"ขอบพระคุณ คุณหนูใหญ่!"
เฉินฉางอันสูดลมหายใจเข้าลึก เขาประสานมือคำนับจีเฟิ่งเหยียนอีกครั้ง จากนั้นจึงหันไปจ้องมองผู้ดูแลสามที่ถูกสยบอยู่ข้าง ๆ ด้วยสายตาอาฆาต
"เรียนคุณหนูใหญ่ ผู้ดูแลสามเพื่อจะแย่งชิงเงินสิบตำลึงที่ข้าสะสมไว้ถึงกับใช้แส้ม้าทำลายดอกมู่หลานม่วงไปสิบกว่าต้นเพื่อป้ายสีข้า ข้าน้อยพยายามต่อสู้ขัดขืนสุดชีวิตแต่ไม่อาจต้านทานผู้ดูแลสามและกลุ่มองครักษ์สิบกว่าคนได้ จึงถูกพวกเขาโยนลงจากหน้าผา ในระหว่างที่ร่วงหล่นข้าน้อยโชคดีที่คว้าเถาวัลย์เอาไว้ได้จึงรอดชีวิตอย่างหวุดหวิด"
หัวใจเทาเที่ยและเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาเป็สิ่งที่ไม่อาจเปิดเผยได้เด็ดขาด ดังนั้นเื่ที่หัวใจถูกผู้ดูแลสามแทงทะลุจึงไม่สามารถพูดออกไปได้
โชคดีที่กลุ่มองครักษ์สิบกว่าคนถูกเฉินฉางอันสังหารจนหมดสิ้นแล้ว ยามนี้ผู้ที่รู้ความจริงเื่นี้จึงมีเพียงผู้ดูแลสามเท่านั้น ทว่าต่อหน้าคุณหนูใหญ่เพื่อปกปิดความผิดฐานฆ่าคนของตนเอง ผู้ดูแลสามย่อมไม่กล้าเอ่ยถึงเื่นี้ขึ้นมาแน่นอน
"เหลวไหลสิ้นดี ช่างเหลวไหลสิ้นดี!"
สิ้นคำพูดของเฉินฉางอัน ผู้ดูแลรองที่ยืนอยู่ฝั่งขวาของคุณหนูใหญ่ก็แสดงสีหน้าดูแคลน เห็นได้ชัดว่าเขาและผู้ดูแลสามนั้นเป็พวกพ้องเดียวกัน
"ปกติผู้ดูแลสามเป็คนมีเมตตาต่อข้ารับใช้อย่างยิ่ง มีหรือจะมาสนใจเงินเพียงไม่กี่ตำลึงของเ้า"
ผู้ดูแลสามถูกจีเฟิ่งเหยียนสยบไว้จนไม่สามารถกล่าวคำใดได้ ผู้ดูแลรองที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันย่อมต้องออกหน้าช่วยสนับสนุน
อย่างไรเสียหลายปีมานี้ ผู้ดูแลสามก็ส่งสมุนไพรหายากนานาชนิดมาให้เขาไม่น้อย ส่วนเฉินฉางอันเป็เพียงข้ารับใช้ผู้ต่ำต้อยไม่มีที่พึ่งพาไม่มีเื้ั คนเช่นนี้ตายไปก็นับว่าสมควรแล้ว
ผู้ดูแลใหญ่ลูบเคราที่มีอยู่ไม่กี่เส้นของตน เขาเหลือบมองคุณหนูใหญ่ครั้งหนึ่ง ก่อนจะมองไปยังเฉินฉางอันที่ยอมตายดีกว่าก้มหัว
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ผู้ดูแลใหญ่จึงเอ่ยขึ้น
"คุณหนูใหญ่ ในเมื่อผู้ดูแลสามและเฉินฉางอันต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลของตนเอง เช่นนั้นก็นำตัวกลุ่มองครักษ์สิบกว่าคนนั้น มาสอบถามข้อเท็จจริงเพื่อความกระจ่างแจ้งเถิด"
เฉินฉางอันแค่นยิ้มเย็น ผู้ดูแลใหญ่ดูเหมือนจะยุติธรรม แต่ความจริงแล้วองครักษ์เ่าั้คือเขี้ยวเล็บของผู้ดูแลสาม หากให้พวกมันมาเป็พยานเขาจะยังเหลือหนทางรอดอยู่อีกหรือ?
