
....หานเหวินก้าวเดินลงสู่ ขอบบ่อเพลิงโลกันต์ แต่ละก้าวเหมือนเดินผ่านฝันร้าย เปลวไฟสีแดงฉานลุกโชนสูงกว่าเขาเป็นสิบเท่า ความร้อนแผ่ซ่านจนร่างกายเกือบสั่น แต่สายตาเขายังคงเยือกเย็น กระบี่เซียนในมือเคลื่อนไหวตาม ท่วงท่าเพลงกระบี่ ทุกจังหวะสอดประสานกับลมร้อนและเสียงคำรามของเปลวไฟ
เปลวไฟรอบตัวดูเหมือน มีชีวิต บิดเบี้ยวเป็นร่างเงาแปลกประหลาด บางครั้งเหมือนมือเรียก บางครั้งเหมือนใบหน้าที่บิดเบี้ยวตะโกนเย้ยหยัน และบางครั้งเหมือนร่างของเขาเองถูกล้อมเป็นวงแหวนแสงเพลิง
อวี้เฟิงยืนข้างๆ หัวเราะกวน
“ฮ่าๆ…เจ้าดูสิหานเหวิน บ่อเพลิงนี่ไม่ใช่แค่ไฟ มันเหมือนการเดินผ่าน งานแสดงวิญญาณ ของเทพบรรพกาลผู้ซุ่มซ่าม ฮ่าๆๆ”
เสียงกรีดร้องและเสียงหัวเราะของวิญญาณสะท้อนลอยอยู่ในอากาศ บดบังความจริงกับภาพหลอนจนแทบแยกไม่ออก หานเหวินต้องขยับกระบี่ให้ราวกับ วาดลวดลายป้องกันตัวเองและพันธนาการร่างวิญญาณ เส้นสายแสงของกระบี่เป็นเหมือนรั้วแสง สกัดร่างเงาที่พยายามเข้าใกล้
เหล่าสัตว์อสูรเพลิงตัวเล็กที่เหลือเข้าจู่โจมอีกครั้ง แต่หานเหวินไม่ประมาทอยู่แล้ว เขาใช้ท่วงท่าเพลงกระบี่งดงามทุกจังหวะ ฟันฟาดและหมุนตัวราวกับเป็น การร่ายรำในเปลวไฟ เส้นสายแสงของกระบี่สอดประสานกับเปลวไฟรอบตัวอย่างลงตัว จนสัตว์อสูรตัวนั้นล้มลงในที่สุด
อวี้เฟิงหัวเราะกวนเสียงดัง
“เห็นไหมล่ะ…เจ้าทำให้เพลิงพวกนี้กลายเป็นงานศิลปะได้ด้วยกระบี่ ฮ่าๆๆ”
แต่เสียงหัวเราะไม่ได้หยุดยั้งความหลอนเปลวไฟ บางครั้งเขาเห็นภาพแปลกประหลาด ร่างผู้คนที่เขาเคยพบ ปรากฏเป็นวิญญาณเผาไหม้ บิดเบี้ยวในเปลวไฟ ราวกับ บ่อเพลิงนี้สะสมความทุกข์และความกลัวของผู้คนตลอดกาล
หานเหวินกำมือแน่น กระบี่เคลื่อนเป็นลวดลายสวยงาม ท่ามกลางเปลวไฟที่แผดเผาและร่างเงาที่ตวัดรอบตัว เขาก้าวต่อด้วยความกล้าและความมั่นคง
“ต้องผ่านตรงนี้ไปให้ได้…ไม่ว่าภาพหลอนจะชวนหลงหรือกลัวสักเท่าไหร่”
อวี้เฟิงเดินตามหลังพลางหัวเราะกวนตลอดทาง
“ฮ่าๆ…เจ้ารู้ไหมหานเหวิน บ่อเพลิงนี่ไม่ได้แค่ทดสอบฝีมือเจ้าหรอกนะ มันกำลัง ทดสอบหัวใจ เจ้าไปพร้อมกันด้วย ฮ่าๆๆ”
เสียงคำรามของเปลวไฟดังสนั่น ดวงตาหานเหวินมองลึกลงไปในก้นบ่อเพลิง เปลวไฟสูงชันดูเหมือน ทะเลนรก แต่เขาก้าวต่อโดยไม่ลังเล สายตาเยือกเย็นเต็มไปด้วยความตั้งใจ
อวี้เฟิงสะบัดผมเบาๆ พลางหัวเราะกวน
“เจ้าดูสิ…เทพบรรพกาลผู้ซุ่มซ่ามนี่ คงนั่งหัวเราะอยู่บนสวรรค์ตอนทำภูเขานี้ ฮ่าๆๆ ข้าแทบอยากไปเชิญท่านมาดูวิธีปราบเพลิงของเจ้าด้วยกระบี่สักหน่อย!”
