"คุณหนู ท่านจะทำอาหารจริงๆ หรือเ้าคะ ข้าว่ามันจะดีหรือเ้าคะ"
"เ้ากลัวอะไรหรือ เอาน่า ข้ารู้ว่าหัวหน้าห้องครัวคงยังไม่ชอบข้าั้แ่แรกแล้ว" เธอยิ้ม
"แต่คุณหนูยังจะเข้าไปอย่างนั้นหรือเ้าคะ" หนิงเอ๋อถามด้วยความเป็ห่วง
"อืมม์ ไปเถอะ" เธอเดินตรงไปยังห้องครัวขณะที่คนรับใช้กำลังวุ่นวายอยู่กับการทำอาหาร จังหวะเดียวกัน กับที่แม่บ้านลู่ ก็หันมาสบตา กับเธอพอดี
"คุณหนูเจียวซิ่ง ท่าน้าสิ่งใดหรือเ้าคะ ถึงได้มาถึงห้องครัวนี้" แม่บ้านลู่โค้งตัวลง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมอง
"เมื่อครั้งที่แล้วข้าและคนของข้าทำเสียมารยาทกับแม่บ้านลู่ ข้าต้องขออภัย" เจียวซิ่งกล่าว
"เื่ก็ผ่านมาแล้วข้ามิบังอาจกล่าวโทษคุณหนูหรอกเ้าค่ะ ข้าต่างหากที่สมควรกล่าว ขออภัยที่ทำการร่วงเกินคุณหนูเจียวซิ่ง ท่านไม่ได้ทำสิ่งใดผิด เมื่อคุณหนูเจียวซิ่งมาถึงที่นี่ มี สิ่งใด จะให้ข้ารับใช้หรือเ้าคะ"
"ข้าเพียงแต่อยากจะทำอาหารให้ท่านแม่ทัพเฉินน่ะ ถ้าหากข้าจะขอใช้ของในครัวของเ้าจะได้หรือไม่ แต่ดูเหมือนข้าเห็นเ้ากำลัง ยุ่งๆ หรือเ้ากำลังเตรียมทำอาหารมื้อสำคัญอยู่งั้นรึ"
"เื่ของใช้ต่างๆ ในครัวคุณหนูเจียวซิ่ง สามารถใช้ได้ทั้งหมดเ้าค่ะ แต่วันนี้ เห็นทีจะไม่ได้เ้าค่ะ เพราะข้าจะต้องเร่งทำอาหารเลี้ยงต้อนรับคุณหนูรอง คนสำคัญของท่านแม่ทัพเ้าค่ะ เพราะฉะนั้นท่านคงต้องใช้เป็วันอื่นแล้วเ้าค่ะ"
"คุณหนูรอง คือใครหรือ" เจียวซิ่งถามขึ้น
"เหตุใดใต้เท้าไม่ได้บอกเล่า ให้ท่านฟังหรือเ้าค่ะ ข้าน้อยคิดว่าคุณหนูเจียวซิ่งจะรู้เสียอีก" แม่บ้านลู่กล่าวอมยิ้ม
"อ้อไม่นะ คงจะลืมกระมัง" เจียวซิ่งตอบ
"หึ ลืมหรือเ้าค่ะ จะเป็ไปได้อย่างไร เื่สำคัญเยี่ยงนี้ ใต้เท้าไม่มีทางที่จะลืมไปได้อยู่แล้ว เพราะคุณหนูรองเป็น้องสาวบุญธรรมเพียงคนเดียวของสกุลเฉินที่ใต้เท้ารักและให้ความสำคัญยิ่ง แต่เหตุใดกลับไม่บอกเล่าให้ท่านฟังเลยสักนิด น่าแปลกใจยิ่ง นะเ้าคะ ทั้งที่ท่านก็เป็คู่หมั้นของใต้เท้าแท้ๆ ข้าขออภัยจริงๆ เ้าค่ะที่พูดออกไปเยี่ยงนั้น" แม่บ้านลู่เอ่ยขึ้น
