42 คำสาบานในป่าท้อ
อาหลงเอ่ยมอบหมายงานกับคนทั้งคู่ ซึ่งทั้งฮวยเซ็งและอาห่าวต่างก็รับคำและสัญญาว่าจะทำหน้าที่ของพวกตนให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้เสียมหลอหลงต้องผิดหวังเป็นอันขาด ก่อนที่อาหลงจะเอ่ยถามฮวยเซ็งว่าคิดว่าคุณหนูกันเย่ว์หนี่เป็นเช่นไรบ้าง “ นางเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมทุกอย่าง ทั้งหน้าตา สติปัญญา รวมทั้งฐานะที่มั่งคั่ง ใครได้นางเป็นคู่ครองถือว่าคนผู้นั้นเป็นคนที่โชคดีที่สุดคนหนึ่งขอรับ” อาฮวยตอบคำถามเจ้านายของตนจากใจจริง ซึ่งตัวเขาเองแอบประทับใจในตัวของหญิงสาวนางนี้ตั้งแต่แวบแรกที่เขาได้เห็นนาง ตอนที่นางมาขอคำปรึกษากับเสียมหลอหลงเมื่อไม่นานมานี้ เพียงแต่เขารู้ดีว่าตนเองกับอีกฝ่ายมีฐานะที่แตกต่างกันเกินไป จึงไม่คิดหวังอะไรให้วุ่นวาย ด้วยความเจียมตัวว่าตนเองต้อยต่ำกว่านางมากเกินไป “ แล้วเจ้าไม่คิดว่า เจ้าเองก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นชายผู้โชคดีคนนั้นหรอกหรืออาฮวย?” นายจ้างหนุ่มเอ่ยถามผู้ช่วยของตนด้วยความเห็นใจ พร้อมทั้งกล่าวกระตุ้นอีกฝ่ายเพราะว่าเขาพอจะดูออกว่าอาฮวยชื่นชอบในตัวของบุตรีท่านลุงกันครึ่งเมืองอยู่ “ ข้าไม่กล้าแม้แต่จะคิดหรอกขอรับนายท่าน คุณหนูกันเปรียบเสมือนดอกฟ้า ส่วนข้าเปรียบเสมือนหญ้าริมทางที่ไร้ค่า คงไม่มีวันที่ข้าจะสมหวังในเรื่องนี้อย่างแน่นอน” อาฮวยเอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างยอมรับในชะตากรรม ในขณะที่เสียมหลอหลงกลับส่ายหัวอย่างไม่เห็นด้วย “ อาฮวย บอกกับเจ้าตามตรง ข้าเองก็มีสตรีที่ข้ารักและหมายปองเช่นเดียวกับเจ้า แถมนางยังเป็นถึงพระธิดาของฮ่องเต้อีกด้วย เจ้าว่าเรื่องของข้ากับเรื่องของเจ้า เรื่องใดที่เป็นไปได้ยากกว่ากัน?” อาหลงเอ่ยกับอีกฝ่าย เพื่อให้เขาลุกขึ้นสู้ และทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะทำให้ตนเองคู่ควรกับหญิงที่ตนรัก “ ท่าน ท่านคงหมายถึงองค์หญิงห้า ข้าก็เคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง นับว่าเรื่องของท่านเป็นไปได้ยากกว่า แต่ท่านก็ยังไม่ถอดใจยอมแพ้ เช่นนั้นข้าก็จะเดินตามรอยท่าน ด้วยการเร่งสร้างฐานะให้มั่งคั่ง เพื่อให้ข้าคู่ควรที่จะเป็นคู่ครองของคุณหนูกัน ขอบคุณนายท่านจริง ๆ ขอรับที่ช่วยเตือนสติข้า ไม่ให้ข้าต้องพลาดสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไป” เลขาฮวยหรือซีอีโอคนใหม่เอ่ยขอบคุณเจ้านายของตน