"อืออ พี่เถียน ชะ..ช้าลง อะ อ่าา ข้าจะไม่ไหวแล้ว อะ อ๊าา"
"ชู่ววว เบาเสียงหน่อย ซี๊ดด"ฝ่ามือใหญ่ปิดปากเล็กให้เบาเสียงลงเหลือเพียงร้องอยู่ในลำคอแต่เขากลับไม่คิดหยุดกระแทกกระทั้นตัวตนใส่ช่องทางสวาทถี่รัว
แม้เขาจะชอบเวลาหญิงสาวส่งเสียงร้องครวญครางเย้ายวนแต่ยามนี้จำต้องให้นางเงียบที่สุดเท่าที่ทำได้แค่เพียงเสียงเนื้อกระทบกันก็ดังพอจะให้ผู้อื่นได้ยินแล้วว่าพวกเขาอยู่ภายในห้องนี้
"อื้ออ อื้มม" ร่างบางได้แต่บิดเร้าด้วยความเสียวกระสันทั้งที่นางเสียวซ่านแทบขาดใจ แต่ไม่อาจส่งเสียงร้องระบายออกไปได้
หญิงสาวต้องพยายามอย่างมากที่จะทำตามคนรักกำชับเพราะเขายังคงตอกย้ำท่อนเนื้อร้อนใส่นางอย่างดุดันทุกแรงกระแทกหนักหน่วงเป็จังหวะสม่ำเสมอจนสุดท้ายนางทนไม่ไหวกรี๊ดร้องเสียงดังด้วยความเสียวซ่าน
ตับตับ ตับ ตับ ตับ
"อ๊าา ซี๊ดด ไม่ไหวแล้ว อะ อ๊าา อ๊างง"ฝ่ามือเล็กกำจิกผ้าปูเตียงจนยับย่นทั้งกายสั่นกระตุกปลดปล่อยน้ำรักใสเปียกเปื้อนที่นอนเป็วงกว้าง
"อู้วว ข้าก็เสร็จเหมือนกัน ซี๊ดดด อ่าา" ชายหนุ่มกระแทกสะโพกตอกตัวตนใส่ร่างบางอีกสองสามครั้งก่อนจะชักท่อนเนื้อร้อนออกมารูดสาวเร็ว ๆ ด้านนอกพ่นน้ำกามอุ่นรดทั่วก้นกลมเด้งจนถึงแผ่นหลังขาว
"เข้าไปได้"
สิ้นเสียงหวานแต่เต็มไปด้วยอำนาจเด็ดขาดชายฉกรรจ์สองคนก็พุ่งเข้าไปด้านในห้องทันทีทำให้ทั้งสองร่างที่ยังเหนื่อยหอบจากการเสร็จสมตกอยู่ในความตื่นตระหนกใ
ยังดีที่กลุ่มคนที่เข้ามาไม่ได้ใจร้ายจนเกินไปในการจับกุมกางเกงที่ชายหนุ่มสวมใส่ถูกดึงขึ้นมาอย่างลวก ๆไม่ให้เห็นจุดสงวนที่ห้อยเหี่ยวน่าเกลียด
ส่วนทางด้านสตรีที่ไร้อาภรณ์เปลือยเปล่าก็มีหญิงสาวอีกคนเดินเข้ามาสบทบจัดการห่อคลุมกายให้ด้วยผ้าห่มผืนใหญ่ จากนั้นพวกเขาทั้งสองคนจึงถูกพาออกจากห้องไปอย่างไร้ความปราณี
เรือนร่างบางยืนมองกลุ่มคนทั้งหมดด้วยอารมณ์ขุ่นมัว อากาศหนาวเย็นมีหิมะตกหนักเช่นนี้ นางสมควรต้องอยู่บนเตียงอุ่น ๆนอนซุกห่มผ้านวมผืนหนาโดยไม่ไหวติง
แต่กลับถูกขัดจังหวะไม่ได้ทำอย่างใจคิดเพราะต้องมาคอยจัดการกับลูกค้าที่ไม่มีเงินแต่คิดอยากจะเข้าพักในห้องดี ๆทำตัวเป็หนูสกปรกแอบลอบเข้ามาในจังหวะที่คนของนางเผลอ
เท้าเรียวที่สวมใส่ด้วยร้องเท้าหุ้มหนังแกะเพื่อให้ความอบอุ่น เตะผ้าปูเตียงยับย่นบนพื้นทิ้งให้พ้นทางจมูกโด่งร้นอดไม่ได้ที่จะย่นขึ้นเมื่อได้กลิ่นคาวราคะคละคลุ้งภายในห้อง
