ตอนที่ 39 บทลงโทษอันโหดเหี้ยม
จอมปีศาจริชเตอร์พูดออกไปมันคือเรื่องจริงทุกคนต่างก้มหน้ายอมรับ จอมปีศาจริชเตอร์ก้าวเดินไปยังบึงมรณะจิตสังหารที่รุนแรงถูกปลดปล่อย ภาพที่จระเข้ยักษ์เห็นในเวลานี้ เหมือนกับพญามัจจุราชถือเคียวยักษ์กำลังก้าวเดินมาหามัน
“โทษฐานที่หยามเกียรติข้าโทษของเจ้าคือความตาย!!”
เพียงคำพูดประโยคเดียวของจอมปีศาจจระเข้ยักษ์ถอยหลังอย่างลืมตัว มันเริ่มขู่คำราม อีกครั้ง ด้วยร่างกายอันใหญ่โตของมันเหตุใดต้องหวาดกลัวมนุษย์ตัวเล็กๆมันชูมือดูนิ้วที่ขาด หายไป เส้นเลือดปูดพองขึ้นเนื่องจากการบีบเกร็งนิ้วที่ขาดหายไปก็งอกขึ้นมาใหม่ทันที
จอมปีศาจชะงักทันทีเมื่อเห็นทักษะของมันในห้วงความคิดของเขามันช่างเป็นทักษะที่ น่าสนใจ ทันทีที่นิ้วมืองอกขึ้นมาใหม่จระเข้ยักษ์พุ่งเข้าหาจอมปีศาจด้วยความเร็วสูง จนน้ำใน บึงมรณะแหวกเป็นสายทางด้วยร่างกายที่ใหญ่โตเหมือนกับรถบัส พื้นดินจึงสั่นไหวอย่าง รุนแรงมันแทงหอกในมือออกไปเป็นแนวเส้นตรง เข้าหาจุดที่จอมปีศาจยืนอยู่ ด้วยความเร็วที่จระเข้ยักษ์วิ่งมาพร้อมกับแรงโจมตีจากหอก มันทำให้พลังโจมตีรุนแรงยิ่งขึ้น
“ตูม!!!”
เกิดการระเบิดบริเวณที่หอกปะทะอย่างรุนแรงน้ำในบึงมรณะแหวกกระจายกลายเป็นบ่อหลุมใหญ่ ก่อนที่น้ำในบึงมรณะจะมาประจบกันปิดหลุมจอมปีศาจไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น ท่ามกลางความสับสนของจระเข้ยักษ์และคนในกลุ่มความหนาวเย็นเข้าแทรกแซงจระเข้ยักษ์จากด้านหลัง เมื่อค่อยๆ หันหน้าไปดูพบว่าจอมปีศาจกำลังยืนอยู่ที่ท้ายด้ามหอก
จอมปีศาจดีดตัวพุ่งเข้าหาจระเข้ยักษ์ทันทีฝ่าเท้าของเขามุ่งไปข้างหน้า มันคือท่ากระโดดถีบ “พลัก!!”ลูกถีบของจอมปีศาจเข้าที่ลำคอจระเข้ยักษ์อย่างจังภาพที่ทุกคนเห็นคล้ายกับรถมอเตอร์ไซต์ทุ่มชนใส่รถบัสจระเข้ยักษ์ปลิวไปกระแทกยังพื้นน้ำในบึง น้ำสาดกระจายไปทั่วท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ต่างไม่คาดคิดว่าคนตัวเล็กๆจะถีบส่งจระเข้ยักษ์ปลิวไปได้
จระเข้ยักษ์ได้พยุงตนเองขึ้นจากบึงแต่มันกลับจมดำดิ่งลงไปในบึงแทน เหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นแล้วกับมังกรผีดิบ คนอื่นๆในกลุ่มเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง ต่างสาดส่องสายตาไปทั่วบึงจอมปีศาจยังยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว และมีสายตาคู่หนึ่งกำลังแอบมองจากด้านหลังก่อนที่จะคืบคลานมาอย่างช้าๆ
