…………..
หลังจากที่สมัครเรียนไปเรียบร้อยแล้ว ทางโรงเรียนได้นัดวันสอบคัดเลือกห้องเรียน และจะประกาศผลในวันปฐมนิเทศ ซึ่งวันปฐมนิเทศที่ทางโรงเรียนนัดคือวันก่อนจะเปิดภาคเรียนเพียงหนึ่งสัปดาห์ คือวันที่ 10 เดือนพฤษภาคมและปฐมนิเทศกัน 5 วัน (อะไรจะขนาดนั้น?) โชยังคงคิดว่าไม่เข้าใจอาจารย์เลยสักนิดจริง ๆ ว่าทำไม? อะไรที่ต้องจัดปฐมนิเทศกันหลาย ๆ วันขนาดนั้นด้วย
‘ห้าวันเนี่ยนะ!! วันเดียวก็พอแล้วมั้ง? จะอะไรกันนักกันหนา กะอีแค่ให้นักเรียนได้เข้าร่วมเจอะเจอกับคณะครูอาจารย์และผองเพื่อน เพราะอีกหน่อยก็ต้องไปโรงเรียนกันทุก ๆ วันอยู่แล้ว เฮ้อ…เปลืองพลังงานจริง ๆ เลย’
โชคิดเห็นในมุมมองแบบผู้ใหญ่ที่เคยผ่านอะไรในตอนนั้นมาอย่างที่ลืมตัวตนไปชั่วขณะหนึ่ง ว่าครั้งนั้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เขาได้ตื่นเต้นกับวันที่จะได้ไปปฐมนิเทศที่โรงเรียนขนาดไหน จนถึงขั้นกับนอนไม่หลับกลัวตื่นสายกันเลยทีเดียว (ก็ตอนนั้นฉันยังเป็เด็กอยู่นี่!?) โชยังคงแอบเถียงกับตัวเองอยู่ในใจได้อยู่อีก? แต่ถึงอย่างไรก็ตามทีเถอะเขาจะต้องไปปฐมนิเทศในครั้งนี้อย่างแน่นอน
…………..
พอเสร็จธุระจากที่โรงเรียนยายกับโชก็ตรงเข้าบ้านเลย โชเปลี่ยนเสื้อผ้านักเรียนเป็ชุดที่สวมใส่สบาย ๆ แทน เขามองดูเสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้นของเขา
“ยายครับ ผงซักฟอกของยายเก็บไว้ตรงไหนครับ? ผมจะซักผ้าหน่อยครับ”
“อยู่ในกระปุกพลาสติกสีขาวที่ฝามันสีน้ำเงินน่ะนะ ที่วางไว้ข้าง ๆ ขวดน้ำยาล้างจานตรงชั้นที่คว่ำจานชามน่ะลูก”
“ครับ ผมเห็นแล้วครับยาย”
โชเดินมาหยิบเสื้อผ้าที่กองไว้ที่พื้นของเขาไปพร้อมทั้งยกตะกร้าผ้าของยายติดมือมาด้วย ยายเห็นดังนั้นก็รีบร้องถามออกไป
“จะเอาตะกร้าผ้าของยายไปไหนกัน?”
“ผมจะเอาไปซักให้ครับ ไหน ๆ ก็ต้องซักผ้าของผมอยู่แล้ว”
“ไม่ต้องหรอกโช ซักของหลานไปเถอะลูก ของยายเดี๋ยวยายจะซักเอง ขอบใจหลานมากนะ” ยายยังคงทำสีหน้าแบบกังวลเพราะว่าแกเองก็ไม่ได้คาดคิดว่าหลานชายจะมาเอาเสื้อผ้าของแกไปซักด้วยนั่นเอง
“ไม่เป็ไรครับยาย เดี๋ยวผมจะแยกซักให้ครับ รับรองเสื้อผ้าสะอาดเอี่ยมจนยายตะลึงเลยล่ะครับ” โชรีบรับปากอย่างมั่นใจให้ยายเชื่อมั่นว่าตัวของเขาสามารถทำได้
ยายมองหน้าหลานชายตัวเล็กผอมของแก แล้วพยายามเข้าใจถึงความคิดและจิตใจของเด็กตัวน้อยในตอนนี้ว่าคงจะ้าทำงานเพื่อช่วยเหลือตัวหล่อนเองตามประสาเด็ก แต่ทว่าสีหน้าและแววตาของโชนั้นกลับดูมั่นใจเป็อย่างมาก จึงทำให้ยายเริ่มอยากที่จะเห็นว่าหลานชายของแกคนนี้สามารถทำอะไรได้อีก
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจหลานเถอะนะ ดีเหมือนกัน ยายจะได้นอนพักเสียหน่อย” ยายยิ้มอย่างเบาใจขึ้นมา
…………….
