ต้นหลิวปลิวลิ่วสู่วังหลวง
บทที่ 1
อาหลิวกินข้าวเสร็จแล้วก็เก็บจานชามไปหลังโรงอาหาร ที่นั่นเยี่ยเอ๋อร์กำลังล้างจานกองโตอยู่
“เยี่ยเอ๋อร์ ข้าช่วย”
“ไม่ต้องหรอกพี่หลิว เดี๋ยวเสื้อผ้าของท่านจะเปียกเอาตรงนี้ข้าทำเองได้ มา...เอาที่มือของท่านมาด้วย ข้าจะได้ล้างทีเดียว”
เยี่ยเอ๋อร์ยื่นมือมารับถ้วยชามจากมือของอาหลิวไปอย่างอารมณ์ดีแล้วนางก็ลงมือล้างจานต่อไปอย่างขะมักเขม้น อยู่ตรงนี้มีแต่จะเกะกะนางเปล่าๆ อาหลิวเลยเดินกลับมาทางเดิม
ออกจากโรงอาหารเข้าสู่ลานหลังบ้านที่เป็ครัวเห็นป้าฮุ่ยกำลังนั่งห่อเกี๊ยวอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม ก็ไม่รู้จะไปไหนแถมไม่รู้ว่ายามซื่อของลุงหวังนี่คือเมื่อไหร่ ไม่นึกอยากจะพลาดการอบรมก่อนเข้าวังอุตส่าห์จะได้ไปเป็สนมทั้งที เื่พวกนี้ก็ต้องรู้ไว้บ้างถ้าอย่างนั้นก็หาที่นั่งรออยู่แถวๆนี้ละกัน
อาหลิวเดินมานั่งที่แคร่ไม้ไผ่ตัวเมื่อวานป้าฮุ่ยหันมามองแว่บหนึ่งแต่ก็ไม่พูดอะไรตั้งใจพับเกี๊ยวที่ท่าทางน่ากินของนางต่อไปนั่งไปนั่งมาอาหลิวก็คิดว่าบรรยากาศชักจะเงียบเกินไปแล้ว มันน่าอึดอัดไม่ใช่เหรอเห็นทีคงต้องชวนป้าฮุ่ยคุยบ้างดีกว่า
“เอ่อ...ป้าฮุ่ยท่านทำอะไรอยู่เหรอ”
“เ้าก็เห็นอยู่ยังจะมาถามให้มากความ”
เออ...นั่นสิเนอะ
“เอ่อ...แล้วแล้วลุงหวังไปไหนแล้วล่ะ คนอื่นๆด้วย ที่นี่เงียบจังเนอะ ฮ่าๆ”
“เวลานี้ลุงหวังของเ้าก็ต้องไปที่ตึกใหญ่สิส่วนคนอื่นๆ ไม่ไปฝึกยุทธ์ก็ต้องอยู่โรงกระดาษ เ้านี่ยังไง ถามอะไรไม่เข้าท่า”
ป้าฮุ่ยห่อเกี๊ยวไปตอบไปคำถามไป แต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาสงสัยมาที่อาหลิวนางคิดว่าอาหลิวช่างถามอะไรที่ไม่เข้าท่าเอาซะเลย
“ป้าฮุ่ยอย่าดุพี่หลิวเลย เพราะเื่เมื่อวาน ทำให้ความจำของนางหายไปบางส่วนน่ะแต่ก็ไม่ถึงขั้นสติเลอะเลือนหรอก ยังสบายดีอยู่”
เป็เยี่ยเอ๋อร์นั่นเองที่เข้ามาช่วยพูดนางมาพร้อมถาดสำรับกับข้าว มาถึงแล้วก็จัดวางเรียงบนโต๊ะก่อนจะเรียกป้าฮุ่ยมากินข้าวด้วยกัน เยี่ยเอ๋อร์ลงมือกินแล้วแต่ป้าฮุ่ยยังคงถือตะเกียบแล้วก็มองมาที่อาหลิวด้วยสายตาที่ค่อนข้างกังวล
“นี่เป็ผลกระทบจากที่เ้าสำลักซาลาเปาเมื่อวานหรือลุงหวังของเ้ารู้เื่นี้แล้วหรือไม่แล้วยังมีอาการอย่างอื่นนอกจากความจำหายอีกหรือไม่”
“อย่าห่วงเลยป้าฮุ่ยข้าแค่มึนๆงงๆนิดหน่อย คงเพราะเมื่อวานอาจล้มกระแทกอะไรล่ะมั้ง อีกไม่นานก็หาย”
อาหลิวกล้อมแกล้มตอบออกไปก็จะให้ทำอย่างไรในเมื่ออาหลิวคนก่อนของป้าฮุ่ยน่ะหายไปเกิดใหม่แล้วที่อยู่ตรงหน้านี้คืออาหลิวคนใหม่ที่ว่างเปล่ามาก อย่าว่าแต่ความจำบางส่วนเลยตอนนี้สักเสี้ยวหนึ่งก็ไม่เหลือ แต่เื่แบบนี้พูดออกไปใครจะเชื่อเล่ากลัวจะถูกหาว่าบ้าไปอีก
