ถ้าซูเจี่ยนอันจำไม่ผิดล่ะก็เจียงเส้าข่ายรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประจำเมือง
และถ้าเธอมองไม่ผิดล่ะก็เอ่อ...เหมือนลู่เป๋าเหยียนจะไม่ได้มุ่งหน้าไปทางนั้น
เธอพูดเตือนเขาแต่เขากลับตอบว่า
“ฉันรู้”
“นายรู้ว่ากำลังไปผิดทาง?” ซูเจี่ยนอันเริ่มสับสน“นายสนุกไหมเนี่ย”
ลู่เป๋าเหยียนยิ้ม“เธอคงไม่คิดว่าฉันจงใจหรอกใช่ไหม”
ซูเจี่ยนอันนิ่งคิดอยู่นานแต่ก็ยังไม่เข้าใจ
“จงใจทำอะไร?”
“บางทีฉันอาจจะจงใจขับรถผิดทางเพื่อไม่ให้เธอไปเยี่ยมเจียงเส้าข่ายก็ได้”
เขาพูดพลางยิ้มเล็กน้อยยากที่จะคาดเดาว่าเขาพูดจริงหรือแค่ล้อเล่น
แต่ซูเจี่ยนอันนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจและส่ายหน้า
“เป็นไปไม่ได้”
ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้วอย่างสนใจ
“ทำไมถึงคิดว่าเป็นไปไม่ได้?”
“นายไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำแบบนั้นนี่”ซูเจี่ยนอันวิเคราะห์ “ฉันจะไปเยี่ยมเจียงเส้าข่ายก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับนายแล้วนายจะไม่ให้ฉันไปเยี่ยมเขาทำไม อีกอย่าง...การแกล้งขับรถผิดทางมันดูปัญญาอ่อนไปหน่อยฉันไม่เชื่อว่านายจะทำเรื่องติงต๊องแบบนั้น”
ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตาเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจคาดเดาอารมณ์
“ใครบอกเธอว่าถ้าเธอไปเยี่ยมเจียงเส้าข่ายแล้วจะไม่มีผลกระทบกับฉัน
ซูเจี่ยนอันนิ่งไป
“หรือว่ามี? นอกจากน้ำมันรถในถังที่ลดลงยังจะมีเรื่องอะไรส่งผลกระทบกับนายอีกเหรอ”
“...” สภาพจิตใจฉันไง!
แต่ถึงจะพูดออกไปซูเจี่ยนอันก็คงไม่เข้าใจ ลู่เป๋าเหยียนจึงตัดสินใจไม่พูดเสียดีกว่าซูเจี่ยนอันเห็นเขาเงียบไป เลยไม่พูดอะไรต่อ
ไม่นานภาพของโรงพยาบาลเอกชนที่หรูหรายิ่งกว่าโรงแรมก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าซูเจี่ยนอันหันไปถามลู่เป๋าเหยียนอย่างแปลกใจ
“ทำไมพวกเราต้องมาที่นี่?”
ลู่เป๋าเหยียนจอดรถพลางตอบเธอ
“ตอนที่พวกเราอยู่เมือง G เจียงเส้าข่ายย้ายมารักษาตัวที่นี่”
“ขนาดฉันสนิทกับเจียงเส้าข่ายยังไม่รู้เรื่องนี้เลยแล้วนายรู้ได้ยังไง?”ซูเจี่ยนอันมองซีกหน้าด้านข้างลู่เป๋าเหยียนพลางคิดอย่างสงสัยจากนั้นจึงตาโตอย่างแปลกใจ
“หรือว่านายเป็นคนช่วยย้ายโรงพยาบาลให้เขา?”