เสร็จจากงานซักผ้าเล็ก ๆ น้อย ๆ โชก็ยังรู้สึกอยากที่จะทำอะไรต่อ
‘ทำไม? ทำไมกันนะ? ทำไมตัวเราถึงได้ว่างงานขนาดนี้นะเนี่ย!? ขนาดต้องทำงานบ้านโง่ ๆ นี่ก็แล้ว แต่ก็ยังเสือกเสร็จเร็วเข้าไปอีก ไม่มีอะไรให้ทำเพิ่มเติมอีกเลยรึยังไงกันนะ คงต้องหางานมาทำเพิ่มเติมอีกแล้วล่ะ ต้องหางานเพิ่มก่อนที่ตัวฉัน!! จะสติแตก!!’
โชเริ่มหงุดหงิดในตัวของเขาเอง แต่นั่นก็เพียงแค่อาการเล็ก ๆ น้อย ๆ ใช่สิ!! เพราะตัวของเขานั้นเป็คนที่ไม่ชอบอยู่เฉย ๆ และเคยทำงานอยู่ในทุก ๆ วันเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวแบบไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน แต่พอมาอาศัยอยู่ในร่างของเด็กที่ยังไม่ทันจะโตเท่าไรนักแบบนี้ แถมยังต้องมาคอยการตัดสินใจของผู้ปกครองของตนเองด้วยนั้น ในบางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะต้องรู้สึกหงุดหงิด อึดอัด และรำคาญใจ (ไอ้ตรงที่ไม่ได้ดั่งใจนั่นแหละ) เขาจะทำอย่างไรต่อไปนะ? ก่อนที่โชจะนึกออก เขาก็ได้ออกเดินไปที่ร้านขายของชำของป้าเพ็ญ ที่หน้าประตูร้านค้า เขาเห็นลุงพุธกำลังตอกตะปูเพื่อทำอะไรสักอย่างที่หน้าร้านขายของ
“ทำอะไรอยู่หรือครับลุง? ให้ผมช่วยไหมครับ?”
ลุงพุธเงยหน้าขึ้นมามองโชก่อนนิดหนึ่งแล้วก็ก้มหน้าทำงานต่อ
“งั้น มาช่วยจับนี่หน่อย”
โชรีบเข้าไปช่วยลุงจับไม้ และหยิบของส่งของที่ลุงสั่งอย่างคล่องแคล่ว งานที่ลุงพุธทำมันคือโต๊ะไม้แบบง่าย ๆ ลุงพุธกำลังทำเอาไว้ให้ป้าเพ็ญใช้ เพื่อที่จะเอาไว้วางของ และตั้งสินค้าต่าง ๆ ภายในร้าน โชช่วยลุงของเขาทำให้งานเสร็จเร็วและเบาแรง ลุงพุธมองหน้าโชก่อนจะถามอะไร
“ไปสมัครเรียนมาแล้วใช่ไหม?”
“ครับ ยายพาไปสมัครมาเมื่อเช้านี้แล้วครับ”
“ออ…ดีแล้ว และเปิดเทอมเมื่อไหร่ล่ะ?”
“วันที่ 16 พฤษภาคมครับ แต่มีปฐมนิเทศในวันที่ 10 - 14 นี้ครับ”
“อือ…วันนี้วันที่ 20 …. เอ็งก็มีเวลาว่างตั้ง 20 กว่าวัน กว่าจะถึงวันเปิดเทอม อ้อ…ต้องนับวันไปปฐมอะไรนะ?”
“ปฐมนิเทศครับ”
“เออ…นั่นล่ะ เอ็งยังอยากจะไปช่วยงานลุงอยู่อีกไหม? แน่นอน ลุงจะให้ค่าขนมแก่เอ็งบ้าง แต่คงไม่เยอะหรอกนะ ว่าไงสนใจรึเปล่าล่ะ?”