"เรียนคุณหนูใหญ่ หลังจากที่ข้าน้อยหนีรอดจากหน้าผามาได้ ก็ตั้งใจจะไปหาผู้ดูแลสามเพื่อทวงถามความยุติธรรม ใครจะคิดว่าทันทีที่ก้าวเข้าสู่เรือนพักก็ถูกกลุ่มองครักษ์เ่าั้รุมทำร้าย เพื่อป้องกันตัวข้าน้อยจึงจำต้อง... สังหารพวกเขาจนหมดสิ้น!"
ตู้ม!
ทันทีที่สิ้นคำพูด บรรยากาศทั่วทั้งตำหนักหลักพลันร้อนระอุขึ้นมาทันที ทั้งผู้ดูแลใหญ่ ผู้ดูแลรองรวมถึงสาวใช้นับสิบและข้ารับใช้ในตำหนัก ต่างพากันจ้องมองเฉินฉางอันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
ในตระกูลจีนอกจากคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนแล้ว ห้ามผู้ใดกุมอำนาจความเป็ความตาย ต่อให้เป็ผู้ดูแลใหญ่หาก้าจะปะาข้ารับใช้ที่ทำความผิดก็ต้องส่งตัวให้หอคุมกฎและชี้แจงเหตุผล ทว่าเฉินฉางอันกลับลงมืออย่างอำมหิต สังหารคนไปถึงสิบกว่าคนในคราเดียว
ผู้ดูแลใหญ่ประสานมือกล่าวว่า "คุณหนูใหญ่ คนผู้นี้อำมหิตผิดมนุษย์ ทั้งยังบังอาจทำเื่ที่ท้าทายกฎเกณฑ์ยิ่งนัก หากเก็บไว้จะเป็ภัยในภายหลังข้าขอเสนอให้ปะาชีวิตทันทีขอรับ!"
ผู้ดูแลรองก็รีบกล่าวเสริม "ขอคุณหนูใหญ่โปรดสังหารเฉินฉางอัน เพื่อความถูกต้องและไม่ให้ใครเอาเป็เยี่ยงอย่างด้วยเถิด!"
ทว่าจีเฟิ่งเหยียนทำราวกับไม่ได้ยินคำพูดของทั้งสองคน นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เ้าบอกว่าดอกมู่หลานม่วงถูกผู้ดูแลสามทำลาย มีหลักฐานหรือไม่?"
หัวใจของเฉินฉางอันเต้นรัวไปถึงลำคอ เมื่อเห็นว่าจีเฟิ่งเหยียนไม่ได้ลงมือสังหารเขา แต่กลับถามหาหลักฐาน เขาก็ลอบยินดีที่ตนเองเดิมพันถูกทางแล้ว
ผู้บำเพ็ญเพียรย่อมแสวงหาความโปร่งใสในใจ มีบุญคุณต้องทดแทนมีแค้นต้องชำระ ในเมื่อคนอื่นคิดจะฆ่าเขา เขาก็ต้องชิงฆ่ากลับอย่างเด็ดขาด จะมัวมาลังเลหรือขลาดเขลาได้อย่างไร?
คุณหนูใหญ่ผู้เป็ยอดฝีมือมุ่งมั่นสู่มหาเต๋า ยิ่งต้องเป็เช่นนั้นไม่ผิดแน่!