“อืม” ลู่เป๋าเหยียนตอบ“ลงรถ”
ซูเจี่ยนอันเดินคิดนู้นคิดนี่ตามลู่เป๋าเหยียนขึ้นลิฟต์
“ที่นี่สภาพแวดล้อมดีกว่าที่อื่นจริงๆเหมาะที่เจียงเส้าข่ายจะพักรักษาตัว ขอบใจนะ”
ติ๊ง ลิฟต์หยุดลงตรงชั้นที่ลู่เป๋าเหยียนกดเลือกไว้ประตูเหล็กแวววาวเคลื่อนเปิดออก ซูเจี่ยนอันกำลังก้าวเท้าเดินออกไปแต่กลับได้ยินเสียงดัง ปัง! ตามด้วยเงาของคนที่เข้ามาขวางหน้าเธอ
ซึ่งก็คือลู่เป๋าเหยียน
เขากดปุ่มปิดประตูค้างไว้ทำให้ประตูไม่สามารถเปิดออกได้อีกในระหว่างนี้ร่างสูงใหญ่ของเขาขวางทางตรงหน้าเธอจนมิด
พื้นที่เล็กคับแคบภายในลิฟต์ซูเจี่ยนอันอยู่ใกล้เขาจนเห็นชัดแม้กระทั่งแผงอกแกร่งที่ขยับตัวตามจังหวะหายใจนัยน์ตาสีนิลที่ไม่รู้ว่าเริ่มเคร่งเครียดตั้งแต่เมื่อไรส่งรังสีอันตรายออกมากดดันคนที่อยู่ใกล้จนแทบลืมหายใจ
“ลู่เป๋าเหยียน”ซูเจี่ยนอันมองคนที่จู่ๆ ก็ทำท่าเหมือนคนแปลกหน้าอย่างหวาดหวั่น
“นายเป็นอะไรไป”
ลู่เป๋าเหยียนกัดฟันพูดออกมาทีละคำอย่างชัดเจน
“ทีหลังอย่าให้ฉันได้ยินเธอพูดขอบคุณแทนเจียงเส้าข่ายอีก”
“...”ซูเจี่ยนอันไม่เข้าใจ เธอขอบคุณแทนเจียงเส้าข่ายแล้วอย่างไร?
เห็นเธอทำสีหน้างงงวยลู่เป๋าเหยียนจึงทนไม่ไหวต้องพูดย้ำเพื่อให้ทุกคำซึมเข้าไปในสมองของซูเจี่ยนอัน
“ฉันช่วยย้ายโรงพยาบาลให้เจียงเส้าข่ายคนที่ต้องขอบคุณคือเขา แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ? เธอกับเจียงเส้าข่ายเป็นอะไรกัน? หืม?”
ซูเจี่ยนอันเริ่มรู้สึกได้ว่าลู่เป๋าเหยียนกำลังหึงเธอ...
เธอผลักลู่เป๋าเหยียนให้ออกห่างจากนั้นจึงอธิบาย
“เจียงเส้าข่ายเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยฉันแต่สิ่งที่ฉันทำให้เขาได้มีแค่ต้มซุปทำอาหารมาเยี่ยมเขาเท่านั้นฉันก็แค่ขอบคุณนายที่ช่วยฉันจัดการให้เจียงเส้าข่ายได้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลดีๆไม่ได้ขอบคุณนายแทนเขาสักหน่อย นายคิดอะไรอยู่เนี่ย”
แรงกดดันภายในลิฟต์เมื่อครู่เหมือนลูกโป่งที่ถูกปล่อยลมออกกะทันหันและค่อยๆ จางหายไปในอากาศ
ซูเจี่ยนอันพูดต่อ“ถึงฉันจะสนิทกับเจียงเส้าข่าย อืม...ก็สนิทกว่านายนิดหน่อยแต่ว่าไม่ได้สนิทกันขนาดที่จะพูดขอบคุณแทนกันได้ถึงยังไงฉันก็ไม่ใช่คนในครอบครัวหรือแฟนเขานี่”
ต่อหน้าเขาเธอยังกล้าพูดเน้นย้ำว่าเธอสนิทกับเจียงเส้าข่ายมากกว่าเขา?