ดวงตาเรียวมองสำรวจว่าภายในห้องมีสิ่งใดสูญหายหรือเสียหายหรือไม่จากนั้นถึงกวักมือเรียกสั่งให้คนงานเข้ามาทำความสะอาดห้องใหม่ทั้งหมด
"นายหญิง พวกพี่หานรอให้นายหญิงออกไปจัดการสองคนนั้นอยู่เ้าค่ะ"
"น่ารำคาญจริง"หญิงสาวหันหลังให้คนสนิทสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกตัวใหม่ที่เพิ่งตัดเย็บเสร็จบนไหล่บางก่อนจะเดินลงเท้าหนัก ๆ ไปยังด้านหน้าโรงเตี้ยม
เสียงะโโวยวายไม่ยินยอมดังขึ้นทันทีที่ร่างบางปรากฏตัวจนกลายเป็จุดสนใจของฝูงชนให้เริ่มมายืนมุงดูอยู่ด้านหน้าโรงเตี้ยม ทั้งที่หิมะเริ่มตกหนักกระทั่งยืนกันตัวสั่นทว่าความหนาวเย็นก็ไม่อาจกดความอยากรู้อยากเห็นของชาวบ้านลงได้
"จะรังแกคนกันเกินไปแล้ว พวกข้าเป็ลูกค้าแต่กลับถูกโยนออกมาอย่างกับหมูกับหมา พวกเ้าดู ดูไว้โรงเตี้ยมเตียนฮวามีวิธีรับลูกค้าเช่นนี้ ข้าหรือเดินทางมาเพื่ออยากเข้าพักเพราะได้ยินมาว่าที่นี่เป็โรงเตี้ยมอันดับหนึ่งของเมืองซุ่ย แต่ที่ไหนได้ก็เป็แค่เพียงคำล่ำลือเท่านั้น" เถียนถานมองสตรีร่างบางมีใบหน้างดงามตรงหน้าดูท่าทางอ่อนหวานไร้พิษสง จึงเข้าใจว่านางเป็แค่สตรีตัวเล็กๆ คนหนึ่ง
หากเขาเอาเสียงดังเข้าว่าสุดท้ายนางก็ต้องกลัวขายหน้าและรวมไปถึงกลัวเื่การเสียชื่อเสียงของโรงเตี้ยมอย่างไรก็ต้องจำยอมอ่อนข้อให้ เขาจึงมั่นใจในวิธีการนี้ว่าต้องได้ผลอย่างแน่นอน
"ดูเอาเถิด เงินข้าก็จ่าย แต่ไม่ยอมให้ข้าเข้าพักดี ๆไม่เพียงรบกวนการพักผ่อน แต่นี่ถึงกลับจับพวกข้าโยนออกมากับภรรยาข้ายิ่งแล้ว นางยังอยู่ในสภาพน่าอับอายแต่พวกเ้ากลับไม่ไว้หน้าพานางออกมาเช่นนี้ ต่อไปจะให้นางเอาหน้าไปไว้ที่ใดได้อีกโอ้..ภรรยารักของข้า"
กลุ่มคนที่ยืนมุงกันอยู่เมื่อเห็นสภาพคนทั้งสองก็เข้าใจได้ทันที ว่าคนทั้งคู่กำลังทำสิ่งใดกันอยู่ก่อนที่จะถูกจับโยนออกมา ตอนนี้ยังเป็เวลากลางวันแท้ ๆช่างไม่อายฟ้าดินกันเลยจริง ๆ
"ฮืออ ท่านพี่ ข้าไม่อยากอยู่แล้ว ข้าอับอายไปหมดแล้ว ฮืออ"จวงเจี๋ยเมื่อได้รับสัญญาณจากคนรัก ก็รีบมุดหน้าร้องไห้เสียงดังในทันที
อย่างไรมาถึงขั้นนี้แล้วถึงจะยังไม่ได้แต่งเป็ภรรยาให้เขาจริง ๆ แต่นางยอมทำอะไรก็ได้ขอเพียงให้หลุดพ้นความผิดที่แอบลักลอบเข้าไปในโรงเตี้ยมได้เป็พอ
เมื่อลองนึกย้อนดู ตอนนั้นหากนางไม่มัวแต่หลงดีใจ ก็คงคิดได้ว่าคนรักของนางจะมีปัญหาหาเงินที่ไหนมาเปิดห้องพักในโรงเตี้ยมเตียนฮวาได้กันแค่เพียงพานางไปกินอาหารมีราคาแต่ละมื้อยังยากเย็นนัก