"แม่บ้านลู่! เ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง บังอาจ เย้ยหยันคุณหนูของข้าอย่างนั้นรึ!" หนิงเอ๋อขึ้นเสียงด้วยความโมโหทันที
"หนิงเอ๋อ" เจียวซิ่งห้ามปราม หนิงเอ๋ออย่างรวดเร็ว
"แต่คุณหนูเ้าค่ะ"
เจียวซิ่งส่ายหน้าไปมาเบาๆ "เื่แค่นี้ ไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกระคายหรอก ไม่เป็ไร ถ้าเช่นนั้นวันนี้ท่านก็จัดแจงเื่การทำอาหารให้คุณหนูรองของท่านไปเถอะ ไว้วันรุ่งสางข้าจะมาใช้ครัว" เธอขยับตัวที่จะเดินออกไปแต่กลับหยุดชะงักหันกลับไปที่แม่บ้านลู่อีกครั้ง
"เ้าบอกว่า คุณหนูรองของเ้าคือคนสำคัญของสกุลเฉิน แต่ข้าก็จะบอกเ้าเหมือนกัน เมื่อไรที่ข้าเป็ฮูหยินของสกุลเฉิน ถ้าจะกล่าวถึงลำดับชั้น วันนั้นข้าคงสูงกว่าคุณหนูรองซินะ ถ้าเป็เช่นนั้นพอถึงเพลานั้นคำสั่งของข้าคงสำคัญไปด้วยจริงไหมแม่บ้านลู่" เธอตอบกลับไปแล้วยิ้มก่อนที่จะเดินออกไป ทำเอาแม่บ้านลู่หน้าชา ด้วยความโกรธขึ้นมาทันที
"เอ้อหมั่นไส้ฉิบ หน่อยแล้วไง เป็คุณหนูรองมีสิทธิ์ทุกอย่างหรือไง อารมณ์เสีย ถ้าเป็ในยุคปัจจุบันนะ แม่จะตบให้คว่ำเลยยายป้าโรคจิต" ปิงปิงเอ่ยออกมาเบาๆ เมื่อเดินกระแทกส้นเท้าออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ ทำให้ หนิงเอ๋อที่เดินตามหลังเธอมา มองตามเธอด้วยความตกตะลึงและประหลาดใจในสิ่งที่ เจียวซิ่งกล่าวและแสดงออกมา
"คุณหนูเ้าคะ คุณหนูคนเดิมของหนิงเอ๋อกลับมาแล้วใช่ไหมเ้าคะ ถึงแม้ว่าคำพูดคำจาจะยังคงประหลาดอยู่ก็ตาม"
"เอ๊ยย หนิงเอ๋ย คุณหนูคนเดิมอะไรกัน ข้าก็เป็ของข้าแบบนี้ แต่ที่ข้าต้องปั้นหน้าแสดงละครฉากใหญ่ ก็เพราะต้องอยู่ที่นี่ไว้ให้ข้าขึ้นเป็ฮูหยินเสียก่อนเถอะ ข้าจะจัดการให้หนัก เรียงรายตัวเลย" เธออารมณ์เสีย เดินไปที่สวนเชียนเวยทันที ที่นี่ละที่จะทำให้ใจเธอสงบลง
"ใต้เท้าขอรับท่านแม่ทัพใหญ่ ้าเข้าพบขอรับ" คนใช้ของเสนาห่านซวนได้เข้ามารายงานขณะที่เขากำลัง ก้มหน้าก้มตาอยู่ที่โต๊ะทำงาน ต้องสะดุ้งด้วยความใเงยหน้าขึ้น