ลูกโป่งที่ถูกปล่อยลมออกไปเมื่อครู่เริ่มขยายตัวขึ้นอีกครั้ง รังสีอำมหิตและแรงกดดันเริ่มแพร่กระจายไปทุกอณูภายในลิฟต์
ลู่เป๋าเหยียนปล่อยมือออกจากปุ่มปิดประตูประตูลิฟต์จึงเปิดออก เขาจูงซูเจี่ยนอันออกไปทันที
ซูเจี่ยนอันรู้สึกว่าลู่เป๋าเหยียนดูแปลกๆไป
เฮ้อตาคนนี้ทำไมอารมณ์แปรปรวนเสียยิ่งกว่าอากาศเดือนมิถุนายนอีกล่ะเนี่ย
ขณะนั้นเอง อยู่ๆลู่เป๋าเหยียนก็ผลักเธอแนบชิดกำแพงเขาใช้ร่างกายสูงใหญ่ขังเธอเอาไว้ในวงแขน ลมหายใจอันคุ้นเคยเริ่มเข้ามาใกล้
เธอกลืนน้ำลาย “ละ ลู่เป๋าเหยียน?”
ลู่เป๋าเหยียนก้มหน้าลงเล็กน้อยพลางจ้องตาเธอ
“เธอสนิทกับเจียงเส้าข่ายถึงขนาดไหนกัน? หืม?”
“สนิทมากพอๆ กับที่สนิทกับเสี่ยวซีไง”ซูเจี่ยนอันเริ่มคิดอยากจะดิ้นออกจากวงแขนนี้
“นายถามทำไม” อีกอย่างก็ไม่จำเป็นต้องถามอย่างใกล้ชิดขนาดนี้สักหน่อย
ชมพูจางๆ เมื่อเธออยู่ภายใต้วงแขนเขาเธอเหมือนนกกระทาตัวน้อยที่คิดแต่จะหนีออกไปริมฝีปากอิ่มที่ถูกเม้มจนเป็นสีระเรื่อดึงความสนใจของลู่เป๋าเหยียนได้ชะงัด
รู้ตัวอีกทีสายตาของลู่เป๋าเหยียนก็ถูกหยุดอยู่ที่เรียวปากของซูเจี่ยนอัน
รสชาติหอมหวานของมันยังคงตราตรึงในความทรงจำเป็นรสชาติที่เพียงได้ชิมสักครั้งไม่ว่าใครก็ต้องเสพติด
บุหรี่ เหล้าหรือยาเสพติด สิ่งเหล่านี้เขาสามารถปฏิเสธได้อย่างไม่ลังเล
มีเพียงเธอที่ทำให้เขาต้องอดทน และทำให้เขาสูญเสียความสามารถในการควบคุมตัวเอง
ซูเจี่ยนอันนึกไม่ถึงเลยว่าลู่เป๋าเหยียนจะคิดเอาเปรียบเธอ เมื่อกี้เขายังโมโหอยู่เลยแต่ในชั่ววินาทีกลับเปลี่ยนเป้าหมายซะอย่างนั้นในสถานที่โล่งแจ้งบนระเบียงทางเดินของโรงพยาบาลแบบนี้เขายังกล้าที่จะจูบเธอเนี่ยนะ!
สมองเธอขาวโพลนไปชั่วครู่แต่เมื่อได้สติก็ผลักเขาออกทันที แต่เขากลับใช้วงแขนรัดเอวเธอไว้ทำให้ทั้งตัวเธอตกอยู่ในอ้อมกอดของเขา
“อย่าผลักฉัน!”
เสียงทุ้มต่ำของเขาเจือปนด้วยความอ่อนโยนอยู่บ้างก็จริงแต่ที่มีมากกว่าคือการออกคำสั่ง
ซูเจี่ยนอันยอมเชื่อฟังเขาง่ายๆที่ไหน เธอผลักเขาแรงขึ้นอีก
“ไม่ได้นะนี่โรงพยาบาลนะ นาย...อื้อ...”
