เมื่อทั้งสามทานอาหารเสร็จลูกทั้งสองเก็บชามของตัวเองและของพ่อไปล้างตามที่แม่คนเดิมเคยใช้ให้ทำตลอด
ละอองถือชามตัวเองเดินไปห้องครัว เท้าเล็กก็สะดุดเข้ากับพื้นบ้านต่างระดับจนทำให้เธอล้มหน้าคะมำลงไปกับพื้นบ้านชามกับช้อนที่อยู่ในมือหล่นลงพื้นบ้านเสียงดัง
เพล้ง!
ถ้วยกับช้อนกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง
บัวสะดุ้งโหยงตื่นจากภวังค์ทันที หันหลังขวับมามองลูกสาวคนเล็กด้วยความใ
สมิงที่อยู่อีกห้องได้ยินเสียงก็รู้แล้วว่าเป็เสียงชามกระทบพื้น เขาชะเง้อมองลูกด้วยความเป็ห่วงและพยายามกระเถิบกายอย่างยากลำบากออกมาจากที่นอนเพื่อจะมาดูลูก เพราะกลัวจะถูกภรรยาเฆี่ยนตีอีก
ละอองที่นอนคว่ำในท่าลอยบกช้อนตาขึ้นมองผู้เป็แม่ที่ยืนมองมายังร่างเล็กที่นอนใบหน้าซีดเผือด สองมือเล็กยันกายลุกขึ้นช้า ๆ ลืมความจุกเจ็บไปชั่วขณะสายตาเหลือบมองพี่ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทั้งสองกำลังเตรียมจะวิ่งหนีแม่ใจร้าย
แต่ก็ต้องหยุดความคิดเมื่อผู้เป็แม่เดินเข้ามาช่วยพยุงร่างของเธอลุกขึ้น
“เ้าเจ็บตรงไหนบ้าง คราวหลังก็เดินระวังหน่อยสิ” เธอพูดเสียงราบเรียบไม่ได้มีความโมโหอยู่ในนั้นแม้แต่น้อย ลูกทั้งสองมองเธอด้วยความงุนงง รวมถึงสามีที่ลากสังขารตัวเองออกมาตรงหน้าประตู นางมีหลายสิ่งอย่างที่ไม่เหมือนเดิม หรือว่าในร่างนี้จะมีผีสางนางไม้เข้ามาสิงสู่ ผีเปรตผีปอบ่นี้ยิ่งชุมนัก สมิงคิดไปต่าง ๆ นานา
“ข้าไม่เป็อะไร” ละอองกล่าวเสียงอ่อย ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของเด็กหญิงที่มีแม่แต่ก็เหมือนไม่มีเป็ครั้งแรก แม่ใจร้ายไม่เคยทำให้เด็กหญิงรู้สึกเช่นนี้มาก่อน
“โอ๊ย!” เสียงสมิงร้องขึ้นเพราะอาการปวดศีรษะกำเริบเหตุเพราะเขาเครียดและกลัวมากเกินไป และั้แ่เขาตกจากูเา สมิงก็ปวดศีรษะบ่อยครั้งมันเหมือนมีเข็มมาทิ่มแทงเข้าที่ศีรษะของเขา
บัวมองตามเสียงนั้นก็พบว่าสมิงล้มตัวลงนอนกับพื้นเอามือกุมศีรษะตัวเองไว้
“เมฆช่วยน้องเก็บชามเอาน้ำมาล้างพื้นแล้วเอาผ้ามาเช็ดแม่จะไปดูพ่อของเ้า” บัวสั่งลูกชายให้เอาน้ำล้างพื้นเรือนที่เลอะน้ำข้าวต้มแล้วเอาผ้าเช็ดให้สะอาด ส่วนลูกสาวลุกขึ้นมายืนตรงได้แล้วก็ช่วยพี่ชายเก็บช้อน