"เรียนคุณหนูใหญ่ ดอกมู่หลานม่วงสิบกว่าต้นเ่าั้ถูกผู้ดูแลสามใช้แส้ม้าทำลาย แม้ดอกไม้จะเสียหายไปแล้วทว่าร่องรอยที่โคนต้นยังสามารถใช้ตัดสินได้ขอรับ"
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ผู้ดูแลใหญ่และผู้ดูแลรองพลันชะงักไป ส่วนผู้ดูแลสามที่ถูกผนึกเสียงอยู่นั้นแววตาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
เื่ดอกมู่หลานม่วงถูกทำลาย ผู้ดูแลสามบอกว่าเป็เพราะเฉินฉางอันดูแลไม่ดีจนถูกสัตว์ป่ากัดกิน ส่วนเฉินฉางอันบอกว่าถูกทำลายด้วยแส้ม้าร่องรอยการทำลายของทั้งสองแบบนั้นย่อมแตกต่างกัน ใครจริงใครเท็จย่อมตัดสินได้ง่าย ๆ จากรอยแผลที่โคนต้น
กล้าหาญและรอบคอบ เด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย
แววตาที่จีเฟิ่งเหยียนมองเฉินฉางอันเริ่มฉายประกายความชื่นชมออกมาเล็กน้อย นางสะบัดมือให้สาวใช้คนสนิทที่ยืนอยู่หน้าประตูตำหนัก
ลวี่จูเข้าใจความหมายทันที นางประสานมือคารวะก่อนจะทะยานร่างหายไปจากสายตาของทุกคน เห็นได้ชัดว่ามุ่งหน้าไปตรวจสอบความจริง
เพียงครู่เดียวลวี่จูก็กลับมาที่ตำหนักหลัก นางเหลือบมองเฉินฉางอันครั้งหนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้คุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียน เช่นนี้ความผิดถูกย่อมกระจ่างแจ้งชัดเจนแล้ว
ผู้ดูแลสามทรุดตัวลงกับพื้น เมื่อถูกผนึกเสียงไว้เขาจึงไม่มีโอกาสแม้แต่จะแก้ตัว ภายใต้สายตาที่เ็าของจีเฟิ่งเหยียนเขารู้สึกสิ้นหวังอย่างสุดซึ้ง น้ำตาและน้ำมูกไหลนองหน้าน่าเวทนายิ่งนัก
ส่วนผู้ดูแลใหญ่และผู้ดูแลรองที่เคยพูดยืนยันอย่างมั่นเหมาะก่อนหน้านี้ ต่างพากันเงียบกริบสายตาลอกแลกไม่กล้าออกหน้าช่วยผู้ดูแลสามอีก แต่แววตาที่พวกเขามองเฉินฉางอันกลับเต็มไปด้วยความอาฆาต
สำหรับพวกเขาแล้วใครถูกใครผิดนั้นไม่ใช่เื่สำคัญ แต่ข้ารับใช้ผู้ต้อยต่ำที่ไร้อำนาจวาสนาอย่างเฉินฉางอัน บังอาจมาโต้แย้งกับพวกเขาต่อหน้าคุณหนูใหญ่เช่นนี้ช่างสมควรตายนัก!
ต่อให้วันนี้เฉินฉางอันจะไม่ถูกลงโทษ วันหลังพวกเขาก็จะหาทางกลั่นแกล้งมันจนตายอยู่ดี เพื่อเป็การเชือดไก่ให้ลิงดูไม่ให้ข้ารับใช้คนอื่นเอาเป็เยี่ยงอย่างทำลายกฎระเบียบ
หลังจากความเงียบงันชั่วครู่ จีเฟิ่งเหยียนก็ใช้ดวงตาดุจสายน้ำคู่นั้นกวาดมองไปทั่วตำหนัก ก่อนจะเอ่ยปากตัดสินความเป็ความตาย
"ผู้ดูแลสามทำลายสวนสมุนไพรเป็การส่วนตัว ทั้งยังป้ายสีผู้อื่น ตามกฎย่อมต้องถูกปะา!"
เฉินฉางอันลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่ผู้ดูแลใหญ่และผู้ดูแลรองกลับรีบทิ้งตัวลงคุกเข่าต่อหน้าจีเฟิ่งเหยียน ทั้งสองคร่ำครวญหมายจะเอ่ยปากขอชีวิต ส่วนผู้ดูแลสามก็โขกศีรษะลงกับพื้นอย่างบ้าคลั่งไม่หยุด
ทว่าไม่รอให้ทั้งสองคนได้เอ่ยปาก พลังิญญาอันแข็งแกร่งและดุดันก็พันธนาการคนทั้งสองไว้ทันที
"เห็นแก่ที่ผู้ดูแลสามดูแลสวนสมุนไพรให้ตระกูลจีมาหลายปี ถือว่ามีความเพียรพยายามอยู่บ้าง โทษตายละเว้นได้แต่โทษเป็ไม่อาจหลีกเลี่ยง ยามนี้ให้ปลดจากตำแหน่งผู้ดูแลและหักเบี้ยหวัดเป็เวลาสามปี!"