“ครับ ผมสนใจครับลุง”
…………..
่เวลา 20 วัน โชจึงไปช่วยลุงทำงาน ถึงร่างกายของเขาจะยังคงเป็เด็ก แต่สมองของเขานั้นคือผู้ใหญ่เต็มตัว เขาทำงานคล่องแคล่วว่องไวเกินเด็ก ไม่เคยบ่นให้ได้ยิน จนบางครั้งลุงของเขาเอง ก็ยังทึ่งในความสามารถของโชว่าทำไมเด็กตัวแค่นี้ถึงทำงานของผู้ใหญ่ออกมาได้ดีเกินคาด โดยที่ลุงของเขาไม่ได้สอนไม่ได้บอกแต่อย่างใด บางครั้งแค่ยกมือขึ้นกะจะชี้ไปที่สิ่งของที่เขา้าจะใช้ แต่โชก็ลุกขึ้นไปหยิบฉวยเครื่องมือมาได้อย่างถูกต้อง และปฏิบัติงานได้อย่างเรียบร้อย จนลุงพุธนี้อ้าปากค้าง ทำตาปริบ ๆ ไปเลยก็มี
“โช…ตอนอยู่ที่บ้านนอกเอ็งเคยทำงานไม้ด้วยเหรอ?”
“ไม่เคยครับ”
โชไม่ได้โกหกนะ เพราะว่าตอนที่อยู่บ้านนอกนั้นเขาไม่เคยได้ทำงานไม้ที่นั่นจริง ๆ นั่นแหละ แต่ที่เขาทำงานไม้แบบนี้ได้ และทำงานไม้แบบนี้เป็ก็เพราะคุณลุงพุธของเขานั่นแหละที่เป็คนสอนเขามากับมือ ในตอนนั้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว!! ซึ่งโชในเวลานั้นเขาเกลียดมาก!! เป็เพราะว่าลุงชอบใช้งานเขาบ่อย ๆ บางทีก็ให้หยุดเรียนไปทำงานแทนคนงานที่ลุงขาดแคลน เพราะลุงหาคนงานราคาถูก ๆ ไม่เจอ จนในที่สุดลุงก็ได้บอกให้หลานชายเลิกเรียนหนังสือแล้วบังคับให้มาทำงานกับตัวแกเองแทน โชในครั้งนั้นซึ่งยังมีความคิดแบบเด็ก ๆ พอได้ยินคำว่าให้หยุดเรียนก็ดีใจ ด้วยความี้เีเรียนของเด็กชายในวันนั้น ก็เลยไม่ได้เรียนหนังสือ และมีผลพวงมาถึงอนาคตของเขาในปัจจุบัน…
‘เพราะฉะนั้น ฉันจะไม่ยอมให้ลุงทำกับฉันแบบนั้นอีกเด็ดขาด!!’
……………
และแล้วเวลาก็ผ่านไป โชได้ไปช่วยลุงของเขาทำงานจนครบ 20 วันตามที่ได้ตกลงกับลุงของเขาไว้ในตอนแรก ลุงได้ให้เงินที่ลุงบอกว่าเป็ค่าขนมกับโช 1,000 บาท ถ้าคิดเป็ค่าแรงก็ตกวันละ 50 บาทพอดิบพอดี โชมองดูเงินที่อยู่ในมือของเขามันมีธนบัตรฉบับละ 500 บาทอยู่สองใบ เขากำเงินค่าแรงที่ลุงบอกว่าเป็ค่าขนมแน่น!!
‘หนึ่งพันบาท!! ลุงเรานี่เอาเปรียบแรงงานเด็กจังเลยนะ ฉันทำงานตั้ง 20 วันเลยนะนี่!! แต่ก็เอาเถอะ ตามความเป็จริงไอ้เราซึ่งก็เป็เด็กในปกครองอาศัยอยู่กินที่บ้านของเขา และอีกหน่อยก็ยังต้องพึ่งพาลุงอีกก็จะยอมหยวน ๆ ให้กับคุณลุงผู้เมตตาก็แล้วกันล่ะนะ’
“ขอบคุณครับลุง” โชยกมือไหว้ลุงพุธ
“เออ ๆ เงินของเอ็ง ใช้ดี ๆล่ะ”
………………….