รวมทั้งอาห่าวเองก็ให้กำลังใจเขาให้คว้ายอดหญิงอย่างคุณหนูกันมาเป็นคู่ชีวิตให้ได้ “ อาฮวย อาห่าว พวกเจ้าต้องจำไว้ให้ดี ว่าการทำการค้าที่ดี อย่าได้คิดมุ่งหวังเพียงแค่ผลกำไรเป็นตัวเงินอย่างเดียว แต่สิ่งสำคัญคือการที่เราได้ช่วยแก้ปัญหาให้ใครบางคนได้รับในสิ่งที่เขาต้องการ กำไรที่แท้จริงคือการได้ใจคน คือการได้สร้างคุณค่าให้กับผู้คน ยิ่งพวกเจ้าช่วยเหลือผู้คนได้มากเท่าไหร่ เงินทองและความมั่งคั่งก็จะวิ่งเข้าหาเจ้าเอง โดยที่พวกเจ้ามิอาจจะปฏิเสธพวกมันได้ พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่?” เสียมหลอหลงเอ่ยย้ำกับคนทั้งคู่อย่างจริงจัง เพื่อให้ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินการค้าทั้งหลาย ซึ่งทั้งฮวยเซ็งและอาห่าวต่างก็รับปากและจำไว้จนขึ้นใจ จากนั้นอาหลงจึงบอกให้ทุกคนขึ้นรถเพื่อออกเดินทางต่อ เพื่อไปตรวจเยี่ยมโรงงานสินค้าที่เขาเพิ่งตั้งขึ้นมา “ นายท่าน ท่านเลขา พวกท่านออกมาดูป่าท้อพวกนี้สิขอรับ มันช่างสวยงามอย่างที่ข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย” อาห่าวหยุดรถม้าตรงป่าท้อที่กำลังบานสะพรั่ง ดูสวยงาม และให้บรรยากาศที่รื่นรมย์ สมใจแก่ผู้พบเห็นเป็นยิ่งนัก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่หาดูได้ยากยิ่ง “ ช่างเป็นป่าท้อที่งดงามอะไรเช่นนี้ ข้าก็เพิ่งเคยพบเห็นเป็นครั้งแรกเช่นกัน” เจ้านายหนุ่มเอ่ยกับผู้ช่วยทั้งสองของตน หลังจากที่เขากับฮวยเซ็งลงจากรถม้าเพื่อมาชมป่าท้อที่บานสะพรั่งดั่งสาวงามในวัยแรกแย้ม จากนั้นเขาจึงนึกถึงเหตุการณ์ที่คนข้างกายทั้งสองยอมเสียสละชีวิตตนเอง เพื่อปกป้องเขาจากการลอบสังหารของกลุ่มนักฆ่า ทำให้เขาเกิดความคิดอย่างหนึ่งขึ้นมาในหัว “ อาฮวย อาห่าว พวกเจ้ามาทางนี้ พวกเจ้าเคยได้อ่านเรื่องสามก๊กตอนคำสาบานในสวนท้อหรือไม่?” “ ข้าเคยอ่านขอรับนายท่าน แถมยังประทับใจกับเรื่องราวนี้มิรู้ลืมเลยทีเดียว” ฮวยเซ็งตอบคำถามของอีกฝ่ายตามตรง ในขณะที่อาห่าวก็บอกว่าถึงแม้เขาจะไม่ค่อยได้อ่านหนังสือมากนัก แต่ก็ยังเคยอ่านเรื่องราวตอนนี้มาบ้างเช่นกัน “ เช่นนั้นพวกเจ้าจะรังเกียจไหม ถ้าข้าอยากจะสาบานเป็นพี่น้องกับพวกเจ้าทั้งสอง” เสียมหลอหลงเอ่ยกับผู้ช่วยทั้งสองจากใจจริง ทำเอาคนทั้งคู่ตื้นตันใจจนแทบน้ำตาไหล แต่ก็ต้องตอบปฏิเสธอีกฝ่ายไป เพราะเห็นว่าพวกตนไม่คู่ควร “ พวกเจ้าอย่าได้ปฏิเสธอีกเลย ข้ารู้ว่าพวกเจ้าคิดเช่นไร สำหรับข้าแล้ว ข้าไม่เคยคิดว่าพวกเจ้าเป็นลูกน้องหรือลูกจ้าง