ยังพูดไม่ทันจบริมฝีปากเธอก็ถูกเขาครอบครองอีกครั้งแถมคราวนี้อย่าว่าแต่ผลักเขาออก แม้แต่ช่องว่างที่จะหายใจยังไม่มี
จูบของลู่เป๋าเหยียนก็เหมือนเจ้าตัวริมฝีปากเย็นที่ห้ามใครหน้าไหนปฏิเสธ เขาบังคับให้เธอเปิดริมฝีปากและส่งลิ้นรุกล้ำเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของเธอเพื่อหาความหอมหวาน
ซูเจี่ยนอันเริ่มหมดแรงที่จะขัดขืนตัวเธออ่อนปวกเปียกได้แต่ปล่อยให้เขาช่วยพยุงเอาไว้ที่ข้างหูสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนและเสียงลมหายใจของเขากับเธอ
นี่นับเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่พวกเธอใกล้ชิดกันมากที่สุด
ผ่านไปสักพักลู่เป๋าเหยียนถึงยอมปล่อยเธอเป็นอิสระ
ดวงตาคู่ใสของเธอดูงุนงงเหมือนสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่หาเจ้าของไม่เจอพวงแก้มชมพูอ่อนทั้งสองข้างเวลานี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อดูเย้ายวน
เธอมองตาของเขาเหมือนยังไม่ได้สติจากการถูกเอาเปรียบเมื่อครู่
ลู่เป๋าเหยียนยิ้มบางพลางก้มหน้าลงไปจนหน้าผากของทั้งคู่ใกล้จะสัมผัสกัน สีหน้าของเขาในเวลานี้ดูเจือความเจ้าเล่ห์
“เธอกับเจียงเส้าข่ายสนิทกันถึงขนาดนี้แล้วหรือยังหืม?”
ดวงตากลมโตของซูเจี่ยนอันเบิกกว้างเหมือนเพิ่งตื่นจากฝันเธอสะบัดมือเขา
“ฉะฉันไปห้องน้ำก่อนนะ”
แถวนี้มีห้องน้ำที่ไหนกันลู่เป๋าเหยียนไม่รั้งเธอไว้ เขายืนมองเธอที่ทำท่าจะวิ่งตรงไปแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนอยู่ที่ระเบียงทางเดิน จึงก้มหน้างุดๆ เดินกลับมาอย่างว่าง่าย
“เปล่า!”ใบหน้าเล็กเงยขึ้นมามองเขา “ฉันกับเจียงเส้าข่ายถ้าต้องสัมผัสมือกันก็แค่ตอนทำการทดลองเท่านั้นไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษสักนิด พวกเราไม่ได้สนิทถึงขั้นจูบกัน นายพอใจหรือยัง?”
ลู่เป๋าเหยียนยิ้มกว้าง
“พอใจมาก”
เธอกับเจียงเส้าข่ายอยู่ห้องเดียวกันตั้งแต่สมัยปีหนึ่ง ซูเจี่ยนอันเป็นคนพูดน้อยขึ้นปีสอง ทั้งสองคนถึงเริ่มสนิทกันทั้งคู่ไปเรียนด้วยกัน ทำการทดลองด้วยกัน ดูเผินๆ แล้วสนิทสนมใกล้ชิดกันยิ่งกว่าใครแต่ในความเป็นจริงทั้งสองคนเป็นแค่เพื่อนสนิทและเจียงเส้าข่ายเองก็ไม่ได้คิดอะไรเกินเลย
เรื่องพวกนี้ลู่เป๋าเหยียนรู้อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นเจียงเส้าข่ายคงถูกสั่งให้ย้ายห้องไปตั้งนานแล้ว
“นายงี่เง่าชะมัด”ซูเจี่ยนอันเบ้ปากบ่น “เจียงเส้าข่ายอยู่ห้องไหน”
“1401”
ห้องของเจียงเส้าข่ายอยู่ตรงสุดระเบียงทางเดินอีกฝั่งพอดีซูเจี่ยนอันเดินไปถึงแล้วจึงเคาะประตู ไม่ช้าเสียงของเจียงเส้าข่ายก็ดังออกมา
“เข้ามา”
เมื่อเห็นว่าเป็นซูเจี่ยนอันเจียงเส้าข่ายก็รู้สึกเซอร์ไพรส์เล็กน้อยแต่เมื่อเห็นคนที่เดินตามมาข้างหลังอย่างลู่เป๋าเหยียนเจียงเส้าข่ายก็เริ่มเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด เขาส่งเสียงทักทาย