โชเดินเข้าห้องมาหายาย เขายื่นเงินที่เขาได้จากการทำงานกับลุงให้ยาย
“ยายครับ นี่เงินที่ผมไปช่วยลุงทำงานครับ ผมให้ยายเอาไว้ใช้จ่าย 500 บาทนะครับ ส่วนอีก 500 บาทที่เหลือนั้นผมฝากให้ยายช่วยเก็บให้ผมด้วยครับ”
“เอ่อ…ขอบใจนะจ๊ะ หลานเป็เด็กดีจริง ๆ เลย ยายจะเก็บเงินที่หลานฝากไว้อย่างดีเลยนะ ส่วนที่ให้ยายมานี้ ยายจะใช้อย่างดีเลยล่ะจะ” ยายยังคงทำสีหน้าที่ค่อนข้างจะประหลาดใจไปเล็กน้อย
โชรู้ว่ายายจะใช้เงินอย่างดีแน่นอน เขาจึงฝากเงินของเขาไว้กับยาย ยายไม่เล่นการพนันใด ๆ เลยสักอย่างทั้งหวย หุ้น หรือสิ่งผิดกฎหมายอื่นใด ยายรักสันโดษ สมถะ แกเลี้ยงลูกของแกสามคนมาได้อย่างดีตามที่กำลังของแกจะมี เพราะตาของโชนั้นได้ตายไปเป็สิบ ๆ ปีแล้ว อันที่จริงแล้วยายรักลุงซึ่งเป็ลูกชายคนโตเพียงคนเดียวของแกมาก ยายเลยตามใจลุงมาั้แ่เด็ก ๆ เลยล่ะมั้ง? ลุงก็เลยเป็คนค่อนข้างที่จะเอาแต่ใจ และก็ขี้งอน ช่างประชดประชันบ่อย ๆ เมื่อตอนที่โชมาอยู่ที่นี่ใหม่ ๆ ก็เลยยังไม่รู้จักนิสัยของลุงพุธเท่าไหร่นัก เขาจะรู้สึกน้อยใจในคำพูดของลุงอยู่เสมอ ลุงจะชอบว่าแดกดันและยายก็จะเข้าข้างลุงเสมอ ๆ จนทำให้โชในวัยเด็กต้องแอบไปร้องไห้ต่อโชคชะตาของตนอยู่เสมอ ว่า…แม้แต่คนในครอบครัวก็ไม่รักไม่สนใจ แต่ในตอนนั้นก็ยังดี ที่มีคุณน้าศุกร์คอยปลอบบ้าง ให้กำลังใจให้เขาได้ฮึดสู้ต่อไป
“อย่าให้ใครต่อใครเขามาดูถูกเราสิโช เธอต้องทำให้คำดูถูกพวกนั้นเป็ ‘การดูผิด’ ของพวกเขา”
คำพูดของน้าศุกร์ช่วยทำให้เขาในตอนนั้น มีกำลังใจสู้ต่อไป โชในเวลานั้นก็แค่้าความรักและความอบอุ่นจากคนในครอบครัวเท่านั้นเอง ซึ่งความคิดของเขาในวัยเด็กจะมองเห็นแต่เพียงด้านเดียวเท่านั้น คือเขาไม่ได้รับความรักและความอบอุ่นใดจากใครทั้งสิ้น แต่โชในเวลานี้ซึ่งเคยเติบโตและผ่านเหตุการณ์แบบนั้นมา กลับคิดกันไปอีกอย่าง คงจะเป็เพราะว่าเขาเป็ผู้ใหญ่ขึ้นและพอที่จะมองคนออก จึงมองเห็นอีกด้านที่แตกต่างไป
‘เราไม่ได้ขาดความรักความอบอุ่นหรอก ดูสิ!! ในตอนนี้ยายรักเรามากจะตายไป!! และอีกหน่อยทุก ๆ คนก็จะรักเรามากขึ้น มากขึ้น และในตอนนั้น เราเองต่างหากที่ไม่ดี ไม่รักตัวเอง ดื้อไม่ยอมเรียนหนังสือ หนีแม่มา ทำให้แม่เสียใจทำให้ยายเดือดร้อน ทำให้ทุก ๆ คนลำบาก ใคร ๆ ต่างก็มีภาระต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งนั้น จะให้ใครต่อใครเขามาดูแลและสนใจเด็กไม่เอาดี!! ได้อย่างไรกัน? แต่ต่อไปนี้เราจะเอาดีให้จงได้เลย!! คอยดูนะ!!’