หากแต่ข้ายึดถือพวกเจ้าเป็นพี่น้องของข้ามากกว่า” ชายหนุ่มกล่าวกับคนทั้งคู่อย่างจริงจัง ก่อนที่ฮวยเซ็งและอาห่าวจะพยักหน้าตอบรับทั้งน้ำตาด้วยความยินดี “ ข้า เสียมหลอหลง” “ ข้า ฮวยเซ็ง” “ ข้า อาห่าว” “ ขอสาบานเป็นพี่น้อง มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน แม้ไม่ได้เกิดวันเดือนปีเดียวกัน แต่ขอตายวันเดือนปีเดียวกัน ใครผิดคำสาบาน ขอให้ฟ้าลงทัณฑ์ มีอันเป็นไปในสามวันเจ็ดวัน” ชายหนุ่มทั้งสามต่างเอ่ยคำปฏิญาณ และคำสาบาน พร้อมทั้งดื่มเหล้าสาบานที่นำมาด้วยท่ามกลางป่าท้อที่กำลังบานสะพรั่ง ซึ่งในขณะนั้นท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม เป็นสัญญาณว่าพายุกำลังจะมา ในขณะที่ทั้งสามคำนับซึ่งกันและกัน ฟ้าก็ร้องเสียงดังและมีสายฟ้าฟาดลงบริเวณป่าแถบนี้ เสมือนเป็นสัญญาณว่าฟ้าได้รับรู้ในคำสาบานของคนทั้งสาม โดยอาหลงซึ่งมีอายุมากกว่าเป็นพี่ใหญ่ ส่วนอาฮวยเป็นพี่รอง และน้องเล็กย่อมต้องเป็นอาห่าว เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการ ทั้งสามจึงขึ้นรถม้าเพื่อออกเดินทางต่อ หลังจากที่ออกเดินทางได้สักพัก ท้องฟ้าที่เคยมืดครึ้มก็แปรเปลี่ยนเป็นสดใส นับว่าเป็นนิมิตที่ดียิ่ง “ พี่ใหญ่ วันนี้ท่านจะเปิดร้านที่ปรึกษาพยากรณ์หรือไม่?” ฮวยเซ้งเอ่ยถามพี่รวมสาบานของตน หลังจากที่ทั้งหมดเพิ่งจะกลับมาจากตรวจเยี่ยมโรงงานสินค้าที่อยู่แถบนอกเมือง และเดินทางมาถึงหน้าโรงเตี๊ยมแสงดาวพอดี “ อืม ถึงแม้ว่ามันเกือบจะเป็นเวลาที่ค่อนข้างเย็นแล้ว แต่ข้าคิดว่าข้าจะเปิดร้าน เผื่อมีคนที่ต้องการคำปรึกษา ส่วนน้องรอง เจ้ากับน้องเล็กก็ไปพักผ่อนเถอะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” อาหลงเอ่ยกับน้องรองและน้องเล็ก ก่อนที่คนทั้งคู่จะรับคำและเข้าไปนำโต๊ะกับอุปกรณ์มาช่วยพี่ใหญ่ของพวกตนจัดร้านจนเสร็จ จากนั้นจึงเข้าไปจัดการงานของพวกตนต่อ โดยไม่ยอมพักผ่อนตามที่อีกฝ่ายเพิ่งบอกไป “ อ้าว น้องหลง เจ้ามาแล้ว พี่มีข่าวดีจะมาแจ้งกับเจ้า ตอนนี้ถุงนำโชคจำนวนหนึ่งหมื่นใบถูกจับจองไว้จนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่ใบเดียว” เป็นหลี่ปู้ฉิน ที่เข้ามาทักทายชายหนุ่ม ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการค้าของตน โดยมีเถ้าแก่เว่ยกับฮูหยินเดินเข้ามาสมทบ “ พี่หลี่ พี่เว่ย อาซ้อ พวกท่านช่างทำงานได้เกินความคาดหมายจริง ๆ ลำบากพวกท่านแล้วจริง ๆ” เสียมหลอหลงกล่าวขอบคุณคนทั้งสามจากใจจริง