"ตอนนี้ท่านแม่ทัพใหญ่อยู่ที่ไหนรึ" เสนาห่านซวนแสดงสีหน้าใขณะถามคนใช้ในจวน
"รออยู่ด้านหน้าขอรับ"
"งั้นข้าจะออกไปเดียวนี้" เขารีบวางอุปกรณ์ต่างๆ ลงแล้วเดินออกไปทันที
"ข้าห่านซวน ขอคารวะท่านแม่ทัพใหญ่" ห่านซวนโค้งคำนับอย่างรวดเร็ว
"ไม่ต้องมากพิธี ท่านเสนาห่านซวน"
"ท่านมาถึงจวนของข้า ต้องมีเหตุสำคัญเป็แน่แท้ เชิญท่านแม่ทัพด้านในจวนก่อนเถอะขอรับ" เสนาห่านซวนโค้งตัวลงก่อนที่จะผายมือให้อี้เฉินเข้าไปนั่งในจวนก่อนที่จะเดินตามเข้าไปเช่นกัน
"เชิญท่านแม่ทัพ" อี้เฉินเดินไปนั่งที่โต๊ะรับรอง คนใช้นำน้ำชามาจัดเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว ขณะที่ทั้งคู่นั่งลงพร้อมเริ่มบทสนทนา เสนาห่านซวนก็ทำการรินน้ำชาให้กับอี้เฉิน
"ที่ข้ามาในวันนี้ เพื่อให้ไม่เป็การเสียเวลา คงจะเอ่ยกล่าวไม่ได้นาน แต่ข้ามีข้อสงสัย จากสายรายงานมาเื่ผ้าแพรนั้น เหตุใดท่านถึงไม่ตรวจเช็คก่อนถึงห้องพระคลัง" อี้เฉินเหลือบสายตามองเล็กน้อย ขณะที่ห่านซวน เองชะงักมือเล็กน้อยเช่นกันก่อนที่จะนำกาน้ำชาไปวางไว้ที่เดิม
"หึ" เขาหลุดขำออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเอ่ยออกมา "ท่านแม่ทัพ เหตุใดท่านจึงเกิดความสงสัยในตัวข้าอย่างนั้นหรือ ข้าเป็ขุนนางรับใช้ฝ่าา ทำงานเพื่อแผ่นดินด้วยความสัตย์ซื่อมาตลอด มีเหตุอันใดที่ข้าต้องทำให้เดือดร้อนถึงตนเล่า การที่ท่านมาถามข้าเยี่ยงนี้นั้น หมายความว่าท่านกำลังกล่าวหาข้าอยู่นะขอรับ การซื้อขายสินค้ากับพ่อค้าเมืองเทียนสุ่ยไม่ใช่แค่ครั้งหนึ่งหรือสองครั้งแต่อย่างไร เรารับซื้อมาเป็เวลานานนับปีไม่เคยมีปัญหา และคนเราก็ย่อมไว้ใจซึ่งกันและกันอยู่แล้ว ไม่จำเป็ที่จะต้องตรวจสอบแต่อย่างไร"
"ไม่ว่าจะรับซื้อมากี่ปี แต่อย่างไรเสีย ก็ต้องตรวจสอบอยู่ดี นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่ท่านจะกล่าวมันคือการละเลย ในหน้าที่ หากพ่อค้า ใส่หีบมาไม่ครบจำนวน ท่านก็ต้องรับผิดชอบอยู่ดี"