คำตัดสินนี้ทำให้ผู้ดูแลสามลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทว่าสีหน้าของเฉินฉางอันกลับเปลี่ยนไปทันที การปลดจากตำแหน่งผู้ดูแลทำให้ไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับสวนสมุนไพรได้อีก นับเป็การลงโทษที่รุนแรงจริง แต่ว่าผู้ดูแลสามก็ยังรักษาชีวิตไว้ได้
ด้วยนิสัยเ้าคิดเ้าแค้นของตาเฒ่านั่น ในภายหน้าย่อมต้องหาทางแก้แค้นเขาทั้งต่อหน้าและลับหลังอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น เื่ที่เขาฟื้นจากความตายก็คงปกปิดไว้ไม่ได้นาน หัวใจเทาเที่ยและเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาย่อมต้องถูกเปิดเผยในไม่ช้า
สรุปคือหากผู้ดูแลสามไม่ตาย เฉินฉางอันย่อมต้องตายแน่นอน การตัดหญ้าต้องถอนรากถอนโคนผู้ดูแลสามต้องตายเท่านั้น!
แต่ว่าคำตัดสินของคุณหนูใหญ่ใครเล่าจะกล้าโต้แย้ง? เฉินฉางอันจะสามารถทำอะไรได้?
"แม้เฉินฉางอันจะถูกใส่ความ แต่การสังหารองครักษ์ตระกูลจีไปสิบกว่าคนโดยไม่ผ่านการพิจารณา..."
เฉินฉางอันเหลือบมองผู้ดูแลสามที่ส่งสายตาท้าทายมาให้อย่างอาฆาต เขาจึงรวบรวมความกล้าก้าวออกไปหนึ่งก้าว ถึงกับเอ่ยขัดจังหวะการพูดของจีเฟิ่งเหยียน
"คุณหนูใหญ่ มีคำกล่าวว่าติดหนี้ต้องชดใช้ด้วยเงิน ฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต ข้าน้อยขอประลองความเป็ความตายกับผู้ดูแลสามต่อหน้าคุณหนูใหญ่"
"หลังจากการต่อสู้นี้ หากมีข้าย่อมไม่มีเขา หากมีเขาย่อมไม่มีข้า มิฉะนั้นด้วยนิสัยของผู้ดูแลสามในภายหน้า ย่อมต้องหาทางทำร้ายข้าน้อยทุกวิถีทางเป็แน่!"
เขามองดูจีเฟิ่งเหยียนที่เริ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจ เฉินฉางอันจึงกัดฟันกล่าวต่อไป
"ชีวิตน้อย ๆ ของข้าไม่มีค่าอันใด ทว่าหากความแค้นของเราทั้งสองทำให้สมุนไพรถูกทำลายอีกครั้ง จนทำให้คุณหนูใหญ่ต้องล่าช้าในการหลอมโอสถ..."
ครืน! ครืน!