ก่อนที่คนทั้งสี่จะปรึกษาและวางแผนงานเรื่องการเปิดเทียนหยางพลาซ่าในอีก 7 วันข้างหน้า ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างถือว่ามีความพร้อมเกือบจะทั้งหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อที่ใช้ร้านเครื่องประดับของหลี่ปู้ฉิน ซึ่งตกแต่งเรียบร้อย รอนำสินค้าเข้ามาจัดเรียง ร้านเสื้อผ้าของเถ้าแก่เว่ย ที่ตกแต่งเสร็จรอเสื้อผ้าชุดชั้นในเข้ามาจัดโชว์ รวมทั้งร้านขายยา ร้านน้ำหอม ร้านไก่ทอด ร้านอาหารอีสาน ร้านขนส่งเค่อหลี่ ที่ล้วนแต่ตั้งอยู่ในเทียนหยางพลาซ่าทั้งสิ้น “ อีกสองวันข้างหน้า ก็จะถึงกำหนดที่เราจะส่งมอบถุงนำโชคหนึ่งหมื่นใบให้กับผู้ที่จองไว้ รวมทั้งเปิดประมูลถึงนำโชครุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่นที่ยังเหลือแค่ไม่กี่ใบอีกด้วย พวกท่านคงเตรียมความพร้อมทั้งหมดแล้ว” เสียมหลอหลงเอ่ยถามกับเถ้าแก่หลี่ และเถ้าแก่เว่ย ก่อนที่จะพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง เมื่อคุยธุระเรียบร้อยคนทั้งสามจึงขอตัวกลับไปเตรียมงานของพวกตนต่อ “ อ้อ ว่าแต่อาซ้อ ท่านได้ลองสวมชุดนอนไม่ได้นอนหรือยังขอรับ?” อาหลงเอ่ยถามพี่สะใภ้ของตน ขณะที่นางกับสามีกำลังจะหันหลังกลับไปยังร้าน ทำเอานางหน้าแดงเป็นลูกตำลึง ก่อนที่นางจะรีบสาวเท้าจ้ำอ้าว และขอตัวกลับร้านล่วงหน้าไปก่อนสามีของนาง “ เรื่องราวเป็นเช่นไรบ้างพี่เว่ย เป็นไปตามที่ผู้น้องเคยบอกไว้หรือไม่?” ชายหนุ่มถามอีกฝ่ายด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ ก่อนที่เถ้าแก่เว่ยจะหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ พร้อมทั้งหันไปสบตากับหลี่ปู้ฉิน ก่อนที่หลี่ปู้ฉินจะเป็นคนตอบคำถามนั้นแทนสหายของตน “ มิผิดไปจากที่เจ้ากล่าวไว้ เมื่อคืนอาซ้อทั้งสองของเจ้าได้ทดลองสวมชุดนอนไม่ได้นอน ปรากฏว่าพวกพี่ทั้งสอง....ฮ่า ๆ พูดไปแล้วก็น่าอาย พี่กับพี่เว่ยของเจ้าแทบไม่ได้หลับได้นอนจริง ๆ เช่นนี้พวกพี่คิดว่าสินค้าเหล่านี้จะต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่นอน” เถ้าแก่หลี่เอ่ยกับผู้น้องของตนอย่างกระดากเล็กน้อย ก่อนที่เขากับเถ้าแก่เว่ยจะขอตัวกลับไปยังร้านเพื่อเตรียมความพร้อมและความเรียบร้อยของร้านกันต่อ หลังจากส่งคนทั้งสองจากไป เสียมหลอหลงก็กลับมานั่งที่ซุ้มร้านของตนเพื่อรอลูกค้ารายแรกของวันนี้ “ ท่านอาจารย์ วันนี้ท่านรับลูกค้าครบสามรายหรือยังเจ้าคะ?” อาหลงหันไปมองที่ต้นเสียงอันอ่อนหวาน ก่อนจะตกตะลึงจนแทบจะตกเก้าอี้ เมื่อได้เห็นโฉมหน้าของผู้ที่มาขอรับคำปรึกษาจากตน “ ท่าน ท่าน องค์หญิงใหญ่ ไฉนจึงเป็นท่าน?” ชายหนุ่มทำหน้าประหลาดใจ ก่อนจะถวายความเคารพอีกฝ่าย แต่ถูกนางห้ามไว้ก่อน เพราะไม่อยากให้เป็นที่เอิกเกริก อีกทั้งนางยังบอกว่านางมาเป็นการส่วนตัว ซึ่งถึงแม้ว่านางจะมาเพียงผู้เดียว แต่อาหลงสังเกตเห็นเหล่าองครักษ์นอกเครื่องแบบหลายนายแฝงตัวและปะปนอยู่กับชาวบ้านทั่วไป เพื่อถวายการอารักขาองค์หญิงใหญ่ “ ทำไมถึงจะเป็นข้าไม่ได้ หรือว่ามีเพียงน้องห้าที่สามารถมาหาท่านได้?” องค์หญิงใหญ่ที่มาในคราบของหญิงสาวชาวบ้านทั่วไป รับสั่งเป็นเชิงพ้อต่อชายหนุ่ม ซึ่งถึงแม้นางจะฉลองพระองค์ธรรมดา แต่ก็มิอาจกลบความงามอันเฉิดฉันของนางได้เลย “ หามิได้พ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันรู้สึกเป็นเกียรติยิ่งและยินดีที่พระองค์เสด็จมาเยือนร้านเล็ก ๆ ซอมซ่อของกระหม่อม” เสียมหลอหลงทูลอธิบายต่อองค์หญิงใหญ่ ก่อนที่นางจะตอบกลับมาว่านางคงมิอาจเชื่อถือคำพูดของอีกฝ่ายได้ “ ข้าไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ท่านถึงผลักไสข้าให้ไปแต่งงานกับต้าหมิงแทนน้องห้า?” ต้วนถิงฟางรับสั่งถามชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความน้อยพระทัยและแปลกใจ ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไม่เลือกยืนอยู่ข้างตน หรือน้องรอง แต่กลับเลือกที่จะยืนอยู่ข้างน้องห้าซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของนางยิ่งนัก “ พระองค์กำลังเข้าพระทัยผิด ที่หม่อมฉันเสนอไปเช่นนั้น เป็นแผนการถ่วงเวลาทัพต้าหมิง เพื่อให้ต้าหยางเราได้เตรียมความพร้อมของกองทัพในการทำศึกกับอีกฝ่ายเท่านั้น หาได้มีเจตนาให้พระองค์ต้องไปอภิเษกกับทางนั้นจริง ๆ ไม่พ่ะย่ะค่ะ” เสียมหลอหลงทูลอธิบายเหตุผลต่อองค์หญิงใหญ่ ซึ่งถือว่าที่เขากล่าวมาเป็นความจริง แต่จริงในแง่ของการถ่วงเวลาทัพต้าหมิง ส่วนที่เขาเจตนาเสนอชื่อองค์หญิงใหญ่แทนน้องห้าของนาง ก็เพื่อเป็นการเอาคืนที่นางคิดไม่ซื่อกับองค์หญิงห้าก่อนเท่านั้น “ ที่ท่านกล่าวมาเป็นเรื่องจริง?” นางเอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้าอย่างมีความหวัง ก่อนที่นางจะเอ่ยปากชวนให้เขาไปเป็นที่ปรึกษาของนาง “ หม่อมฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่พระองค์ให้ความสำคัญกับบัณฑิตตัวเล็ก ๆ เช่นหม่อมฉัน แต่ตอนนี้หม่อมฉันรับหน้าที่ที่ปรึกษาให้กับฝ่าบาท เพราะฉะนั้นคงจะดูไม่เหมาะ ถ้าหากหม่อมฉันจะไปเป็นที่ปรึกษาให้กับใครอีก” อาหลงพยายามหาข้ออ้างที่ดูดี