รอรัก รอแค้น

    บทที่ 10 เจ้าอัครเดช

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก“ไอรักคุณอยู่ข้างในหรือเปล่า”“ช่วยด้วย!!!” ศศิธรรวมแรงทั้งหมดส่งเสียงขอความช่วยเหลือ“ไอรักคุณเป็นอะไร!!!!”“ท่านพี่!”หญิงคนนั้นเหมือนจะยิ่งโมโหมากขึ้น เธอใช้เท้าเตะเข้าที่หน้าศศิธรอย่างแรงจนหญิงสาวล้มหงายหลังไปกระแทกกับชั้นวางหนังสือล้มลง“ไอรัก!!! คุณเป็นอะไร”ปัง!!!! ปัง!!!!เสียงถามดังขึ้นอย่างร้อนร่นพร้อมกับเสียงกระแทกประตูดังแรงขึ้นเหมือนคนข้างนอกพยายามจะพังประตูเข้ามาให้ได้“ท่านพี่รักมันมากหรือ”ผู้หญิงคนนั้นวิ่งเข้ามากระชากตัวศศิธรเข้ากับกำแพง แล้วลงมือบีบคอหญิงสาวด้วยสองมือ ศศิธรพยายามดิ้นทุบตีหญิงคนนั้นให้ปล่อยแต่ก็เหมือนหญิงคนนั้นจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร ซ้ำยังเพิ่มแรงบีบมากขึ้นจนเท้าทั้งสองข้างของหญิงสาวลอยขึ้นจากพื้นปัง!!!! ปัง!!!!!!ประตูเปิดออก เวทิศเห็นร่างของหญิงที่ตนรักกำลังถูกทำร้ายโดยผู้หญิงสวมชุดนางรำเนื้อตัวเน่าเฟะน่าขยะแขยงเขาไม่รอช้ารีบตรงเข้าไปดึงมือหญิงคนนั้นออก มันน่าแปลกที่ชายหนุ่มสามารถปัดออกได้อย่างง่ายดาย เวทิศประคองดูร่างเล็กที่สำลักอากาศอย่างเอาเป็นเอาตาย“ท่านพี่ผลักข้าหรือ ท่านรักมันมากหรือไหนท่านพี่ว่ารักเมียคนนี้หนักหนาแล้วไยคุณพี่จึงทำเยี่ยงนี้” หญิงคนนั้นโวยวายไปหน้านองไปด้วยน้ำตาซ้ำยังเป็นน้ำตาสีเลือดเสียด้วย“เมียเห*้ยอะไรวะ กูไม่เอาผีเน่าหนอนยังมึงทำเมียหรอก”“ไม่!!! กรี๊ดดดดดดดด”หญิงคนนั้นกรีดร้องเหมือนคนควบคุมสติไม่ได้ ก่อนร่างของเธอค่อยๆ จางหายไปในอากาศเวทิศจะช้อนอุ้มร่างศศิธรแต่หญิงสาวส่ายหน้าแล้วชี้ไปทางสมุดประวัติโรงพยาบาลเล่มใหญ่เหมือนบอกให้เขาเอาไปด้วย เวทิศพยักหน้ารับ แล้วหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาแล้วช้อนอุ้มร่างเล็กแล้วช้อนอุ้มร่างศศิธรวิ่งตรงไปที่รถเวทิศคิดว่าจะพาศศิธรไหน กลับบ้านพักก็กลัวผู้หญิงคนนั้นจะตามไป จะพาศศิธรไปที่บ้านเขาผู้หญิงคนนั้นก็คงตามไปได้อยู่ดี“กลับบ้านพัก” เหมือนศศิธรจะรับรู้ความลังเลของเขาจึงพูดออกมา“ครับ”เขาขับรถกลับบ้านพักตามที่เธอต้องการ เมื่อขับมาถึงเขาสังเกตเห็นรถพ่อและแม่เขาจอดอยู่หน้าบ้าน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นตอนนี้ตอนนี้ต้องดูแลคนข้างกายก่อน“คุณลุกไหวไหม”ศศิธรพยักหน้ารับ เมื่อเธอเปิดประตูออกจากรถแค่เท้าเล็กๆ ก้าวถึงพื้นเท่านั้นเธอก็ล้มลงเพราะไม่มีแรง เวทิศรีบเปิดประตูรถฝั่งตัวเองวิ่งอ้อมไปประคองร่างเธอไม่ให้ล้มแล้วช้อนอุ้มเธอขึ้นบนบ้านเสียเองระหว่างนั้นบิดามารดาที่ได้ยินเสียงรถลูกชายกลับมาแล้วจึงเดินออกมาดูทำให้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด มารดาเห็นท่าทางของลูกใจหนึ่งเธอดีใจที่ลูกพบคนที่ใช่แต่ก็กังวลว่าหญิงคนนี้จะเป็นคนอย่างไรเหมือนกันเวทิศอุ้มหญิงสาวว่างลงบนโชฟาในห้องรับแขก หายาดมผ้าชุบน้ำและอุปกรณ์ทำแผลมาให้ โดยลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าพ่อและแม่ตัวเองก็ยืนอยู่แถวนั้น“หนูไปโดนอะไรมาเนี่ย”บิดาพูดขึ้นหลังจากเห็นลูกชายปฐมพยาบาลหญิงสาวเสร็จแล้วศศิธรยิ้มน้อยๆ เพราะไม่รู้จะตอบยังไง“ก็หลายอย่างค่ะ”“หนูใช่สาเหตุที่ลูกชายฉันแอบหนีไปกรุงเทพฯ หรือเปล่า” มารดาพูดติดตลก“คนนี้ล่ะครับแม่ คนนี้แม่ของลูกพูดเลย” เวทิศพูด“คุณ! ใครเป็นแม่ของลูกคุณ พูดให้มันดีๆ หน่อยให้เกียรติฉันบ้าง” ศศิธร“ก็ให้เกียรติไง คุณให้เกียรติแม่ของลูก”“ฉันเบื่อจะคุยกับคุณละ” ศศิธรกวาดสายตามองหาพี่ชายและมาลิณีแต่ไม่เห็นวี่แววของทั้งสองคนเลย“มองหาใคร” เวทิศกวาดสายตามองตามแต่ไม่เห็นสิ่งผิดปกติอะไร"หามะลิกับพี่ชายฉันนะสิ"“ผมเห็นรถหายไปสงสัยออกไปข้างนอกกันมั้ง อย่าห่วงเลยคุณ”“สถานการณ์ฉันตอนนี้ไม่ห่วงได้หรอ” ว่าจบแล้วเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทรหาพี่ชายของตนเอง แต่รถคันหรูของพี่ชายเธอวิ่งเข้ามาในบ้านพอดี ศศิธรถอนหายใจอย่างโล่งอกทั้งเมื่อเห็นคู่พร้อมกับข้าวของพะรุงพะรังสองผู้มาใหม่มองอย่างงงๆ ว่าชายหญิงสูงวัยทั้งสองคนนี้เป็นใคร“ผมขอแนะนำนะครับนี่คุณพ่อผมแพทย์วรเมธ คุณแม่เจ๊ทิปภา ผมส่วนนี่ไอรัก แล้วนั่นพี่ชายเธอชื่อเลิฟ อีกคนเป็นเพื่อนของไอรักตั้งแต่เด็กๆ ชื่อมาลิ”ศศิธรกลอกตามองบนให้กับความไร้มารยาทของผู้ชายคนนี้“เป็นอะไรอีกล่ะคุณ ผมทำอะไรก็ไม่เคยถูกใจคุณสักอย่าง”“คุณรู้จักคำว่ามารยาทการแนะนำตัวไหม”“ก็แนะนำแล้วไงผมทำอะไรผิด”“คนอายุมากกว่าต้องทำความรู้จักคนที่อายุน้อยกว่าเหรอ”“ห๊ะ” เขามองศศิธรอย่างงงๆ“ตามมารยาทแล้วคุณต้องแนะนำคนที่อายุน้อยกว่าให้กับคนที่อายุมากกว่ารู้จักก่อนเข้าใจไหม เห้อคนอย่างคุณไม่น่าเป็นหมอได้นะ”“หึ..หึ...ฮ่า! ...ฮ่า…” ผู้เป็นพ่อปิดปากหัวเราะเหมือนพยายามกลั้นหัวเราะแต่คงสุดจะกลั้น ถึงระเบิดหัวเราะออกมาเสียลั่นบ้าน“พ่อ!" เขาเรียกพ่ออย่างอนๆ เขารู้ว่าพ่อเขากำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่“ขอโทษ ขอโทษพอดีเห็นอนาคตคนกลัวเมียน่ะ ลูกชายฉันนี่ตลกจริงๆ โดนเขาสั่งโดนเขาสอนตั้งแต่เริ่มจีบเลยสงสัยแต่งกันไปมีหวังคงได้กราบเท้าเมียเช้าเย็นแน่“พ่ออ่ะ!”