ทันทีที่สิ้นคำพูด สีหน้าของจีเฟิ่งเหยียนพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ในขณะที่เฉินฉางอันคิดว่าตนเองโน้มน้าวคุณหนูใหญ่ได้สำเร็จ พลังิญญาธาตุไฟทั่วทั้งตำหนักพลันบ้าคลั่งขึ้นมาอีกครั้ง
จิตสังหารอันเข้มข้นแผ่ซ่านไปทั่วทุกมุมของตำหนัก ต่อหน้าจิตสังหารนี้ทั้งผู้ดูแลใหญ่ ผู้ดูแลรอง รวมถึงสาวใช้และองครักษ์นับสิบต่างก็คุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก
มีเพียงเฉินฉางอันที่กัดฟันแน่น แม้จะถูกกดดันจนไม่อาจเงยหน้าได้แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่หน้าตำหนักดวงตาจ้องมองจีเฟิ่งเหยียนที่อยู่บนบัลลังก์อย่างไม่ลดละ
"เ้าพูดได้ไม่เลว หากเก็บเ้าทั้งสองไว้ย่อมมีความเป็ไปได้ที่จะเกิดการแก่งแย่งภายในอีก ทว่านอกจากจะให้พวกเ้าประลองความเป็ความตายต่อหน้าข้าแล้ว... ข้ายังมีอีกทางเลือกที่ดีกว่านั้น"
จีเฟิ่งเหยียนยื่นนิ้วมือที่เรียวยาวและขาวผ่องออกมา พลังิญญาธาตุไฟอันบ้าคลั่งพุ่งทะยานขึ้นฟ้าแปลงสภาพเป็ัเพลิงนับสิบจั้งสองตัว จิตสังหารพลุ่งพล่านถึงขีดสุด
"นั่นก็คือการสังหารเ้าทั้งสอง… ทิ้งเสียพร้อมกัน!"
บัดซบ! พลาดไปแล้ว ผู้หญิงคนนี้อำมหิตเกินไป
พลังิญญาแปรสภาพจำลองสรรพสิ่ง ทันทีที่ัเพลิงทั้งสองปรากฏขึ้นความร้อนดั่งอัคคี์ทะยานถึงขีดสุด อย่าว่าแต่เฉินฉางอันหรือผู้ดูแลสามที่เป็เพียงผู้บำเพ็ญขอบเขตสามัญเลย ต่อให้เป็ผู้บำเพ็ญขอบเขติญญาระดับหนึ่งหรือสองก็ย่อมไม่อาจต้านทานได้ นี่คือหนทางแห่งความตายที่แท้จริง
ในขณะที่ัเพลิงอันน่าหวาดหวั่นพุ่งเข้าหาเฉินฉางอันและผู้ดูแลสาม เฉินฉางอันกัดฟันแน่นก่อนจะแผดเสียงะโสุดแรง
"คุณหนูใหญ่ ข้าน้อยสามารถหาดอกมู่หลานม่วงที่อายุถึงเกณฑ์มาให้ท่านได้!"
คำพูดนี้ทำความเร็วของัเพลิงที่พุ่งเข้าหาลดลงบ้างแต่มันยังไม่หยุดนิ่ง เพียงแค่ดอกมู่หลานม่วงไม่ได้ถือว่าล้ำค่าอะไร สำหรับจีเฟิ่งเหยียนที่มีฐานะเป็ศิษย์หลักยิ่งไม่คู่ควรแก่การเอ่ยถึง
ดอกมู่หลานม่วงต้นเดียวย่อมไม่สามารถแลกชีวิตของเฉินฉางอันคืนมาได้!
เมื่อเห็นัเพลิงอันสยดสยองพุ่งมาถึงเบื้องหน้า ความร้อนดั่งเพลิงโลกันตร์กำลังจะแผดเผาร่างกายของเฉินฉางอันจนกลายเป็ไอ
ทันใดนั้นเฉินฉางอันจึงหลับตาลง แล้วแผดเสียงะโสุดชีวิต
"คุณหนูใหญ่ ข้า... ข้ามีวิธีประสานฤทธิ์โอสถของบัวขาวเมฆาวารีและเม็ดบัวอัคคีโลกันตร์!"
ตู้ม!
สิ้นคำพูดนั้นัเพลิงที่พุ่งมาถึงเบื้องหน้าของเฉินฉางอันและผู้ดูแลสามก็ะเิออกทันที พลังงานแห่งการทำลายล้างสลายไปในความว่างเปล่า
จีเฟิ่งเหยียนในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ เส้นผมสีดำสลวยราวกับน้ำตกพลันปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของเฉินฉางอัน ใบหน้างดงามทว่าเ็าดั่งน้ำแข็งฤดูใบไม้ร่วงของนาง ซึ่งต่อให้ขุนเขาจะพังทลายตรงนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้าแต่ในยามนี้กับเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
"เ้า... เ้าพูดว่าอะไรนะ?"