บทที่ 23 ะเิอุปกรณ์ิญญาจนเืสาด ลูกสาวแสนดีมอบวิชาเทพ
ฟึ่บ!
ร่างของซูฉี่เหวินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในทันที เพียงพริบตาก็พุ่งออกจากเมืองชิงอวิ๋น
ความเคลื่อนไหวเมื่อครู่ดึงดูดผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนมากให้ออกมาตรวจสอบ
ทว่า ยังไม่ทันที่ทุกคนจะตั้งตัว ร่างของทั้งสองก็หายลับไปอย่างไร้ร่องรอย
ภายนอกเมืองชิงอวิ๋น
ร่างของหลินม่อพุ่งทะยานรวดเร็วราวสายฟ้า ในที่สุดเขาก็ได้เผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐานขั้นที่เก้า
แม้ว่าเขาจะเพิ่งสังหารผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐานขั้นที่สี่ไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ในขณะนี้เขาก็ยังคงมีความประหม่าอยู่บ้าง หากไม่ใช่เพราะการต่อสู้เมื่อครู่ช่วยสร้างความมั่นใจให้เขา เขาคงไม่กล้าท้าทายซูฉี่เหวินเช่นนี้
'เมื่อครู่ข้าแสดงพลังต่อสู้ออกมาเพียงหกส่วนเท่านั้น
อานุภาพของกายาศักดิ์สิทธิ์เทพกระบี่เหนือกว่าที่ข้าจินตนาการไว้มาก
หากะเิพลังออกมาเต็มที่ ผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐานขั้นที่เก้าก็ย่อมไม่อาจต้านทานได้แน่นอน!' หลินม่อพึมพำในใจ
เค้าโครงของเมืองชิงอวิ๋นเริ่มเลือนรางจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
ในที่สุดร่างของเขาก็หยุดลง
หลังจากหลับตาปรับลมปราณอยู่ครู่หนึ่ง ซูฉี่เหวินที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยจิตสังหารก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า
"วันนี้ข้าจะสู้ตายกับเ้า! ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ข้ายอมรับชะตากรรม!"
สายตาของซูฉี่เหวินลุกโชน
วาสนาที่หลินม่อกล่าวถึงทำให้เขาตื่นเต้นเกินไป จนไม่สนใจจะตรวจสอบว่าจริงหรือเท็จ
ในตอนนี้เขาเพียง้าสังหารหลินม่อทิ้งเสียตรงนี้ แล้วรีบค้นหาถุงเก็บของของอีกฝ่ายโดยเร็ว
ทว่า บนตัวของหลินม่อย่อมไม่มีสิ่งล้ำค่าใดที่จะทำให้ซูฉี่เหวินบรรลุระดับแกนทองคำได้ เขาเพียงใช้ความโลภของอีกฝ่าย เพื่อกำจัดภัยคุกคามที่แฝงตัวอยู่นี้ทิ้งไป!
"เหอะ! แกนทองคำ... ไม่รู้ว่าเ้าจะมีวาสนาได้มันหรือไม่!" หลินม่อแค่นเสียง และไม่พูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไป เขาชิงลงมือก่อนทันที
กระบี่บินระดับสองในมือราวกับดาวตก พุ่งออกจากมือไป!
"ไป!" นิ้วมือดีดเบา ๆ กระบี่บินก็พุ่งตรงไปยังลำคอของซูฉี่เหวินอย่างรวดเร็ว
การโจมตีนี้อานุภาพไม่มากนัก มีเจตนาเพื่อหยั่งเชิง
ซูฉี่เหวินเห็นดังนั้นจึงไม่กล้าประมาท
เขาสะบัดข้อมือ เรียกอุปกรณ์ิญญารูปร่มคันหนึ่งออกมาทันที
บนตัวร่มแผ่ซ่านไปด้วยพลังปราณที่เข้มข้น อักขระที่ซับซ้อนเปล่งแสงสีเขียววาววับ ที่แท้มันก็เป็อุปกรณ์ิญญาระดับสองเช่นกัน!
"ป้องกัน!"
สิ้นเสียงตวาดของซูฉี่เหวิน ผืนร่มพลันะเิแสงสีเขียวเจิดจ้าออกมา ราวกับใบไม้สีเขียวใบหนึ่งที่ล่องลอยผ่านความมืดมิดของราตรี
ปัง!
กระบี่บินระดับสองพุ่งเข้าปะทะกับผืนร่มในชั่วพริบตา เกิดเสียงปะทะที่ดังกังวาน
กระบี่บินถูกกระแทกจนกระเด็นออกไป ข้อมือของซูฉี่เหวินสั่นะเืเล็กน้อย
"เ้าก็มีดีเพียงเท่านี้!"
