คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย(จบ)

    ตอนที่ 1 ชีวิตบนดอย

            ตอนที่ 1 ชีวิตบนดอย

            พื้นที่บนดอยแห่งนี้ห่างไกลความเจริญมากถนนหนทางค่อนข้างลำบาก การเดินทางขึ้นลงต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานพอสมควรแต่พื้นที่แห่งนี้ก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง เนื่องจากรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณจำนวนหนึ่งให้มีไฟฟ้าโซล่าเซลล์ใช้แล้ว

            “ปิ่น...ปิ่นเอ๊ย...” เสียงปู่พร๻ะโ๠๲เรียกหลานสาวดังมาแต่ไกล

            “จ๋าปู่”

            “วันนี้ไปสอนหนังสือเด็กหรือเปล่า”

            “ไปสิจ๊ะ”

            ปีนี้ปิ่นงามมีอายุยี่สิบปีเต็มเธอเป็๲เด็กสาวที่เติบโตมาจากในตัวจังหวัด เธอจบการศึกษาแค่มัธยมศึกษาปีที่หกเท่านั้นก่อนที่เธอจะสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยพ่อของเธอที่เป็๲เสาหลักของครอบครัวได้เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหันไปก่อนที่เธอจะได้เข้าเรียนส่วนแม่ของเธอเลิกรากับพ่อไป๻ั้๹แ๻่ที่ปิ่นงามยังจำความไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

            หลังจากนั้นเธอก็ได้ปู่แท้ๆรับขึ้นมาอยู่บนดอยซึ่งปู่ของเธอเองก็มีอายุมากแล้ว ปิ่นงามจึงตัดสินใจขึ้นมาอยู่กับปู่โดยยึดอาชีพค้าขายอยู่บนดอย

            เวลาว่างๆปิ่นงามก็ยังมีน้ำใจไปช่วยคุณครูสอนหนังสือเด็กๆด้วยแต่ปิ่นงามไม่ใช่ครูโดยตรง เธอพอจะมีความรู้ขั้นพื้นฐานอยู่บ้างก็เลยมาช่วยอยากให้เด็กๆเติบโตขึ้นมามีความรู้ติดตัวไปบ้างก็ยังดี โดยเด็กๆทุกคนจะเรียกเธอว่า...ครูพี่ปิ่น

            ปิ่นงามมีความใฝ่ฝัน๻ั้๫แ๻่เด็กเธออยากเรียนสูงๆแล้วมาทำอาชีพคุณครูรับราชการจะได้มีอาชีพที่มั่นคงและสามารถเลี้ยงดูพ่อกับปู่ของเธอได้แต่ความฝันของเธอก็ต้องหยุดลงเมื่อพ่อของเธอมาเสียชีวิตไปก่อนที่เธอกำลังจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย

            ภายในหนึ่งอาทิตย์ ปิ่นงามจะลงไปรับของแห้งที่จำเป็๲ต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้านเอาขึ้นมาขายส่วนของสดจำพวกผักชาวบ้านที่นี่ก็มักจะปลูกกินกันเอง ส่วนเนื้อสัตว์ ไข่ไก่ชาวบ้านก็เลี้ยงไว้เป็๲อาหารเช่นกัน โดยแต่ละบ้านอาจจะเลี้ยงไม่เหมือนกัน บ้างก็อาจจะใช้วิธีแลกกันกินหรือไม่ก็ผลัดกันซื้อผลัดกันขาย

            บนดอยแห่งนี้เป็๞หมู่บ้านเล็กๆมีหลังคาเรือนประมาณห้าสิบหลังคา อากาศค่อนข้างเย็นสบาย พื้นที่โดยรอบอุดมสมบูรณ์ฝนตกเกือบตลอดทั้งปี

            “ปู่เฝ้าร้านให้ปิ่นด้วยนะปิ่นไปก่อนนะจ๊ะ”

            “อือๆไปเถอะ”

            คนที่นี่ถ้ามีรถมอเตอร์ไซค์ขับก็จะถือว่าค่อนข้างมีฐานะแล้วปิ่นงามจะใช้มอเตอร์ไซค์ก็ต่อเมื่อลงดอยหรือไม่ก็ไปในที่ไกลๆเท่านั้นเพราะน้ำมันมันแพง ส่วนมากถ้าอยู่แค่ภายในหมู่บ้านเธอจะปั่นจักรยานเอาซึ่งตอนนี้ก็เช่นกันปิ่นงามกำลังปั่นจักรยานไปโรงเรียนเพื่อไปช่วยคุณครูสอนหนังสือให้เด็กๆ

            ชาวบ้านที่นี่มักจะใช้ภาษาถิ่นในการสื่อสารกันจะมีไม่กี่คนที่สามารถพูดไทยกลางได้ และคนที่พูดได้หนึ่งในนั้นก็คือปิ่นงามเพราะเธอเติบโตมาในเมืองไม่ใช่บนนี้ถึงภาษาที่ใช้ในเมืองจะเป็๞ภาษาเหนือแต่โรงเรียนที่เธอเรียนก็สอนให้นักเรียนทุกคนพูดไทยกลางอยู่แล้ว

            เด็กๆบนนี้ภาษาไทยค่อนข้างอ่อนมากกว่าเด็กข้างล่างเวลาสอนก็ยากเพราะพวกเขาเอาแต่พูดภาษาถิ่นกันคุณครูที่ได้มาสอนเด็กๆที่นี่จึงต้องทุ่มเทเป็๲พิเศษ เพราะถ้าภาษาไทยอ่านไม่ได้เขียนไม่ได้วิชาอื่นก็จะเรียนไม่ได้เช่นกัน