"เื่การละเลยหน้าที่ ข้าก็ได้ยอมรับโทษไปแล้ว และถูกตัดเบี้ยหวัดอย่างไม่มีกำหนด เหตุใดท่านยังจะ้าอะไรอีก"
"ท่านแน่ใจขนาดนั้นรึ ว่ามันเป็แค่เพียงความผิดพลาดแต่ที่ข้ารู้มาหีบนั้นถูกสับเปลี่ยนในวันที่ท่านพักแรมที่โรงเตี๊ยมสำราญก่อน การเดินทางสู่ต้าเชิ่ง"
"นี่ท่าน! กล่าวหาข้าเยี่ยมนี่หมายความว่าอย่างไร! ถึงแม้ท่านจะเป็แม่ทัพใหญ่เป็พระอนุชาของฮ่องเต้! แต่ท่านก็ไม่มีสิทธิ์ ที่จะกล่าวหาข้าลอยๆ โดยไม่มีหลักฐาน" น้ำเสียงโกรธจัดอย่างไม่พอใจของเสนาห่านซวนแสดงออกมาทันที
ขณะที่สายตาของอี้เฉิน ก็จ้องมาด้วยแววตาดุดันเช่นกัน
"สืออีเหนียง! เอาหลักฐานมา"
เสนาห่านซวนสะดุ้งตาเบิกโพลงขึ้นมาทันทีด้วยความใเมื่อสายตาหันไปมองเห็น พ่อค้าคนที่ขายผ้าแพรนั้นถูกสืออีเหนียงนำตัวมาเพื่อเป็พยานยืนยันในการซื้อขาย
"เ้า หมายความว่าอย่างไร"
"ข้าน้อยผิดไปแล้วท่านแม่ทัพ ใต้เท้าห่านซวนเป็คนสั่งให้ข้าจัดผ้าแพร 35 ผืนแต่ให้แยกเป็สองหีบ อีกหีบไม่ต้องเขียนเบิกจ่าย แต่จะจ่ายเพิ่มให้อีก 1 เท่า ข้าไม่รู้ ข้าเพียงแค่ทำตามคำสั่ง ใต้เท้าห่านซวนเท่านั้น โปรดให้ความยุติธรรมกับข้าด้วยท่านแม่ทัพ"
"บังอาจ! เหลวไหล! สิ้นดี! ข้าไม่เคยสั่งเ้า ข้าจะรายงานถึงหวงกุ้ยเฟยท่านจงใจใส่ร้ายป้ายสีข้า"เสนาห่านซวนกล่าวออกมาด้วยความโกรธ
"ใส่ร้ายงั้นรึ แล้วสิ่งนี่คืออะไรท่านจะแก้ตัวอย่างไร" อี้เฉินขยับตัวลุกขึ้น หยิบป้ายคาดหีบที่มีตราของราชสำนักจากในเสื้อคลุมขึ้นมาโยนให้ทันที ทำให้เสนาห่านซวนสะดุ้งด้วยความใ
"ท่านทําลายหลักฐานแต่ยังเหลือร่องรอยเอาไว้ หีบหนึ่งมี15 ชิ้นส่วนอีกหีบ มี 20 ชิ้น ถูกนำสับเปลี่ยนที่โรงเตี๊ยมสำราญ แต่สิ่งที่น่าแปลกใจ หีบ 20 ชิ้นนั้น กลับถูกนำส่งต่อไปยังชายแดนจิ่วเฟิ่น ในเมื่อจิ่วเฟิ่นคือข้าศึกศัตรูที่เคยโจมตีค่ายทหารอาสาของข้าเมื่อครั้งที่ข้าประจำการอยู่ที่เมืองเทียนสุ่ยท่านจะมีข้อแก้ตัวเยี่ยงไร นั้นก็จงไปแก้ตัวต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าาเถอะท่านเสนาห่านซวน"
"ทหารคุมตัวไป!"