“เชิญนั่งตามสบายครับ”
ซูเจี่ยนอันลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง
“แผลเป็นไงบ้าง”
“แผลหายไวมากอีกไม่นานคงได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วล่ะ”เจียงเส้าข่ายมองไปยังลู่เป๋าเหยียนแล้วจึงยิ้มออกมา“ที่จริงคุณลู่ไม่ต้องลำบากมาเยี่ยมผมถึงที่นี่ก็ได้นะครับ”
ซูเจี่ยนอันหันไปมองลู่เป๋าเหยียนเขาเดินเข้ามาพลางยิ้มอย่างไว้ท่า
“ผมควรจะมาขอบคุณคุณเจียงสักครั้งน่ะครับที่ช่วยชีวิตเจี่ยนอันเอาไว้ในยามคับขัน”
“ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรในสถานการณ์แบบนั้นยังไงผมก็ต้องช่วยเธออยู่แล้ว ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ”
เจียงเส้าข่ายหยุดคิดแล้วจึงพูดยิ้มๆ
“อีกอย่างตอนนี้ควรเป็นผมมากกว่าที่ต้องขอบคุณพ่อบอกผมแล้วว่า คุณช่วยทำให้ธุรกิจบ้านผมผ่านวิกฤตไปได้เรื่องย้ายมาโรงพยาบาลนี้ก็เหมือนกัน คุณทำเพื่อผมมามากพอแล้วล่ะ”
เรื่องพวกนี้ซูเจี่ยนอันไม่เคยรู้มาก่อนแถมลู่เป๋าเหยียนก็ไม่เคยพูดถึงแม้แต่น้อย
เธอมองหน้าลู่เป๋าเหยียนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงสัยแต่กลับเห็นเพียงรอยยิ้มบางบนใบหน้าเขา
“เจี่ยนอันเธอยังไม่กลับไปทำงานงั้นเหรอ” เจียงเส้าข่ายถาม
“ยังอีกไม่กี่วันก็คงกลับไปทำงานแล้วล่ะ ใช่สิ เย็นนี้นายอยากกินอะไร เดี๋ยวฉันทำให้!”ซูเจี่ยนอันกล่าว
“ไม่ต้อง”
คนที่ตอบออกไปกลับเป็นลู่เป๋าเหยียนแทนซูเจี่ยนอันหันไปมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
“ทำไมล่ะ”
“ฉันสั่งให้หมอจัดหานักโภชนาการเพื่อคอยดูแลอาหารทั้งสามมื้อให้กับคุณเจียงแล้วอาหารที่ช่วยรักษาบาดแผลของคุณเจียงให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นนั้น ทางพ่อครัวของโรงพยาบาลจะเป็นคนทำเธออย่าเข้าไปก่อกวนการทำงานของพวกเขาเลย”
“ก่อกวน”คำพูดที่ดูเหมือนกำลังตำหนิ แต่เขากลับพูดมันออกมาอย่างรักใคร่ซูเจี่ยนอันมองรอยยิ้มอ่อนโยนของเขาจนเผลอลืมตัวไปชั่วขณะว่าแล้วจึงส่งเสียงตอบรับ จากนั้นจึงหันความสนใจมายังเจียงเส้าข่ายตามเดิม
ให้ตายเถอะเจียงเส้าข่ายเองก็หน้าตาดีนะ สมัยเรียนนับว่าเป็นเดือนมหาวิทยาลัยเสียด้วยซ้ำทุกวันเขาต้องได้รับจดหมายรัก ไม่ก็โดนใครสักคนสารภาพรักพอถึงวันวาเลนไทน์ก็มักได้ช็อกโกแลตกองโตพอที่จะเปิดร้านได้เลยแล้วทำไมเธอถึงไม่เคยใจเต้นกับเพื่อนคนนี้เลยล่ะ
แต่พอเป็นลู่เป๋าเหยียนทุกการกระทำ ทุกการสัมผัส หรือแม้กระทั่งแววตาเพียงเล็กน้อยก็ทำเอาหัวใจของเธอปั่นป่วนไปหมด
ไร้ศักดิ์ศรีจริงๆ ซูเจี่ยนอัน!
เธอตัดสินใจแล้วว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของตนคืนมา
“ฉันมีเรื่องจะปรึกษาเจียงเส้าข่าย”เธอพูดพลางเอียงหน้ามองลู่เป๋าเหยียน
“ถ้านายยุ่งอยู่ก็กลับไปก่อนเถอะเดี๋ยวช่วงบ่ายฉันเรียกรถกลับบ้านเองก็ได้”