ตอนที่ 7 ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง
"คุณพ่อของซือเฉิง เื่นี้เด็กทั้งสองคนได้ขอโทษกันแล้ว ขออย่าเพิ่งใจร้อนนะคะ" เฉาเยี่ยนที่พบเห็นเื่ราวจึงพูดเกลี้ยกล่อม
“เข้าใจผิดบ้าอะไร คุณโทรแจ้งว่าลูกชายผมถูกคนอื่นในห้องแกล้งไม่ใช่หรือยังไง” ชายหนุ่มถลึงตาใส่เฉาเยี่ยนอย่างดุดัน
เฉาเยี่ยนที่คิดพูดต่อ ทันใดนี้กลายเป็เงียบไป
หลินเยี่ยที่กําลังจะช่วยรักษาอาการาเ็ให้เด็กผู้ชายคนนั้นก็หยุดเคลื่อนไหวด้วย
สายตาเขาหันมองอีกฝ่าย คำพูดเ็าเอ่ยออก “แค่เด็กทะเลาะกัน ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยหรือยังไง”
เด็กอนุบาลอายุเพิ่งจะสามสี่ขวบ การทะเลาะกันด้วยความไม่รู้ถือเป็เื่ปกติ
แม้แต่หลินเยี่ยที่เห็นยี่ยี่สำคัญดั่งชีวิตก็ยังเข้าใจ
แต่ผู้ชายตรงหน้ากลับไม่ถามเื่ราว พุ่งพรวดเข้ามาพร้อมใช้วาจาหยาบคาย นับเป็โชคดีที่ที่นี่คือโรงเรียนอนุบาล
หากไม่แล้วด้วยอารมณ์ของหลินเยี่ย ฝ่ามือคงตบออกครั้งหนึ่งบดขยี้ร่างตรงหน้าไปแล้ว
อีกฝ่ายเดินไปดูอาการลูกชาย ตอนนี้สีหน้าเย็นเยือกเผยคำออก “ไม่ใช่เื่ใหญ่? หน้าลูกชายฉันถูกข่วนเป็แผลขนาดนี้ ค่ารักษาหนึ่งแสนหยวน ถ้าขาดแม้แต่หยวนเดียวฉันจะให้คนเป็พ่ออย่างแกไปนอนเล่นในโลงฝัง!”
เด็กชายที่รับรู้ได้ว่ามีคนปกป้อง สีหน้าที่เดิมรู้สึกผิดเลือนหายไปหมดสิ้น
สีหน้านั้นแสดงออกซึ่งความได้ใจ
นิ้วมือชี้ไปยังเด็กน้อย คำพูดอันโเี้เกินอายุกล่าวออก “หลินยี่ยี่ ฉันจะตีเธอให้ตาย!”
เด็กน้อยใเผยสีหน้าซีดเผือด เธอก้มหน้าลงกับอ้อมอกของหลินเยี่ยและร้องไห้
หลินเยี่ยพลันเผยสีหน้าเย็นเยือก
เดิมทีไม่อยากเอาเื่กับอีกฝ่าย ใครกันทราบว่าจะโดนหาเื่!
ในเมื่อเื่ราวถึงตรงนี้ ก็คงไม่ต้องเกรงใจอะไรกันอีก
“เด็กขอโทษกันไปแล้ว ค่ารักษาพยาบาล อยากได้ก็ไปให้โรงพยาบาลออกใบรับรองพร้อมใบเสร็จ ถึงตอนนั้นผมจะจ่ายให้!” หลินเยี่ยที่แม้มีอารมณ์ก็ยังกล่าวออกด้วยเหตุและผล “แต่อะไรคือการเรียกค่าเสียหายเกินกว่าเหตุ? หากจะโลภถึงขนาดนั้นก็เลิกคุยแค่ตรงนี้!”
กล่าวคำจบเขาจึงอุ้มยี่ยี่เตรียมเดินออกไป
"หยุด!"