"ช้าก่อน! ท่านแม่ทัพใหญ่" เสียงะโก้องมาจากทางฝังทางเข้าของประตู เมื่ออี้เฉินหันไปตามเสียงที่ห้ามไว้นั้น กลับเป็ หวงกุ้ยเฟยเดินเข้ามาทุกคนโค้งคำนับทันที
"ถวายบังคมหวงกุ้ยเฟย พ่ะย่ะค่ะ" อี้เฉินโค้งคำนับแล้วเงยหน้าขึ้น
"ช้าก่อน ท่านแม่ทัพเฉิน เื่ของหีบผ้าแพรนั้น ข้าจะขออธิบาย ให้ท่านฟัง ที่จริงแล้วข้าเป็คนสั่งให้ ท่านเสนาห่านซวน เพิ่มผ้าแพรเป็ 35 ผืนเอง แบ่งออกเป็ 2 หีบ ข้าตั้งใจจะส่งผ้าแพรนี้นำไปให้ท่านอาของข้าที่เมืองจงหยวน ท่านก็รู้ว่าหากจะนำผ้าแพรนี้ไปเมืองจงหยวนก็ต้องผ่านชายแดนจิ่วเฟิ่น ถ้าหากไม่ตัดป้ายคาดหีบที่มีตราของราชสำนักนั้นทิ้ง จะเกิดอะไรขึ้น ท่านก็รู้ ข้าต้องขออภัยที่ไม่ได้บอกกล่าวอธิบายให้ท่านเยว่ซิงฟังก่อนหน้านี้ ข้าตั้งใจว่าหลังจากกลับมาจากเมืองชิงสุ่ยแล้วจะมาอธิบายให้ฟังแต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ข้าต้องขออภัยท่านแม่ทัพจริงๆ ที่ทำให้เข้าใจผิดจนเกิดเื่ขึ้นถ้าหากท่านไม่เชื่อจะให้ใครตรวจสอบไปยังท่านอาของข้าก็ได้"
"เหตุใดหวงกุ้ยเฟยไม่นำพา หีบผ้าแพรเดินทางด้วยทางบกพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมว่าการใช้เวลาเดินทางเพียง 2 วันก็ถึง ถึงแม้จะช้าไปหน่อยแต่ก็ปลอดภัย ไม่ต้องผ่านชายแดนจิ่วเฟิ่นให้ยุ่งยากดูเหมือน ท่านจะชอบความยุ่งยากเช่นนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ"
"ข้าเห็นว่ามันไม่ได้เป็ของสำคัญมากเป็เพียงผ้าแพรเท่านั้น อย่างน้อยทหารของจิ่วเฟิ่นก็คงตรวจไม่มาก เหมือนการขนส่งสินค้าทั่วๆ ไป ใช่เวลาเพียง 1 วันก็ถึง เหตุใดจะต้องเสียเวลาเดินทาง ทางบกกัน"
"ในเมื่อเป็ความประสงค์ของหวงกุ้ยเฟย กระหม่อมก็ไม่มีข้อกังขาแต่อย่างไร แต่หากจะมีการใช้เส้นทางผ่านชายแดนของจิ่วเฟิ่นอีก ทรงหลีกเลี่ยงจะดีกว่าพ่ะย่ะค่ะเพื่อไม่ให้เป็ความเข้าใจผิดอีก ถ้าเช่นนั้นกระหม่อมขอทูลลาพ่ะย่ะค่ะ" อี้เฉินโค้งคำนับหวงกุ้ยเฟยก่อนที่จะถอยหลังขยับตัวเองออกมา
"ช้าก่อนเถอะท่านแม่ทัพเฉิน"
อี้เฉินหยุดนิ่งหันกลับไปที่ หวงกุ้ยเฟยทันที
"ท่านสบายดีหรือไม่? ท่านไม่คิดจะเข้าไปในวังบ้างหรือ ฝ่าาทรงอยากพบท่านนะ ถ้าหาก.."