ป้าฮุ่ยพยักหน้าแล้วจึงหยิบตะเกียบขึ้นมากินข้าวในที่สุด ระหว่างนี้อาหลิวมองสำรวจไปรอบๆอีกครั้งสายตาก็ไปสะดุดที่สิ่งหนึ่งเข้า จึงลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปดูใกล้ๆ
สิ่งนี้ถูกจัดวางไว้มุมหนึ่งของลานครัวมีถังกระเบื้องสามใบถูกตั้งลักหลั่นเป็ลำดับคล้ายน้ำตก น้ำที่อยู่ในใบสูงสุดค่อยๆหยดไหลลงไปยังถังที่ต่ำกว่าจนสุดท้ายลงไปสู่สิ่งหนึ่งที่เป็เหมือนแจกันกระเบื้องเคลือบสวยงามตั้งมั่นคงอยู่บนพื้นล่างสุดหากมองเข้าไปภายในแจกันจะเห็นว่ามีขีดสีดำยาวประมาณหนึ่งนิ้วไล่ั้แ่ล่างสุดจนมาถึงบนสุดเป็แถวเรียงยาวมีตัวอักษรกำกับไว้เป็ระยะ มองแล้วคล้ายกับที่วัดส่วนสูง
อาหลิวมองเข้าไปก็เห็นระดับน้ำผ่านขีดต่างๆสูงขึ้นมาจนใกล้จะถึงตัวอักษรที่เขียนว่า‘ซื่อ’ ขาดอีกเพียงขีดสองขีดเท่านั้น
‘หรือว่านี่คือ...นาฬิกาอย่างนั้นเหรอ’
ใช่แล้วสิ่งที่อาหลิวเห็นคือนาฬิกาบอกเวลาที่เรียกว่านาฬิกาน้ำเป็เทคโนโลยีการวัดเวลาในสมัยนั้นที่ค่อนข้างแม่นยำทีเดียว
ยังไม่ทันที่จะได้สำรวจอย่างถี่ถ้วนก็มีเด็กสาวคนหนึ่งกิริยาเรียบร้อยมาตามอาหลิวให้ไปที่ตึกใหญ่ อาหลิวเดินตามเด็กสาวคนนั้นออกไปไกลสักหน่อยก็พบว่าส่วนเรือนแถวและลานครัวเมื่อกี้คือเชิงเขา
เดินลงเขาลัดเลาะผ่านลานฝึกยุทธ์ไปเรื่อยๆ ผ่านโรงงานอะไรสักอย่าง ผ่านป่าโปร่งๆ ไกลพอสมควรจนไปทะลุสวนสวยงามแห่งหนึ่งที่มีสระบัวและต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์จากตรงนี้จะเห็นบ้านใหญ่โตตั้งอยู่ รายล้อมไปด้วยเรือนขนาดย่อมๆ อีกหลายหลัง
ที่นี่เหมือนคนละโลกจากเมื่อกี้นี้เลยให้ความรู้สึกหรูหรากว่ามาก เด็กสาวคนนั้นพาเข้าไปยังทางเดินที่ทอดยาวขนานไปกับสวนจนไปหยุดที่หน้าประตูห้องหนึ่ง มองเข้าไปในนั้นก็ยังมีห้องอีกสองสามชั้นเห็นแว่บๆว่ามีคนอยู่หลายคน รวมทั้งลุงหวังด้วยเด็กสาวไม่ได้นำอาหลิวเข้าไปในห้องนั้น แต่กลับพาเดินมายังห้องเล็กที่อยู่ข้างกันแทน
“ฮูหยิน ข้าพามาอาหลิวมาแล้วเ้าค่ะ”
เด็กสาวคนนั้นเอ่ยกับผู้หญิงที่น่าจะอยู่ในวัยเดียวกับป้าฮุ่ยพร้อมกับโค้งคำนับ อาหลิวเลยโค้งคำนับด้วย เธอผู้นี้รูปร่างไม่อ้วนไม่ผอมหน้าตาผิวพรรณเปล่งปลั่งแต่งตัวหรูหรา บนศีรษะมีเครื่องประดับสวยงาม
“เ้าออกไปก่อนแล้วปิดประตูด้วย”
ฮูหยินเฉิงสั่งเด็กสาวคนนั้นประตูปิดสนิทแล้วฮูหยินก็ลุกขึ้นยืนใช้มือทั้งสองมากุมที่มือของอาหลิวแล้วดึงให้นั่งลงข้างนางอย่างใจดี
“อาหลิวครั้งนี้ต้องลำบากเ้าแล้ว เื่คนจากวังหลวงที่มานี่ค่อนข้างกะทันหันจะให้พ่อบ้านหวังเป็คนอธิบายต่อเ้าก็เกรงว่าจะไม่เข้าใจและด้วยความที่มีเวลาไม่มาก ข้าจึงต้องอธิบายการมาของกูกู่ให้เ้าได้รู้ก่อนที่จะไปฟังนางอบรม”
“กูกู่?”