พบเห็นหลินเยี่ยไม่สนใจ สีหน้าเขาเย็นเยือกไม่แพ้กัน “กล้าดียังไงเมินคำพูดฉัน รู้ไหมว่าฉันทำงานอะไร”
“ถ้าคนอื่นรู้ว่าฉันปล่อยแกไปโดยง่าย ต่อจากนี้หน้าตาฉันคงพังยับ!”
“ในเมื่อพูดดีแล้วไม่ชอบ ตอนนี้จงคุกเข่า!”
สิ้นคำของเขา ท่าทีที่เผยออกราวยืดเส้นกล้ามเนื้อ มือยื่นออกไปคว้าไหล่ของหลินเยี่ยเอาไว้
หลินเยี่ยหยุดเดิน พร้อมหันกลับเผยสายตาเย็นเยือก
ดวงตาเย็นเยือกเป็ประกายจ้องไปยังชายหนุ่มคนนั้น
วินาทีที่สายตาคนทั้งสองสบกัน
การเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายหยุดลงในทันที ดวงตาที่เปี่ยมด้วยความโเี้พลันเลือนหาย แต่กลายเป็ความหวาดกลัวอันท่วมท้น
เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดที่หน้าผากอีกฝ่าย กระทั่งไหลลงอาบหน้า ร่างนั้นเสียเองที่คุกเข่าลงกับพื้น
นั่นคือสายตาของอะไร?
ราวกระดูกในร่างกายที่เคยมี ฉับพลันเลือนหายจนอ่อนยวบ
ความรู้สึกประหนึ่งตกลงในห้วงอันไร้ก้นบึ้ง ราวกับจะไม่อาจฟื้นคืนกลับมาได้
ความคิดเป็ปฏิปักษ์เดิมที่เคยมี ตอนนี้เลือนหายหมดสิ้นแล้ว
"ผม...ผมสมควรตาย ผมมีตาหามีแววไม่ คุณไม่ต้องชดใช้เล้ว... ปล่อย... ปล่อยผมไปเถอะนะ” ชายคนนั้นหมอบลงกับพื้นและร้องขอความเมตตาด้วยเสียงสั่น
หลินเยี่ยถือครองิญญาเซียนอันแข็งแกร่ง
เพียงจิตสังหารก็ทำลายดวงจิตของผู้อื่นได้ในพริบตา
หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่เพื่อนร่วมชั้นเรียนของยี่ยี่ เขาจึงยอมไว้ชีวิต หากไม่แล้วเพียงแค่มองเมื่อครู่ ิญญาของผู้ชายตรงหน้าจะแหลกสลายกลายเป็คนที่มีชีวิตอยู่ก็เหมือนตาย
จากนั้นหลินเยี่ยค่อยก้าวเดินออกจากสำนักงานไป
เฉาเยี่ยนตะลึงจนตาค้าง รวมถึงแตกตื่น
เด็กชายที่พบเห็นพ่อตัวเองก้มหัวให้คนอื่น ตอนนี้สายตาเผยซึ่งความสงสัยและหวาดกลัว
ความเข้าใจของเด็กชาย นับจากนี้ได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว...
เมื่อกลับถึงบ้าน หลินเยี่ยค่อยหยิบตุ๊กตาหมีสีชมพูตัวใหญ่ที่ซื้อไว้ให้ออกมา เด็กสาวตัวน้อยกระโจนเข้าใส่หมีั์และหอมมันด้วยความดีใจ
เห็นลูกสาวมีความสุข หลินเยี่ยก็เผยสีหน้ายินดีออกมา
เขายังใช้พลังวาดอาคมขับไล่ความชั่วร้ายบนตุ๊กตาหมีเอาไว้ด้วย แต่ก็เพียงเผื่อเอาไว้
เพียงไม่นานหลงซือหยิงค่อยกลับจากที่ทำงาน อารมณ์ของเธอค่อนข้างดูหดหู่
หลินเยี่ยรู้สึกเป็ห่วง แต่พอเห็นว่าเธอไม่อยากพูดจึงไม่ได้ถามอะไรมาก
เขาหยิบอาหารจากในตู้เย็นออกมาทำอาหาร
ไม่ได้ลงมือทำอาหารมาเป็พันปี ทักษะการทําอาหารก็ห่างหายไปนานแล้ว หลินเยี่ยตัดสินใจรื้อฟื้นฝีมือการทำอาหารให้ลูกสาวอีกครั้ง
......