จระเข้ยักษ์เข้าใกล้จอมปีศาจและอยู่ในระยะโจมตีขณะที่กำลังจะพุ่งทะยานเพื่อกัดฉีกกระชากเหยื่อ แรงกดดันบางอย่างกดดันมันไว้จนไม่สามารถโจมตีได้เมื่อเหลือบมองไปทางจอมปีศาจ เกิดภาพในจิตนาการของมัน เหมือนดังว่ามีคมของเคียวมัจจุราชรอมันอยู่ตรงหน้า หากมันพุ่งเข้าไปต้องตกตายเป็นแน่
มันคือสัญชาตญาณของสัตว์ป่าว่าหนทางข้างหน้านั้นมีอันตรายซ่อนอยู่หรือไม่ จระเข้ยักษ์เปลี่ยนใจจากการพุ่งเข้าจู่โจมเป็นการฟาดหางที่ใหญ่โตของมันโจมตีแทนขณะที่หางอันใหญ่กำลังจะปะทะร่างของจอมปีศาจ หางของมันกลับทะลุผ่านร่างของเขาไปพร้อมกับเสียงสิ่งของขนาดใหญ่ตกลงสู่บึง “ตูมมม!”มันรีบทะยานร่างขึ้นจากใต้น้ำ ถอยหลังออกห่างจากจอมปีศาจทันที
ร่างของจระเข้ยักษ์ปรากฏขึ้นในสายตาของทุกคนมันเสียหลักล้มลงไปในน้ำ อย่างกับว่าร่างกายของมันขาดสมดุลเมื่อเหลือบมองหางของตัวมันเอง ปรากฏว่ามันเหลือเพียงแค่ตอเท่านั้นเลือดของมันไหลรินไม่ขาดสาย เมื่อมองไปยังจุดที่มีของบางอย่างหล่นสู่พื้นน้ำปรากฏหางจระเข้ขนาดใหญ่กำลังดิ้นไปมา
ถึงแม้ร่างกายของจระเข้ยักษ์จะอยู่ในหนองน้ำแต่มันกลับรู้สึกได้ถึงเม็ดเหงื่อที่ร่างกายของมัน ดวงตามันเริ่มสั่นไหวคนที่อยู่เบื้องหน้าคือบุคคลอันตราย แม้แต่ให้ทุ่มสุดกำลังก็ไม่สามารถจะเอาชนะได้ จระเข้ยักษ์พลิกตัวกลับทันทีมันเตรียมจะว่ายน้ำหนีเข้าไปในส่วนลึกของบึงมรณะ
ขณะที่มันกำลังจะเตรียมพุ่งทะยานแหวกว่ายออกไปหางจระเข้ขนาดใหญ่ของมันก็ลอยมาจากฟากฟ้า ตกลงสู่เบื้องหน้าของมัน “ตูม~!!”หางของมันที่ดิ้นไปมาลอยอยู่เบื้องหน้า ทำให้มันชะงักการพุ่งหนีแบบไม่ได้ตั้งใจเมื่อมันได้สติเตรียมจะพุ่งทะยานอีกครั้ง จอมปีศาจก็ตกลงมาจากฟากฟ้าเหยียบเข้าที่หัวมันอย่างจัง“ตูม!!”
จอมปีศาจยังยืนอยู่บนหัวของจระเข้ยักษ์ท่ามกลางความตกตะลึงของกลุ่มคน และลูกสมุนนักสู้จระเข้ความอับอายเกิดขึ้นในจิตใจของมัน สายตาของลูกน้องกำลังจับจ้องมันพยายามจะขู่คำรามออกไป จอมปีศาจกระทืบลงไปที่ปากของมันทันที “ผลัก!!!”
“โฮกก~!”
“ผลัก!”
“โฮก~!”
“ผลัก!”
“โฮ...”
“ผลัก!”
“...”
“ผลัก!”
“ข้าไม่ได้ขู่คำรามแล้วเจ้ายังจะกระทืบข้าทำไม?”
“อ่อ! ขอโทษทีพอดีหูข้าอื้อ สงสัยน้ำจะเข้าหู”
คำตอบของจอมปีศาจทำให้คนในกลุ่มตกตะลึงงัน ภาพที่พวกเขาเห็นนั้น จอมปีศาจกระทืบเท้าใส่ปากจระเข้ยักษ์นับไม่ถ้วนมันช่างดูเหี้ยมโหด แต่สองคนในกลุ่มดวงตาของพวกเขากำลังสั่นไหวและปลาบปลื้ม จระเข้ยักษ์ต้องทนรับความอับอายต่อหน้าลูกน้องมันไม่กล้าปริปากพูดอะไรสักคำจอมปีศาจก้าวเท้าลงจากหัวของมันเดินไปที่มือข้างหนึ่ง
“มือข้างนี้ของเจ้าบังอาจเหยียดหยามเกียรติของข้า!”