.....เปลวไฟกลางบ่อโลกันต์พวยพุ่งสูงจนร่างเงาบิดเบี้ยว แต่ทันใดนั้น อสูรเพลิงขนาดมหึมา ก็โผล่ขึ้นมา ร่างกำยำมีแขนขาเหมือนคน ขนาดใหญ่จนบดบังเปลวไฟรอบตัว ตัวมันส่องแสงแดงฉานสลับดำคล้ำ เขาสองข้างคดงอเหมือนกิ่งไม้ชั่วร้าย
หานเหวินยืนตรง กำกระบี่เซียนแน่น สายตาเยือกเย็นจับจ้องร่างอสูรราวกับอ่านทุกการเคลื่อนไหวของมัน ท่วงท่าเพลงกระบี่ลื่นไหลราวกับเตรียมพร้อมป้องกันและโจมตีในวินาทีเดียว
อวี้เฟิงหัวเราะเบาๆ พลางยืนข้างๆ
“โอ้โห…เจ้าใหญ่ขนาดนี้ แต่ข้าสงสัยจริงๆ ว่าท่านอสูรเพลิงนี่…หรือว่าลืมทาครีมกันแดดมารึไง ถึงแดงฉานขนาดนี้ ฮ่าๆๆ!”
อสูรเพลิงตวัดมือออก พ่นเปลวไฟกระจายรอบตัว แต่เสียงหัวเราะของอวี้เฟิงไม่สะท้าน
“เฮ้…อยากถามหน่อยนะ เจ้าตัวใหญ่ แต่ขอถามจริงๆ ว่าเวลาออกจากบ่อเพลิงนี่…ทำไมไม่เอารองเท้าแตะมาสักคู่ ฮ่าๆๆ จะได้เดินไม่พังเปลวไฟหมด!”
หานเหวินก้าวหนึ่งข้างหน้า กระบี่เซียนเคลื่อนไหวประสานกับเปลวไฟ เส้นสายแสงของกระบี่แยกเปลวไฟเป็นเส้นทางสว่างเพื่อล้อมและบังคับทิศทางการโจมตีของอสูร
อสูรเพลิงยกแขนขึ้น เตรียมพุ่งใส่ แต่ก็หยุดชะงักเมื่อเห็น ความสง่างามและความเยือกเย็นของหานเหวิน
อวี้เฟิงหัวเราะกวนต่อ เขากวักมือเป็นเชิญ
“มาสิๆ ข้าสัญญาว่าไม่ได้กัด…แค่ชวนไปกินชาร้อนให้หายร้อน ฮ่าๆๆ”
....เปลวไฟกลางบ่อโลกันต์พวยพุ่งสูง ดวงตาของ อสูรเพลิงตัวใหญ่ จ้องเขม็งมาที่หานเหวิน ร่างกำยำ แขนขาเหมือนคน เขาสองข้างโค้งงอเหมือนกิ่งไม้ชั่วร้าย ตัวมันใหญ่จนบดบังเปลวไฟรอบตัว
หลี่หานเหวินยืนตรง กำกระบี่เซียนแน่น สายตาเยือกเย็น ท่วงท่าเพลงกระบี่เริ่มร่ายรำ ทุกฟันฟาดและหมุนตัวเหมือน บทเพลงสู้รบสว่างไสว เส้นสายแสงของกระบี่แบ่งเปลวไฟเป็นเส้นทาง สร้างวงแหวนป้องกันตัวรอบตัวเขา
อสูรเพลิงพุ่งเข้ามา ทุบลงด้วยกำยำแต่ละครั้ง เหมือนจะบดขยี้หานเหวินให้จมลงในเปลวไฟ แต่ทุกครั้งที่มันโจมตี หานเหวินฟันฟาดและหมุนตัวประสานกับ เพลงกระบี่เซียน ทำให้เส้นสายแสงของกระบี่บิดเบี้ยวและสะท้อนกลับแรงพลังของอสูร ทำให้มันชะงักและถอยร่น
อวี้เฟิงยืนข้างๆ หัวเราะกวนตีน พลางปล่อย ปราณเซียนเพลิง ออกมาราวกับสายฟ้าแดง ทั่วทั้งบ่อเพลิงเต็มไปด้วยพลังปราณที่ร้อนแรงและแผ่กว้าง
“ฮ่าๆ…ท่านอสูรเพลิง ข้าขอเชิญท่านมาดื่มชาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ข้าเพิ่มน้ำตาลให้หวานๆด้วยนะ ฮ่าๆๆ”
พูดจบอวี้เฟิงเริ่มรวบรวมพลังปราณจนมีแสงสีฟ้าเป็นวงที่ฝืดมือของเขา
หานเหวินหายใจเข้าลึก ใช้ท่วงท่าเพลงกระบี่เชื่อมเข้ากับปราณของอวี้เฟิง เส้นสายแสงกระบี่ของเขากับพลังปราณแดงฉานของอวี้เฟิงรวมกันเป็น วงแหวนพลังแดงสลับแสงสีเงิน ล้อมรอบอสูรเพลิง