“ขอรับ” เมฆรับคำอย่างว่าง่าย และไม่คิดจะวิ่งหนีอีก
บัวเดินมุ่งไปที่สามีของตนโดยไม่พูดไม่จาแขนแข็งแรงทั้งสองช้อนร่างเขาลอยขึ้นอย่างง่ายดาย นอกจากจะมีเข็มขัดมิติแล้วร่างกายเธอยังมีกำลังมหาศาลยิ่งกว่าผู้ชายอีกหรือนี่ ช่างเป็เื่ที่น่าอัศจรรย์ใจเสียจริง
“ปล่อยข้านะ อย่ามาแตะต้องตัวข้า” สมิงพยายามดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของภรรยาอย่างแรงแต่ก็ไม่สามารถขัดขืนเธอได้เพราะแรงเขาเหลือน้อยเต็มที ั้แ่คลอดลูกคนที่สองสมิงก็ไม่เคยแตะต้องกายภรรยาคนนี้อีกเลย กลิ่นตัวและเหงื่อไคลเหม็นสาบจนเขาต้องกลั้นหายใจ
บัวไม่ฟังเสียงค้านของสามีปากดี วางร่างเขาลงบนที่นอนตามเดิม เขาสะบัดตัวออกจากการััของภรรยาด้วยท่าทางขยะแขยง
“ข้าก็ไม่อยากแตะต้องตัวท่านนักหรอก รู้ว่าตัวเองเดินไม่ได้ก็ยังจะฝืน นี่หรือความคิดของคนฉลาด” บัวว่าเสียงดุ
“แล้วใครล่ะที่ทำให้ข้าเป็เช่นนี้”
“เ้าจะโทษข้างั้นสิ”
“ใช่ ที่ข้าเป็เช่นนี้ก็เพราะเ้า”
“แล้วแต่เ้าจะคิดเถอะ” บัวหมดคำจะพูด อย่างไรบัวคนก่อนก็ทำเขาไว้มาก เถียงไปก็แค่นั้นอย่างไรเธอก็ผิดอยู่ดี
ลูกทั้งสองที่แอบยืนมองพ่อกับแม่ใกล้ชิดกันอีกรอบก็รู้สึกดีขึ้นมาแบบแปลก ๆ ถึงตอนนี้จะใกล้แบบทะเลาะกันก็เถอะ หากพวกเขาทั้งสองรักใคร่ปรองดองกันพูดกันด้วยภาษาดอกไม้ก็คงจะดี เด็กทั้งสองมองหน้ากันด้วยสายตาที่หม่นลงเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าสิ่งที่พวกเขาหวังมันไม่มีทางเป็ไปได้ เคยอยากมีพ่อกับแม่ที่สมบูรณ์แบบเหมือนกับครอบครัวอื่นบ้างแต่เขาทั้งสองก็ไม่เคยได้ััความรู้สึกนั้นเลย
สมิงเบือนหน้าหนีสายตาไม่มองภรรยาอีก ลูกทั้งสองเห็นแม่เดินออกมาเขาทั้งสองจึงหลบ และเมื่อมาถึงครัวลูกทั้งสองก็ล้างถ้วยและช้อนไว้เรียบร้อยแล้ว พวกเขาช่างเป็เด็กที่ว่าง่ายและน่ารักเหลือเกิน เหตุใดเ้าของร่างเดิมถึงได้กล้าเฆี่ยนตีเด็กสองคนนี้ได้ลงคอ เช่นนั้นแล้วการรับหน้าที่แม่ลูกสองก็คงไม่หนักหนาอะไร แต่สำหรับพ่อของเด็กนั้นเธอไม่เอาเด็ดขาด
บัวตักน้ำแล้วหยดยารักษาและยาบำรุงที่นำออกมาจากมิติของเธอลงในกระบวยน้ำดื่ม เพื่อรักษาอาการปวดศีรษะและขาทั้งสองข้างของเขาด้วย