ขณะเดียวกัน
บ้านพักในเขตซูโจว
ชายหนุ่มที่หน้าตาคล้ายคลึงกับหลินเยี่ย คิ้วกำลังขมวดแน่น สีหน้าเผยซึ่งความเกลียดชัง สายตามองที่จางฉวนที่นอนหมดสติตรงหน้าด้วยความเ็า
ข้างกายชายหนุ่ม ยังมีชายวัยกลางคนอีกหนึ่ง
พลังของอีกฝ่ายค่อนข้างโดดเด่น
“ลุงฉิน ครั้งนี้ที่เชิญมาเพราะมีเื่อยากขอให้ช่วย” ชายหนุ่มหรี่ดวงตาลง น้ำเสียงที่กล่าวออกหนักแน่นประหนึ่งนกฮูกยามราตรี “ลูกน้องของผมได้ถูกวินิจฉัยแล้ว อาการนี้คือสมองตาย แต่ร่างกายกลับไม่มีาแฟกช้ำ มันแปลกเกินไป”
“คุณลุงพอจะช่วยตรวจสอบให้หน่อยได้หรือไม่ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่”
ชายวัยกลางคนสกุลฉินพยักหน้า ก้มลงนั่ง จากนั้นยื่นนิ้วทั้งสองออกไปวางบนหน้าผากของจางฉวน
ผ่านไปครู่หนึ่ง ั์ตาอีกฝ่ายหดแคบ ร่างนั้นลุกขึ้นแล้วค่อยกล่าว “หลินชี่ เ้าไปมีเื่กับผู้บำเพ็ญตนมางั้นหรือ?”
“คำของลุงฉินหมายความว่าอะไรครับ?” หลินชี่ขมวดคิ้วพร้อมหัวใจเต้นรัวเร็ว
เขาส่งจางฉวนไปลักพาตัวภรรยาของหลินเยี่ย แต่พลาดไม่อาจลักพาเฉินเยว่เหยา สุดท้ายจึงเปลี่ยนแผนไปดักฆ่าหลินเยี่ยกลางทาง
หลินเยี่ยที่ควรตายกลับไม่ตาย แต่เป็ลูกน้องคนสนิทของเขาที่นอนเป็ผัก
หรือเป็ฝีมือของหลินเยี่ย?
เป็ไปไม่ได้
หลินเยี่ยเป็พี่ชายต่างแม่ ถ้าหากอีกฝ่ายมีความสามารถพิเศษเขาต้องทราบ เป็ไปไม่ได้ที่ปุบปับจะกลายเป็ผู้บำเพ็ญตนอะไรนั่น
"ลูกน้องของเ้าิญญาและดวงจิตหายไป การไม่ทิ้งร่องรอยาแเอาไว้จนกลายเป็สภาพแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าถูกกำจัดิญญา และความทรงจําถูกดึงไป" ชายวัยกลางคนเผยสีหน้าเคร่งเครียดออกมา "หากคนผู้นี้เป็ศัตรูกับเ้า เกรงว่าคงต้องระวังตัวให้มาก”
ได้ยินถ้อยคำ หลินชี่เผยความแตกตื่นออกมาทางสายตา
นามเต็มของลุงฉิน คือฉินอี่
อีกฝ่ายเป็ผู้สืบทอดสํานักฝึกตนลึกลับ เขาเคยเห็นฉินอี่ใช้คาถาด้วยตาตัวเอง เรียกสายฟ้าทำให้ต้นไม้ใหญ่ทั้งต้นไหม้เกรียมเป็เถ้าถ่าน
ฝีมือที่เผยออกนั้นประหนึ่งเทพเซียน
ดังนั้นหลายปีมานี้ เขาถึงได้ยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับอีกฝ่าย