"ขออภัย พ่ะย่ะค่ะ หากกระหม่อมมีเวลากระหม่อมจะไปเยี่ยมเสด็จพี่แน่นอน แต่ตอนนี้ กระหม่อมมีงานที่จะต้องทำหากไม่มีอะไรแล้วกระหม่อมขอทูลลาพ่ะย่ะค่ะ" อี้เฉินโค้งคำนับทันทีแล้วเดินออกไป
"ท่านแม่ทัพเฉิน" เธอพยายามะโเรียกเขาแต่เขาก็เดินออกไปแล้ว "ท่านช่างใจร้ายกับข้าเยี่ยงนักอี้เฉิน" ก่อนที่นางจะหันกลับเข้าไปยังจวนของ เสนาห่านซวนอีกครั้ง
"หวงกุ้ยเฟย กระหม่อมทำงานไม่เอาไหน ท่านได้โปรดลงโทษข้าน้อยเถอะพ่ะย่ะค่ะ" เสนาห่านซวนนั่งคุกเข่าโค้งคำนับทันทีเมื่อหวงกุ้ยเฟยเดินเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าตน
"ครั้งนี้เป็ความผิดพลาดของท่าน ที่ไม่ระวังตัวให้ดี ถ้าเื่นี้ได้ยินถึงฝ่าา ท่านรู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อถึงเพลานั้นข้าก็ช่วยท่านไม่ได้ คราวหน้าห้ามให้เกิดเหตุการณ์เยี่ยงนี้อีกจำไว้ ข้าจะไม่ยกโทษให้ท่านอีก โชคดีที่ท่านอาของข้าได้รับผ้าแพรได้ทันเวลา"
"แต่ก็เอาเถอะถึงอย่างไร แม่ทัพเฉินก็คงจะคลายความสงสัยไปบ้างแต่ก็คงยังไม่สนิทใจ "
"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะระวังตัวให้มากขึ้น" เสนาห่านซวนนั่งคุกเข่าโค้งคำนับทันทีเมื่อหวงกุ้ยเฟยเดินออกไป
"คุณหนู คุณหนูเ้าค่ะ"
"มีอะไรหรือ หนิงเอ๋อ" ขณะที่เธอนั่งอยู่ที่ศาลาเชียนเวย สายตาทอดยาวออกไปเงียบๆ
"คุณหนูไม่สบายหรือเ้าค่ะ หนิงเอ๋อเห็นคุณหนูดูซึมๆ"
"ข้าคิดถึงบ้านนะ ป่านี้พวกเขาจะรู้หรือไม่ว่าข้าคิดถึง"
"โธ่ ถ้าคุณหนู ถ้าคิดถึงนายท่านคุณหนูขอท่านแม่ทัพกลับไปเยี่ยมนายท่านกันดีไหมเ้าคะ"
"ไม่ใช่ฉันคิดถึงโลกของฉันต่างหาก" ขณะที่เธอคิด แล้วยิ้มแห้งๆ แต่ไม่ตอบ
"แม่นางเจียวซิ่ง!" เธอสะดุ้งหันไปมองทันที หนิงเอ๋อรีบโค้งคำนับอย่างรวดเร็ว
"แม่ทัพเฉิน!" เธอเอ่ยออกมาขณะขยับตัวลุกขึ้น
"คุณ..เออะ ท่าน มาั้แ่เมื่อไรเหตุใดมาเงียบๆ ท่านทำข้าใหมด"
"เ้าคิดถึงใครอยู่หรือ หากเป็เื่ของท่านเสนาเยว่ซิ่ง ท่านพ่อของเ้า เ้าไม่ต้องกังวลแล้วทุกอย่างถูกคลี่คลายไปในทางที่ดีแล้ว"
"วันนี้น้องสาวบุญธรรมของข้ากำลังเดินทางกลับมาจากเมืองชิงสุ่ยข้ายุ่งๆ งานฝึกทหาร จนไม่มีเวลาได้บอกกล่าวเื่น้องสาวของข้าถ้าเช่นนั้นวันนี้ถือเป็การดีแม่นางเจียวซิ่งคงจะได้พบกับอาเนี่ยน" อี้เฉินกล่าว
