“ผมคิดว่าเื่อย่างนี้อย่าไปตำหนิรัสปูตินเลยยังมีคนอื่น ๆ อีกมากที่ช่วยกันทำลายชื่อเสียงของรัสเซียด้วยการกล่าวขวัญอย่างไม่เป็ธรรมเช่นนี้แพะรับบาปตัวหนึ่งเท่านั้นท่านสังฆราชอิลลิโอดอร์ต่างหากที่พยายามจะกระจายข่าวเหลวไหลเกี่ยวกับรัสปูตินทั้งๆ ที่ครั้งหนึ่งตัวท่านเองกับรัสปูตินก็เคยเป็มิตรที่ดีต่อกันแต่ท่านสังฆราชหักหลังรัสปูติน อาจจะเป็เพราะความริษยาที่รัสปูตินมีชื่อเสียงมากกว่าท่านก็ได้ซึ่งที่จริงมันก็น่าจะเห็นกันว่าเป็เื่ธรรมดาแต่ถ้าจะพูดกันแล้วก็คงต้องใช้เวลานานทีเดียว ถึงจะพูดกันตอนนี้ ผมคิดว่าคุณอาจจะไม่เข้าใจเท่าใดนัก”
“โอ...อย่างนั้นดอกหรือคะ ดิฉันเสียใจจริง ๆ ที่ได้รับทราบมาผิด ๆ ”
เคาท์อเล็กซานเดอร์ยิ้มให้เธออย่างอบอุ่น
“อย่า...ไม่ต้องขอโทษหรอกครับมิสคูปเปอร์ผมไม่อยากให้ความงดงามของคุณต้องสูญเสียไปเพราะเื่ไม่เป็เื่อย่างนี้เพราะที่จริงจะหวังให้คุณมาเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศรัสเซียอย่างผมได้อย่างไรจริงไหม?”
“ค่ะ...ดิฉันเองก็ไม่ใคร่สันทัดเื่การเมืองเท่าใดนักดอกค่ะ”
“ผมอยากจะเชิญคุณและครอบครัวไปเที่ยวมอสโคว์บ้างนะครับมิสคูปเปอร์” ท่านกล่าวยิ้ม ๆขณะที่พาเธอเดินกลับมายังที่นั่งหลังจากเพลงได้จบลงแต่ขณะนั้นเองสุภาพบุรุษท่านหนึ่ง ซึ่งเอลซี่ทราบจากเ้าของบ้านว่าเป็ทูตทหารก็เดินเข้ามาจนชิดตัวท่านโดยมีเคาท์เตส ออลก้าเดินตามมาติด ๆทูตทหารโค้งคำนับท่านอย่างนอบน้อมและเคาท์เตสออลก้าก็กล่าวขึ้นว่า
“พี่เดินตามหาเธอเสียแทบแย่”เคาท์เตสชำเลืองตามองเอลซี่ “เรามีธุระสำคัญที่จะต้องคุยกันเป็การด่วนสักหน่อยคิดว่าก็สมควรแก่เวลาที่เราจะลาเ้าของบ้านได้แล้ว”
เคาท์แห่งมาตินอฟหันมาทางเอลซี่ทันที
“ผมเห็นจะต้องขอโทษที่จะต้องขอตัวเสียแล้วกำลังคิดว่าจะได้คุยกับคุณต่ออีกสักหน่อยก็บังเอิญมีธุระเสียก่อน”
เคาท์เตสออลก้ามองเอลซี่ด้วยสายตาที่ไม่บอกความรู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้น
“เธอคือสาวน้อยที่เราได้พบที่โรงละครคืนก่อนนั่นใช่ไหมคะ?”