ซูฉี่เหวินแค่นหัวเราะ มุทราในมือเปลี่ยนไปอีกครั้ง
ร่มสีเขียวหมุนวนอย่างรวดเร็ว หมุนวนเป็วงกว้างจนมีขนาดใหญ่หลายจั้ง บดบังท้องฟ้าเหนือศีรษะของหลินม่อเหมือนกรงขังขนาดใหญ่ที่ครอบลงมา
"จงถูกกักขัง!"
ซูฉี่เหวินกดมุทราลง ร่มสีเขียวพลันกดทับลงมาอย่างรุนแรง
ครืนนน!
ห้วงอากาศทั้งหมดราวกับถูกปิดตาย แต่สีหน้าของหลินม่อกลับดูไม่ตื่นตระหนก
"เพียงเท่านี้หรือ? ดี! วันนี้ไม่ใช่แค่เ้า แต่ข้าเองก็อยากจะเห็นว่ากายาศักดิ์สิทธิ์เทพกระบี่นี้มีความสามารถเพียงใด!"
แววตาของหลินม่อเย็นเยียบ เขาโคจรพลังกายาศักดิ์สิทธิ์เทพกระบี่เต็มกำลัง เจตจำนงแห่งความคมกริบพุ่งทะยานขึ้นในทันที
ครืนนน!
เสียงกังวานของกระบี่ดังออกมาจากภายในร่างกายของเขา แสงกระบี่สีหม่นพุ่งทะยานไปทั่วทุกทิศทาง ทิ่มแทงจนแสงิญญาบนร่มสีเขียวแตกซ่าน!
"ไปอีกครั้ง!"
หลินม่อยกนิ้วขึ้น คมกระบี่ชี้ตรงไปยังท้องฟ้า แม้จะยังไม่เข้าใกล้ แต่เจตจำนงอันคมกริบก็ทิ่มแทงจนร่มสีเขียวสั่นะเืไม่หยุด! ดูท่าว่ามันกำลังจะถูกเจาะจนเป็รูในไม่ช้า
"อะไรกัน!? เป็ไปไม่ได้!"
เมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติ รูม่านตาของซูฉี่เหวินก็หดตัวลงอย่างรุนแรง
ยามนี้เขาจึงได้ประจักษ์ถึงความร้ายกาจของหลินม่อ ความคมกริบนั้น แม้จะอยู่ห่างไกลแต่ก็ทิ่มแทงจนผิวหน้าของเขารู้สึกเ็ป
"บัดซบ! จะปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปไม่ได้แล้ว!"
"กายาศักดิ์สิทธิ์เทพกระบี่ของเ้าเด็กนี่ร้ายกาจเกินไป แทนที่จะปล่อยให้มันทำลายอุปกรณ์ิญญาของข้า สู้ะเิมันทิ้งเพื่อฆ่ามันไปพร้อมกันเลยดีกว่า!"
ซูฉี่เหวินตัดสินใจอย่างเด็ดขาดพลางกัดฟัน
เขาร่ายเคล็ดวิชาอีกครั้ง ถึงขั้นเตรียมที่จะะเิอุปกรณ์ิญญาของตนเองทิ้ง
ร่มสีเขียวที่สั่นะเือยู่แล้ว เมื่อได้รับเคล็ดวิชา ก็ขยายตัวขึ้นในทันที!
วูม...
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาในพริบตา!
"ไม่ดีแล้ว!"
เมื่อััได้ถึงคลื่นพลังนี้ หลินม่อก็ปรากฏสีหน้าตระหนก
เขารีบเคลื่อนไหวร่างกาย หมายจะหลบหนีไปให้ไกล ทว่า ร่มสีเขียวนี้ถูกซูฉี่เหวินควบคุมไว้แล้ว ย่อมไม่ยอมให้หลินม่อหนีไปไหนได้
ในชั่วพริบตา แรงกดดันมหาศาลพุ่งออกมาจากร่มสีเขียว กลิ่นอายนั้นหนักอึ้งราวกับขุนเขาั์กดทับ จนดูเหมือนท้องฟ้าทั้งผืนมืดดับลง
"ะเิ!" เสียงะโดังกึกก้องไปทั่วชั้นฟ้า
ใบหน้าของซูฉี่เหวินบิดเบี้ยวด้วยความดุร้าย เสื้อผ้าทั่วร่างสะบัดพลิ้วอย่างรุนแรง
ตูม!
ตูม ตูม ตูม!
ครืนนน!
เสียงะเิดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควันสีเขียวลอยคลุ้ง ลูกไฟพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ฝุ่นควันขนาดใหญ่ปกคลุมร่างของหลินม่อจนมิด...
"แฮก... ตาย... ตายหรือยัง?"