คาตานะในมือพลิ้วไหวตวัดฟันลงไปที่แขนของมันทันที ดวงตาของจระเข้ยักษ์เบิกโพรงกว้างแขนจระเข้ยักษ์ขาดสะบั้นลอยไปไกลพร้อมกับเลือดที่หลั่งไหลเป็นสายทางจระเข้ยักษ์ดิ้นทุรนทุลาย จอมปีศาจกระหน่ำกระทืบซ้ำหลายทีจนมันหยุดนิ่งเขาพูดออกมาหนึ่งประโยคสั้นๆ ทำให้หัวใจของคนที่ได้ยินต้องตกลงไปที่ตาตุ่ม
“งอกออกมาใหม่!”
จระเข้ยักษ์ถดถอยร่างกายที่ใหญ่โตเพื่อจะหนีใบหน้าของมันต่างปูดบวมเพราะฤทธิ์ของฝ่าเท้า มันรับรู้ว่าจอมปีศาจต้องการอะไรจากมันมันรีบส่ายหน้าไปมาอย่างรวดเร็ว จอมปีศาจไม่ยอมให้มันจบอย่างนั้นเขากระหน่ำฝ่าเท้าอีกรอบ “ผลัก! ผลัก! ผลัก! ผลัก...!!!” จระเข้ยักษ์ร้องโอดครวญครางมันทนไม่ได้กับการกระทำของจอมปีศาจ มันจึงงอกแขนออกมาใหม่อีกครั้ง
ทันทีที่แขนใหม่ของมันงอกออกมาจอมปีศาจสะบั้นมันขาดทันที “โฮก~~~กก!!”เสียงร้องของมันดังลั่นกว่าเก่า เลือดไหลนองเต็มบาดแผลที่ถูกตัดขาดมันดิ้นไปมาจนน้ำในบึงกลายเป็นเกลียวคลื่น จอมปีศาจกระโดดขึ้นไปบนหัวของจระเข้ยักษ์หยุดการเคลื่อนไหวของมัน ชี้คาตานะที่แหลมคมไปที่ระหว่างดวงตาของจระเข้ยักษ์
“งอกมันออกมา!!!”
ยูริเอามือปิดตาเธอไม่กล้าพอที่จะมองการกระทำอันโหดร้ายมาคัสกลืนน้ำลายดังเอื้อก คิดในใจหากมีคนหยามเกียรติจอมปีศาจสภาพศพคงไม่น่าดูรอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากของมามอนและทากีร่าภาพเบื้องหน้ามันช่างตราตรึงในหัวใจของพวกเขา
“ฆ่าข้าซะได้โปรดฆ่าข้าซะเถอะ”
“นี้คือโทษของเจ้าที่หยามเกียรติของข้า”
“ข้าไม่กล้าแล้วข้าไม่กล้าอีกแล้ว”
“ทักษะของเจ้าข้าอยากได้”
“มันคือทักษะงอกเงยมันอยู่ที่บอสข้า”
“งั้นก็ไม่มีธุระอะไรกับเจ้าอีกแล้ว”
จอมปีศาจตวัดคาตานะทันทีหัวจระเข้ยักษ์ปลิวลอยไปไกลจะถึงฝั่ง ยูริและทากีร่าถอยหนีด้วยความรวดเร็ว ร่างของมันล่วงหล่นสู่พื้นมามอนปรากฏกายที่ด้านข้างของจอมปีศาจเขาร่ายเวทย์บางอย่างวงแหวนสีดำห้อมล้อมร่างจระเข้ยักษ์ทันที
“ผมขอร่างมันเป็นเหยื่อสังเวยได้หรือไม่?”