อสูรเพลิงพยายามโต้ตอบทุกทาง มันพ่นไฟ ขยับแขนพุ่งโจมตี แต่การรวมพลังกระบี่และปราณทำให้มันถูกกักไว้ชั่วคราว แต่ยังต่อสู้ไม่ง่าย ทุกแรงโจมตีถูกสะท้อนกลับบางส่วน ทำให้มันโกรธและเร่งพลังขึ้น
หานเหวินฟันฟาดหมุนตัว กระบี่ตัดผ่านเปลวไฟ เส้นสายสวยงามเหมือน การร่ายรำแห่งนักรบเซียน ทุกครั้งที่กระบี่เคลื่อนที่ ลมร้อนพัดรอบตัวอสูร ทำให้มันสั่นและทุบแรงขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้ถูกปราบ
อวี้เฟิง หัวเราะกวน
“ฮาๆ เจ้าใหญ่ตัวนี้ ท่านกำลังเรียน บทเรียนการร่วมมือกับเซียน อยู่ใช่ไหม? ฮ่าๆๆ ข้าสัญญาว่าหลังจากนี้จะสอนท่านวิธีเดินเท้าให้สวยกว่านี้ด้วย!”
ทั้งสองร่วมมือกันต่อสู้ ไม่ใช่เพียงแรง แต่เป็นศิลปะและกลยุทธ์ เส้นสายแสงกระบี่สอดประสานกับปราณเพลิง แรงพลังและความงามผสมผสานเป็นวงแหวนล้อมรอบร่างอสูรเพลิง
อสูรเพลิงตัวใหญ่โถมเข้ามาอีกครั้ง พ่นไฟแดงฉาน แต่กระบี่เซียนและปราณอวี้เพลิงบดบังการโจมตีไว้ ช่วงเวลานั้น เสียงหัวเราะของอวี้เฟิงและการเคลื่อนไหวของหานเหวินกลายเป็น ความสอดประสานของศิลปะและความร้อนแรง
มันยังไม่ถูกปราบง่าย ๆ แต่ความร่วมมือระหว่างกระบี่เซียนและปราณระดับ 5 ขั้นปราณวิญญาณนั้นเริ่มทำให้มันเริ่มถอยร่นทีละนิด ความโกรธและความพยายามของอสูรเพลิงยิ่งทำให้บ่อเพลิงสั่นสะเทือน
อสูรเพลิงตัวใหญ่พุ่งเข้ามาเหมือนภูเขาแดงฉาน ดวงตาโกรธจัดเปล่งแสงสีเลือด ทุกแรงทุบและโจมตีเหมือนคลื่นพลังจากนรก พุ่งเข้าหาหานเหวิน
หานเหวินยืนเยือกเย็น กระบี่เซียนในมือหมุนวนเป็น ลวดลายแสงสะท้อนเปลวไฟ ทุกฟันฟาดตัดผ่านเปลวไฟเหมือนแสงเงินที่เฉือนพลังอสูร พร้อมทั้งหลบและสวนกลับอย่าง ท่วงท่าเพลงกระบี่ขั้นสูงสุด
อวี้เฟิงหัวเราะกวน เสียงดังสะท้อนท่ามกลางเปลวไฟ
“ฮ่าๆๆ…เจ้าใหญ่ตัวนี้ แค่พุ่งมาแบบนี้ ข้าเกรงใจท่านจริงๆ แต่วันนี้ท่านจะได้รู้จักศิลปะแห่งการโดนอบร้อนแบบเต็มสูตร ฮ่าๆๆ”
เขาปล่อยปราณวิญญาณสีฟ้า พุ่งเข้าร่วมวงกับเส้นสายแสงกระบี่ของหานเหวิน พลังสองสายชนกันกลางอากาศ ทำให้เกิด ระเบิดแสงแดงฉานผสมแสงเงิน ลุกโชนขึ้นสูงกว่าตัวอสูร
อสูรเพลิงพยายามโต้กลับทุกวิถีทาง พ่นเปลวไฟและพุ่งแขน แต่กระบี่และปราณล้อมรอบมันเป็นวงแหวนพลัง ราวกับ แรงทุกชั้นของมันถูกสะกัดและรวมพลังกลับ
หานเหวินหมุนตัว ฟันฟาดรัว กระบี่ฟาดเป็นวงกลมตัดเปลวไฟ ทุกแรงพุ่งตรงเข้าหา กลางตัวอสูรเพลิง อวี้เฟิงปล่อยปราณเพลิงแดงฉานพุ่งเสริม ชนิดที่ว่าพลังรวมเต็มขีดจนทำให้บ่อเพลิงสั่นสะเทือน
แล้วในวินาทีนั้น อสูรเพลิงตัวใหญ่ถูกกระบี่และปราณพลังเต็มขั้นปักกลางตัว เสียงคำรามดังสนั่น
"ระเบิด!"