คิดไม่ถึงว่าข้างกายของพี่ชายไร้ประโยชน์คนนั้น จะมียอดฝีมือเช่นนี้อยู่ด้วย
"ลุงฉิน ไม่ทราบว่าลุงจะสามารถช่วยผมกําจัดคนผู้หนึ่งได้หรือไม่?" ดวงตาของหลินชี่เผยประกายสังหาร
ในเมื่อความทรงจําของจางฉวนถูกดึงไป หมายความว่าหลินเยี่ยรู้การกระทำของเขาทั้งหมดแล้ว
หากโดนหลินเยี่ยตอบโต้กลับ เกรงว่าเขาจะเป็ฝ่ายเสียเปรียบหนักหนา
ชิงลงมือก่อนจะดีกว่า
"ฆ่าคนไม่ยาก"
แววตาของฉินอี่เผยถึงประสบการณ์ "แต่หากข้าลงมือ นั่นเท่ากับสูญเสียพลังที่บำเพ็ญเพียรมาหลายปีอย่างยากลําบาก มันไม่คุ้มค่ากับการสูญเสีย”
เขาเข้าหาหลินชี่มานานหลายปีก็เพื่อรอวันนี้
ตระกูลหลินมีของบางอย่างที่เขาปรารถนาจะได้มันมา
แต่กลับไม่สามารถแย่งชิงได้เป็การลับ หากไม่แล้วจะทําให้เกิดความวุ่นวายระหว่างทั้งสองโลก ถึงตอนนั้นสำนักของเขาจะต้องแบกรับการลงโทษทัณฑ์
ตอนนี้หลินชี่เผยคำร้องขอ มันคือโอกาสอันดี
หลินชี่เป็คนฉลาด เพียงได้ยินคำพูดเขาก็เข้าใจ คำเอ่ยตอบกลับ "ขอแค่ลุงฉินช่วยผมฆ่าคนคนนั้นได้ ราคาตามแต่ลุงฉินเรียกแล้ว”
“เงินทองไม่ใช่สิ่งสำคัญ ที่้าคือสิ่งของชิ้นหนึ่ง” ฉินอี่พบว่าเหมาะสมจึงกล่าวออกโดยตรง “นั่นคือราชโองการตระกูลหลินที่พวกเ้าถือครอง!”
"ลุงฉิน..." เมื่อได้ยินข้อเรียกร้อง สีหน้าของหลินชี่แข็งทื่อ
ราชโองการนั้นแสดงถึงเกียรติยศของตระกูลหลินมาหลายชั่วอายุคน
แม้ว่าจะไม่สําคัญอะไร รวมถึงไม่มีใครสามารถใช้มันได้ แม้แต่เก็บไว้ที่ใดยังเป็ความลับ
นอกเสียจากว่าเขาจะเป็ผู้สืบทอดของตระกูลหลิน และกลายเป็ผู้นำตระกูล
"มีปัญหาอะไรหรือ?"
ฉินอี่กล่าวเสียงราบเรียบ "ข้ารู้กฎตระกูลหลินของพวกเ้าดี ราชโองการนั้นมีเพียงผู้นำตระกูลที่ทราบว่าอยู่ที่ไหน”
"เอาอย่างนี้แล้วกัน นอกจากคนที่เ้า้าฆ่าแล้ว ข้าจะแถมศีรษะให้อีกหนึ่งคน นั่นคือหลินฉางเทียนผู้พ่อของเ้า"
“เอาแบบนี้เป็ไร นอกจากคนที่เ้า้าสังหาร ข้าแถมให้อีกหนึ่งราย เอาเป็ศีรษะบิดาเ้าหลินฉางเทียนเป็ไร”
“หลังเื่ราวครั้งนี้ เ้าจะได้เป็ผู้นำตระกูลหลิน”
ได้ยินคำกล่าว ท่าทีของหลินชี่เผยความดำมืดและคล้ายลังเล แต่เพียงครู่ เขากลับเผยสีหน้าที่ราวกับตัดสินใจแน่วแน่แล้วออกมา
"ตกลง!"