“กูกู่คือนางในาุโที่ถูกส่งมาอบรมสนมก่อนที่จะเข้าวังไปถวายตัววันนี้มากันสองคน คนหนึ่งเป็ผู้าุโ อีกคนหนึ่งเป็ผู้ช่วย”
อือหือ...รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเลยแล้วยิ่งพอได้ยินคำว่า ‘ถวายตัว’ ก็ทำให้อาหลิวอดหน้าแดงขึ้นมาไม่ได้ยังไงซะเธอก็ยังโสดและซิงนี่นะ
“เดิมทีการอบรมจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5-7วันแต่เฉพาะครั้งนี้เท่านั้นที่จำเป็ต้องเร่งรัดเหลือแค่เพียงวันเดียวกูกู่ที่ส่งมานั้นเข้มงวดมาก เป็คนของไทเฮาเชียวนะได้ยินว่าครั้งนี้พระนางรับสั่งให้ต้องส่งผลการอบรมให้ทราบด้วยยิ่งเพิ่มความกดดันแก่พวกกูกู่เข้าไปอีก”
สิ่งที่ฮูหยินพูดมาประกอบกับสีหน้าที่ดูกังวลนอกจากความตื่นเต้นแล้วตอนนี้อาหลิวเริ่มจะเครียดขึ้นมานิดหน่อย
“เ้าต้องจดจำคำสอนและตั้งใจอบรมให้ดีอาจมีบางเื่ที่เ้าไม่เข้าใจ ขอให้เก็บคำถามและข้อสงสัยนั้นไว้จบการอบรมแล้วให้มาแจ้งและสอบถามกับข้าอย่าได้ถามอะไรกูกู่ออกไปถ้าไม่จำเป็เพราะจะทำให้ผิดสังเกตได้ เ้าเข้าใจหรือไม่”
พูดจบฮูหยินเฉิงก็มีสีหน้าสลดลงอาหลิวรู้สึกว่านางออกจะวิตกกังวลมากเกินไป แค่การอบรมก่อนเข้าวัง ก็คงจะคล้ายๆกับการที่พนักงานต้องปฐมนิเทศก่อนเข้าทำงานต้องรู้ว่ามีกฎอะไร ใครเป็บอส มีลำดับขั้นแบบไหน ต้องทำอะไรบ้าง ห้ามทำอะไรบ้างแม้จะเป็หลักสูตรเร่งรัดแต่ก็แค่ตั้งใจอบรมให้เสร็จ ไม่น่าจะมีอะไรมากนี่หน่า
“ข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุดฮูหยินโปรดวางใจ”
เพราะความที่อาหลิวรู้สึกเห็นใจก็เลยกล่าวออกไปเช่นนั้นฮูหยินเฉิงเงยหน้าขึ้นมาเอามือทั้งสองมากุมมืออาหลิวด้วยสีหน้าซาบซึ้งใจอย่างที่สุด
“ต้องขออภัยที่รบกวนได้เวลาแล้ว”
เป็ลุงหวังนั่นเองที่เดินมาบอกฮูหยินเฉิงพยักหน้าให้อาหลิว อาหลิวเลยลุกขึ้นโค้งเล็กน้อยก่อนจะเดินตามลุงหวังไปอีกห้องหนึ่งจนไปสุดที่ประตูพับบานใหญ่แกะสลักอย่างสวยงาม
“เ้าจงทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ได้แค่ไหน...ก็แค่นั้น”
ในน้ำเสียงราบเรียบนั้นอาหลิวจับได้ถึงความกังวลใจของลุงหวัง หืม? ทำไมทุกคนเครียดกันจังพาให้อาหลิวเริ่มรู้สึกกังวลตามไปด้วยเลย
ที่จริงก็อยากจะเอ่ยถามออกไปว่าเครียดอะไรกันเหรอแต่ก็พอดีประตูบานพับเปิดออกมาก่อน อาหลิวจึงจำเป็ต้องลาจากลุงหวังตรงนั้นและพอผ่านพ้นธรนีแล้ว ประตูก็ถูกดันกลับไปให้ปิดสนิทลงคล้ายจะกันมิให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาได้
-โปรดติดตามตอนต่อไป -
#เกิดใหม่อีกทีดันเป็ขันทีของสนมไม่เอาไหน