"ท่านแม่ทัพขอรับ คุณหนูรองมาถึงแล้วขอรับ"สืออีเหนียงเข้ามา รายงานอี้เฉิน
"ข้าจะออกไปรับเดี๋ยวนี้ เ้าไปกับข้าเถอะ" อี้เฉินหันไปมองหน้าเจียวซิ่ง
เจียวซิ่งและหนิงเอ๋อจึงเดินตามหลัง อี้เฉินไป
สักพักก็มีเกี้ยวรถม้าจอดที่หน้าจวนสกุลเฉิน หญิงสาวรูปร่างบอกบางหน้าตาจิ้มลิ้ม ท่าทีอ่อนพลิ้ว ผิวพรรณอ่อนใสดุจดังเด็กน้อย ดวงตาดุจดวงเนตรหงส์ที่ทำให้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าอาจหวั่นไหวไม่น้อยหลังจากนางได้เดินก้าวลงจากรถม้า
"ท่านพี่ อาเนี่ยงถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ" เธอถอนสายบัวคำนับอย่างนอบน้อม
"ลุกขึ้นเถอะ อาเนี่ยง เ้าไม่จำเป็ต้องใช้คำาาศัพท์กับข้า ถึงข้าจะเป็พระอนุชาของฮ่องเต้แต่ข้าเป็ทหารไม่ได้อยู่ในวัง เ้าก็รู้"
"ถ้าเช่นนั้น อาเนี่ยนคิดถึงท่านพี่จังขอหอมแก้มซ้ายขวาหน่อยได้ไหมเ้าค่ะ"
"อาเนี่ยง เ้าโตเป็สาววัยแรกแย้มแล้ว เ้ามิควรจะทำแบบนั้นมันไม่เหมาะไม่ควร"อี้เฉินกล่าวขึ้น
อาเนี่ยงเปลี่ยนสีหน้าหงุดหงิดทันที
"อ้อนี่คือ คุณหนูเจียวซิ่ง สกุลซิ่ง คู่หมั้นของข้า ข้าคิดว่าเ้าควรจะเรียกแม่นางว่าท่านพี่" อี้เฉินกล่าว หันไปแนะนำกับอาเนี่ยน
เธอเงยหน้าขึ้นมอง เจียวซิ่งแสยะยิ้มมุมปาก "อ้อข้านึกออกแล้วแม่นางเจียวซิ่ง ที่หนีงานแต่งท่านพี่ของข้าครานั้น เห่อะ! ยังกล้ามาอยู่ที่จวนท่านพี่ของข้าอีกรึ หนีไปแล้วจะกลับมาทำไมอีก" น้ำเสียงกระโชกอย่างไม่พอใจ
"อาเนี่ยน!"
"ท่านพี่ ท่านดุข้าทำไม ในเมื่อข้าพูดความจริงนางทำให้ท่านอับอายขายหน้าขนาดนั้นยังมีหน้ามาให้เห็นอีก"
"ถ้าเ้าไม่หยุดกล่าวหาคุณหนูเจียวซิ่ง ข้าจะส่งเ้ากลับเมืองชิงสุ่ยบัดเดี๋ยวนี้"
"ท่านพี่! ทำไมต้องปกป้อง คนที่ทำให้ท่านอับอายด้วย"อาเนี่ยนแสดงสีหน้าโกรธจัดก่อนที่จะ เดินกระแทกส้นเท้าเข้าไปในจวนอย่างรวดเร็วด้วยความโมโหยิ่ง
"ข้าต้องขออภัยแม่นาง ที่อาเนี่ยงเสียมารยาทกับเ้า โปรดอภัยให้น้องของข้าด้วย"
"ท่านคิดมากไปแล้วข้าไม่ถือสา ข้าเข้าใจแม่นางหากเป็ข้าก็คงโกรธเช่นกัน ไม่นานนางก็จะหายโกรธไปเอง"เธอยิ้ม แต่ในใจ (นี่ฉันต้องเจอศึกหนักซินะ แม่นางเจียวซิ่ง เฮ้อ!)
"ถ้าเช่นนั้นเข้าไปด้านในกันเถอะ ข้าให้แม่บ้านลู่เตรียมอาหารเลี้ยงต้อนรับอาเนี่ยนแล้ว" เขาผายมือ ให้เธอ เธอมองไปที่หนิงเอ๋อ พยักหน้าก่อนที่จะเดินเข้าไป