“ค่ะ”เอลซี่รับคำอย่างสะทกสะท้าน รู้สึกคล้าย ๆกับว่าเค้าท์เตสผู้พี่สาวออกจะไม่พอใจนักที่เห็นท่านเคาท์น้องชายมาสนิทสนมกับเธอ
“เห็นจะต้องขอโทษแทนน้องชายด้วยที่บังเอิญฉันมีธุระสำคัญที่จะต้องปรึกษาหารือกันเธอคงให้อภัยเขานะคะ”
“ไม่เป็ไรมิได้ค่ะ”
เคาท์แห่งมาตินอฟจับมือเธอไว้มั่นและก้มลงจุมพิตอย่างเอาใจ
“ขอบคุณอย่างมากที่ให้เกียรติเต้นรำกับผมคิดว่าเราคงได้พบกันอีกสักครั้งนะครับ มิส คูปเปอร์”
“ค่ะดิฉันก็หวังเช่นนั้นเหมือนกัน”
“ถ้าเช่นนั้นก็เห็นจะต้องขอให้คุณได้ให้เกียรติเต้นรำกับผู้การปีเตอร์ ซิมมาร์ แทนผม” รอยยิ้มอ่อน ๆ ระบายอยู่ทั่วใบหน้า “ปีเตอร์เขาเป็นักเต้นรำที่ดีคนหนึ่งทีเดียว”
เคาท์เตสออลก้ายิ้มเครียดๆ ตรงมุมปาก ขณะที่ดึงแขนน้องชายออกไป และพูดอะไรกับเคาท์อเล็กซานเดอร์อย่างเคร่งเครียดทันที
ผู้การซิมมาร์หันมายิ้มให้เธอ
“ต้องขออภัยแทนเคาท์เตสออลก้าด้วยนะครับบังเอิญท่านมีธุระสำคัญเื่ภายในครอบครัวจริง ๆ มิสคูปเปอร์”
“คุณทราบชื่อดิฉันด้วยหรือคะดิฉันยังไม่ได้ยินท่านเคาท์แนะนำเลย”
“ไม่ใช่เื่มหัศจรรย์อะไรหรอกครับ”นายพันเอกชาวรัสเซียตอบ “เคาท์เตสได้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุณพอสมควรก่อนที่เราจะพบคุณ”
“อย่างนั้นหรือคะ”เอลซี่รับคำอย่างงุนงง
เสียงเพลงจากวงดนตรีดังกระหึ่มขึ้นเป็เพลงวอลซ์ที่แสนไพเราะแต่เอลซี่กลับรู้สึกพิกลอยู่ในใจที่คู่เต้นรำของเธอกลายเป็นายทหารหนุ่มแทนที่จะเป็ เคาท์ อเล็กซานเดอร์ มาตินอฟ อย่างไรก็ตามทูตทหารท่านนี้ก็มีความสามารถในการเต้นรำอย่างดีเยี่ยม สมกับที่เคาท์ อเล็กซานเดอร์ได้กล่าวไว้ในตอนแรก
เอลซี่กำลังคิดว่าภายใต้ท่วงท่าและสีหน้าที่สงบราบเรียบนั้น เคาท์ อเล็กซานเดอร์อาจจะซุกซ่อนภาวะความยุ่งยากในจิตใจไว้อย่างมากก็เป็ได้บางทีอาจจะเป็เพราะเสียงที่ร่ำลือกันถึงชื่อเสียงของรัสเซียไปในทางที่ไม่ดีนั้นก็เป็ได้
คู่เต้นรำของเธอนายพันเอก ปีเตอร์ ซิมมาร์กำลังพาเธอหมุนไปตามจังหวะเพลงเอลซี่อดไม่ได้ที่จะถามว่า
“ผู้การจะต้องประจำอยู่ที่กรุงวอชิงตันตลอดเวลาเลยหรือคะ?”