และหากไม่หลงเพ้อไปไกลว่าคนฐานะอย่างนางได้พักในโรงเตี้ยมหรู พวกที่เคยดูถูกนางไว้ต้องเกิดความอิจฉาจนอกแตกตายเป็แน่ จึงได้ยอมตามคนรักมาที่นี้ด้วยใจโลดแล่น
แต่เมื่อมาถึงใครจะคาดคิดว่าที่เขาบอกจะพานางมาพักในโรงเตี้ยมเตียนฮวาแท้จริงเป็การแอบหลบซ่อนเข้าไปตอนผู้ดูแลเผลอ
เขาบอกกับนางว่ามั่นใจอย่างมากว่าจะไม่ถูกจับได้ ทั้งยังชวนนางร่วมรักทั้งที่อยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยง และสุดท้ายสิ่งที่นางกลัวก็เกิดขึ้น
ฮวาอวี้หรันมองเหตุการณ์ด้วยแววตานิ่งเฉยแกมไปทางเอื่อมระอาคนพวกนี้คิดว่าเล่นละครปาหี่ให้ใครดูกันส่งเสียงดังร้องโวยวายปั้นเื่ให้คนสงสาร แล้วคิดว่านางจะยอมปล่อยไปง่าย ๆอย่างนั้นหรือ
หากนางทำเช่นนั้นคงได้มีคนมานั่งแหกปากร้องเช่นนี้ ให้ปวดหัวทุกวันเป็แน่
"มาเร็ว พวกเ้ามาดูโรงเตี้ยมเตียนฮวารังแก.."
"ชื่ออะไร"
"หะ...อ่อ ทำไม เ้าอยากรู้ชื่อข้าไปทำไม"เถียนถานยังร้องะโไม่ทันจบประโยค อยู่ ๆ กลับได้ยินเสียงหวานเอ่ยถามขัดขึ้นมา
"ข้าถามว่าเ้าชื่ออะไร"
"เถียนถาน ซื่อเถียนถาน"
ร่างบางผินหน้าไปด้านหลังเล็กน้อยเพื่อรอฟังรายงานจากคนสนิท ก่อนจะพยักหน้าตอบรับเมื่อได้รับคำตอบ
"หากเ้าบอกว่าเป็แขกที่เตียนฮวาของเราเหตุใดถึงไม่มีชื่อเ้าในรายชื่อแขกที่เข้าพักเล่า"
"มะ..ไม่มีได้อย่างไร ต้องเป็พวกเ้าแน่ ใช่ พวกเ้าลบชื่อข้าออกเพื่อจะได้ใส่ความข้า" เถียนถานใเสียงสั่นเครื่ออย่างเห็นได้ชัดเขาไม่รู้ว่าทางโรงเตี้ยมจะมีการจดรายชื่อแขกที่เข้าพักไว้ด้วยเพราะโรงเตี้ยมทั่วไปที่เขาเคยเข้าพักนั้น แค่เพียงจ่ายเงินรับกุญแจห้องก็จบแล้ว
"นั่นสินะ อื้ม ก็พอเข้าใจได้ แล้วตอนเข้าพัก เ้าจ่ายค่าห้องไปเท่าไหร่เล่า"
"ทำไม เ้าจะดูถูกว่าข้าไม่มีปัญญาจ่ายหรือ กับค่าห้องไม่กี่ตำลึงเงินข้าไม่ได้จำหรอกว่าจ่ายไปเท่าไหร่" เถียนถานยังไม่จำยอมเขาลุกขึ้นยืนเชิดหน้าพูดด้วยความมั่นใจ แม้จะไม่รู้ว่าค่าห้องแท้จริงเท่าไหร่แต่ที่เขาพอรู้มา ส่วนใหญ่โรงเตี้ยมหรูเช่นนี้ อย่างไรก็ไม่เกินห้าสิบตำลึงเงินต่อคืนเท่านั้น
ทว่าแทนที่หญิงสาวตรงหน้าจะตอบโต้เขากลับกลายเป็เสียงหัวเราะของคนรอบข้างบางคนที่ยืนมองอยู่หรือบางส่วนที่ดังมาจากแขกในโรงเตี้ยมที่ออกมายืนดู เสียงหัวเราะเ่าั้ดังขึ้นหนาหูจนเถียนถานเริ่มโมโห
เมื่อครู่เขาพูดอันใดผิดกัน ถึงกลายเป็เื่ให้คนพวกนี้หัวเราะเยาะเอาได้
"พวกเ้ามีอันใดให้น่าขันกัน"