน่ๆ ล่ะคือผมอายแทน}“จะว่าลองก็ลอง อยากก็อยาก เห็นหลายคนก็ทำกันเป็นเทรนด์นี่ แต่ทำแล้วก็เฉยๆ ไม่มีอะไรมันก็เหมือนประโยคคำพูดประโยคหนึ่ง ถามว่าอายมั้ยก็ไม่รู้สึกนะ แต่ถ้าทำแล้วนายอายวันหลังจะทำใหม่”เซ็ทว่าหยอกๆ โรสรุปได้ว่าถึงจะต้องไปทำท่าแปลงร่างแบบการ์ตูนไอ้มดแดงข้างถนน เซ็ทก็ไม่รู้สึกอะไร จากทุกๆ วันที่ผ่านมาเซ็ทได้เรียนรู้อารมณ์ของมนุษย์ไปมากมาย แต่ต่อมความอายคงด้านชา ต่อให้ทดลองทำอะไรน่าอายแปลกๆ เซ็ทก็ไม่ได้เรียนรู้คำว่าอายซักที {หน้าด้านเกินไปแล้ว}“ขอบคุณที่ชม”{ก็เคยบอกว่าไม่ใช่คำชมไงเล่า}
'เกิดมาทั้งทีก็ต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม ตราบใดที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ก็ทำไปเถอะ'