ซูฉี่เหวินมองไปยังกลุ่มควันเบื้องหน้า หัวใจของเขาเต้นระทึกด้วยความกังวล
หากหลินม่อไม่ตาย และเขาต้องสูญเสียอุปกรณ์ิญญาไป เกรงว่าคงยากที่จะรับมือ
ต้องรู้ว่าการะเิอุปกรณ์ิญญาตามปกติจะไม่มีอานุภาพถึงเพียงนี้ ผู้บำเพ็ญทั่วไปย่อมสามารถหลบเลี่ยงได้ อย่างมากที่สุดก็แค่ได้รับาเ็เล็กน้อย
หากไม่ใช่เพราะร่มสีเขียวนี้สามารถกักขังศัตรูไว้ในพื้นที่แคบ ๆ ได้ ซูฉี่เหวินคงไม่กล้าเสี่ยงเช่นนี้
แต่เมื่อเห็นว่าในกลุ่มควันไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ อีก แม้แต่เจตจำนงอันคมกริบก็ไม่แผ่ออกมาแล้ว สีหน้าของซูฉี่เหวินจึงเปลี่ยนจากความใเป็ความยินดีในที่สุด
ทว่า เขาก็ยังคงค่อย ๆ เข้าไปใกล้ด้วยความระมัดระวัง ขณะเดียวกันก็ร่ายวิชาสายลมบริสุทธิ์เพื่อเป่าฝุ่นควันให้กระจายออกไป จะได้มองเห็นให้ชัดเจน
การะเิของอุปกรณ์ิญญาทำให้พลังิญญาปั่นป่วน ในตอนนี้ััศักดิ์สิทธิ์จึงไร้ผล ต้องพึ่งพาสายตาเท่านั้น
ฟู่...
"จงกระจาย"
ซูฉี่เหวินพูดขึ้นเบา ๆ ก่อนที่ฝุ่นควันทั้งหมดจะเลือนหายไป
ท่ามกลางฝุ่นควัน ร่างหนึ่งในชุดเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งค่อย ๆ ยืนขึ้น
ร่างนั้นแม้จะดูสะบักสะบอม แต่ก็ยังคงเห็นโครงหน้าอันคมชัด
"หืม? ไม่ตายจริง ๆ ด้วย แต่ว่า... สภาพอย่างเ้าในตอนนี้ เกรงว่าคงยากที่จะกวัดแกว่งกระบี่ได้อีกแล้วกระมัง?"
เมื่อเห็นพลังชีวิตของหลินม่อปั่นป่วนและลมปราณอ่อนแรง ซูฉี่เหวินก็ดีใจจนเนื้อเต้น
ยามนี้เขาเสียเพียงพลังปราณเล็กน้อยและอุปกรณ์ิญญาชิ้นหนึ่ง พลังต่อสู้ยังอยู่ครบถ้วน
แต่หลินม่อได้รับาเ็สาหัสอย่างเห็นได้ชัด ย่อมไม่มีกำลังจะต่อสู้ได้อีก!
มุมปากของซูฉี่เหวินประดับด้วยรอยยิ้มเ็า มุทราในมือของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
"ไป!"
แววตาของซูฉี่เหวินฉายแววสังหารอันเยือกเย็น
เขาไม่รอช้า รีบลงมือสังหารทันที
วิชาแสงสีทองถูกซัดออกไป ลำแสงทรงกลมพุ่งตรงไปยังลำคอของหลินม่อ
ทว่า ในขณะนั้นเอง หลินม่อที่ก้มหน้าเงียบมาตลอดพลันลืมตาขึ้น! ประกายแสงวาบผ่านดวงตา กลิ่นอายความคมกริบอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในทันที!
แสงกระบี่ราวกับสายรุ้ง ฟันเข้าที่ลำคอของซูฉี่เหวิน พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งของหลินม่อ
"วิชาเทพ... ปราณกระบี่ฟ้าดิน!" น้ำเสียงนั้นดังกังวานราวสายฟ้าฟาด
"อะไรกัน! เป็ไปได้อย่างไร?! วิชา... เทพ..."
ซูฉี่เหวินใอย่างยิ่ง รูม่านตาหดตัวลงทันที ความหนาวเหน็บแผ่ซ่านออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ น่าเสียดายที่มันสายเกินกว่าจะหลบเลี่ยงได้แล้ว
เคร้ง!
แสงกระบี่ของหลินม่อกรีดผ่านอากาศ เกิดเสียงแหลมสูงจนทำให้แก้วหูสั่นะเื
ชั่วพริบตาต่อมา ร่างของซูฉี่เหวินพลันะเิออกเป็เสี่ยง ๆ เืและเศษเนื้อสาดกระจายเต็มพื้น
"เฮ้อ... ช่างเป็ลูกสาวที่แสนดีของพ่อจริง ๆ เกือบไปแล้วเชียว..."