หานเหวินหล่อยพลังปราณทั้งหมดลงที่กระบี่
เปลวไฟในร่างอสูรเพลิงระเบิดออกเป็นแสงสีแดงฉาน เศษเปลวไฟพุ่งสูง
บึ้ม!!
ร่างมันแตกเป็นชิ้น ๆ เปลวไฟระเบิดกระจายเต็มบ่อ เสียงคำรามแผ่วเบาหายไป เส้นสายแสงของกระบี่และปราณเพลิงกักแรงระเบิดไว้ ทำให้พลังกระจายรอบบ่อโลกันต์ พุ่งกระจายเป็น เส้นสายไฟแดงฉานผสมแสงเงิน
อวี้เฟิงยืนข้างๆ หัวเราะกวนเสียงดัง
“ฮ่าๆๆ…เห็นไหมล่ะ! วันนี้เจ้าใหญ่ตัวนี้ได้เรียนรู้ศิลปะแห่งการโดนอบร้อนแบบเต็มสูตร ฮ่าๆๆ คราวหน้าอย่าลืมเอาถุงน้ำแข็งมาด้วยนะ จะได้ไม่ร้อนจนหัวร้อน ฮ่าๆๆ”
หานเหวินถอนหายใจ มองร่างอสูรเพลิงที่ระเบิดแตกกระจาย แต่ในสายตาเขา…นี่คือ ศิลปะการต่อสู้เซียนที่เต็มไปด้วยความท้าทายและพลัง
บ่อเพลิงโลกันต์กลับสงบ เปลวไฟยังลุกบางส่วน แต่ความดุร้ายและพลังของอสูรเพลิงถูกปราบจนหมด
อวี้เฟิงปรบมือและหัวเราะเสียงดัง แล้วก็หยุดนิ่งแปบนึงแล้วใส่พลังปราณเล็กน้อยไว้ที่คำพูดว่า
"ออกมา....ได้แล้วมั้ง! หรือเจ้าจะรอให้ข้าฉี่ใส่บ่อนี่ก่อนรึไง?"
พูดจบละอองปราณสีแดงก็พุ่งมาจากทุกทางแล้วรวมตัวกันที่กลางบ่อเพลิงโลกันต์
แล้วปรากฎเป็นร่างหนึ่งลอยนิ่งอยู่เหนือทะเลไฟ แต่เปลวเพลิงกลับไม่กล้าแตะต้องเสื้อคลุมสีแดงของเขา
เส้นผมดำยาวสะบัดตามแรงลม เผยประกายน้ำเงินแผ่วราง
ใบหน้าคมหน้าตาวัยรุ่น ทว่าแววตาดูเย็นชาราวน้ำแข็งพันปี
ดวงตาลึกล้ำทอดมองมาราวกับวัดใจผู้มาเยือน
ทุกย่างก้าวของเขามีพลังปราณสีแดงเรื่อคอยตามโอบล้อมอยู่
บรรยากาศรอบตัวหนักหน่วงจนผู้คนหายใจไม่ทั่วท้อง
ราวกับภูเขาหมื่นอัคคีล้วนสยบลงต่อการปรากฏกายของเขา....