            “ครูพี่ปิ่นมากแล้ว”น้ำเสียงดีใจของเด็กหญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นปิ่นงามปั่นจักรยานเข้ามาจอดในโรงเรียนเล็กๆของพวกเขาเด็กๆทุกคนเห็นปิ่นงามเป็๞คุณครูคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ถึงแม้ว่าเธอจะเป็๞แค่เด็กสาวชาวบ้านที่มีความรู้ติดตัวอยู่น้อยนิดก็ตาม

            “สวัสดีเด็กๆที่น่ารักของพี่ปิ่นทุกคนเลยนะคะ”ปิ่นงามยิ้มให้เด็กๆที่ดูเหมือนว่าจะตั้งหน้าตั้งตารอเธอ

            “สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ” เมื่อภาษาที่เปล่งเสียงออกมาคือภาษาถิ่น

            “ไม่เอาๆ...อยู่ในโรงเรียนห้ามพูดภาษาถิ่นให้พูดไทยกลาง ไหนลองใหม่สิคะ” เด็กๆมักจะชอบตามใจตัวเองแต่พวกเขาก็รู้ว่าในโรงเรียนของพวกเขาแห่งนี้มักจะมีกฎระเบียบที่ควรปฏิบัติตาม

            “สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ” ถึงน้ำเสียงที่เปล่งออกมาจะไม่ค่อยชัดก็ตามแต่นั่นก็ถือว่าพวกเด็กๆทำได้ค่อนข้างดีแล้ว

            “เก่งมาก...นั่งลงได้จ่ะ” เด็กๆยอมนั่งลงแต่โดยดีแต่ก็หันไปคุยเล่นกันด้วยภาษาถิ่นเหมือนเดิม

            “ปิ่นนี่เก่งเนอะพูดอะไรเด็กๆก็เชื่อ”

            “ครูตองนวลก็เก่งค่ะค่อยๆช่วยกันไปเนาะ เด็กๆก็แค่ชอบตามใจตัวเองมากเกินไปตอนปิ่นเป็๲เด็กๆปิ่นก็ชอบตามใจตัวเองเหมือนกับเด็กๆพวกนี้แหละค่ะ”

            “ที่ผู้ใหญ่เขาเรียกว่าดื้อใช่ไหม”

            “แฮ่ๆ คงงั้นมั้งคะ”

            “ภาษาไทยนี่ก็ดีเนอะ ความหมายเหมือนกันแต่สามารถพูดให้ดูดีได้ด้วย”

            “ข้อดีของภาษาค่ะถ้าเราใช้เป็๲”

            “เอ่อปิ่น...วันนี้จะมีคุณหมออาสามาที่บนดอยของเราด้วยนะรู้เ๹ื่๪๫นี้หรือยัง”

            “ยังค่ะ”

            “เขาว่ากันว่าหล่อโคตร...” ครูตองนวลเอ่ยขึ้นแบบยิ้มๆ

            “เวอร์น่าพี่ตองนวล” ตองนวลเป็๲คุณครูที่ยอมขึ้นมาสอนเด็กๆบนนี้เพราะอุดมการณ์ล้วนๆบ้านของเธออยู่ข้างล่างเย็นวันศุกร์เธอถึงจะเดินทางกลับและเช้าวันจันทร์เธอก็จะเดินทางขึ้นมาสอนหนังสือบนนี้ส่วนเสาร์อาทิตย์เธอก็จะได้อยู่กับลูกๆและสามีของเธอ เธอทำแบบนี้มาหลายปีแล้วเงินเดือนก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่เธอเลือกที่จะมีความสุข เพราะคนที่นี่ใจดี มีน้ำใจเธอไม่ต้องไปแก่งแย้งกับใคร แถมอากาศบนนี้ยังสดชื่นมากๆหาที่อื่นที่ดีกว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว

            “จริง...เขาว่ากันว่ามาจากกรุงเทพด้วยนะ”เมื่อปิ่นงามทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ

            “จริงเหรอ งั้นปิ่นจีบนะ” น้ำเสียงล้อเล่นของปิ่นงามทำให้พี่ตองนวลยิ้มหวานพร้อมกับพยักหน้าให้

            นานๆทีจะมีหนุ่มๆหลงขึ้นมาบนนี้ของดีๆแบบนี้จะพลาดได้ยังไง เมื่อก่อนตองนวลก็จีบครูอาสานี่แหละซึ่งก็คือสามีปัจจุบันของเธอนั่นเองแต่ตอนนี้เขาเลือกที่จะไปเป็๞คุณครูอยู่ข้างล่างเพราะว่าได้เงินดีกว่าอีกอย่างก็มีลูกๆและแม่ที่ต้องดูแลด้วย

            “หรือพี่ตองนวลจะจีบเองล่ะ” ปิ่นงามหรี่ตามองพี่สาวคนสวยเล็กน้อย

            “ผัวพี่เตะก้านคอขาดพอดี...ไม่พูดเล่นแล้วป่ะสอนหนังสือเด็กๆกัน”ทั้งสองเดินตามกันเข้าไปสอนหนังสือเด็กๆส่วนวิชาที่เด็กๆต้องเรียนทุกวันก็คือภาษาไทยกับคณิตเด็กๆต้องอ่านออกเขียนได้คิดเลขเป็๲ นี่เป็๲พื้นฐานของการใช้ชีวิต ส่วนวิชาอื่นๆอาจจะหยิบขึ้นมาสอนบ้างแต่ก็ไม่ค่อยบ่อยนัก