“ไม่เสมอไปดอกครับผมต้องเดินทางไปทั่วทุกภาคของสหรัฐฯ เมื่อเขา้าตัวผมขึ้นมาแต่ว่าเรามีสถานทูตใหญ่อยู่ที่นั่น แต่ผมก็ต้องทำงานทั่วไปหมด”
“ดิฉันเชื่อว่าพวกท่านทุกคนต้องทำงานกันหนักทั้งนั้น” เอลซี่ตอบอย่างสุภาพ
“แต่มันก็มีบางทีเหมือนกันที่ผมคิดว่าเราน่าจะได้อยู่บ้านมากกว่า แต่ผมก็อยู่ไม่ได้นาน่เวลาสำหรับการพักผ่อนมันสั้นมาก”
แววแห่งความลำบากใจปรากฏขึ้นทั้งในสีหน้าและแววตาของทูตทหารคนนี้จนเอลซี่สังเกตเห็นได้
“ดิฉันเคยได้ยินเื่ของนักบวชที่ชื่อรัสปูตินเขาเป็คนอย่างไรคะ?”
“ก็...จะให้ผมพูดอย่างไรดี พูดง่าย ๆ ก็คือเขาเป็ตัวการที่ทำให้ชื่อเสียงของประเทศเราต้องเสื่อมเสียไปไม่น้อยนั่นละครับ”
เอลซี่เลิกคิ้วอย่างฉงน
“ผู้การคะท่านทำให้ดิฉันรู้สึกประหลาดใจมากเพราะเมื่อครู่นี้เองดิฉันได้เรียนถามเื่นี้จาก ท่านเคาท์ อเล็กซานเดอร์แต่ดูเหมือนว่าท่านจะประทับใจในตัวรัสปูตินอยู่มากนะคะ”
“ก็เป็ความประทับใจอย่างผิดๆ น่ะสิครับ เพราะถ้าจะให้ผมพูด ผมก็จำเป็ต้องบอกตามตรงว่าผมยอมรับในตัวท่านเคาท์กับพี่สาวของท่าน แต่ราชวงศ์มาตินอฟเป็พวกที่มีความคิดเห็นทางการเมืองผิดแผกแตกต่างไปจากคนอื่น ๆ มาก นั่นละครับคือปัญหาใหญ่ของรัสเซีย มันเท่ากับว่าเรากำลังแตกแยกกันเองในทางความคิด” ผู้การซิมมาร์ตอบอย่างตรงไปตรงมา
และหลังจากที่เพลงจบลงนายพันเอกซิมมาร์ก็นำเธอไปส่งให้กับลุงและป้า
“อ้าว...ท่านเคาท์หายไปไหนเสียล่เอลซี่” เจนถาม
“พี่สาวมาเอาตัวไปแล้วละค่ะ”เธอหันไปมองทอมโฮลเมสซึ่งเพิ่งเดินเข้ามาร่วมวงยิ้มให้เขาอย่างอ่อนหวาน
“ถ้าอย่างนั้นเื่ที่ผมได้ยินมาก็ต้องจริงสิครับ” ทอมว่า
“เื่ที่ได้ยินมา...เอ๊ะ เื่อะไรกันล่ะ” กอร์ดอน หันไปถามทอม
“ครับคือมีข่าวเมื่อตอนค่ำนี่เองก่อนที่งานจะเริ่มว่าได้เกิดมีการฆาตกรรมลึกลับขึ้นในรัสเซียว่ากันว่าลุงของท่านเคาท์ถูกลอบยิง ขณะที่กำลังนั่งอยู่ในรถบนถนนกลางกรุงมอสโคว์”
“ตายจริงรุนแรงถึงขนาดนั้นเชียวหรือคะ?” เอลซี่ร้องอย่างใ
“ใช่แล้วผลแห่งความรุนแรงนั้นก็กระทบกระเทือนมาถึงมิสซิสวิลเบอร์ฟอร์สด้วย” ทอมว่า “คุณก็รู้ว่างานขนาดนี้แกจะต้องจ่ายเงินซื้อโชคครั้งนี้ก้อนใหญ่พอดูแต่ตอนนี้เคาท์เตสก็เอาตัวน้องชายลากลับไปแล้ว รู้สึกว่าจะรู้ข่าวกันตอนหลังจากพิธีต้อนรับแนะนำแขกนั่นครู่เดียวแต่ท่านจะออกไปทันทีก็ใช่ที่ ก็เลยต้องอดทนอยู่ต่ออีกสักครู่หนึ่งเพื่อไม่ให้เสียกิริยาแล้วก็น้ำใจของเ้าของงานด้วยข่าวอย่างนี้มันก็เป็ข่าวที่คนชอบเสียด้วย มันก็เลยกระพือเร็วยิ่งกว่าลมเสียอีก จริงไหมครับ?”