“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ลูกชายคุณไม่ได้กราบเท้าน้องสาวผมแน่เพราะยังไงผมก็ไม่ยกน้องสาวผมให้กับใครทั้งนั้นเราจะอยู่ครองคู่กันเป็นพี่น้องตลอดไป“พี่คะ นั่นน้องสาวหรือเมียคะ”บิดาของเวทิศยิ่งหัวเราะดังเข้าไปใหญ่ “งานหนักและลูกชายเอ้ย วันนี้ขอนอนนี่ด้วยได้ไหมอยากทำความรู้จักกับว่าที่ลูกสะใภ้” วรเมธหันมาพูดกับศศิธร“ยินดีค่ะ” หญิงสาวตอบยิ้มน้อยๆ พร้อมกับก้มหัวให้เกียรติหลังจากคุยกันพอหอมปากหอมคอของ มาลิณีตัวไปทำอาหารโดยมีมารดาของเวทิศคอยช่วย อันที่จริงศศิธรจะลงมือช่วยด้วยแต่จากสภาพเธอแล้วทุกคนรีบห้ามเอาไว้แทบไม่ทัน ชายทั้งสามคนนั่งคุยกันที่ห้องรับแขกโดยมีศศิธรนั่งอยู่เงียบๆ ศศิธรเห็นว่าตัวเองไม่มีอะไรทำเธอจึงหยิบสมุดประวัติโรงพยาบาลขึ้นมานั่งอ่านเธออ่านประวัติไม่เห็นอะไรสำคัญมีแต่พวกบรรดารายชื่อผอ. ผู้อุปถัมภ์หลักผู้อุปถัมภ์รอง เธอเปิดไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าเกือบจะสุดท้าย มีข้อความเจ้าอัครเดชก่อตั้งคุ้มนี้ให้เป็นโรงพยาบาลหลังจากที่ภรรยาเอกของท่านเสียชีวิตเพราะฆ่าตัวตาย ท่านจึงอยากจะสานฝันภรรยาที่มีใจเมตตาอยากช่วยชีวิตผู้ยากไร้ที่เจ็บป่วย“เจ้าอัครเดช” ศศิธรทวนคำ“ต้นตระกูลของลุงทำไมหรอ” บิดาเวทิศเอยถาม“คะ!" ศศิธรมองหน้าวรเมธอย่างตื่นๆ“เมื่อกี้หนูพูดชื่อต้นตระกูลของลุง ลุงเลยสงสัยว่าทำไมหรอ”“ไอรักเห็นชื่อท่านในประวัติโรงพยาบาลนะค่ะ คุณลุงคะ คุณช่วยเล่าเรื่องของท่านให้หนูฟังหน่อยได้ไหมคะ" ศศิธรมองหน้าคุณลุงสีหน้าเธอเหมือนอยากรู้มากจริงๆวรเมธยิ้มแล้วพยักหน้า “แต่ลุงไม่รู้อะไรมากหนักหรอกนะ”“ต้นตระกูลของลุงคนนี้เก่งเป็นนักปกครองที่ดีและเป็นพ่อค้าที่เก่ง สมัยก่อนเขาอาศัยอยู่ที่นี่แหละที่ที่เรากำลังนั่งอยู่นี่แหละ เขาทำธุรกิจหลายอย่างทั้งเมืองพลอยรวมถึงส่งออกผ้าไหมให้กับทางโปรตุเกสด้วย เขามีภรรยาอยู่คนหนึ่ง ท่านเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงเห็นว่าแม้กระทั่งสามีตัวเองยังไม่ค่อยยุ่งวุ่นวาย ขนาดสามีพาเมียน้อยเข้ามาอยู่ในบ้านก็ยังไม่ปลิดปากบ่นสักคำ เขาว่าเพราะเธอถูกบังคับให้แต่งงานเธอจึงไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไร หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ฆ่าตัวตายเห็นว่าเพราะเสียใจที่แท้งลูก หลังจากเมียตายเจ้าอัครเดชก็เริ่มก่อตั้งที่นี่ให้เป็นโรงพยาบาลแล้วก็ตรอมใจตายตามเมียไป"“คุณลุงคะแล้วภรรยาน้อยที่เขาพาเข้ามาในบ้านมีกี่คนคะมีคนชื่อกลิ่นแก้วหรือเปล่า”“มีกี่คนอันนี้ลุงไม่แน่ใจแต่เห็นเขาเล่าว่ามีคนเดียวส่วนชื่อกลิ่นแก้ว ลุงไม่รู้ว่าเป็นชื่อเมียน้อยหรือเปล่า แต่เมียเอกของเขาชื่อนี้แหละชื่อกลิ่นแก้ว”ได้ยินแล้วศศิธรถึงกับงงหนัก ถ้ากลิ่นแก้วคือภรรยาหลวงที่ไม่สนใจสามีด้วยซ้ำทำไมผู้หญิงคนนั้นต้องแค้นเธอขนาดนี้ล่ะ ถ้าเป็นอย่างที่วรเมธเล่าคนที่แค้นที่สุดควรจะเป็นเมียหลวง