โชปฏิญาณตนอยู่ในใจ สายตาที่มุ่งมั่นและพร้อมที่จะต่อสู้กับปัญหาที่กำลังจะตามมา เขาเข้มแข็งขึ้น เขาแกร่งขึ้น
………..
“ตื่นเร็วลูก วันนี้ต้องไปโรงเรียนไม่ใช่เหรอ?”
“ครับ…”
โชสะลึมสะลือตอบยายไป แล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำ แต่งตัวเพื่อไปโรงเรียน
“วันนี้ไปปฐมนิเทศที่โรงเรียนครับ” เขาพูดเสร็จก็ยกกับข้าวที่ยายจะไปใส่บาตรพระออกมารอยายที่หน้าบ้าน
“นั่นแหละ ยังไง ๆ เราก็ควรไปให้ตรงเวลา”
“ครับยาย”
โชไปใส่บาตรกับยายเสร็จแล้ว ยายก็แวะซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งให้กับหลาน และให้เงินไปโรงเรียนอีก 20 บาท บอกให้โชเอาไปนั่งกินที่โรงเรียนจะได้ไม่หิว โชขอตัวไปโรงเรียน เขายกมือไหว้สวัสดียายก่อนที่ยายจะกลับเข้าบ้าน หญิงชราโบกไม้โบกมือให้หลานชาย โชมองดูยายแล้วก็ส่งยิ้มให้
…………
‘ดูสิ ยายรักและดูแลฉันดีจะตายไป กลัวหลานจะหิว กลัวหลานจะอด ไอ้บ้าโชในตอนเด็กเอ๊ย…แกมันโง่!! สมควรแล้วที่มีอนาคตแบบนั้น แต่…ฉันไม่มีทางกลับไปเป็เหมือนกับแกหรอก ฮ่า ๆ ๆ’
โชลืมตัวแล้วปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างดัง โดยไม่ได้มองรอบตัวเลยสักนิด
“เฮ้ย!! มันบ้ารึเปล่า!?” เสียงของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง
“อยู่ดี ๆ ก็หัวเราะคนเดียวออกมา” เสียงของเด็กผู้หญิงอีกคน
โชหันไปตามเสียงนั่น เห็นเด็กนักเรียนชายกับเด็กนักเรียนหญิงเดินมาด้วยกัน
‘นั่นมัน!! ไอ้เด็กแฝดนรกนี่นา…ทำไมมาเจอพวกนี้ก่อนได้ล่ะ? ที่จริงแล้วฉันต้องเจออาจารย์ฝ่ายปกครองที่ยายฝากฝังไว้ก่อนนี่ หรือว่าฉันจำอดีตสับสนผิดเวลาไป’
“ฉันไม่ได้บ้าสักหน่อยแค่หัวเราะเฉย ๆ แต่พวกนายมาเห็นเข้าพอดี ก็แค่นั้น”
“เออนั่นแหละ!! หัวเราะคนเดียวได้เขาก็เรียกว่าบ้าแล้ว ใช่ไหมน้องกุ้ง?”