“นั่นสินะคะโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีคนคอยสืบเสาะหารายละเอียดมาเพิ่มเติมให้เข้มข้นขึ้นไปอีกอย่างที่คุณทำนี่แหละค่ะ” เอลซี่ประชดให้ทันที
“อ้าว...ทำไมล่ะ หรือคุณคิดว่าเื่อย่างนี้คนไม่อยากรู้คุณน่าจะขอบใจผมด้วยซ้ำที่เอาเื่สำคัญอย่างนี้มาเล่าให้ฟัง เอลซี่”
“โอ๊ย...มาเถียงกันอยู่ทำไมก็ไม่รู้ ท่านเคาท์นั่นจะหายไปไหนก็ไม่เห็นจะสลักสำคัญอะไรเลยป้ากลับชอบใจเสียอีกที่เื่มันกลับกลายเป็อย่างนี้ไปได้สงสัยเขาคงจะออกจากงานกันไปแล้วละมัง”
“คงอย่างนั้นละค่ะป้า แต่หนูก็รู้สึกอยู่เหมือนกันว่าท่านเคาท์มีสีหน้าไม่สู้สบายใจนัก”
“ผมเคยพบคนคู่นี้มาก่อนนะแต่มันรู้สึกพิกล ๆ อย่างไรไม่รู้ ดูเขาแปลก ๆ ทอมเอ่ยขึ้นอีก
“แปลกหรือคะ...ในทางไหนล่ะ?”
“มันก็อธิบายยากนะเอลซี่ ดูมันคล้าย ๆ กับว่า เขาไม่เหมือนอย่างที่เราเป็อย่างนั้นแหละ”
“เพราะความเป็คนต่างชาติของเขาหรือเปล่าคะ?”
กอร์ดอนคูปเปอร์ กระแอม ๆ เบาก่อนที่จะชิงกล่าวว่า
“มันก็เป็เื่ที่น่าเห็นใจอยู่เหมือนกันนะที่จะเชิญคนที่กำลังทุกข์ร้อนให้มาสนุกสนานอยู่ในงานปาร์ตี้อย่างนี้ได้แล้วเื่อย่างนี้ถ้ามันเกิดขึ้นกับใครก็ไม่ใช่ของดีนักที่จะพูดกันต่อ ๆ ไป...แต่ป่านนี้ใคร ๆ ก็คงจะรู้กันหมดแล้วละ”
“เขาว่ายายวิลเบอร์ฟอร์สแทบจะประสาทกินเอาเลยทีเดียว” ทอมพูดต่อ “เมื่อครู่นี้เห็นมีคนบอกว่ากำลังเป็ลมอยู่ข้างบน ไม่รู้ว่าลงมาได้หรือยัง”
“ถ้าอย่างนั้นมันก็ต้องเป็หน้าที่ของเราเสียแล้วที่จะต้องช่วยกันให้งานนี้ดำเนินต่อไปได้ด้วยดีเราออกไปเต้นรำกันดีกว่าเจน” กอร์ดอนลุกขึ้นจากที่นั่งเดินไปจูงมือภรรยาออกไปยังฟลอร์
“แล้วเราล่ะ?”ทอมหันไปถามเอลซี่
“ก็ได้ค่ะ”เอลซี่ลุกขึ้นเกาะแขนบุรุษที่ทุกคนคาดไว้ล่วงหน้าว่าจะเป็คู่หมายของเธอออกไปเต้นรำ