“แล้วแต่เจ้าข้าต้องการแค่หัวของมัน”
“ขอบคุณ”
จอมปีศาจเหลือบมองไปยังฝูงจระเข้ลูกสมุนของหัวหน้ากลุ่ม จำนวนของพวกมันไม่ต่ำกว่าพันตัวสายตาที่สาดส่องไปนั้นทำให้พวกมันรู้สึกหนาวเย็น มามอนและทากีร่าเดินมาร่วมวงกับจอมปีศาจมาคัสกับยูริสบตากันหนึ่งครั้งก็เดินเข้ามาร่วมด้วยเช่นกันเช่นกันขณะนั้นเองทากีร่าก็ถามขึ้น
“นี้ๆๆ! ระดับนายขึ้นไปเท่าไรแล้วหรอ?”
“ข้าขอแนะนำให้เจ้าปิดเสียงการแจ้งเตือนซะ! หากเจ้ายังหมกมุ่นอยู่กับมันระดับของเจ้าจะไม่ไปไหน เพราะเจ้าจะมัวแต่ห่วงมัน ไม่สนใจการต่อสู้เมื่อเสร็จจากการต่อสู้แล้วค่อยไปดูมันทีเดียวก็ไม่สาย”
จอมปีศาจกล่าวเตือนเขาปิดระบบแจ้งเตือนไว้ตั้งแต่เข้ามาที่บึงมรณะ เขาจึงไม่รู้ถึงระดับของตัวเองเมื่อได้ยินดังนั้น ทากีร่าออกอาการแก้มป่องเล็กน้อย มันช่างดูหน้ารักหน้าชังมามอนและคนอื่นๆ พยักหน้าแล้วปิดเสียงระบบทันที
จอมปีศาจก้าวเดินนำหน้าพร้อมจะเข้าฟาดฟันกับฝูงจระเข้ที่เหลือเปลวไฟจำนวนมากพุ่งทะยานมาจากด้านหลังของฝูงจระเข้ โจมตีใส่กลุ่มของจอมปีศาจทุกคนต่างกระโจมแยกย้ายหลบทันที มีการโจมตีด้วยเวทย์หลังม่านป้องกันสร้างความสับสนให้แก่จอมปีศาจ และมามอน พวกเขารู้ดีว่าไม่สามารถใช้เวทย์โจมตีหลังม่านได้แล้วมีเวทย์ยิงมาได้ยังไง
พวกเขาต่างเพ่งมองไปยังจุดที่ยิงพลังเวทย์ออกมาปรากฏจระเข้ถือไม้เท้าเวทย์ในชุดผ้าคลุม จำนวนของพวกมันไม่ต่ำกว่าสองร้อยตัว พวกเขาจึงเข้าใจได้ทันทีว่าเพราะเหตุใดจึงมีพลังเวทย์โจมตีใส่พวกเขาจอมเวทย์จระเข้หลีกทางเป็นสองฝั่งปรากฏจระเข้ยักษ์อีกหนึ่งตัว บนหลังของมันมีเก้าอี้คล้ายกับบัลลังก์ของราชามีจระเข้ตนหนึ่งนั่งอยู่บนนั้น
เมื่อจระเข้ยักษ์เข้ามาใกล้ทำให้พวกเขามองเห็นมันได้อย่างชัดเจน จระเข้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นั้น ผิวหนังของมันสีขาวเผือกร่างกายไม่ได้ใหญ่โตเท่ากับหัวหน้ากลุ่ม ขนาดของมันสูงใหญ่กว่านักสู้จระเข้ระดับกลางเล็กน้อยแต่ดูกล้ามเนื้อของมันกำยำกว่ามาก ใบหน้าของมันมีรอยแผลยาวบนใบหน้า ในมือของมันถือหอกปลายแหลมแต่ก็ดูคล้ายกับไม้เท้าเวทย์มนต์
เมื่อจระเข้ยักษ์หยุดลงมองมายังกลุ่มของจอมปีศาจ ฝูงนักสู้จระเข้นับพันต่างร้องเฮโลลั่นบึงมรณะการมาของมันเพิ่มขวัญกำลังใจอย่างมาก จอมปีศาจเข้าใจได้ทันทีว่ามันคือใครทั้งท่วงท่าที่แลดูหยิ่งยโส สายตาที่ดูถูกเหยียดหยามมันผู้นี้ต้องเป็นบอสของพวกมันแน่นอน
“ฮ่าฮ่าฮ่า!! บอสพวกเรามาแล้วเฮ้!!!!”