“จริงค่ะพี่ไก่ เราไปกันเถอะ แม่ยิ่งบอกไม่ให้คบกับคนแปลก ๆ อยู่ด้วย”
“ฮึ ๆ” โชหัวเราะในลำคอ และเดินจากไปก่อนที่พวกแฝดนรกจะพูดว่าอะไรต่อ สองพี่น้องหันมองหน้ากัน ก่อนจะสะบัดก้นไป
โชหาเก้าอี้ม้านั่งว่าง ๆ เพื่อที่จะนั่งกินข้าวเหนียวหมูปิ้ง เขากำลังทบทวนกับเหตุการณ์
‘ใช่สิ!! ตอนนั้นเราตื่นเต้นมากเลยนี่นา กำลังคิดว่าโรงเรียนแห่งนี้มันช่างใหญ่โตมาก ๆ ก็เลยเดินไปรอบ ๆ โรงเรียนเพื่อสำรวจสถานที่จนไปพบกับอาจารย์ในตอนนั้นคนที่ยายบอกว่ารู้จัก แล้วอาจารย์ก็พาฉันไปเข้าแถว แต่…ตอนนี้เหมือนเหตุการณ์จะเปลี่ยนไปเล็กน้อยแฮะ!! หรืออาจจะเป็เพราะว่าเราได้จัดการเปลี่ยนอดีตของเราไปบางอย่าง ผลเลยตามมาทำให้อนาคตเปลี่ยนไปด้วยกันนะ? และแถมเวลามันยังดูเร็วกว่าเดิมอีกด้วย อันที่จริงไอ้พวกแฝดนรกทั้งสองคนนี้ กว่าที่ฉันจะได้เจอและได้พูดคุยกับพวกเขา ก็ต้องเป็วันเปิดเทอมในวันแรกสิ!! และก็ต้องเป็เวลาในตอนที่กำลังพักเที่ยงด้วย!! ถ้าฉันจำไม่ผิด!? อย่างนี้…ฉันก็…มีโอกาสทำเื่ดี ๆ ให้กับชีวิตของฉันบ้างแล้วสินะ!!’
โชนั่งรับประทานข้าวเหนียวหมูปิ้งที่ยายซื้อมาให้เขาจนหมด จึงได้ยินเสียงประกาศให้ไปเข้าแถวที่หน้าเสาธง นักเรียนชั้น ม.1 ทุกคนเริ่มทยอยกันเดินมาเข้าแถวโดยที่ยังไม่มีใครรู้เลยว่าพวกของตนเองนั้นอยู่ห้องไหน? เสร็จจากเคารพธงชาติแล้ว คุณครูก็ให้นักเรียนทุกคนเดินเข้าห้องประชุมและนั่งกันเป็แถวตอนหน้ากระดาน และอาจารย์ก็เริ่มประกาศรายชื่อว่าใครอยู่ห้องอะไร
โช ดำ และแฝดนรกอยู่ห้องหนึ่งห้องเดียวกัน ซึ่งตัวของโชนั้นรู้เื่นี้ดีอยู่แล้ว แต่ในครั้งนั้นเมื่ออดีตพวกเด็กแฝดแทบจะไม่มองหน้าใคร ๆ ในห้องเลย พวกนั้นจะคุยกันเองแค่สองคนพี่น้อง ประมาณว่าหยิ่งไม่สนใครน่ะ ส่วนโชกับดำในตอนนั้นสนิทกันมาก และดีใจมากที่ได้อยู่ห้องเดียวกัน
สาเหตุที่โชในตอนนั้นสนิทกับดำมากเป็พิเศษ ก็เพราะตอนที่โชได้หนีออกจากบ้านมาหายายในตอนนั้น เขาได้เจอกับดำก่อนในสภาพเสื้อผ้าชุดเดียวที่เปื้อน ๆ สกปรกและดำมอซอ พวกเขาได้พูดคุยกันแถมในตอนนั้นโชยังไปช่วยดำขายน้ำอีกด้วย จนแม่ของดำสงสัยว่าเด็กที่มาช่วยลูกชายของหล่อนขายน้ำนั้นเป็ใคร? ก็เลยเข้ามาถามไถ่จนรู้ความ แม่ของดำบอกจะพาโชไปหายายให้ด้วยความสงสารเด็ก โชจึงเอาซองจดหมายที่แม่และยายเคยเขียนโต้ตอบกันให้แม่ของดำดู ในนั้นมันมีบ้านเลขที่และที่อยู่ของยายอย่างชัดเจน แม่ของดำจึงอาสาจะพาโชไปพบกับยายที่บ้าน อีกอย่างบ้านของยายก็ไม่ได้ไกลจากสนามหลวงที่หล่อนค้าขายของเท่าไหร่นัก แม่ของดำเป็คนจิตใจดีจึงถือได้ว่านั่นเป็โชคดีของโชในครั้งนั้นอีกด้วย เลยทำให้เด็กสองคนนี้สนิทกันมากขึ้น แต่ในตอนนี้…ความสนิทนั้นยังไม่ได้เกิดขึ้น แต่โชก็ได้ทำความรู้จักกับดำไปแล้ว และเขาก็หวังว่าจะทำให้เกิดความสนิทสนมกับเพื่อนดำของเขาอีกครั้งอย่างแน่นอน