เพื่อเป็นการปฏิเสธนางอย่างนุ่มนวลและถนอมน้ำใจอีกฝ่าย ในขณะที่นางมีสีหน้าที่ผิดหวังพอสมควร ก่อนที่นางกำนัลคนสนิทจะเข้ามากราบทูลว่าถึงเวลาที่นางจะต้องไปเข้าเวรเพื่อถวายการดูแลพระบิดา นางจึงขอตัวจากไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ โดยก่อนจะไป นางได้ทิ้งคำพูดไว้ประโยคหนึ่งที่ทำให้เขาต้องรู้สึกหนักใจขึ้นมาทันที “ ข้าหวังว่า ท่านจะเก็บข้อเสนอของข้าไปพิจารณา อนาคตของอี้เซียนอยู่ในมือของท่านแล้ว” เป็นองค์หญิงใหญ่ ซึ่งเป็นเจ้าของหอหงส์ดรุณ ยกเอาฉินอี้เซียนขึ้นมาเป็นเครื่องต่อรองกับชายหนุ่ม ถ้าหากเขายอมเป็นที่ปรึกษาให้นาง นางจะฉีกสัญญาไถ่ตัว และยกฉินอี้เซียนให้เป็นคนของเขาในทันที ซึ่งเขาเองรู้สึกไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ ที่อีกฝ่ายนำสตรีที่เขาพึงใจมาเป็นข้อต่อรองเช่นนี้ “ ภายใต้ใบหน้าที่งดงามและอ่อนหวานของท่าน ช่างเต็มไปด้วยอันตรายและความร้ายกาจที่คาดไม่ถึงจริง ๆ องค์หญิงใหญ่” เสียมหลอหลงรำพึงกับตนเองเบาๆ หลังจากที่นางกับคนติดตามเดินทางกลับวังเพื่อไปถวายการดูแลพระบิดาของนาง “ เฮ้ออออ....” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบา ๆ พร้อมทั้งเอนหลังกับเก้าอี้ด้วยจิตใจที่หนักอึ้ง ซึ่งมีไม่บ่อยนักที่เขาจะรู้สึกอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ “ ท่านอาจารย์ วันนี้ท่านรับลูกค้าครบสามครั้งหรือยังเจ้าคะ?” เป็นเสียงลูกค้าสาวอีกเช่นเคยที่มาขอรับคำปรึกษา ซึ่งเสียงเมื่อครู่ช่างฟังดูคุ้นเคย เหมือนว่าเขาจะเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน “ องค์หญิงรอง ท่าน ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?” เสียมหลอหลงต้องตกตะลึงเป็นครั้งที่สอง เมื่อองค์หญิงรอง ต้วนเซียนเอ๋อปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขา แถมยังใช้คำพูดธรรมดา ๆ ที่แสนจะอ่อนหวานชวนฟังกับเขา ทำเอาเขาทำตัวแทบไม่ถูก ก่อนจะกราบทูลให้ทรงประทับที่เก้าอี้ของร้าน “ น้องห้ากับพี่ใหญ่ต่างก็มาได้ หรือว่าท่านไม่ยินดีต้อนรับเรา?” องค์หญิงรองผู้อ่อนหวานและดูอ่อนแอ รับสั่งตัดพ้อตัวเขา เช่นเดียวกับพี่ใหญ่ของนางเพิ่งจะทำไป “ มิใช่เช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันยินดี เพียงแต่ไม่ทราบว่าพระองค์มีเรื่องใดให้กระหม่อมถวายการรับใช้?” อาหลงกราบทูลองค์หญิงรองอย่างระมัดระวัง เพราะเขารู้สึกว่าภายใต้ความอ่อนแอนี้ กลับซ่อนไปด้วยความเร้นลับที่ยากจะคาดเดา ดูไปแล้วถือว่าไม่ได้ต่างไปจากพี่ใหญ่ของนางเลยแม้แต่น้อย “ หลังจากที่ท่านให้ยาเม็ดกับเราวันนั้น อาการของเราดีขึ้นมาก แต่เมื่อเช้านี้เรารู้สึกว่าอาการจะกลับมากำเริบอีกครั้ง เราจึงบากหน้ามาเพื่อขอเม็ดยาจากท่าน ไม่ทราบจะได้หรือไม่?” องค์หญิงรองรับสั่งกับเสียมหลอหลงด้วยท่าทีเหมือนคนที่อาการไม่ดี แต่อาหลงมองออกว่านี่เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น เพราะจริง ๆ แล้วอาการของนางยังปรกติดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงทั้งสิ้น “ นี่พ่ะย่ะค่ะ ยาเม็ดเหล่านี้เพียงพอให้พระองค์เสวยได้ถึงหนึ่งเดือน หลังจากนั้นพระองค์ก็ไม่จำเป็นต้องทานยาพวกนี้พ่ะย่ะค่ะ” เสียมหลอหลงทูลถวายยาเม็ดจำนวนหนึ่งให้กับนาง นางจึงรับสั่งขอบคุณชายหนุ่ม พร้อมทั้งรับสั่งเชิญให้เขาไปเป็นที่ปรึกษาของนาง ก่อนที่เขาจะใช้วิธีเดียวกับที่ตอบปฏิเสธองค์หญิงใหญ่ ทำให้องค์หญิงรองต้องพบกับความผิดหวังเช่นเดียวกับพระภคินีของนาง หลังจากส่งเสด็จองค์หญิงรอง เสียมหลอหลงก็กลับมานั่งประจำเก้าอี้ตัวโปรดของตน พร้อมทั้งคิดในใจว่าวันนี้เป็นวันอะไรกัน ตนถึงต้องมาต้อนรับองค์หญิงที่ทำให้ตนต้องลำบากใจถึงสองพระองค์ คิดได้เช่นนั้น เขาก็หวังว่าลูกค้าคนสุดท้ายคงจะไม่ใช่องค์หญิงองค์ใดองค์หนึ่งอีก แต่ถ้าเป็นองค์หญิงห้า ดาหลิง อันเป็นที่รักของเขา เขามีความย่อมยินดีที่อยากจะเจอ “ ดาหลิง วันนี้ท่านรับลูกค้าครบ 3 รายหรือยังเจ้าคะ?” .............................................................................................................................คุยกันหลังฉาก....มาแล้วครับสำหรับตอนที่ 42 ตามมาติด ๆ เพื่อที่รีดที่น่ารักทุกท่านจะได้อ่านอย่างต่อเนื่อง สำหรับตอนนี้อาหลงของเราก็ได้ร่วมสาบานในป่าท้อกับฮวยเซ็งและอาห่าว เฉกเช่นเดียวกับเล่าปี่ในเรื่องสามก๊ก รวมทั้งวันนี้เขายังต้องต้อนรับเหล่าองค์หญิงที่แวะเวียนมาเป็นลูกค้า 2 รายแรกของเขาอีกด้วย ส่วนรายที่สามจะใช่คนที่เขาเฝ้ารอและอยากเจอหรือไม่ รออ่านและรอลุ้นได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านด้วยดีเสมอนะครับ สำหรับตอนต่อไป จะพยายามลงให้ได้ภายในอาทิตย์นี้ ขอบคุณอีกครั้งครับ ขอบคุณจริง ๆ.......................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ ความกล้าของข้า ไม่ใช่ว่าไม่กลัว แต่เป็นการที่ข้าตัดสินใจแล้วว่า มีสิ่งอื่นที่สำคัญกว่าความกลัว”